Category Archives: :: ศาสนาช่วงชัันที่ 4 ::

:: แนวข้อสอบ o-net ::

  1. ข้อใดอธิบายสภาพสังคมอินเดียโบราณสมัยพุทธกาลได้ถูกต้อง
    1. ชาวอารยันมีฐานะเป็นพวกจัณฑาล
    2. ชาวพื้นเมืองมิลักขะมีฐานะเป็นชนชั้นปกครอง
    3. คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพราหมณ์ มีพระศิวะเป็นเทพสูงสุด
    4. แบ่งชนชั้นผู้คนเป็น 4 วรรณะ คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ และศูทร
    5. แคว้นใหญ่แคว้นเล็กเป็นอิสระต่อกันและปกครองตนเองแบบราชาธิปไตย
  2. เหตุใดหลักคำสอนอริยสัจ 4 จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นทฤษฎีและมีวิธีการปฏิบัติที่เป็นสากล
    1. มีเหตุผลน่าเชื่อถือ
    2. ตรวจสอบและพิสูจน์ได้
    3. ใช้ป้ญญาควบคู่กับศรัทธา
    4. มีหลักปฏิบัติที่เดินสายกลาง
    5. กฎเกณฑ์ถูกต้องนำไปปฏิบัติได้ผลจริง
  3. กิจของพระสงฆ์ข้อใดต้องปฏิบัติให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ข้ออื่นๆ บรรลุผลสำเร็จตามมาภายหลัง
    1. เป็นพระธรรมจาริก
    2. ศึกษาพระปริยัติธรรม
    3. ปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา
    4. ศกึษาอบรมด้านศีล สมาธิ ปัญญา
    5. ปฏิบัติธรรมและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
  4. ข้อใดไม่สัมพันธหรือสอดคล้องกับหลักคำสอนเรื่อง มัชฌิมาปฏิปทา
    1. ไตรสิกขา
    2. อริยมรรค
    3. ข้อปฏิบัติที่ยึดทางสายกลาง
    4.  วิถีทางแห่งการดับความทุกข์
    5. หลักความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ
  5. ภายหลังตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ทรงแสดงหลักธรรมครั้งแรกเรื่องใด
    1.  อริยสัจ 4
    2. ปฏิจจสมุปบาท
    3. โอวาทปาฏิโมกข์
    4. อนันตลักขณสูตร
    5. ธัมมจักกัปปวัตนสูตร
  6. หลักธรรมในพระพุทธศาสนาข้อใดสอนให้ชาวพุทธเคารพนับถือผู้มีอาวุโสและไม่ข่มเหงหรือล่วงเกินสตรี
    1. อริยวัฑฒิ 5
    2.  โภคอาทิยะ 5
    3. อปริหานิยธรรม 7
    4. ปฏิจจสมุปบาท
    5. ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์
  7. หลักทศพิธราชธรรมของพระมหากษัตริย์ข้อใดหมายถึงทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยความซื่อตรง
    1. อาชชวะ
    2. มัททวะ
    3. ปริจจาคะ
    4. อวิหิงสา
    5. อวิโรธนะ
  8. คัมภีร์ในพระพุทธศาสนาข้อใดเป็นหลักฐานชั้น 1 รวบรวมประมวลพุทธพจน์ พระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าที่ทรงแสดงแก่บุคคลต่างๆ ในสมัยพุทธกาล
    1. ฎีกา
    2. อรรถกถา
    3.  วินัยปิฎก
    4. สุตตันตปิฎก
    5. อภิธรรมปิฎก
  9.  พุทธศาสนิกชนตัวอย่างข้อใดกระตุ้นให้ทางการอินเดียเห็นคุณค่าและช่วยกันอนุรักษ์พุทธสถานและสังเวชนียสถาน 4 แห่งในอินเดีย
    1. ดร.เอ็มเบดการ์
    2. อนาคาริก ธรรมปาละ
    3.  สุชีพ ปุญญานุภาพ
    4. หม่อมเจ้าพูนพิสมัย ดิศกุล
    5. พระพรหมมังคลาจารย์(ปัญญานันทภิกขุ)
  10. การคิดตามหลักโยนิโสมนสิการวิธีใด เป็นการคิดจำแยกแยะตามความเป็นจริงของสิ่งนั้นๆ ทีละด้านจนครบทุกด้าน ไม่มองแคบๆ เพียงด้านเดียวและไม่ตัดสินแบบเหมารวม
    1.  คิดแบบวิภัชชวาท
    2. คิดแบบสามัญลักษณะ
    3. คดิแบบแก้ป้ญหาหรอือริยสัจ 4
    4. คิดแบบสืบสาวหาเหตุปัจจัย
    5. คิดแบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรม
  11. ข้อใดคอืประโยชน์สูงสุดของการเจริญปัญญาโดยฝึกการคิดแบบโยนิโยมนสิการ
    1. จิตสงบแน่วแน่จนเกิดสมาธิ
    2. จิตหนักแน่นไม่หวั่นไหวคล้องตามกิเลส
    3.  จิตฉลาดรู้เท่าทันความจริงของโลกและชีวิต
    4. จิตตั้งมั่นต่อการศึกษาเล่าเรียนและอาชีพการงาน
    5. จิตเกิดสติและรู้ตัวตื่นอยู่เสมอตามสภาพที่เป็นจริงในขณะนั้น
  12. ศาสนาพุทธแตกต่างจากศาสนาอื่นๆ เพราะเป็นศาสนาประเภทใด
    1.  เทวนิยม
    2. อเทวนิยม
    3. เอกเทวนิยม
    4. พหุเทวนิยม
    5. สัจจนิยม
  13. หลักอาศรม 4 ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เป็นคำสอนเกี่ยวกับเรื่องใด
    1. ระบบวรรณะ
    2. การทำพิธีบูชาพระเจ้า
    3. การปฏิบัติหน้าที่แต่ละช่วงวัยของชีวิต
    4. กฎแห่งกรรมและการเวียนว่ายตายเกิด
    5. การดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ
  14. การปฏิบัติข้อใดเป็นการฝึกฝนร่างกายจิตใจของมุสลิมให้มีความอดทน เห็นใจคนยากจน แสดงถึงความศรัทธาต่อพระเจ้า
    1. ละหมาด
    2. ซะกาต
    3. ถือศีลอด
    4.  เข้าร่วมพิธีฮัจญ์
    5. ศรัทธาในวันพิพากษา
  15. การถือศีลอดในเดือนรอมฎอนของผู้นับถือศาสนาอิสลามคล้ายกับหลักปฏิบัติข้อใดในพระพุทธศาสนา
    1. การรักษาอุโบสถศีล
    2. การถวายสังฆทาน
    3. การเจรญิ วปิสัสนา
    4. การปฏิบัติธุดงควัตร
    5. การทำพิธีอุปสมบทในวันเข้าพรรษา
  16. จุดมุ่งหมายสูงสุดที่ชาวคริสต์ต้องไปให้ถึงตามหลักคำสอนของพระเยซูคือข้อใด
    1. ล้างบาปที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
    2. รอคอยวันพิพากษาของพระเจ้า
    3. ให้อภัยและมีความรักต่อเพื่อนมนุษย์
    4. ปฏิบัติตามหลักตรีเอกานุภาพให้ครบ
    5. การมีชีวิตอยู่กับพระเจ้าบนอาณาจักรสวรรค์

 

Advertisements

Leave a comment

Filed under :: ศาสนาช่วงชัันที่ 4 ::

:: o-net ศาสนา 60::

  1. เรื่องใดที่ศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์ ฮินดูมีความเชื่อร่วมกัน
    1. อาตมัน
    2. พรหมลิขิต
    3. สังสารวัฏ
    4. การนับถือเทพเจ้า
    5. กรรมลิขิต
  2. หตุการณ์ใดไม่ได้เกิดขึ้นในวันอาสาฬหบูชา
    1. พระโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม
    2. พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์
    3. พระพุทธเจ้าทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตร
    4. ระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์
    5. เป็นวันเกิดพระอริยสงฆ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก
  3. สำนวนข้อใดตรงกับความหมายของสัมมาทิฏฐิ
    1. คนดีตกน้ำไม่ไหล
    2. ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
    3. คนรวยทำอะไรก็ไม่น่าเกลียด
    4. สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ
    5. มีเงินเขานับว่าน้อง
  4. พิธีที่ชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกกินขนมปังและดื่มเหล้าองุ่นที่บาดหลวงส่งให้เรียกว่าพิธีอะไร
    1. ศีลกำลัง
    2. ศีลล้างบาป
    3. ศีลแก้บาป
    4. ศีลมหาสนิท
    5. ศีลเจิมผู้ป่วย
  5. ในการละหมาด ชาวมุสลิมในประเทศไทยจะต้องทำอย่างไร
    1. ต้องกระทำอย่างน้อยวันละ ๒ เวลา
    2. ต้องกระทำตั้งแต่จำความได้เป็นต้นไป
    3. ต้องกระทำโดยหันหน้าไปทางทิศตะวันตก
    4. ต้องกระทำในมัสยิดหรือศาสนสถานเท่านั้น
    5. ต้องกระทำโดยหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
  6. ความเชื่อของชาวมุสลิมข้อใดที่ใกล้เคียงเรื่องกรรมในศาสนาพุทธ
    1. ศรัทธาในศาสนฑูตและเทวฑูต
    2. ศรัทธาในกฏสภาวะของพระเจ้า
    3. ศรัทธาในวันพิพากษา
    4. ศรัทธาในการละหมาด
    5. ศรัทธาในเทพเจ้า
  7. คณะนักเรียนควรนำหลักธรรมใดไปประยุกต์ใช้ในการทำงานส่วนรวมเพื่อให้เกิดผลสำเร็จอันเป็นประโยชน์ร่วมกัน
    1. อุปาสักธรรม
    2. ปัญญาวุฒิธรรม
    3. อปริหานิยธรรม
    4. อริยวัฑฒิธรรม
    5. ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม
  8. ติ๋วเห็นเด็กชายต้นหน้าตาน่ารัก อยากเข้าไปอุ้ม ข้อความนี้สอดคล้องกับข้อใด
    1. รูป เวทนา
    2. รูป เวทนา สัญญา
    3. รูป สัญญา สังขาร
    4. รูป เวทนา สัญญา สังขาร
    5. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
  9. การที่รัฐพยายามแก้ปัญหาการทุจริตฉ้อราษฏร์บังหลวง จัดอยู่ในอริยสัจ ๔ ข้อใด
    1. ทุกข์
    2. สมุทัย
    3. นิโรธ
    4. มรรค
    5. ทุกข์และสมุทัย
  10. เป็นคนควรพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ เป็นคำแปลของภาษาบาลีในข้อใด
    1. วิริเยน ทุกขมจเจติ
    2. โกธ ฆตวา สุข เสติ
    3. ราชาน มุข มนุสสาน
    4. ายเมเถว ปุริโส ยาว อตถสส นิปปทา
    5. ปฏิรูปการี ธุรวา อุฏฐาตา วินทเต ธน
  11. วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่องค์การสหประชาชาติประกาศรับรองให้เป็นวันสำคัญสากล คือวันใด
    1. วันมาฆบูชา
    2. วันอัฏฐมีบูชา
    3. วันวิสาขบูชา
    4. วันอาสาฬหบูชา
    5. วันจาตุรงคสันนิบาต
  12. นุชนภาไปชมคอนเสิร์กับเพื่อนๆ เธอมีความสุขมาก ข้อความนี้สอดคล้องกับข้อใด
    1. จักขุวิญญาณ ฆานวิญญาณ
    2. ฆานวิญญาณ กายวิญญาณ
    3. กายวิญญาณ มโนวิญญาณ
    4. จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ
    5. จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ มโนวิญญาณ
  13. ถึงแม้ว่าาอ๊อดจะร้องเพลงไม่เพราะ แต่เพื่อนๆ ของอ๊อดก็ตั้งใจฟังและให้กำลังใจอ๊อต จนร้องเพลงจบ ข้อความนี้สอดคล้องกับข้อใด
    1. เนกขัมมวิตก
    2. พยาบาทวิตก
    3. กามวิตก
    4. วิหิงสาวิตก
    5. อวิหิงสาวิตก
  14. โต เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงเพราะเขาออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ และเขายังแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักออกกำลังกายด้วย การกระทำของโตสอดคล้องกับข้อใด
    1. กายภาวนา ศีลภาวนา
    2. ศีลภาวนา จิตตภาวนา
    3. กายภาวนา จิตตภาวนา
    4. กายภาวนา ศีลภาวนา ปัญญาภาวนา
    5. กายภาวนา จิตตภาวนา ปัญญาภาวนา
  15. พระปัญจวัคคีย์องค์ใดมีคุณลักษณะเด่นเป็นผู้่อ่อนน้อมถ่อมตน
    1. พระอัญญาโกณฑัญญะ
    2. พระวัปปะ
    3. พระภัททิยะ
    4. พระมหานามะ
    5. พระอัสสชิ
  16. ผู้ที่ต่อสู้กับระบบวรรณะในอินเดียจนกลายเป็นชาวพุทธตัวอย่างคือใคร
    1. มหาตมคานธี
    2. พระนาคเสน
    3. พระยามิลินทฺ
    4. ดร.เอ็มเบดการ์
    5. อนาคาริกธรรมปาละ
  17. ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา บุตรธิดาควรปฏิบัติหน้าที่ต่อบิดามารดาอย่างไร
    1. รักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้
    2. รักษาวงศ์ตระกูลให้มั่นคง
    3. ใฝ่ใจเรียน
    4. ปรนนิบัติรับใช้ท่าน
    5. ช่วยทำการงานหรือกิจการของท่าน
  18. อะไรคือวัตถุประสงค์หลักของการอุปสมบทในพระพุทธศาสนา
    1. ทำนุบำรุงและเผยแผ่พระพุทธศาสนา
    2. ได้ฝึกมารยาทที่ปฏิบัติกันในวัด
    3. ได้พบกัลยาณมิตร
    4. ตอบแทนพระคุณของบิดามารดา
    5. เปิดโอกาสให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือน

2 Comments

Filed under :: ม.4 ::, :: ศาสนาช่วงชัันที่ 4 ::

Protected: >>>ปลายภาคศาสนา

This content is password protected. To view it please enter your password below:

Enter your password to view comments.

Filed under :: ศาสนาช่วงชัันที่ 4 ::

โครงสร้างรายวิชา ม.4

โครงสร้างรายวิชารหัสวิชา   ส 31101 สังคมศึกษา 1
มัธยมศึกษาปีที ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2558  เวลา 40 ชั่วโมง    จำนวน 1.0 หน่วยกิต

ลำดับที่

ชื่อหน่วย

การเรียนรู้

มาตรฐานการเรียนรู้//ตัวชี้วัด

เวลา

คะแนน

 

ภาระงาน/ชิ้นงาน/

กิจกรรม

ใช้ตัดสิน

1

ศาสนาสากล

ของโลก

1.1

ม.46/17

ม.46/18
ม.
46//21

ม.46/22

6

15

– แบบฝึกหัด

ระหว่างเรียน

– ตรวจชิ้นงาน

– ทดสอบ

 

 10

5

10

25

2

นอบน้อมพระ

รัตนตรัย

1.1

ม.46/1

ม.46/2

ม.46//3

ม.46/8

ม.46/14

ม.46/4

ม.46/5

ม.46/6

ม.46/11

ม.46/13

ม.4615

ม.46/16

ม.46/19

ม.46/20

8

15

– แบบฝึกหัดระหว่างเรียน

– ตรวจชิ้นงาน

– ทดสอบ

 

10

5

10

25

รวมหน่วยการเรียนรู้

50

คะแนนประเมินผลกลางภาค

30

คะแนนประเมินผลปลายภาค

20

รวมคะแนนประเมินผล

100

 

Leave a comment

Filed under :: ศาสนาช่วงชัันที่ 4 ::

:: o-net ชุด 2 ::

  1. จุดมุ่งหมายสำคัญของศาสนาทุกศาสนาคืออะไร
    1. เน้นการเข้าใจหลักธรรม
    2. สอนให้ยึดมั่นในองค์ศาสดา
    3. เน้นการปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา
    4. สอนให้ศาสนิกชนของตนทำความดี
  2. หลักคำสอนของแต่ละศาสนาแม้จะมีรายละเอียดแตกต่างกัน แต่มีลักษณะสำคัญบางประการร่วมกัน ลักษณะดังกล่าวคืออะไร
    1. ความเข้าใจชีวิตและพัฒนาชีวิต
    2. ความยึดมั่นศรัทธาในองค์ศาสดา
    3. ความยึดมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนา
    4. ความเห็นว่าชีวิตเป็นสิ่งที่ปราศจากคุณค่า
  3. นิกายต่าง ๆ ในทางพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นเนื่องจากเหตุผลในข้อใด
    1. ความขัดแย้งกันระหว่างผู้นำของศาสนา
    2. ความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องสิกขาบทเล็ก ๆ น้อย ๆ
    3. พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่คนส่วนใหญ่ ให้การยอมรับ
    4. ความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับหลักธรรมต่าง ๆ ทางศาสนา
  4. การสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์แสดงถึงความยึดมั่นในหลักธรรม ของคริสต์ศาสนาข้อใด
    1. ความรัก
    2. ความกล้าหาญ
    3. การทำสงครามเพื่อศาสนา
    4. การเข้าสู่อาณาจักรพระเจ้า
  5. ข้อใดเป็นคุณลักษณะของศาสนาอิสลามที่เด่นชัดกว่าศาสนาอื่น ๆ
    1. ศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว
    2. เน้นความเสมอภาคแห่งชาวมุสลิม
    3. ศรัทธาในความรักที่มีต่อมนุษยชาติ
    4. ไม่บูชารูปเคารพและไม่มีสัญลักษณ์ใด ๆ
  6. ความเชื่อใดที่ถือว่าเป็นความเชื่อตามหลักพระพุทธศาสนา
    1. เชื่อเรื่องวิญญาณ
    2. เชื่อว่าสรรพสิ่งเป็นไปตามเหตุปัจจัย
    3. เชื่อเทพเจ้าและการบวงสรวงเทพเจ้า
    4. เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของพระรัตนตรัย
  7. เพราะอะไรชาวพุทธจึงต้องไหว้พระพุทธพระธรรม และพระสงฆ์
    1. เพราะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ควรแก่การนับถือ
    2. เพราะเป็นโครงสร้างหลักของพระพุทธศาสนา
    3. เพราะเป็นการระลึกถึงความดีงาม ข้อปฏิบัติ และ การประพฤติดีปฏิบัติชอบ
    4. เพราะเป็นการปฏิบัติตามขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่ดีงามในฐานะที่เป็นชาวพุทธ
  8. การเกิดขึ้นของพระพุทธศาสนามีผลต่อการปฏิรูปสังคมชมพูทวีปโดยตรงและโดยอ้อมอย่างไร
    1. การล่มสลายของชั้นวรรณะ
    2. การล่มสลายของศาสนาอื่น
    3. การเชื่อในอเทวนิยมคือไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า
    4. การไม่แบ่งชั้นวรรณะ การแก้ไขความทุกข์ของ สังคม การช่วยให้สังคมเกิดสันติสุข
  9. การบำเพ็ญฮัจญ์ของชาวมุสลิมทั่วโลกมีจุดประสงค์สำคัญเพื่ออะไร
    1. เพื่อลดช่องว่างระหว่างชนชั้น
    2. เพื่อให้พระเจ้าโปรดปรานและคุ้มครองรักษา
    3. เพื่อเป็นเกียรติและสร้างชื่อเสียงให้มวลมนุษย์
    4. เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและความเสมอภาค ของชาวมุสลิมทั่วโลก
  10. ข้อใดเหมาะสมที่สุดในการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้นับถือศาสนาต่างกัน
    1. ไม่ถือว่าศาสนาเป็นเรื่องสำคัญในการดำเนินชีวิต
    2. หลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องศาสนากับเพื่อนต่าง ศาสนา
    3. ไม่วิพากษ์วิจารณ์ศาสนาอื่น ให้ความสนใจ เฉพาะศาสนาของตน
    4. ไม่ลบหลู่ความคิดหลักในศาสนาอื่นโดยยังเชื่อมั่นในศาสนาของตน
  11. ตามหลักศาสนาพราหมณ์–ฮินดู สิ่งที่เป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิตคืออะไร
    1. โมกษะ
    2. สันยาสี
    3. อาตมัน
    4. ปรมาตมัน
  12. เพราะเหตุใดพระพุทธศาสนาจึงมีทฤษฎี และวิธีการที่เป็นสากล
    1. เป็นศาสนาที่แพร่หลายทั่วโลก
    2. เป็นศาสนาที่มุ่งเอาชนะธรรมชาติ
    3. เป็นศาสนาที่มุ่งเน้นความสะดวกสบายของ มนุษย์
    4. เป็นศาสนาที่มุ่งเน้นความสันติสุขของมวล มนุษยชาติ
  13.  “พระพุทธศาสนามีหลักคำสอนที่เป็นสากล” หมายความว่าอย่างไร
    1. เป็นคำสอนที่สามารถพิสูจน์ได้
    2. เป็นคำสอนที่ตรงกันกับศาสนาอื่น
    3. เป็นคำสอนที่น่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง
    4. เป็นคำสอนที่มุ่งประโยชน์สุขแก่คนทั่วไป
  14. “ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อเรื่องวัตถุมงคล” ข้อความนี้มีความสัมพันธ์ในลักษณะตรงกันข้ามกับข้อใด
    1.  ศีล
    2. จาคะ
    3. ปัญญา
    4. ศรัทธา
  15. เพราะเหตุใดอริยสัจ 4 จึงถือว่าเป็นทฤษฎีและวิธีการที่เป็นสากล
    1.  เป็นคำสอนที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
    2. เป็นคำสอนที่พิสูจน์แล้วว่ามีอยู่จริงในโลก
    3. เป็นวิทยาศาสตร์ที่สอดคล้องกับหลักของวิทยาศาสตร์
    4. เป็นคำสอนที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าถูกต้อง และเป็นจริง
  16. ข้อใดกล่าวถึงมรรคมีองค์ 8 ได้ถูกต้อง
    1. หนทาง 8 ประการที่จะนำไปสู่ความดับทุกข์
    2. ทางสายกลาง 8 ประการที่นำไปสู่ความดับทุกข์
    3. องค์ประกอบ 8 ประการที่จะนำไปสู่ความดับ ทุกข์
    4. ทางสายเดียวแต่มีองค์ประกอบ 8 ประการที่นำไปสู่ความดับทุกข์
  17. ข้อใดไม่จัดอยู่ในลักษณะของกระบวนการพัฒนาปัญญา
    1. โกศล
    2. อายโกศล
    3.  อปายโกศล
    4. อุปายโกศล
  18. ข้อใดเป็นการปลูกฝังค่านิยมให้แก่เด็กโดยวิธีการแห่งศรัทธาที่ดีที่สุด
    1. ครูอาจารย์ช่วยแนะนำสั่งสอน
    2. ผู้ใหญ่ประพฤติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดี
    3. พระสงฆ์เทศนาอบรมสั่งสอนหลักธรรม
    4. พ่อแม่เอาใจใส่เลี้ยงดูให้ความรักความอบอุ่น
  19. ข้อใดคือศาสดาที่พระพุทธเจ้าระบุให้เป็นตัวแทนหลังจากเสด็จปรินิพพาน
    1. พระอุบาลี
    2. พระอานนท์
    3. พระธรรมวินัย
    4. พระมหากัสสปะ
  20. ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ “ศรัทธา” ในพระพุทธศาสนา
    1. ความเชื่อมั่นในพระรัตนตรัย
    2. ความเชื่อมั่นในพระปัญญาของพระพุทธเจ้า
    3. ความเชื่อมั่นในกฎแห่งเหตุและผลของการกระ ทำในวัฏสงสาร
    4. ความเชื่อมั่นในความเป็นอมตะของวิญญาณที่ ต้องคอยรับผลกรรม
  21. ข้อใดกล่าวถึงดินแดนชมพูทวีปไม่ถูกต้อง
    1.  เป็นดินแดนแห่งต้นหว้า
    2. เดิมเป็นที่อยู่ของพวกดราวิเดียน
    3.  เดิมเป็นที่อยู่ของพวกอารยันซึ่งเป็นชนผิวขาว
    4. เป็นดินแดนที่มากไปด้วยลัทธิความเชื่อและ วัฒนธรรม
  22. บุคคลกลุ่มใดที่สร้างระบบวรรณะให้ เกิดขึ้นในสมัยก่อนพุทธกาล
    1.  ศูทร
    2.  แพศย์
    3.  กษัตริย์
    4.  พราหมณ์
  23. การแบ่งชนชั้นทางสังคมโดยใช้ระบบวรรณะในสมัยก่อนพุทธกาล ก่อให้เกิดผลตามข้อใด
    1. เป็นประโยชน์ในการปกครอง
    2. ทำให้ทุกคนรู้จักหน้าที่ของตน
    3. เป็นการทำลายสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของ มนุษย์
    4. ทำให้บ้านเมืองไม่เจริญก้าวหน้าเพราะมัวแต่แย่ง ชิงความเป็นใหญ่กัน
  24. พระสิทธัตถะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าด้วยวิธีการใด
    1.  อดอาหาร
    2.  เข้าญาณสมาบัติ
    3.  บำเพ็ญทุกรกิริยา
    4. บำเพ็ญเพียรทางจิต
  25. พระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานในดินแดน ใดเป็นแห่งแรก
    1.  เมืองพาราณสี แคว้นกาสี
    2. เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ
    3. เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ
    4. เมืองกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ
  26. พุทธจริยาข้อใดที่มีผลทำให้พระพุทธศาสนาเผยแผ่ไปได้อย่างกว้างขวาง
    1. ญาตัตถจริยา
    2. พุทธัตถจริยา
    3. โลกัตถจริยา
    4. ถูกทุกข้อ
  27. สถานที่ใดไม่เกี่ยวข้องกับการตรัสรู้
    1. โคนต้นนิโครธ
    2. ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา
    3. ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา
    4. ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
  28. ใครเป็นพระสาวกองค์สุดท้ายของพระพุทธเจ้า
    1.  พระอานนท์
    2.  พระสุภัททะ
    3.  พระสารีบุตร
    4. พระอัญญาโกณฑัญญะ
  29. พระเวสสันดรชาดกเป็นผู้บำเพ็ญบารมี ในด้านใด
    1.  ศีลบารมี
    2.  ขันติบารมี
    3.  ทานบารมี
    4. บำเพ็ญเพียรบารมี
  30. สถานที่ที่พระเวสสันดรชาดกจะไปบำเพ็ญพรตออกผนวชเป็นฤๅษีคือที่ใด
    1. เขาวงกต
    2. เมืองเจตรัฐ
    3. แคว้นกาลิงครัฐ
    4. หมู่บ้านทุนนวิฏฐ์
  31. “มีชายผิวดำนำดอกบัวทองสองดอกมาวางไว้ในพระหัตถ์ ทรงรับดอกบัวทองนั้นไว้ แล้วนำมาประดับที่พระกรรณ” ข้อความนี้เป็นความฝันของใคร
    1.  พระนางมัทรี
    2.  พระนางผุสดี
    3.  พระเวสสันดร
    4.  พระเจ้าสญชัย
  32.  “แม้พระเจ้าสญชัยและพระนางผุสดีจะขอร้องให้พระนางมัทรีพร้อมด้วยกัณหาชาลีอยู่พระนครต่อไป แต่พระนางมัทรีไม่ทรงยินยอมจะขอตามเสด็จพระเวสสันดรไปทุกหนทุกแห่ง” เหตุการณ์นี้ให้ข้อคิดในเรื่องใด
    1. เมื่อเป็นสามีภรรยากัน ต้องซื่อสัตย์ต่อกัน
    2. เมื่อเป็นสามีภรรยากัน ต้องร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วย กัน
    3. เมื่อเป็นสามีภรรยากัน ต้องมีความจงรักภักดีต่อ กัน
    4. เมื่อเป็นสามีภรรยากัน ต้องมีความรักและความ เข้าใจกัน
  33. พระเวสสันดรชาดกให้ข้อคิดสำหรับนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 4 ประการ คือ “เข้าใจขอ เข้าใจให้เข้าใจใช้ และเข้าใจซึ่งกันและกัน” เหตุการณ์ตอนใดต่อไปนี้ให้ข้อคิดในเรื่อง เข้าใจขอ
    1.  พระนางผุสดีขอพร 10 ประการ กับพระอินทร์
    2.  เฒ่าชูชกขอให้พรานเจตบุตรบอกทางไปเขาวงกต แก่ตน
    3.  นางอมิตดาขอให้เฒ่าชูชกไปขอกัณหาชาลีจาก พระเวสสันดรมารับใช้ตน
    4. พราหมณ์ 8 คนจากเมืองกาลิงครัฐขอช้างปัจจัยนาเคนทร์จากพระเวสสันดรชาดก
  34. “พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้มีพระปัญญาคุณ” หมายความสอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
    1.  ทรงเป็นผู้ฉลาด
    2.  ทรงเป็นผู้แก้ปัญหาได้ดี
    3.  ทรงเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ
    4.  ทรงเป็นผู้ค้นพบสัจธรรมและสั่งสอนชาวโลก
  35. สัพพัญญูพุทธะกับปัจเจกพุทธะเหมือนกันในเรื่องอะไร
    1. การสั่งสอนธรรม
    2. การตรัสรู้ด้วยตนเอง
    3. การก่อตั้งพระศาสนา
    4. การสถาปนาพุทธบริษัท
  36. คุณค่าของพุทธะที่แสดงออกมาในรูปของพุทธัตถจริยาคือเรื่องต่อไปนี้ ยกเว้นเรื่องใด
    1. การบัญญัติพระวินัย
    2. การสถาปนาพุทธบริษัท 4
    3. การแสดงธรรมแก่มวลมนุษย์
    4. การมอบความเป็นใหญ่ให้แก่สงฆ์
  37. อริยสัจ 4 ข้อใดที่เราควรบรรลุ
    1. ทุกข์
    2. สมุทัย
    3. นิโรธ
    4. มรรค
  38. พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ปฏิบัติอย่างไรกับนิโรธ
    1. ให้รู้
    2. ให้ละ
    3. ให้บรรลุ
    4. ให้เจริญ
  39. ขันธ์ 5 แยกออกเป็น 2 ส่วน คือ รูปขันธ์และนามขันธ์ ถ้ารูปขันธ์ ได้แก่ รูป แล้วนามขันธ์จะได้แก่อะไร
    1.  ดิน น้ำ ลม ไฟ
    2. ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
    3. อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ปัญญา
    4. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
  40. เมื่อเราพบเพื่อนที่ไม่ได้พบกันมานาน ปรากฏว่าเรายังจำได้ เป็นลักษณะของนามขันธ์ข้อใด
    1. เวทนา
    2. สัญญา
    3. สังขาร
    4. วิญญาณ
  41. การศึกษาเรื่องนามรูปมีประโยชน์ต่อผู้ศึกษาอย่างไร
    1. รู้จักตนเองมากขึ้น
    2.  รู้จักตนเองและผู้อื่นมากขึ้น
    3. รู้จักการดำเนินชีวิตที่ดีและถูกต้อง
    4. รู้จักความเป็นจริงของชีวิตและไม่ยึดติดในตัวตน มากเกินไป
  42. ข้อใดก่อให้เกิดกรรมตามหลักกรรมนิยาม
    1. นายดำจับปลามาขายทุกวัน
    2. นายขาวเดินใจลอยไปเหยียบมดตาย
    3. นายเขียวขุดบ่อน้ำไว้ใช้ แมวตกลงไปตาย
    4. นายแดงก่อไฟไว้ แมลงบินมาถูกไฟไหม้ตาย
  43. ชัยกับชิดเป็นพี่น้องกัน ชัยเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย มีสัมมาคารวะ แต่ชิดเป็นเด็กดื้อรั้น ไม่เคารพยำเกรง ใคร พฤติกรรมเช่นนี้อธิบายได้ด้วยนิยามอะไรเพราะอะไร
    1. พีชนิยาม เพราะเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต
    2. อุตุนิยาม เพราะเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม
    3. จิตนิยาม เพราะเป็นเรื่องของสิ่งที่ปรุงแต่งจิตที่ แตกต่างกัน
    4. กรรมนิยาม เพราะเป็นเรื่องของกฎแห่งกรรมที่ว่า ใครทำกรรมอะไรไว้ ย่อมได้รับผลของ กรรมนั้น
  44. ข้อใดตรงกับหลักธรรมข้อภาวนา
    1. การสำรวมกาย วาจา และใจ
    2. การพิจารณากาย เวทนา จิต และธรรม
    3. การพัฒนากาย ศีล จิต และปัญญา
    4. การประนมมือ การไหว้ การกราบ และการคำนับ
  45. การกระทำในข้อใดเป็นปัญญาภาวนา
    1. นิดออกกำลังกายเป็นประจำ
    2. น้อยตั้งใจอ่านหนังสือทุกวัน
    3. ก้อยปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน
    4. กุ้งทำงานที่ได้รับมอบหมายด้วยความตั้งใจ
  46. สมพรและครอบครัวจะเดินทางไปพักผ่อนที่น้ำตกไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ขั้นตอนใดเป็นขั้นปฏิบัติที่สอดคล้องหลักสัทธรรม
    1. เดินทางไปถึงน้ำตกไทรโยคโดยสวัสดิภาพ
    2. เดินทางไปน้ำตกไทรโยคตามเส้นทางในแผนที่
    3. ศึกษาเส้นทางลัดเพื่อประหยัดน้ำมันและเวลาใน การเดินทาง
    4. สืบค้นข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับน้ำตกไทรโยคและ จังหวัดกาญจนบุรี
  47. คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล” สุธีถือคตินี้จึงเลือกคบแต่บัณฑิตหรือคนดี แสดงว่าสุธีประพฤติปฏิบัติตามวุฒิธรรมข้อใด
    1. สัปปุริสสังเสวะ
    2. สัทธัมมัสสวนะ
    3. โยนิโสมนสิการ
    4. ธัมมานุธัมมปฏิบัติ
  48. “แห่ไหว้ต้นตะเคียนยักษ์อายุ 100 ปี ขอเลขเด็ด หวังรวยทางลัด” แสดงว่าขาดพลังอะไรตามหลักพละ 5
    1. สติ
    2. สมาธิ
    3. ปัญญา
    4. ศรัทธา
  49. เมาแล้วขับ ถูกจับ ปรับแน่” โครงการนี้ต้องการรณรงค์ให้คนขับรถมีสติ ซึ่งตรงกับหลักปฏิบัติในหลักธรรมข้อใด
    1. พละ 5
    2. ภาวนา 4
    3. วุฒิธรรม 4
    4. อุบาสกธรรม 5
  50. “บุญเขต” หมายถึงใคร
    1. พระสงฆ์
    2. พระพุทธเจ้า
    3. พระมหากษัตริย์
    4. ทุกข้อที่กล่าวมา
  51. พ่อแม่ต้องมีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขาต่อลูก ๆ แสดงว่าพ่อแม่ต้องปฏิบัติตามหลักธรรมข้อใด
    1. อิทธิบาท 4
    2. สังคหวัตถุ 4
    3. พรหมวิหาร 4
    4. ฆราวาสธรรม 4
  52. คู่สมรสที่จะมีชีวิตคู่ยืนยาว เป็นคู่สร้างคู่สม ต้องยึดหลักธรรมข้อใดเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน
    1. มีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
    2. ซื่อสัตย์ รู้จักข่มใจ อดทน และเสียสละ
    3. มีความรักใคร่ ขยัน เอาใจใส่ และคิดใคร่ครวญ
    4. มีความเชื่อ ความประพฤติ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความรู้เสมอกัน
  53.  สำนวนว่า “กิ่งทองใบหยก” น่าจะสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในการเลือกคู่ครองตามหลักพระพุทธศาสนาในข้อใด
    1. อิทธิบาท 4
    2. สมชีวิธรรม 4
    3. พรหมวิหาร 4
    4. ฆราวาสธรรม 4
  54. นุชทำงานได้เงินเดือน 8,000 บาทต่อเดือน อยากมีเงินเพิ่มเพราะตัวเองค่าใช้จ่ายมาก จึงไปทำบัตรเครดิต 2 ใบ จากกรณีนี้นักเรียนคิดว่าการกระทำของนุชไม่สอดคล้องกับสันโดษข้อใด
    1. ยถาพลสันโดษ
    2. ยถาลาภสันโดษ
    3. ยถาสารุปปสันโดษ
    4. ทุกข้อที่กล่าวมา
  55. ความสันโดษกับการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงมีลักษณะเหมือนกันหรือไม่ เพราะอะไร
    1. เหมือนกัน เพราะยึดหลักการเดียวกันคือความพอ เหมาะพอดี
    2. เหมือนกัน เพราะสอนให้รู้จักยินดีในสิ่งที่ตนมี อยู่ โดยไม่ต้องขวนขวายหรือแสวงหาสิ่งอื่น
    3. ไม่เหมือนกัน เพราะความสันโดษเป็นเรื่องของ พระสงฆ์ ส่วนเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของชาว บ้าน
    4. ไม่เหมือนกัน เพราะความสันโดษสอนไม่ให้ ดิ้นรนแสวงหาสิ่งต่าง ๆ ส่วนเศรษฐกิจพอเพียง สอนให้แสวงหาสิ่งต่าง ๆ แต่ยึดทางสายกลาง
  56. พระพุทธศาสนาสอนว่าสันโดษเป็นหลักธรรมที่สร้างความสุขความสำเร็จแก่ชีวิตอย่างหนึ่ง ดังนั้น บุคคลที่สันโดษจึงหมายถึงคนที่ปฏิบัติตามข้อใด
    1. หาความสุขได้จากสิ่งที่เป็นของตนหรือเป็นสิทธิ ของตน
    2. ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่นหรือของที่ได้มาโดยไม่ ชอบธรรม
    3. ภาคภูมิใจในผลสำเร็จที่ชอบธรรมที่ตนสร้างขึ้น ด้วยความพากเพียรพยายามสุดความสามารถ
    4. ภาคภูมิใจในผลสำเร็จที่เกิดจากกำลังของตน มี ความอดทนรอคอยผลสำเร็จที่พึงเกิดจากการกระ ทำของตน
  57. “น อุจฺจาวจํ ปณฺฑิตา ทสฺสยนฺติ” ตรงข้ามกับสำนวนข้อใด
    1. ผีเข้าผีออก
    2. มียศเสื่อมยศ
    3. กล้าได้กล้าเสีย
    4. บาปบุญคุณโทษ
  58. “จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ (จิตที่ฝึกดีแล้วนำสุขมาให้)” พุทธศาสนสุภาษิตบทนี้กล่าวถึงการฝึกจิตเพื่ออะไร
    1. เพื่อให้มีจิตใจเข้มแข็ง
    2. เพื่อให้มีสติควบคุมจิต
    3. เพื่อให้อดทนต่อความผิดหวัง
    4. เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามศีล 5
  59. ข้อใดเรียงลำดับคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาได้ถูกต้อง
    1. บาลีพระไตรปิฎก อรรถกถา สัททาวิเสส ฎีกา อนุฎีกา
    2. บาลีพระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา อนุฎีกา สัททาวิเสส
    3.  บาลีพระไตรปิฎก สัททาวิเสส อรรถกถา ฎีกา อนุฎีกา
    4. บาลีพระไตรปิฎก ฎีกา อนุฎีกา อรรถกถา สัททาวิเสส

1 Comment

Filed under :: พระพุทธศาสนา ม.6 ::, :: ศาสนาช่วงชัันที่ 4 ::

:: หน่วยที่ 10 ศาสนาและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ::

Leave a comment

Filed under :: ศาสนาช่วงชัันที่ 4 ::

:: หน่วยที่ 9 วันสำคัญและศาสนพิธีในพระพุทธศาสนา ::

วันวิสาขบูชา มีความสำคัญอย่างไร  

วันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 คำว่า วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า “วิสาขปุรณมีบูชา” แปลว่า “การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ” หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือน 6

ข้อปฏิบัติในวันวิสาขบูขาได้แก่อะไร  

กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา ได้แก่

1. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร
2. จัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัด และปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
3. ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล
4. ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัดในตอนค่ำ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
5. ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
6. จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวันวิสาขบูชาตามโรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อให้ความรู้ และเป็นการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา
7. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ
8. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

หลักธรรมที่สำคัญใน วันวิสาขบูชา ที่ควรนำมาปฏิบัติ

ใน วันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรยึดมั่นในหลักธรรม ซึ่งหลักธรรมที่ควรนำมาปฏิบัติในวันวิสาขบูชา ได้แก่
1. ความกตัญญู

คือ การรู้คุณคน เป็นคุณธรรมที่คู่กับความกตเวที ซึ่งหมายถึงการตอบแทนคุณที่มีผู้ทำไว้ ความกตัญญูและความกตเวทีนี้ เป็นเครื่องหมายของคนดี ทำให้ครอบครัวและสังคมมีความสุข ซึ่งความกตัญญูกตเวทีนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้ง บิดามารดาและลูก ครูอาจารย์กับศิษย์ นายจ้างกับลูกจ้าง ฯลฯ

ในพระพุทธศาสนา เปรียบพระพุทธเจ้าเสมือนกับบุพการี ผู้ชี้ให้เห็นทางหลุดพ้นแห่งความทุกข์ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงควรตอบแทนด้วยความกตัญญูกตเวทีด้วยการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และดำรงพระพุทธศาสนาให้อยู่สืบไป

2. อริยสัจ 4

คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ใน วันวิสาขบูชา ได้แก่

  1. ทุกข์ คือ ปัญหาของชีวิต สภาวะที่ทนได้ยาก ซึ่งทุกข์ขั้นพื้นฐาน คือ การเกิด การแก่ และการตาย ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญ ส่วนทุกข์จร คือ ทุกข์ที่เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การพลัดพลากจากสิ่งที่เป็นที่รัก หรือ ความยากจน เป็นต้น
  2. สมุทัย คือ ต้นเหตุของปัญหา หรือสาเหตุของการเกิดทุกข์ และสาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาเกิดจาก “ตัณหา” อันได้แก่ ความอยากได้ต่างๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
  3. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ เป็นสภาพที่ความทุกข์หมดไป เพราะสามารถดับกิเลส ตัณหา อุปาทานออกไปได้
  4. มรรค คือ หนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์ เป็นการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา มี 8 ประการ ได้แก่ ความเห็นชอบ ดำริชอบ วาจาชอบ กระทำชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบ ตั้งจิตมั่นชอบ

3. ความไม่ประมาท

คือการมีสติตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร ล้วนต้องใช้สติ เพราะสติคือการระลึกได้ การระลึกได้อยู่เสมอจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ซึ่งความประมาทนั้นจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมา ดังนั้นในวันนี้พุทธศาสนิกชนจะพากันน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยความมีสติ

วันมาฆบูชา มีความสำคัญอย่างไร

เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งหลักคำสอนนี้เป็นหลักการ และวิธีการปฏิบัติต่างๆ หากสรุปเป็นใจความสำคัญ จะมีเนื้อหาว่า “ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์”

ทั้งนี้ในวันมาฆบูชาได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อมๆ กันถึง 4 ประการ อันได้แก่

  1. วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์
  2. มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
  3. พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6
  4. พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า หรือ “เอหิภิกขุอุปสัมปทา”

ข้อปฏิบัติในวันมาฆบูชา ได้แก่อะไร

หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติ ได้แก่ โอวาทปาฏิโมกข์ หมายถึงหลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา อันเป็นไปเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตเป็นไปเพื่อความหลุดพ้น คือคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าแสดงแก่พระอรหันต์สาวก 1,250 รูป ณ วัดเวฬุวัน ในวันเพ็ญเดือน 3 มีเนื้อหา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 ดังนี้คือ

หลักการ 3
1. การไม่ทำบาปทั้งปวง ได้แก่การงดเว้น การลด ละ เลิก ทำบาปทั้งปวง ซึ่งได้แก่อกุศลกรรมบถ 10 คือ ทางแห่งความชั่ว 10 ประการ อันเป็นความชั่วทางกาย 3 ประการ ได้แก่ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ และการประพฤติผิดในกาม ทางวาจา 4ประการ ได้แก่การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดคำหยาบ การพูดเพ้อเจ้อ และทางใจ 3 ประการ ได้แก่ การอยากได้สมบัติของผู้อื่นการผูกพยาบาทและความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

2. การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดีทุกอย่าง ซึ่งได้แก่ กุศลกรรมบถ 10 อันเป็นแบบของการทำฝ่ายดี 10 ประการ คือความดีทางกาย 3 ประการ ได้แก่ การไม่ฆ่าสัตว์ มีแต่ช่วยเหลือเกื้อกูล การไม่ถือเอาสิ่งของของผู้อื่น มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการไม่ประพฤติผิดในกาม มีความซื่อสัตย์ การทำความดีทางวาจา 4 ประการ ได้แก่การไม่พูดเท็จ พูดแต่ความจริง การไม่พูดส่อเสียด พูดแต่คำที่ก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน การไม่พูดคำหยาบ พูดแต่คำอ่อนหวาน และไม่พูดเพ้อเจ้อ พูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และถูกกาละเทศะ และการทำความดีทางใจ ได้แก่ การไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น มีแต่คิดเสียสละ ไม่ผูกพยาบาทอาฆาตจองเวรกัน มีแต่คิดเมตตาและปรารถนาดีต่อกัน และมีความเห็นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นต้น

3. การทำจิตให้ผ่องใส ได้แก่ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ปราศจากนิวรณ์ คือ ความพอใจในกาม ความพยาบาทอาฆาต ความหดหู่ท้อถอย การฟุ้งซ่าน รำคาญ และความลังเลสงสัยไม่แน่ใจ ซึ่งเป็นเครื่องขัดขวางจิต ไม่ให้เข้าถึงความสงบ

วิธีทำจิตให้ผ่องใส ที่แท้จริงเกิดขึ้นจากการละบาปทั้งปวง ด้วยการถือศีลและบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อมด้วยการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนา จนได้บรรลุอรหัตผลอันเป็นความผ่องใสที่แท้จริง

วันอาสาฬหบูชา มีความสำคัญอย่างไร

วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 แต่ถ้าเป็นปีที่มีอธิกมาส จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หลัง ก่อนวันเข้าพรรษา 1 วัน

ข้อปฏิบัติในวันอาสาฬหบูชา ได้แก่อะไร

เนื้อหาของพระธรรมเทศนาที่แสดงในวันนี้เกี่ยวกับการทำตนให้สุดโต่ง 2 ประการ ที่ไม่ควรประพฤติปฏิบัติคือ

1. อัตตกิลมถานุโยค คือ การทำตนให้ลำบากเปล่า คือ ความพยายามเพื่อบรรลุผลที่มุ่งหมายด้วยวิธีทรมานตนเองให้ได้รับความลำบากต่าง ๆ

2. กามสุขัลลิกานุโยค คือ การทำตนให้พัวพันหมกมุ่นอยู่ในกามสุข

พระพุทธเจ้า ก่อนตรัสรู้ทรงปฏิบัติตามข้อปฏิบัติมาแล้วครั้นทรงเห็นว่าไม่ใช่ทางหรือข้อปฏิบัติให้ได้บรรลุนิพพาน จึงทรงแสวงหาทางสายใหม่ ในที่สุดก็ทรงพบว่าอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ 8 คือ

1. สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ
2. สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ
3. สัมมาวาจา การเจรจาชอบ
4. สัมมากัมมันตะ การทำงานชอบ
5. สัมมาอาชีวะ การประกอบอาชีพชอบ
6. สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ
7. สัมมาสติ ระลึกชอบ
8. สัมมาสมาธิ ตั้งใจมั่นชอบ

เป็นทางสายกลางที่ดีที่สุด แล้วทรงปฏิบัติตามทางสายกลางนั้น ไม่ช้าก็ได้บรรลุนิพพาน

วันอัฐมีบูชา มีความสำคัญอย่างไร

วันอัฏฐมีบูชา หมายถึง การบูชาในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งเป็นวันถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจ้า ถัดจากวันวิสาขบูชา 8 วัน วันอัฏฐมีบูชา ถือว่าเป็นวันบูชาพระสรีระของพุทธเจ้าหลังจากพระเพลิงไหม้แล้ว พระสรีระในที่นี้ หมายถึง พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งหลังจากพระเพลิงไหม้พระสรีระของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็มีการสักการะ เคารพ นบนอบบูชาพระสรีระของพระผู้มีพระภาคด้วยอาการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี ระเบียบดอกไม้และของหอมตลอด 7 วันฉะนั้น จึงถือว่าวันอัฏฐมีบูชาเป็นระลึกถึงวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ทำให้พุทธศาสนิกชนได้ตั้งอยู่ในความไม่ ประมาทและเข้าใจหลักของไตรลักษณ์ คือ ลักษณะทั่วไปของสิ่งทั้งปวง ถือเป็นสามัญลักษณะ ประกอบ

1. อนิจจตา หมายถึง ความไม่เที่ยงไม่คงที่ ไม่อยู่ในภาพเดิมตลอดไป ภาวะที่เกิดขึ้นแล้วเสื่อมสลายไป กล่าวคือ ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่มีสิ่งใดที่จะคงอยู่สภาพเดิมได้ตลอดชั่วนิรันดร์ ดุจดั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงแม้จะเป็นผู้บรรลุพระสัมโพธิญาณหลุดพ้นแล้วก็ยังหนีไม่พ้นหลักของอนิจจตา มีภาวะการเกิด การเจ็บป่วย การแก่ และการตายในที่สุด เพียงแต่ว่าพระพุทธองค์ต่อแต่นี้ไปจะหลุดพ้น เป็นนิพพาน สู่บรมสุขสูงสุด โดยไม่เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏอีกแล้ว

2. ทุกขตา หมายถึง ความทุกข์ เป็นภาวะที่ถูกบีบคั้นด้วยการเกิดขึ้นและการสลายตัว ภาวะที่กดดัน ฝืนและขัดแย้งอยู่ในตัวเพราะปัจจัยปรุงแต่งให้มีสภาพเป็นอย่างนั้นเปลี่ยนแปลงไป จะทำให้คงอยู่ในสภาพนั้นไม่ได้นาน ภาวะเช่นนี้ พระพุทธองค์ทรงค้นพบหนทางพ้นทุกข์ ที่เรียกว่าอริยมรรค 8 ดังนั้น หากพุทธศาสนิกชนสามารถประพฤติปฏิบัติตามหลักอริยมรรค 8 ก็สามารถล่วงพ้นจากความทุกข์ได้ หรือสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประวันได้

วันเข้าพรรษามีความสำคัญอย่างไร

มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนิกชนและเป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนาด้วยเหตุผลดังนี้

1. พระภิกษุจะหยุดจาริกไปยังสถานที่อื่น ๆ แต่จะเข้าพักอยู่ประจำในวัดแห่งเดียวตามพุทธบัญญัติ
2. การที่พระภิกษุอยู่ประจำที่นาน ๆ ย่อมมีโอกาสได้สงเคราะห์กุลบุตรที่ประสงค์จะอุปสมบทเพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และสงเคราะห์พุทธบริษัททั่วไป
3. เป็นเทศกาลที่พุทธศาสนิกชนงดเว้นอบายมุขและความชั่วต่าง ๆ เช่น การดื่มสุรา สิ่งเสพติด และการเที่ยวเตร่เฮฮา เป็นต้น
4. นอกจากเป็นเทศกาลที่พุทธศาสนิกชนงดเว้นอบายมุขและความชั่วต่าง ๆ แล้วในช่วงเวลาพรรษา พุทธศาสนิกชนทั่วไปจะบำเพ็ญทาน รักษาศีล ฟังธรรม และเจริญภาวนามากขึ้น

ข้อปฏิบัติตนในวันเข้าพรรษา ได้แก่อะไร

ระหว่างเทศกาลเข้าพรรษานั้น พุทธศาสนิกชนนิยมไปวัด ถวายทาน รักษาศีล ฟังธรรมและเจริญจิตภาวนา ซึ่งเป็นการเว้นจากการกระทำความชั่ว บำเพ็ญความดีและชำระจิตให้สะอาดแจ่มใสเคร่งครัดยิ่งขึ้น หลักธรรมสำคัญที่ควรนำไปเป็นแนวปฏิบัติในวันเข้าพรรษาคือ “วิรัติ 3”

คำว่า วิรัติ หมายถึง การงดเว้นจากบาป และความชั่วต่าง ๆ จัดเป็นมงคลธรรมข้อหนึ่ง เป็นเหตุนำบุคคลผู้ปฏิบัติตามไปสู่ความสงบสุขปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป จำแนกออกเป็น 3 ประการคือ

1. สัมปัตตวิรัติ ได้แก่ การงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ด้วยเกิดความรู้สึกละอาย (หิริ) และเกิดความรู้สึกเกรงกลัวบาป (โอตตัปปะ) ขึ้นมาเอง เช่น บุคคลที่มิได้สมาทานศีลไว้เลยเมื่อถูกเพื่อนคะยั้นคะยอให้ดื่มสุรา ก็ไม่ยอมดื่มเพราะละอาย และเกรงกลัวต่อบาปว่าไม่ควรที่ชาวพุทธจะกระทำเช่นนั้นในระหว่างพรรษา เป็นต้น

2. สมาทานวิรัติ ได้แก่ การงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ด้วยการสมาทานศีล 5 หรือศีล 8 จากพระสงฆ์โดยเพียรพยายามระมัดระวังไม่ทำให้ศีลขาดหรือด่างพร้อย แม้มีสิ่งยั่วยวนภายนอกมาเร้าก็ไม่หวั่นไหว หรือเอนเอียง

3. สมุจเฉทวิรัติ ได้แก่ การงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ได้อย่างเด็ดขาดโดยตรงเป็นคุณธรรมของพระอริยเจ้า ถึงกระนั้น สมุจเฉทวิรัติ อาจนำมาประยุกต์ใช้กับบุคคลผู้งดเว้นบาปความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ในระหว่างพรรษากาลแล้ว แม้ออกพรรษาแล้วก็มิกลับไปกระทำหรือข้องแวะอีก

การปฏิบัติตามหลักของการงดเว้น (วิรัติ) นั้นหากบุคคลปฏิบัติตามหลักของสมุจเฉทวิรัติ นั่นคือการงดเว้นจากบาป และอบายมุขได้อย่างเด็ดขาด ไม่จำเป็นจะต้องงดเว้นได้เฉพาะในช่วงเข้าพรรษา แต่สามารถงดเว้นได้ตลอดชีวิต จะก่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในชีวิต มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสงบสุข และส่งผลต่อสังคมสงบสุขไปด้วย

วันออกพรรษามีความสำคัญอย่างไร

วันออกพรรษา ตรงกันวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันครบ 3 เดือน หลังจากที่พระภิกษุอธิษฐานตั้งใจจำพรรษาไม่จาริกไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในวันเข้าพรรษา เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันมหาปวารณา ที่เรียกเช่นนี้เป็นเพราะเป็นวันที่ภิกษุสงฆ์ที่อยู่ร่วมกัน ๓ เดือนตลอดพรรษา ได้ปวารณาตนต่อกัน คือ เปิดโอกาสให้ภิกษุอื่นเตือนเกี่ยวกับความประพฤติเสื่อมเสียใด ๆ ไม่ว่าจะโดยการได้เห็นได้ยินมาด้วยตนเองหรือโดยการระแวงสงสัยก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่ภิกษุผู้อยู่ร่วมกันนาน ๆ ย่อมจะเห็นข้อบกพร่องของกันและกันจึงควรมีการว่ากล่าวตักเตือนกันขึ้น เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ความสามัคคีขึ้นในภายหมู่สงฆ์ ก่อนที่แต่ละรูปจะจาริกไปยังสถานที่ต่าง ๆ ต่อไป

ข้อปฏิบัติตนในวันออกพรรษา ได้แก่อะไร

ในเทศกาลออกพรรษานี้ มีหลักธรรมสำคัญที่ควรนำไปปฏิบัติ คือ ปวารณา
ปวารณา ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนตนเองได้ ในการปวารณานี้ อาจแบ่งบุคคลออกเป็น 2 ฝ่ายคือ

1. ผู้ว่ากล่าวตักเตือน จะต้องเป็นผู้มีเมตตา ปรารถนาดีต่อผู้ที่ตนว่ากล่าวตักเตือน เรียกว่ามีเมตตาทางกาย ทางวาจา และทางใจ
2. ผู้ถูกว่ากล่าวตักเตือน ต้องมีใจกว้าง มองเห็นความปรารถนาดีของผู้ตักเตือน ดีใจดังมีผู้มาบอกขุมทรัพย์ให้

การปวารณานี้ จึงเป็นคุณธรรมสร้างความสมัครสมานสามัคคีและดำรงความบริสุทธิ์หมดจดไว้ในสังคมพระสงฆ์ การปวารณา แม้จะเป็นสังฆกรรมของสงฆ์ ก็อาจนำมาประยุกต์ใช้กับสังคมชาวบ้านได้ด้วย เช่น การปวารณากันระหว่างสมาชิกในครอบครัวในสถานศึกษา ในสถานที่ทำงาน พนักงานในห้างร้าน บริษัทและหน่วยงานราชการ เป็นต้น

ตัวอย่างการปวารณาในสถานศึกษา เช่น ครูมีการว่ากล่าวตักเตือนนักเรียนที่ประพฤติผิด ครูต้องว่ากล่าวตักเตือนนักเรียนที่ประกอบไปด้วยการกระทำที่เมตตา เช่น ลงโทษนักเรียนไม่ประกอบไปด้วยความโกรธ หรือรุนแรงเกินเหตุ ด้วยวาจาที่เมตตา คือว่ากล่าวตักเตือนด้วยคำพูดอ่อนโยน ไม่ประกอบด้วยความโกรธ ความฉุนเฉียว ไม่ตะโกนด่า ไม่กล่าวคำหยาบคาย เป็นต้น และประกอบด้วยใจที่เมตตา คือ ไม่คิดพยาบาทอาฆาตจองเวรนักเรียนเรียน ไม่กลั่นแกล้งนักเรียน เป็นต้น

Leave a comment

Filed under :: ศาสนาช่วงชัันที่ 4 ::