Category Archives: :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

::ประวัติศาสตร์ ::

ประวัติศาสตร์ไทย  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

มาตรฐาน ส4.3  เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญา มีความภาคภูมิใจและธำรงความเป็นไทย.

รัตนโกสินทร์เป็นช่วงสืบทอดอารยธรรมไทยครั้ง บ้านเมืองดีไว้จนพัฒนาต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

ลำดับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์                                                                                     

รัชกาล

การเมืองการปกครอง

เศรษฐกิจ

สังคมและวัฒนธรรม

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

การสถาปนา

ปราบดาภิเษก
6 เม.2325
สถาปนาราชวงศ์จักรีเริ่มต้นสมัยรัตนโกสินทร์

การปกครอง

สถาปนากรุงเทพเป็นราชธานี

การปกครองแบบเดียวกับอยุธยา
โดยเพิ่มบทบาทเสนาบดีกรมคลังเทียบ

เคียงสมุหนายกและสมุห
กลาโหมในการควบคุม

หัวเมืองต่างๆ

ชำระกฏหมายไว้เป็นหลัก
การตัดสินคดีความคือกฏหมายตราสามดวง

ตั้งท้าวเทพสตรี
ท้าวศรีสุนทร

ลดตำแหน่งผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชจาก

ประเทศราชเป็นเจ้าเมืองเอก

การค้า

ส่งเสริมการค้ากับจีนตามระบบรัฐบรรณาการโดยมีพ่อค้าจีนในไทยเป็นผู้ประสานตลาดการค้าต่างแดน
คือ สำเพ็ง
ตลาดภายในที่สำคัญ
คือ
ท่าเตียน

การประกอบอาชีพ

ส่งเสริมการเพาะปลูก

สนับสนุนอาชีพหัตถกรรมเป็นระบบอุตสาหกรรมในครัวเรือน
เช่น
ย่านตีทอง
, บ้านหม้อ,  บ้านบาตร,

สามโคก

การเก็บภาษี

ใช้ระบบเดิมสมัยอยุธยา

เงินตราใช้เงินพดด้วงประทับตราจักรี

การควบคุมกำลังพล

การแบ่งชนชั้นสังคมเหมือนสมัยอยุธยา

การเข้าเวรเกณฑ์แรงงานลดลงเหลือเพียงเข้าเดือนออกสองเดือน

พระราชทานที่อยู่ให้ชาวต่างชาตินอกเขตกำแพงพระนคร
ชาวเขมรเขารีต
ชาวญวนอยู่ทางเหนือพระนคร
,
ชาวจีนอยู่ทางใต้
,ชาวมอญ
ลาวอยู่ฝั่งธนบุรีและบางส่วนอยู่เขตพระนคร

การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

รื้อฟื้นวิถีชีวิตแบบอยุธยา
เช่น เทศน์มหาชาติ
,พิธีกฐิน
ขุดคลองมหานาค

สร้างพระบรมมหาราชวัง

รื้อฟื้นพระราชพิธีโบราณ

ส่งเสริมวรรณกรรมที่เคยมีสมัยอยุธยา
เช่น
รามเกียรติ์
,ดาหลัง, อุณรุท

นาฏกรรม
มหรสพหลวงต่างๆ

ศาสนา            

สังคายนาพระไตรปิฏกฉบับทอง

อัญเชิญพระพุทธรูปจากหัวเมืองมาไว้กรุงเทพ
เช่น
พระศรีศากยมุนี
,
พระศรีสรรเพชรดาญาณ

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ด้านการปกครอง

สถาปนาสมเด็จพระอนุชาเจ้าฟ้า
(จุ้ย) เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลกรมหลวงเสนานุรักษ์

สถาปนาเจ้านายให้กำกับราชการกรมต่างๆ
เพื่อความมั่นคง

ปราบกบฏกรมขุนกษัตรานุชิต
(เหม็น)

สร้างนครเขื่อนขันธ์เมืองสมุทรปราการเป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึก

รายได้

ห้ามค้าฝิ่น

ตั้งโรงงานผลิตน้ำตาลทราย

การค้าสำเภาไปเมืองท่าจีนและเมืองมาเก๊า

การค้าขายของหลวง, การผูกขาดของพระคลังสินค้า
ภาษีอากรเหมือนสมัยอยุธยา

การรื้อฟื้นประเพณี

ประเพณีวันวิสาขบูชา
,พระราชพิธีอาพาธพินาศ
,พระราชพิธีลง
สรงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ

การก่อสร้าง

ขยายพระบรมมหาราชวังออกไปถึงวัดพระเชตุพน

สร้างสวนขวาอันงดงาม

สร้างวิหารที่วัดสุทัศน์
และทรงแกะสลักบานประตูวิหาร

ซ่อมแซมวัดอรุณราชวราราม

การส่งเสริมวัฒนธรรม

บทพระราชนิพนธ์ละครใน
,ละครนอก ,เสภา

การปรับปรุงกระบวนท่ารำของละครนอก
,ละครใน ,โขน

การใช้ธงช้าง

การทำเครื่องเบญจรงค์ลายน้ำทอง

ศาสนา

สังคายนาบทสวดมนต์

สมโภชพระพุทธบุษยรัตน์

ส่งทูตไปลังกา

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

การส่งเสริมความมั่นคง

สร้างป้อม
ขุดคลองและต่อเรือรบเพื่อเตรียมพร้อมทางทะเลโดยสร้างป้อมที่จันทบุรีและฉะเชิงเทรา
,  เตรียมรับศึกญวน

ต่อเรือกำปั่นลำแรกชื่อแก้วกลางสมุทร

ขุดคลองแสนแสบจากหัวหมากไปเชื่อมแม่น้ำ

บางปะกงที่บางขนาก

เกิดสงครามระหว่างไทยกับเวียงจันทน์เป็นวีรกรรมคุณหญิงโมเมืองนครราชสีมา

ตีเมืองเชียงตุง       

อังกฤษส่งเซอร์เจมส์
บรุ๊ค

ขอแก้สนธิสัญญา

การค้าขาย

สนธิสัญญาเบอร์นี่กำหนดให้ไทยเก็บภาษีปากเรืออย่างเดียว
และให้พ่อค้าติดต่อค้าขายกับราษฎรโดยไม่ผ่านพระคลังสินค้า

เริ่มมีเจ้าภาษีนายอากร

เก็บภาษีอากรใหม่
เช่น
อากรบ่อนเบี้ย
, อากรหวย
ภาษีพริกไทย
ฯลฯ

ยกเลิกภาษีบางประเภท
เช่น
ภาษีฟองตนุ
, ค่าน้ำ

การเก็บเงินผูกปี้
เป็นเงินค่าธรรมเนียมจากคนจีน

เจ้านายขุนนางและชาวจีนมีบทบาทอย่างยิ่งในการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ

การก่อสร้าง

ซ่อม/สร้างพระบรมมหาราชวัง

ปฏิสังขรณ์พระอารามต่างๆ
เช่น
วัดราชโอรส
,วัดราชสิทธิ
,วัดระฆังโฆสิตาราม
,พระปรางค์วัดอรุณ
,วัดเทพธิดา
,วัดราชนัดดา
วัดเฉลิมพระเกียรติ์
, วัดสุทัศน์
,ภูเขาทองวัดสระเกศ

อิทธิพลต่างชาติ

มิชชันนารีนิกายโปรแตสแตนท์เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์

บาดหลวงปาเลอร์กัวซ์เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์นิกายโรมัน

คาทอลิค

หมอบรัดเล่ห์เริ่มนำวิทยาการ

แพทย์แบบตะวันตกเข้ามาใช้
ได้แก่การฉีดวัคซีน
, ปลูกฝี , ผ่าตัด

มิชชันนารีอเมริกันเริ่มพิมพ์หนังสือด้วยแท่นพิมพ์เป็นครั้งแรก
และหมอบรัดเล่ย์ออกหนังสือพิมพ์บางกอกรีคอดเดอร์

เกิดกรณีพิพาทกับโรเบรต์

ฮันเตอร์
ฝ่ายไทยสร้างป้อมที่

พระปะแดงเตรียมป้องกันอังกฤษ

ศาสนา

ตั้งพระราชาคณะ

สร้างพระพุทธรูปถวาย
.1 และ2

เจ้าฟ้ามงกุฏตั้งธรรมยุติกนิกายและมหามกุฏราชวิทยาลัย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ด้านความมั่นคง

สร้างป้อมป้องกันพระนครรวม
6 ป้อม

ไทยทำสัญญากับฝรั่งเศสยอมรับว่าเขมรส่วนนอกเป็นของเขมร
(พ.ศ.2410)

ด้านการปกครอง

เสด็จประพาสหัวเมืองตะวันออก
หัวเมืองชายฝั่งทะเล
หัวเมืองปักษ์ใต้

ปักปันเขตแดนไทยกับพม่าของอังกฤษ

จ้างชาวอังกฤษทำแผนที่ลำน้ำโขง

เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่
ต.หว้ากอ

ด้านสัมพันธไมตรี

แต่งฑูตไปจิ้มก้องจักรพรรดิจีน

กรุงปักกิ่ง

เซอร์จอห์น
เบาริงเข้ามาทำสนธิสัญญาพระราชไมตรีและการค้า

สหรัฐอเมริกา
ฝรั่งเศส
เดนมาร์ก
โปรตุเกส
ฮอลันดา
ปรัสเซียส่งฑูตมาทำสัญญาทางพระราชไมตรี

การปรับปรุงระบบการค้า

การจัดระบบการจัดเก็บภาษีศุลกากรและเปิดให้มีการค้าโดยเสรี

พระราชทานที่ดินให้ชาวต่างประเทศตั้งห้าง

ไทยยอมให้ฝรั่งเศสนำสุราทุกชนิดเข้ามาขาย

เสียภาษีร้อยชักสาม

ด้านการคมนาคม

ขุดคลองผดุงกรุงเกษม
คอลงมหาสวัสดิ์
,คลองถนนตรง
,คลองภาษีเจริญ

ตัดถนนเจริญกรุง,  สร้างถนนบำรุงเมือง
เฟื่องนคร

ทำประภาคารบริเวณสันดอนปากน้ำเพื่อเป็นสัญญาณเรือสินค้าเข้าออก

สนธิสัญญาเบาริง

ยกเลิกพระคลังสินค้า

เก็บภาษีขาเข้าร้อยละ
3 ของราคาสินค้า

ไทยเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
(คนต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทยกระทำผิด
ให้ขึ้นศาลของประเทศตนไม่ขึ้นศาลไทย
)

การปรับปรุงธรรมเนียม

แก้ไขธรรมเนียมข้าราชการเข้าเฝ้าให้สวมเสื้อ

กำหนดให้เรียกพระนามพระมหากษัตริย์ตามนามแผ่นดิน

พิธีบรรจุดวงชะตาพระนคร

พระราชทานเงินคนชรา
คนพิการ

เฉลิมพระชนม์พรรษาครบ
60 พรรษา

ศาสนา

ส่งสมณทูตไปลังกา

สมโภชพระปฐมเจดีย์

เสด็จนมัสการพระพุทธบาท

คืนพระบางกลับไปหลวงพระบาง

สมโภชพระแก้วมรกต

การก่อสร้าง

สร้างหมู่พระอภิเนาวนิเวศน์

สร้างพระนครคิรีที่เพชรบุรี

สร้างพระราชวังสราญรมย์

จำลองประสาทนครวัดในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สร้างประตูกำแพงพระบรมมหาราชวังชั้นนอก

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ผลจากสนธิสัญญาเบาริง

การค้าเสรีโดยที่สินค้าเข้าเป็นสินค้าบริโภคของคนทั่วไปมกกว่าสินค้าสนองความต้องการชนชั้นสูง

มีการผลิตเพื่อการค้าโดยเฉพาะข้าวมีการขยายพื้นที่ทำนา
การชลประทานเพื่อการทำนา
ลดภาษีอากรนา

ผลผลิตในอุตสาหกรรมครัวเรือนลดลง

มีการใช้เงินตราแพร่หลายและตั้งโรงกษาปณ์ขึ้น

 

 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและสภาที่ปรึกษาส่วนพระองค์

เสียดินแดนฝั่งขวา
มณฑลบูรพาให้แก่ฝรั่งเศส

เสียไทรบุรี
กลันตัน
ตรังกานู
ปะลิสให้อังกฤษ

การปฏิรูปการศาล

สถาปนากระทรวงยุติธรรม

ตั้งโรงเรียนกฎหมาย
กรมอัยการ
กรมชำระและร่างประมวลกฏหมาย

พ.ร.บ.กรรมสิทธิ์ผู้แต่งหนังสือแปลงชาติ
ล้มละลาย
และประมวลกฎหมายอาญา

การปกครองส่วนกลาง

แต่งตั้งกรมเพิ่มอีก
6 กรม

เปลี่ยนกรมเป็นกระทรวง

ประกาศตั้งกระทรวง
12 กระทรวง
ต่อมายุบเหลือ
10 กระทรวง

การปกครองส่วนภูมิภาค

แบ่งการปกครองหัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็น
4 หัวเมือง
และ
6 หัวเมืองตามลำดับ

จัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลมีข้าเหลวงเทศาภิบาลดูแล

การปกครองส่วนท้องถิ่น

จัดตั้งสุขาภิบาลท่าฉลอมขึ้น

พ.ร.บ.การสุขาภิบาล

การปฏิรูปเศรษฐกิจ

ตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์และปฏิรูปวิธีการจัดเก็บภาษีอาการ
และระเบียบการส่งเงินเข้าพระคลังมหาสมบัติ

ตั้งกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
พระคลังข้างที่
ดูแลทรัพย์สินพระมหากษัตริย์จัดทำงบประมาณแผ่นดิน

ตั้งธนาคารบุคคลัภย์

การพัฒนาคมนาคม

สร้างถนนต่างๆ
เช่น

สุรวงศ์, เดโช ,สาธร
,

สี่พระยา
,ราชดำเนิน
และหัวเมืองต่างๆ

สร้างสะพานไม้
เหล็ก
สะพานท่อ

เปิดการเดินรถรางเป็นครั้งแรกและเปิดการเดินรถไฟ

เอกชนตั้งบริษัทขุดคลองและคูนาสยามเพื่อพัฒนาคมนาคมพัฒนาการชลประทาน

การเลิกทาส

พ.ร.บ.พิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไท

พ.ร.บ.ลักษณะทาสมณฑลตะวันออกเฉียงเหนือ
และ
พ.ร.บ.เลิกทาส
พ.ศ.
2448 ร.ศ.124

การเลิกไพร่

ตรา
พ.ร.บ.รับสมัครทหารและ
พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร

จัดตั้งกรมทหารหน้า

สำรวจบัญชีสำมะโนครัวไพร่โดยให้ไพร่ขึ้นบัญชีท้องที่ไพร่อาศัยแทนบัญชีมูลนาย

การปฏิรูปการศึกษา

ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับเจ้านาย
ข้าราชบริพาร
สำหรับราษฏร

ตั้งโรงเรียนกุลสตรีวังหลัง

ตั้งโรงฝึกหัดอาจารย์          

พระราชทานทุนเล่าเรียนหลวงปีละ
2 คน

ด้านสาธารณสุข

ตั้งโรงพยาบาลแห่งแรกและตั้งโรงเรียนราชแพทยาลัย

ตั้งสภาอุณาโลมแดง

พัฒนาความเจริญแบบตะวันตก

ตั้งกรมไปรษณีย์

นำไฟฟ้าเข้ามาใช้

บริการโทรศัพท์ในเขตพระนคร

ศาสนา

สังคายนาคัมภีร์พระไตรปิฏกและพิมพ์เป็นภาษาไทยครั้งแรก

รัฐบาลอินเดียถวายพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในพระเจดีย์บรมบรรพต
(ภูเขาทองวัดสระเกศ)

ตรา
พ.ร.บ.การปกครองคณะสงฆ์

สร้างวัดราชบพิธฯ
วัดประจำรัชกาล
และวัดเทพศิรินทราวาส
วัดเบญจมบพิตร

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

ด้านการปกครอง

ตั้งกองเสือป่าฝึกพลเรือนให้รู้จักยุทธวิธีการรบแนวคิดสามัคคี

สร้างอุดมการณ์ชาตินิยม

ไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่
1 กับฝ่ายสัมพันธมิตร

ตรากฎมณเฑียรบาล

ปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาค
ตั้งมณฑลเทศาภิบาลมีอุปราชคอยดูแล

กบฏ ร.ศ.130

ตั้งดุสิตธานีเพื่อทดลองประชาธิปไตย

การปฏิรูปเศรษฐกิจ

ตั้งธนาคารออมสิน

โปรดเกล้าฯให้เลิกหวย
ก.ข.

วิกฤตการณ์เศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่
1

การศึกษา

ประกาศ
พ.ร.บ.ประถมศึกษา
พ.ศ.
2464

จัดตั้งโรงเรียนมหาดเล็กหลวงวชิราวุธวิทยาลัย

ตั้งโรงเรียนข้าราชการพลเรือน

ตั้งโรงเรียนเพาะช่าง

ประกาศตั้งกิจการลูกเสือ

การก่อสร้าง

สร้างพระราชวังสนามจันทร์
,พระราชวังบ้านปืน
,พระราชวังมฤคทายวัน
,สร้างสวนลุมพินี

ซ่อมแซมพระปฐมเจดีย์และพระประโทน

การปรับปรุงวิถีชีวิต

ประกาศใช้
พ.ร.บ นามสกุล

ใช้ พ.ศ.แทน
ร.ศ.

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ด้านการเมือง

ตั้งอภิรัฐมนตรีสภา

ตั้งสภาป้องกันราชอาณาจักร

การปฏิวัติโดยคณะราษฏร
วันที่
24 มิ.ย.2475

พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์วันที่
10 ธ.ค.2475

สละราชสมบัติ
2 มี.ค.2477

ด้านการปกครอง

ตั้งสภาบำรุงชายทะเลตะวันตกเพื่อให้คนในท้องถิ่นปกครองตนเอง

ยกเลิกภาคมณฑล
ลดฐานะจังหวัดบางจังหวัดเป็นอำเภอ
(ระหว่าง
พ.ศ.
2468-2474)

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ

ลดเงินปีที่เป็นรายจ่ายของพระคลังข้างที่และตัดทอนรายจ่ายส่วนพระองค์

ยุบหน่วยงานและตำแหน่งข้าราชการที่เกินความจำเป็น

ตัดงบประมาณรายจ่ายของกระทรวง
ทบวง
กรมต่างๆ

ลดเงินเดือนข้าราชการ

การพัฒนาด้านคมนาคม

-เปิดสะพานพระราม
6
สะพานพระพุทธยอดฟ้า

-ตั้งบริษัทเดินอากาศ
ทำการบินรับส่งโดยสารคนและไปรษณีย์ภัณฑ์ภายในประเทศ         

เปิดสถานีวิทยุกระจายเสียงสำหรับประชาชนทั่วไป

ปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามในงานฉลองพระนคร
150 ปี

สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
และการฉลองพระนคร
150
ปี

ประวัติศาสตร์ไทย
พ.ศ.
2475 –ปัจจุบัน

ประเทศไทยนับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง
พระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
ประเทศไทยพัฒนาสู่การปกครองแบบประชาธิปไตย
แต่ก็ไม่ราบรื่นนัก
เนื่องจากมีการรัฐประหาร
การปฏิรูปการเมืองเกิดขึ้นหลายครั้ง
สมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญๆ
ได้แก่

สมัยจอมพล
ป.พิบูลสงคราม

การเปลี่ยนแปลงสมัยนี้ปกครองประทศภายใต้แนวคิดการสร้างชาติใหม่
ในระบอบประชาธิปไตย
โดยมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและชีวิตความ
เป็นอยู่ของคนไทย
คุณสมบัติที่ต้องการ
คือ รักชาติ
มีวัฒนธรรมแบบอารยะ
หรือนโยบายรัฐนิยม

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

ด้านสังคม
เปลี่ยนชื่อสยามมาเป็นประเทศไทย
เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็น
1 มกราคม
เปลี่ยนแปลงการแต่งกายให้เป็นแบบตะวันตก
เปลี่ยนแปลงด้านภาษา
และยกเลิกระบบราชทินนาม

ด้านการปกครอง
ช่วงสงครามโลกครั้งที่
2 ได้นำลัทธิผู้นำมาใช้
และเหตุการณ์สำคัญได้แก่

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ญี่ปุ่นยกดินแดนที่ไทยเคยเสียดินแดนให้แก่อังกฤษ
ฝรั่งเศส
ในสมัยรัชกาลที่
5 คืนแก่ไทย

<![if !supportLists]>*
<![endif]>รัฐบาลไทยประกาศสงครามกับสัมพันธมิตร
ขบวนการเสรีไทยประท้วงการประกาศสงครามของรัฐบาลไทย
และรวบรวมคนไทยเพื่อต่อต้านญี่ปุ่น

<![if !supportLists]>*
<![endif]>หลังสงครามโลก
อังกฤษบังคับให้ไทยทำความตกลงสมบูรณ์แบบ
โดยให้คืนดินแดนที่ญี่ปุ่นยึดจากอังกฤษแล้วยกแก่ไทยคืนอังกฤษ
ให้ข้าวสารแก่อังกฤษ
1.5 ล้านตัน
และชดเชยค่าเสียหายอื่นๆ

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ไทยคืนดินแดนที่ได้มาจากญี่ปุ่นแก่ฝรั่งเศส

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ไทยเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ

ด้านเศรษฐกิจ

<![if !supportLists]>*
<![endif]>รัฐวิสาหกิจ

<![if !supportLists]>*
<![endif]>การสงวนอาชีพให้คนไทย

<![if !supportLists]>*
<![endif]>เกิดภาวะเงินเฟ้อและขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ

สมัยจอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์

การปกครองสมัยนี้แสดงถึงพลังลัทธิทหาร
ซึ่งให้ความสำคัญกับสถาบันพระมหากษัตริย์โดยที่รัฐบาลไทยเป็นตัวแทนของกษัตริย์ในการบริหารราชการแผ่นดิน
รัฐบาลทหารมีอำนาจสูงสุดในการรักษาสถาบันชาติ
ศาสนา
และพระมหากษัตริย์
ให้อยู่อย่างสันติสุข
ประชาชนมีหน้าที่เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล
แนวคิดลัทธิทหารสืบทอดถึงสมัยจอมพลถนอม
กิตติขจร
จนกระทั่งเกิดกระแสต่อต้านจากประชาชน
ระบอบเผด็จการทหารสิ้นสุดด้วยกรณีเหตุการณ์
14 ตุลาคม
2516

นโยบายเศรษฐกิจสมัยจอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างประเทศเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มนายทุนสามารถผูกขาดทางเศรษฐกิจของชาติ
โดยรัฐบาลเป็นผู้ประสานประโยชน์ไว้
ทำให้กลุ่มนักการเมือง
ข้าราชการ
พ่อค้าเป็นกลุ่มผลประโยชน์เดียวกน
แต่ประชาชนส่วนใหญ่ขาดโอกาสมีส่วนร่วมทางการเมือง
จนมีการเรียกร้องให้มีประชาธิปไตยมากขึ้น

ช่วงปี
พ.ศ.
2516-2519 ประชาชนมีส่วนร่วมและรัฐบาลเริ่มกระจายผลประโยชน์ไปยังกลุ่มประชาชนกลุ่มต่างๆ
เช่น
ความเจริญสู่ชนบท

การเปลี่ยนแปลงหลังสงครามโลกครั้งที่
2

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ไทยดำเนินนโยบายผูกพันกับอเมริกา
จึงมีการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาและสังคมตาม

<![if !supportLists]>*
<![endif]>หลังสงครามโลกอังกฤษบังคับให้ไทยทำความตกลงสมบูรณ์แบบ
โดยต้องคืนดินแดนที่ญี่ปุ่นยึดจากอังกฤษแล้วยกให้ไทยคืนแก่อังกฤษ
และให้ข้าวสารแก่อังกฤษ
1.5 ล้านตัน
รวมทั้งชดใช้ค่าเสียหายอื่นๆ

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ไทยคืนดินแดนที่ได้มาจากญี่ปุ่นคืนแก่ฝรั่งเศส
และไทยเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ไทยร่วมมือกับฝ่ายโลกเสรีเมื่ออเมริกาทำสงครามในอินโดจีน
โดยไทยเข้าร่วมสงครามกับเวียดนามด้วย

<![if !supportLists]>*
<![endif]>หลังสงครามเวียดนามไทยงดการพึ่งพาอเมริกา
หันไปสร้างความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ
เช่น จีน
รัสเซียและกลุ่มอาเซียน

 

 

Advertisements

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ชุดที่ 11::

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ชุดที่ 12 ::

  1. ข้อใดเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่แสดงให้เห็ฯการสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมนุษย์ยุคหินใหม่ได้ชัดเจนที่สุด
    1. ขวานหินขัด
    2. เครื่องดนตรีสำริด
    3. ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา
    4. การใช้กระดูกสัตว์
  2. ข้อใดเป็นจุดเริ่มต้นของยุคโลหะ
    1. การหลอมดีบุก
    2. การหลอมทองแดง
    3. การหลอมเหล็ก
    4. การหลอมสำริด
  3. ถ้าในปัจจุบันประเทศยังใช้ระบบศักราชแบบรัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.)ปีพุทธศักราช 2556 จะตรงกับรัตนโกสินทร์ศกใด
    1. ร.ศ.224
    2. ร.ศ.225
    3. ร.ศ.226
    4. ร.ศ.227
  4. ถ้าต้องการวิจัยเรื่องเืรือกับวิถีชีวิตชาวเล จะต้องใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในขั้นตอนใดเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์
    1. การตั้งประเด็นคำถามเรื่องราวที่อยากรู้
    2. การค้นหาและรวบรวมหลักฐาน
    3. การวิพากษ์และตีความหลักฐาน
    4. การสรุปข้อเท็จจริง
  5. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของจดหมายเหตุ
    1. เป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับศาสนา
    2. เป็นบันทึกจากการบอกเล่าต่อๆ กันมา
    3. เป็นข้อมูลที่ปราศจากความคิดเห็นของผู้บันทึก
    4. เป็นบันทึกที่มีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง
  6. การศึกษาประวัติศาสตร์แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุต้องศึกษาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ข้อใด
    1. ศึกษาพระเวท
    2. เมืองโบราณโมเฮนโจดาโและฮารัปปา
    3. มหากาพย์รามายณะ และมหาภารตะ
    4. เสาศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช
  7. ภูมิภาคใดได้รับอิทธิพลด้านการเมืองการปกครองจากอารยธรรมอินเดีย
    1. เอเซียกลาง
    2. เอเซียตะวันออก
    3. เอเซียตะวันตกเฉียงใต้
    4. เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
  8. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูศิลปวิทยา
    1. การยกย่องความสามารถมนุษย์
    2. การเน้นความเป็นปัจเจกชน
    3. การรื้อฟื้นความเชื่อทางศาสนา
    4. การคืนกลับมาของอารยธรรมกรีก
  9. สมัยสุโขทัยสามารถเทียบกับสมัยประวัติศาสตร์สากลในข้อใด
    1. สมัยแห่งการค้นพบและำสำรวจ
    2. สมัยแห่งสงครามเพโลพอนนีเซียน
    3. สมัยจักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลาย
    4. สมัยจักรพรรดิคอนสแตนตินแห่งโรมัน
  10. ประวัติศาสตร์ตะวันตกร่วมสมัยเริ่มต้นเมื่อใด
    1. ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
    2. ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
    3. ภายหลังสงครามเย็น
    4. ภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต
  11. ความตกลงเชนเกนเกี่ยวข้องกับเรื่อใดในกลุ่มสหภาพยุโรป
    1. การขอวีซ่าเข้าประเทศ
    2. การไม่จำกัดปริมาณสินค่านำเข้า
    3. การให้บริการด้านสถาบันการเงินข้ามชาติ
    4. การเคลื่อนย้ายสินค้าโดยไม่ต้องผ่านศุลกากร
  12. ไพร่ ในสังคมอยุธยามีฐานะใกล้เคียงกับบุคคลกลุ่มใดในปัจจุบัน
    1. แรงงานรับจ้าง
    2. สามัญชน
    3. ทหารเกณฑ์
    4. กระฏุุมพี
  13. ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับต่างชาติเรื่องใดที่รัฐต้องตัดสินใจใช้วิธีการทางทหารในการแก้ปัญหา
    1. กรณีหัวเมืองมลายูกับอังกฤษสมัยรัชกาลที่ 5
    2. วิกฤตการณ์ ร.ศ 112 กับฝรั่งเศสสมัยรัชกาลที่ 5
    3. ญี่ปุ่นเคลื่อนกองทัพเข้าไทยช่วงสงครามโลกคร้งที่ 2
    4. กรณีพิพาทเรื่องเขาพระวิหารในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
  14. วัตถุประสงค์ทีแท้จริงของการก่อตั้งขบวนการเสรีไทยในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ตรงกับข้อใด
    1. เพื่อต่อสู้กับกองทัพญี่ปุ่น
    2. เพื่อแสดงออกถึงความรักชาติ
    3. เพื่อแสดงตนเป็น่ฝ่ายพันธมิตร
    4. เพื่อช่วยเหลือคนไทยในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
  15. ขรัวอินโข่ง มีผลงานเด่นด้านใด
    1. การประดิษฐ์ลายปูนปั้น
    2. การวาดภาพ 3 มิติ
    3. การแกะสลักบานประตูพระอุโบสถ
    4. การปั้นพระพุทธรูป
  16. บุคคลใดมีบทบาทสำคัญในการเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาเบาริง
    1. ดร.ฟรานซิส บี แซร์
    2. ดร.แดน บีช บรัดเลย์
    3. วิลเลี่ยม คลิปตัน คอด์ด
    4. สมเด็จกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ
  17. ข้อใดเป็นลักษณะของการสร้างบ้านเรือนในภาคเหนือของไทย
    1. การสร้างบ้านโดยใช้แท่งหินเป็นฐาน
    2. การสร้างบ้านใต้ถุนสูง หน้าต่างน้อย
    3. การสร้างบ้านหลายหลังเชื่อมต่อกัน
    4. การสร้างบ้านที่มีใต้ถุนต่ำ หน้าต่างรอบ

1 Comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ชุดที่ 11::

  1. ถ้าต้องการวิจัยเรื่องเรือกับวิถีชีวิตชีวิตชาวเล จะต้องใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในขั้นตอนใด เพื่อให้ได้ข้อม฿ลที่สมบูรณ์
    1. การตั้งประเด็นคำถามเรื่องราวที่อยากรู้
    2. การค้นหาและรวบรวมหลักฐาน
    3. การวิพากษ์และตีความหลักฐาน
    4. การสรุปข้อเท็จจริง
  2. วิธีการในข้อใดที่เป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ให้เป็นเรื่องราว
    1. การค้นคว้าและการตีความ
    2. การวิเคราะห์และการสังเคราะห์
    3. การตีความและการสังเคราะห์
    4. การรวบรวมข้อมุลและการวิเคราะห์
  3. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของจดหมายเหตุ
    1. หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับศาสนา
    2. เป็นบันทึกจากการบอกเล่าต่อๆ กันมา
    3. เป็นข้อมลที่ปราศจากความคิดเห็นของผู้บันทึก
    4. เป็นบันทึกที่มีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง
  4. หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยที่เป็นลายลักษณ์อักษรข้อใดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์น้อย
    1. ศิลาจารึก
    2. หนังสือราชการ
    3. เอกสารส่วนบุคคล
    4. ตำนาน
  5. พระราชพงศาวดารสมัยอยุธยาฉบับใดที่นักประวัติศาสตร์ยอมรับว่ามีข้อมูลถูกต้องที่สุด
    1. ฉบับบริติชมิวเซียม
    2. ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)
    3. ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์
    4. ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์
  6. ธรรมจักรและกวางหมอบ เป็นโบราณวัตถุในยุคใด
    1. ฟูนัน
    2. ละโว้
    3. ศรีวิชัย
    4. ทวารวดี
  7. กุศโลบายทางการเมืองใดที่พระมหากษัตริย์สุโขทัยทรงใช้ในการดำเนินนโยบายเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นของอาณาจักร
    1. การควบคุมกำลังคนให้เป็นหมวดหมุ่
    2. การสร้างความสัมพันธ์ในระบบเครือญาติ
    3. การสถาปนารูปแบบการปกครองตามระบบศักดินา
    4. การส่งพระโอรสไปปกครองหัวเมืองประเทศราช
  8. พระราชนิพนธ์เร่องไตรภูมิพระร่วง ของพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดใดเป็นหลัก
    1. พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์
    2. พระพุทธศาสนาลัทธิวัชรยาน
    3. พระพุทธศาสนาลัทธิสยามวงศ์
    4. ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู
  9. การที่พระมหากษัตริย์ทรงมีฐานะเป้นสมมติเทพ เป็นคติความเชื่อใด
    1. พราหมณ์ ฮินดู
    2. พุทธศาสนาแบบเถรวาท
    3. พุทธศาสนาแบบมหายาน
    4. คติดั้งเดิม
  10. ข้อใดเป็นลักษณะการค้ากับต่างประเทศสมัยอยุธยา
    1. เป็นการผูกขาดโดยพระคลังสินค้า
    2. เป็นการผูกขาดโดยขุนนางระดับสูง
    3. เป็นการค้าเสรีโดยไม่กีดกันชาวต่างชาติ
    4. เป็นการค้าเสรีภายใต้การควบคุมของขุนนาง
  11. การปฏิรูปการปกครองในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถก่อให้เกิดผลที่สำคัญอย่างไร
    1. ทำให้สถาบันขุนนางมีอำนาจเข้มแข้งมากขึ้น
    2. ทำให้เกิดการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองหลังการปฏิรูปบ่อยขึ้น
    3. ทำให้กลุ่มเข้านายมีอำนาจต่อรองผลประโยชน์กับกลุ่มขุนนางมากยิ่งขึ้น
    4. ทำให้เกิดความขัดแย้งกับอาณาจักรเพื่อนบ้านของอาณาจักรอยุธยาที่อยู่โดยรอบ
  12. ระบบศักดินาส่งผลต่อสังคมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้นอย่างไร
    1. เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน
    2. เกิดระบบชนชั้นในสังคมไทย
    3. เกิดการแบ่งอำนาจการปกครอง
    4. เกิดระบบการควบคุมการใช้แรงงาน
  13. ระบบใดสะท้อนให้เห็นว่ากำลังคนเป็นทรัพยากรสำคัญในดินแดนไทยสมัยโบราณ
    1. ระบบไพร่
    2. ระบบผูกขาด
    3. ระบบอุปถัมภ์
    4. ระบบศักดินา
  14. ภายหลังไทยทำสัญญาเบาริงกับอังกฤษในพ.ศ.2398 แล้วก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยอย่างไร
    1. ไทยต้องการยกเลิกระบบผูกขาดการค้าโดยพระคลังสินค้ากับสินค้าบางประเภท
    2. มีการปรับปรุงภาษีสินค้าขาเข้าบางประเภทเป็นร้อยละ ๓
    3. เงินตราได้เข้ามามีความสำคัญมากในทุกระดับของสังคมและทุกกิจกรรม
    4. ความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์และทรัพย์สินเงินตราเริ่มลดน้อยลง
  15. การเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศสมัยรัชกาลที่ ๓ ถึงรัชกาลที่ ๕ ทำให้ไทยได้รับประโยชน์สูงสุดในเรื่องใด
    1. การเรียนรู้วิทยาการสมัยใหม่
    2. การเรียนรู้ระบบการค้ากับประเทศตะวันตก
    3. การแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
    4. การรอดพ้นจากการคุกคามของลัทธิจักรวรรดินิยม
  16. จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทย ใครเป็นผู้มีความคิดริเริ่มเรื่องการปกครองโดยพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
    1. พระมหากษัตริย์
    2. เจ้านายและขุนนาง
    3. นายทหารสัญญาบัตร
    4. ชนชั้นกลางและประชาชน
  17. เย็นเป็นลูกทาสที่เกิดใหม่ และได้รับอิสรภาพโดยสมบูรณ์ตามกฏหมายใน พ.ศ.๒๔๓๒ แสดงว่าเย้นเกิดในปีใด
    1. ปีที่รัชกาลที่ ๕ เสด็จเถลิงราชสมบัติ
    2. ปีที่รัชกาลที่ ๕ ทรงประกาศใช้พระราชบัญญัติทาส
    3. ปีที่รัชกาลที่ ๕ ทรงประกาศใช้พระราชบัญญัติการเกณฑ์ทหาร
    4. ปีที่รัชกาลที่ ๕ ทรงประกาศพระราชบัญญัติ
  18. รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองการปกครองที่มีแนวคิดที่จะให้ประชาชนชาวไทยรู้จักการปกครองตนเองมากที่สุดได้แก่เรื่องใด
    1. การจัดตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    2. การจัดตั้งเสนาบดี กระทรวง กรม แบบชาติตะวันตก
    3. การจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล
    4. การจัดตั้งสุขาภิบาล
  19. พระราชกรณียกิจใดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติก่อนพระราชกรณียกิจอื่นหลังจากขึ้นครองราชย์
    1. เสด็จประพาสต้น
    2. ตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์
    3. เสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศ
    4. ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
  20. ข้อใดไม่ใได้เกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. การปฏิรุปการศึกษา
    2. การจัดตั้งกระทรวง
    3. การปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย
    4. การประกาศใช้ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์
  21. ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนหน้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลง พ.ศ.๒๔๗๕ รัชกาลที่ ๗ ทรงมีแนวพระราชดำริทางการเมืองในการริเริ่มประชาธิปไตยอย่างไร
    1. ทรงริเริ่มให้มีการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นหลักในการปกครองประเทศ
    2. มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาลฉบับแรกใน พ.ศ.๒๔๗๔
    3. โปรดให้มีการทดลองเลือกตั้งสมาชิกสภาผุ้แทนราษฏรในบริเวณพระราชวังดุสิต
    4. ทรงจัดตั้งอภิรัฐมนตรีสภาเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
  22. นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.๒๔๗๕ เป็นต้นมาจนถึงสมัยที่ประเทศไทยต้องเข้าสุ่สงครามมหาเอเซียบูรพา รัฐบาลไทยในขณะนั้นมีแนวคิด ในการนำเศรษฐกิจแบบทุนนิยมโดยรัฐบาลใช้ เพราะเหตุใด
    1. เตรียมตัวให้พร้อมกับสถานการณ์ของโลกในขณะนั้น
    2. ต้องการขัดขวางการครอบงำทางเศรษฐกิจของหมู่ชนชั้นศักดินา
    3. เพื่อสกัดกั้นการเข้ามาครอบงำทางเศรษฐกิจและสังคมของชาวต่างชาติ
    4. ต้องการตอบแทนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับผู้คุมกำลังหน่วยทหาร
  23. ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับต่างชาติเร่่องใดที่รัฐต้องตัดสินใช้วิธีการทางทหารในการแก้ปัญหา
    1. กรณีหัวเมืองมลายูกับอังกฤษสมัยรัชกาลที่ ๕
    2. วิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒ กับฝรั่งเศสสมัยรัชกาลที่ ๕
    3. ญุ่ี่ปุ่นเคลื่อนกองทัพเข้าไทยช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒
    4. กรณีพิพาทเรื่องเขาวิหารในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒
  24. การปลุกกระแสนิยมความรักชาติ และความทันสมัย เกดขึ้นในสมัยนายกรัฐมนตรีคนใด
    1. จอมพล ป.พิบูลสงคราม
    2. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชตื
    3. จอมพลถนอม กิตติขจร
    4. จอมพลเปรม ติณสูลานนท์
  25. ประเทศไทยได้เผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกในช่วงเวลาใด
    1. หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑
    2. หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒
    3. หลังวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒
    4. หลังการลงนามในสนธิสัญญานายกรัฐมนตรี
  26. พระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมืองในระเทศไทยประกาศใช้เป้นครั้งแรก ในสมัยที่ใครเป็นนายกรับมนตรี
    1. พระยามโนปกรณ์นิติธาดา
    2. พระยาพหลพลพยุหเสนา
    3. จอมพล ป.พิบูลสงคราม
    4. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
  27. วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการตั้งขบวนการเสรีไทยระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ตรงกับข้อใด
    1. เพื่อต่อสู้กับกองทัพญี่ปุ่น
    2. เพื่อแสดงออกถึงความรักชาติ
    3. เพื่อแสดงตนเป้นฝ่ายพันธมิตร
    4. เพื่อช่วยเหลือคนไทยในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
  28. เหตุการณ์ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ มีความสัมพันธ์กับประเด็นที่สำคัญในการเมืองไทยในลักษณะใด
    1. การเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย
    2. การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มิได้มาจากสมาชิกสภาผุ้แทนราษฏร
    3. การเดินทางกลับคืนสุ่ประเทศไทยของอดีตนายกรัฐมนตรี
    4. การก่อความวุ่นวายทางการเมืองของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
  29. ขรัวอินโข่ง มีผลงานเด่นด้านใด
    1. การประดืษฐ์ลายปูนปั้น
    2. การวาดภาพ ๓ มิติ
    3. การแกะสลักประตูพระอุโบสถ
    4. การปั้นพระพุทธรูป
  30. บุคคลใดมีบทบาทสำคัญในการเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาเบาริง
    1. ดร.ฟรานซิส บี.แซร์
    2. ดร.แดน บิช บรัดเลย์
    3. วิลเลียม คลิปตัน ดอด์ด
    4. สมเด็จกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ
  31. ข้อใดคือคุณูปการของหมอบรัดเลย์ที่มีต่อสังคมไทย
    1. การบุกเบิกสิ่งพิมพ์ และการออกหนังสือพิมพ์ภาษาไทย
    2. การนำพืชสมุนไพรมารักษาโรคควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน
    3. การสอนหนังสือควบคู่ไปกับการเผยแพร่ศาสนาคริสต์
    4. การเปิดโรงพยาบาลรักษาด้วยการแพทย์สมัยใหม่
  32. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชบายในการรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติบ้านเมืองจนประสบผลสำเร็จเทียบได้กับพระบรมราโชบายของพระมหากษัตริย์พระองค์ใด
    1. สมเด้จพระนโรศวรมหาราช
    2. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
    3. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
    4. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
  33. กิจกรรมใดที่ถือว่าเป็นการปฏิวัติทางเศรษฐกิจครั้งแรกของมนุษย์
    1. การประดิษฐ์คันไถ
    2. การตั้งถิ่นฐานและเพาะปลูก
    3. การใช้เครื่องจักรในระบบการผลิต
    4. การประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ด้วยโลหะ
  34. ข้อใดเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่แสดงให้เห็นการสร้างสรรค์อันเป้นเอกลักษณ์เฉพาะของมนุษย์ยุคหินใหม่ได้ชัดเจนที่สุด
    1. ขวานหินขัด
    2. เครื่องดนตรีสำริด
    3. ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา
    4. การใช้กระดุกสัตว์เขาสัตว์เป็นอาวุธ

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: พระเจ้า่ตากสิน ::

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงมีพระราชสมภพที่พระนครศรีอยุธยาเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ.๒๒๗๗ ทรงสถาปนา กรุงธนบุรีเป็นราชธานี ครองราชย์เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๑๐ พระชนมายุ ๓๔ พรรษา พงศาวดารเรียกพระนามของพระองค์ว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรืออีกพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ ๔ เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ พระชนมายุได้ ๔๘ พรรษา

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งราชธานีใหม่ขึ้นที่เมืองธนบุรี เรียกนามว่า กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร แต่เอกสารทางราชการสมัยกรุงธนบุรียังคงเรียกนามเมืองหลวงตามเดิมว่า “กรุงเทพพระมหานครศรีอยุธยา” เจ้าตากทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ตามแบบพระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงเก่า จดหมายเหตุโหรระบุว่าเป็นวันอังคาร แรมสี่ค่ำ จุลศักราช 1129 ซึ่งตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2310 เฉลิมพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 ในขณะที่ยังมีพระชนมายุ 34 พรรษา ความสำเร็จดังกล่าวทำให้มีผู้ที่มีแนวคิดต้องการรื้อฟื้นราชอาณาจักรอยุธยาขึ้นมาใหม่มาเข้าร่วมด้วยกับชุมนุมของพระองค์เป็นอันมาก ทำให้สถานะพระมหากษัตริย์ของพระองค์เด่นชัดยิ่งขึ้น อีกทั้งพระองค์ยังทรงเริ่มประกอบพระราชกรณียกิจตามแบบอย่างพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาเพื่อแสดงถึงสิทธิธรรมการเลือกกรุงธนบุรีเป็นราชธานียังถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เสียหายจากสงครามกับพม่าด้วย

พระราชกรณียกิจที่สำคัญในรัชสมัยของพระองค์ คือ การกอบกู้เอกราชจากพม่าภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง โดยขับไล่ทหารพม่าออกจากราชอาณาจักรจนหมดสิ้น และยังทรงทำสงครามตลอดรัชสมัยเพื่อรวบรวมแผ่นดินซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของขุนศึกก๊กต่าง ๆ ให้เป็นปึกแผ่น เช่นเดียวกับขยายพระราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูประเทศในด้านต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติหลังสงคราม ทรงส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม และการศึกษา เนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อแผ่นดินไทย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 28 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหราช” และยังทรงได้รับสมัญญานาม “มหาราช” อีกด้วย

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ราชสกุลในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ::

ราชสกุลในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ๒๕ ราชสกุล ได้แก่

  • ราชสกุล สินสุข (สินศุข)
  • ราชสกุล จาตุรงคกุล
  • ราชสกุล รุ่งไพโรจน์
  • ราชสกุล อธินันทน์
  • ราชสกุล ณ ราชสีมา
  • ราชสกุล เมนะรุจิ
  • ราชสกุล รายณสุข
  • ราชสกุล กาญจนพิมาย
  • ราชสกุล พรหมนารท
  • ราชสกุล ศิลานนท์
  • ราชสกุล โกมารกุล ณ นคร
  • ราชสกุล ณ นคร
  • ราชสกุล อินทรโยธิน
  • ราชสกุล คชวงศ์ (คชวงษ์)
  • ราชสกุล มหาณรงค์
  • ราชสกุล อินทรกำแหง
  • ราชสกุล อินทโสฬส
  • ราชสกุล อินทนุชิต
  • ราชสกุล เชิญธงไชย
  • ราชสกุล เนียมสุริยะ
  • ราชสกุล นิลนานนท์ (นินนานนท์)
  • ราชสกุล พงษ์สิน
  • ราชสกุล ศิริพร
  • ราชสกุล ชูกริส (ชูกฤส)
  • ราชสกุล รัฐกิจวิจารณ์ ณ นคร

ราชสกุลทั้งหมด ทั้ง ๒๕ ราชสกุลนั้นสืบเชื้อสายโดยตรงจากสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช)

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ชุดที่ 10::

  1. หากท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ท่านจะไม่ พบสิ่งใด
    1. เครื่องประดับ                                      
    2. อาวุธหินกะเทาะ         
    3. แผ่นศิลาจารึก                                     
    4. หม้อดินเผาสามขา
  2. วิพากษ์วิธีทางประวัติศาสตร์หมายถึงวิธีการใด         
    1. การตีความ                                           
    2. การประเมิน         
    3. การวิเคราะห์                                      
    4. การสังเคราะห์
  3. การสร้างงานศิลปกรรมของโรมันมีจุดมุ่งหมายใดเป็นหลัก
    1. เพื่อประโยชน์ใช้สอย
    2. เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม
    3. เพื่อแสดงความศรัทธาต่อศาสนา
    4. เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิ
  4. นวัตกรรมใดที่ทำให้เกิดการปฏิวัติภูมิปัญญาของชาติตะวันตก         
    1. ปฏิทิน                                                  
    2. กระดาษ       
    3. แท่นพิมพ์                                            
    4. นาฬิกากลไก
  5. อาณาจักรโบราณในดินแดนสุวรรณภูมิได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมใดมากที่สุด         
    1. อารยธรรมจีน                                      
    2. อารยธรรมขอม         
    3. อารยธรรมอินเดีย                              
    4. อารยธรรมอิสลาม
  6. บุคคลใดได้รับการประกาศยกย่องจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติในสาขาปราชญ์และกวีประจำปี 2551
    1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
    2. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
    3. พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงวงษาธิราชสนิท
    4. หม่อมราโชทัย หรือหม่อมราชวงศ์กระต่าย อิศรางกูร
  7. ที่ตั้งของแคว้นตามพรลิงค์ตรงกับบริเวณใดในปัจจุบัน         
    1. ไทรบุรี                                                  
    2. ปัตตานี       
    3. สุราษฎร์ธานี                                       
    4. นครศรีธรรมราช
  8. การสถาปนากรุงศรีอยุธยาเกิดจากการรวมกันของเมืองใด         
    1. ละโว้-พิษณุโลก                                  
    2. สุพรรณภูมิ-ละโว้         
    3. พิษณุโลก-สุโขทัย                              
    4. สุโขทัย-สุพรรณภูมิ
  9. พระมหากษัตริย์พระองค์ใดทรงริเริ่มธรรมเนียมการดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยาร่วมกับขุนนางและข้าราชการ
    1. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    2. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    3. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
    4. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
  10. ความสัมพันธ์ระหว่างไพร่กับมูลนายในสังคมไทยโบราณอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด         
    1. ระบบกฎหมาย                                   
    2. ความจงรักภักดี         
    3. ค่านิยมและประเพณี                        
    4. วัฒนธรรมและกฎหมาย
  11. ข้อใดแสดงถึงอารยธรรมของเมโสโปเตเมีย         
    1. อักษรลิ่ม                                              
    2. ซิกกูแรต         
    3. กฎหมายสิบสองโต๊ะ                        
    4. ระบบการชลประทาน
  12. หลักฐานประเภทใดสนับสนุนแนวคิดที่ว่ากลุ่มชนชาติไทยอยู่ในบริเวณตอนใต้ของจีน
    1. หลักฐานทางด้านโบราณคดี            
    2. หลักฐานทางด้านภาษาศาสตร์
    3. หลักฐานทางด้านมานุษยวิทยา      
    4. หลักฐานทางด้านพันธุศาสตร์
  13. ลีโอนาร์โดดาวินชีเป็นผู้สร้างผลงานใด
    1. ภาพวาดโมนาลิซา
    2. ภาพบนเพดานวิหารซิสทีน
    3. ประติมากรรมหินอ่อนเดวิด
    4. ภาพวาดพระกระยาหารมื้อสุดท้าย
  14. เติ้งเสี่ยวผิงใช้นโยบายด้านใดในการพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัย
    1. ด้านเกษตรกรรม
    2. ด้านอุตสาหกรรม
    3. ด้านการป้องกันประเทศ
    4. ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  15. ในอดีตฟิลิปปินส์เคยอยู่ใต้การปกครองของประเทศใด         
    1. สเปน                                                   
    2. ฮอลันดา         
    3. โปรตุเกส                                              
    4. สหรัฐอเมริกา
  16. การปฏิวัติในฝรั่งเศส ค.ศ. 1789 เชิดชูหลักการใด         
    1. เสรีภาพ                                                               
    2. สันติภาพ         
    3. เสมอภาค                                             
    4. ภราดรภาพ
  17. ผู้ใดอยู่ในระบบศักดินาของสังคมไทย         
    1. กษัตริย์                                                  
    2. พระสงฆ์         
    3. วนิพก                                                   
    4. ทาส
  18. เรื่องใดเป็นผลสืบเนื่องจากการทำสนธิสัญญาเบาว์ริง
    1. เกิดการค้าแบบเสรี
    2. เกิดการขยายตัวของสินค้าหัตถกรรม
    3. เกิดการผลิตข้าวเพื่อการค้าและส่งออก
    4. เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรมทอผ้า
  19. ข้อใดปรากฏอยู่ในการปฏิรูปการปกครองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว         
    1. รัฐสภา                                                  
    2. เสนาบดีสภา
    3. รัฐธรรมนูญ                                         
    4. สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
  20. พระที่นั่งใดสร้างโดยได้รับอิทธิพลของสถาปัตยกรรมตะวันตก         
    1. จักรพรรดิพิมาน             
    2. จักรีมหาปราสาท         
    3. ดุสิตมหาปราสาท
    4. อนันตสมาคม

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::