Category Archives: :: หลักธรรม ม.1-6 ::

:: คบบัณฑิต ::

Advertisements

Leave a comment

Filed under :: หลักธรรม ม.1-6 ::

:: มงคล 38 เรื่อง ไม่คบคนพาล ::

การไม่คบคนพาล เป็นมงคลที่ 1 ในมงคล 38 ดังนั้นการไม่คบคนพาลถือว่าเป็นมงคลของชีวิต เป็นสิ่งที่ประเสริฐแก่ชีวิต การไม่คบคนพาล หมายถึง การไม่ยอมมีความสัมพันธ์หรือสมาคมกับคนชั่ว

ลักษณะของคนพาล  คนพาลมีลักษณะชั่วร้ายอยู่ 3 ประการคือ

  1. คิดชั่วอยู่เสมอ คือ คิดละโมบอยากได้ของเขา คิดจ้องจะเอาแต่ของของคนอื่น คิดเคียดแค้นชิงชังมุ่งร้ายต่อผู้อื่น และคิดเห็นผิด ๆ คิดผิดจากทำนองคลองธรรม เช่นว่า คิดเห็นว่า ทำดีไม่ได้ดี บาปบุญไม่มี ลูกไม่ต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ เป็นต้น
  2. พูดชั่วอยู่เสมอ คือ พูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดส่อเสียดยุยง และพูดเพ้อเจ้อ
  3. ทำชั่วอยู่เสมอ คือ การทำร้ายสิ่งมีชีวิตทุกชนิด การเบียดเบียนทำร้ายสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ การลักทรัพย์ และการประพฤติผิดในกามหรือการล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น

หลักอบายมุข 6 ได้แบ่งคนชั่วออกเป็น 6 ประเภทคือ

  1. นักการพนัน
  2. นักเลงผู้หญิง
  3. นักเลงเหล้า
  4. นักลวงของปลอม
  5. นักหลอก ลวง และ
  6. นักเลงหัวไม้

Leave a comment

Filed under :: หลักธรรม ม.1-6 ::

:: โกศล ::

โกศล หมายถึง ความฉลาด, ความเชี่ยวชาญ, ทักษะ, ความชำนาญ ประกอบด้วย

  1. อายโกศล หมายถึง ความฉลาดในความเจริญ หรือความรอบรู้ทางเจริญ และเหตุของความเจริญ เป็นความฉลาดในการที่จะดำเนินชีวิตของตนเองให้เจริญก้าวหน้า โดยการสร้างความเจริญและพัฒนาตนเองในทางที่เป็นกุศลธรรม คือประกอบแต่กรรมดี
  2. อปายโกศล หมายถึง ความฉลาดในความเสื่อม หรือรอบรู้ทางเสื่อมและเหตุของความเสื่อม เป็นความฉลาดในการที่จะไม่ดำเนินชีวิตของตนเองไปในทางที่เสื่อมเสีย รู้ว่าสิ่งที่เป็นความเสื่อมทั้งหลายไม่ควรกระทำ เช่น ทางแห่งอบายมุข ทางแห่งตัณหา เป็นต้น
  3. อุปายโกศล หมายถึง ความฉลาดในอุบาย หรือรอบรู้วิธีแก้ไขเหตุการณ์และวิธีที่จะทำให้สำเร็จ เป็นความฉลาดในการแก้ปัญหา แก้ไขเหตุการณ์ และมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาและเหตุการณ์เหล่านั้นให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

หลักธรรมโกศลนี้ตรงกับมรรค 8 ในทุก ๆ ข้อ โดยมีสัมมาสังกัปปะ (ความเห็นชอบ) และสัมมาทิฏฐิ (ดำริชอบ) ซึ่งสรุปเป็นหลักปัญญา ในไตรสิกขา เป็นหัวหน้าหรือเป็นหลักสำคัญในการที่จะใช้ความฉลาด ความเชี่ยวชาญ ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ให้เจริญก้าวหน้าได้ และจุดมุ่งหมายสูงสุดก็คือ มุ่งสู่หนทางของความดับทุกข์ที่แท้จริงได้

Leave a comment

Filed under :: หลักธรรม ม.1-6 ::

:: ปธาน ::

ปธาน หมายถึง ความเพียร เป็นความเพียรชอบ หรือ สัมมาวายามะในมรรคมีองค์ 8 ประกอบด้วย

  1. สังวรปทาน คือ เพียรระงับการกระทำอกุศล ไม่ให้เกิดขึ้น
  2. ปหานปทาน คือ เพียรละเลิกอกุศลที่กำลังกระทำอยู่
  3. อนุรักขปทาน คือ เพียรรักษา กุศลธรรม ที่เกิดขึ้นแล้ว
  4. ภาวนาปทาน คือ เพียรฝึกฝนบำรุงกุศลธรรม ให้เจริญยิ่งขึ้น

ปธาน 4 เรียกชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า สัมมัปปธาน 4 หมายถึง ความเพียรชอบ หรือสัมมาวายามะ ในมรรคมีองค์ 8 การทำความเพียรต้องสอดคล้องกลมกลืนกันไปกับธรรมข้ออื่น ๆ ด้วย

 

Leave a comment

Filed under :: หลักธรรม ม.1-6 ::

:: กรรมฐาน ::

กรรมฐาน 2
กรรมฐาน หมายถึง อารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งการเจริญภาวนา, ที่ตั้งแห่งการทำความเพียรฝึกอบรมจิต หรือวิธีฝึกอบรมจิต ประกอบด้วย

  1. สมถภาวนา หมายกถึง การฝึกอบรมจิตให้เกิดความสงบ หรือการฝึกสมาธิ
  2. วิปัสสนาภาวนา หมายถึง การฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความรู้แจ้งตามเป็นจริง หรือการเจริญปัญญา

การปฏิบัติกรรมฐาน เป็นหลักปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์  กำจัดกิเลส

 

Leave a comment

Filed under :: หลักธรรม ม.1-6 ::

:: มรรค : ไตรสิกขา ::

มรรค : ไตรสิกขา
ไตรสิกขา คือ หลักการศึกษาอบรมในพระพุทธศาสนา มี 3 ประการ ได้แก่

  1. อธิศีลสิกขา หมายถึง ความประพฤติดีทางกายและวาจา การรักษากายและวาจา ให้เรียบร้อย ข้อปฏิบัติสำหรับควบคุมกายวาจาให้ตั้งอยู่ในความดีงาม การรักษาปกติตามระเบียบวินัย ปกติมารยาทที่สะอาดปราศจากโทษ ข้อปฏิบัติในการเว้นจากความชั่ว ข้อปฏิบัติในการฝึกหัดกายวาจาให้ดียิ่งขึ้น ความสุจริตทั้งกาย วาจา และอาชีพ
  2. อธิจิตสิกขา สมาธิ หมายถึง ความมีใจตั้งมั่น ความตั้งมั่นแห่งจิต การทำใจให้สงบแน่วแน่ ไม่ฟุ้งซ่าน การมีจิตกำหนดแน่วแน่อยู่ในสิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยเฉพาะ
  3. อธิปัญญาสิกขา หมายถึง ความรู้ทั่ว ปรีชาหยั่งรู้เหตุผล ความรู้ความเข้าใจชัดเจน ความรู้หยั่งแยกได้ในเหตุผลดีชั่ว คุณโทษ ประโยชน์มิใช่ประโยชน์ เป็นต้น รู้ที่จะจัดแจงจัดสรร จัดการ ความรอบรู้ในกองสังขาร มองเห็นตามความเป็นจริง

 

มรรคมีองค์ 8 หรือ อัฏฐังคิกมรรค (เรียกเต็มว่า อริยอัฏฐังคิกมรรค แปลว่า “ทางมีองค์ 8 ประการ อันประเสริฐ” มีดังนี้

  1. สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ ได้แก่ ความรู้อริยสัจจ์ 4 หรือ เห็นไตรลักษณ์ หรือ รู้อกุศลและอกุศลมูลกับกุศลและกุศลมูล หรือเห็นปฏิจจสมุปบาท
  2. สัมมาสังกัปปะ (ดำริชอบ ได้แก่ เนกขัมมสังกัป อพยาบาทสังกัป อวิหิงสาสังกัป
  3. สัมมาวาจา (เจรจาชอบ ได้แก่ วจีสุจริต 4
  4.  สัมมากัมมันตะ (กระทำชอบ ได้แก่ กายสุจริต 3
  5. สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ ได้แก่ เว้นมิจฉาชีพ ประกอบสัมมาชีพ
  6. สัมมาวายามะ (พยายามชอบ ได้แก่ ปธาน หรือ สัมมัปปธาน 4
  7.  สัมมาสติ (ระลึกชอบ ได้แก่ สติปัฏฐาน 4
  8. สัมมาสมาธิ (ตั้งจิตมั่นชอบ ได้แก่ ฌาน 4

องค์ 8 ของมรรค จัดเข้าในธรรมขันธ์ 3 ข้อต้น คือ ข้อ 3-4-5 เป็น ศีล ข้อ 6-7-8 เป็น สมาธิ ข้อ 1-2 เป็น ปัญญา

Leave a comment

Filed under :: หลักธรรม ม.1-6 ::

:: คิหิสุข ::

คิหิสุข  หมายถึง สุขของคฤหัสถ์ คือ ความสุขของชาวบ้าน, ความสุขที่ชาวบ้านควรพยายามเข้าถึงให้ได้สม่ำเสมอ หรือความสุขอันชอบธรรมที่ผู้ครองเรือนควรมี ประกอบด้วย

1. อัตถิสุข หมายถึง ความสุขที่เกิดจากการมีทรัพย์
2. โภคสุข หมายถึง ความสุขที่เกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ คื
3. อนณสุข หมายถึง ความสุขที่เกิดจากความไม่เป็นหนี้
4. อนวัชชสุข หมายถึง ความสุขที่เกิดจากความประพฤติที่ไม่มีโทษ

ในบรรดาความสุข 4 ประการนี้ ความสุขที่เกิดจากความประพฤติที่ไม่มีโทษ มีความสำคัญที่สุด

 

Leave a comment

Filed under :: หลักธรรม ม.1-6 ::