Category Archives: :: ธรรมศึกษา ::

:: อนุพุทธประวัติ ::

  1. อนุพุทธประวัติ หมายถึงประวัติของใคร
    1. พระพุทธเจ้า
    2. พระอรหันต์
    3. พระสาวกของพระพุทธเจ้า
    4. ถูกทุกข้อ
  2. ผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เลิศในทางนัั้นๆ เรียกชื่อว่าอะไร
    1. อริยบุคคล
    2. พระสาวก
    3. เอตทัคคะ
    4. พหูสูต
  3. พระอนุพุทธะรุปใด เคยทำนายพระลักษณะของพระมหาบุรุษ
    1. พระอัญญาโกณฑัญญะ
    2. พระสารีบุตร
    3. พระอานนท์
    4. พระอุบาลี
  4. พระอัญญาโกณฑัญญะได้รับยกย่องในด้านใด
    1. ตรัสรู้เร็ว
    2. รัตตัญญู
    3. มีปัญญามาก
    4. มีฤทธิ์มาก
  5. ผุ้ได้รับการยกย่องว่ามีบริวารคือใคร
    1. พระสารีบุตร
    2. พระอุรุเวลกัสสปะ
    3. พระอานนท์
    4. พระอุบาลี
  6. ใครเป็นกำลังสำคัญในการประกาศพระศาสนาครั้งแรกที่แคว้นมคธ
    1. นิครนถ์นาฏบุตร
    2. สัญชัยปริพาชก
    3. อุปกาชีวก
    4. ปูรณกัสสปะ
  7. พระสาวกรูปใด ก่อนบวชบำเพ็ญพรตด้วยการบูชาไฟ
    1. พระสารีบุตร
    2. พระอุรุเวลกัสสปะ
    3. พระอานนท์
    4. พระอุบาลี
  8. อุปติสสะและโกลิตะ เคยบวชในสำนักใครมาก่อน
    1. นิครนถ์นาฏบุตร
    2. สัญชัยปริพาชก
    3. อุปกาชีวก
    4. ปูรณกัสสปะ
  9. พระธรรมเสนาบดี เป็นชื่อเรียกพระสาวกรูปใด
    1. พระสารีบุตร
    2. พระอุรุเวลกัสสปะ
    3. พระอานนท์
    4. พระราหุล
  10. พระสาวกรูปใด เป็นแบบอย่างเรื่องความกตัญญู
    1. พระราธะ
    2. พระยสะ
    3. พระสารีบุตร
    4. พระราหุล
  11. นาลันทา เป็นบ้านเกิดของพระสาวกรูปใด
    1. พระอัสสชิ
    2. พระสารีบุตร
    3. พระอานนท์
    4. พระราหุล
  12. พระสาวกรูปใด เปรียบเหมือนนางนมผู้เลี้ยงดูทารก
    1. พระโกณฑัญญะ
    2. พระสารีบุตรร
    3. พระโมคคัลลานะ
    4. พระอุบาลี
  13. พระพุทธเจ้าตรัสอุบายแก้ง่วงแก่พระสาวกรูปใด
    1. พระอัสสชิ
    2. พระโมคคัลลานะ
    3. พระอานนท์
    4. พระราหุล
  14. เราจักไม่ชูงวง เข้าไปสู่ตระกูล คำว่าชูงวง ตรงกับข้อใด
    1. ยกตนข่มท่าน
    2. ถือตัว
    3. ลดตัว
    4. ประจบ
  15. พระมหากัสสปะเห็นโทษในการครองเรือนอย่างไร จึงออกบวช
    1. รับผิดชอบมาก
    2. ก่อเวร
    3. ก่อศัตรู
    4. คอยเป็นผู้รับบาป
  16. พระมหากัสสปะได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านใด
    1. มีปัญญามาก
    2. มีบริวารมาก
    3. รัตตัญญู
    4. ทรงธุดงค์
  17. ธุดงค์ข้อใดที่พระมหากัสสปะ ไม่ถือปฏิบัติเป็นวัตร
    1. อยู่ป่า
    2. ถือผ้าบังสุกุล
    3. เที่ยวบิณฑบาต
    4. อยู่โคนไม้
  18. พระมหากัสสปะ รับหน้าที่อะไรในครั้งปฐมสังคายนา
    1. ตอบพระวินัย
    2. ตอบพระธรรม
    3. ตอบพระอภิธรรม
    4. ประธานสงฆ์
  19. พระมหากัจจายนะ ก่อนบวชดำรงตำแหน่งอะไร
    1. ปุโรหิต
    2. องครักษ์
    3. เจ้าลัทธิ
    4. อำมาตย์
  20. ข้อใดเป็นเอตทัคคะของพระมหากัจจายนะ
    1. มีสติ
    2. เป็นพหุสูต
    3. มีความเพียง
    4. อธิบายความย่อให้พิศดาร
  21. พระอานนท์เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าอย่างไร
    1. พระอนุชา
    2. สหชาติ
    3. พุทธอุปัฏฐาก
    4. ถูกทุกข้อ
  22. พระอานนท์บรรลุโสดาปัตติผล เพราะฟังธรรมจากใคร
    1. พระปุณณมันตานีบุตร
    2. พระอัสสชิ
    3. พระยสะ
    4. พระสารีบุตร
  23. พระอานนท์ทูลขออะไร ก่อนรับหน้าที่พุทธอุปัฏฐาก
    1. พร 8 ประการ
    2. สิทธิพิเศษ
    3. เอตทัคคะ
    4. ปกครองสงฆ์
  24. พระอานนท์ทูลขอพรข้อสุดท้าย เพื่อประโยชน์อะไร
    1. ลาภสักการะ
    2. อำนาจ
    3. ทรงจำธรรม
    4. แสดงกตัญญู
  25. พระอุบาลีก่อนบวช ท่านมีตำแหน่งอะไรในราชสำนัก
    1. ปุโรหิต
    2. อำมาตย์
    3. นายภูษามาลา
    4. ทหารองครักษ์
  26. ในคราวปฐมสังคายนา พระอุบาลีทำหน้าที่อะไร
    1. ตอบพระวินัย
    2. ตอบพระอภิธรรม
    3. ตอบพระสูตร
    4. ถูกทุกข้อ
  27. พระสาวกรูปใด อยู่ในครรภ์มารดานานที่สุด
    1. พระอานนท์
    2. พระจุนทะ
    3. พระอุบาลี
    4. พระสิวลี
  28. พระสิวลีได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศในด้านใด
    1. มีฤทธิ์
    2. มีลาภ
    3. มีปัญญา
    4. มีคติ
  29. ใครเป็นอุปัชฌาย์ของพระราหุล
    1. พระอัสสชิ
    2. พระมหากัสสปะ
    3. พระสารีบุตร
    4. พระอุบาลี
  30. พระราหุลได้รับการยกย่องว่าเป็นเลิศด้านใด
    1. มีบริวารมาก
    2. มีลาภมาก
    3. ใคร่ในการศึกษา
    4. พหุสูต
  31. ใครเป็นภิกษุณีรูปแรกในพระพุทธศาสนา
    1. ปชาบดีโคตมี
    2. กีสาโคตมี
    3. เขมา
    4. ปฏาจารา
  32. พระสาวกรูปใด ทูลขอให้สตรีบวชเป็นภิกษุณี
    1. พระอานนท์
    2. พระอุบาลี
    3. พระสารีบุตร
    4. พระสีวลี
  33. ในครุธรรมภิกษุณีต้องฟังโอวาทจากภิกษุสงฆ์มีกำหนดเวลาไว้อย่างไร
    1. ทุกวัน
    2. ทุกกึ่งเดือน
    3. ทุกเดือน
    4. ทุกปี
  34. ครุธรรมข้อใด กำหนดให้ภิกษุณีต้องอยู่ในอาวาสที่มีพระภิกษุจำพรรษา
    1. ข้อ 2
    2. ข้อ 4
    3. ข้อ 6
    4. ข้อ 8
  35. พระเขมาเถรี บรรลุพระอรหันต์ผลเพราะฟังธรรมเรื่องใด
    1. ความไม่เที่ยง
    2. ความงาม
    3. ความอดทน
    4. ความเพียร
  36. พระเขมาเถรี บวชด้วยวฺิธีใด
    1. รับครุธรรม
    2. เอหิภิกขุ
    3. ไตรสรณคมน์
    4. รับโอวาท
  37. พระอุบลวรรณาเถรีเกิดในตระกูลใด
    1. กษัตริย์
    2. เศรษฐี
    3. พราหมณ์
    4. ศูทร
  38. พระอุบลวรรณาเถรี ได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศด้านใด
    1. มีฤทธิ์มาก
    2. รัตตัญญู
    3. มีปัญญามาก
    4. ทรงวินัย
  39. พระปฏาจาราเถรี ได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศด้านใด
    1. มีฤทธิ์มาก
    2. รัตตัญญู
    3. มีปัญญามาก
    4. ทรงวินัย
  40. ประวัติพระปฏาจาราเป็นคติเตือนใจเรื่องใด
    1. ความรัก
    2. ความโลภ
    3. ความโกรธ
    4. ความริษยา
  41. การทำวัตรสวดมนต์มีความมุ่งหมายอย่างไร
    1. ละกิเลส
    2. เป็นอุบายสงบจิต
    3. ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์
    4. ถูกทุกข้อ
  42. พิธีถวายเที่ยนพรรษา นิยมถวายช่วงเวลาใด
    1. เข้าพรรษา
    2. ลอยกระทง
    3. ปวารณา
    4. ทอดกฐิน
  43. วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 ตรงกับวันอะไร
    1. เข้าพรรษา
    2. ลอยกระทง
    3. ปวารณา
    4. ทอดกฐิน
  44. วันเทโวโรหณะ ชาวพุทธนิยมทำบุญอะไร
    1. ตักบาตร
    2. บังสุกุล
    3. ทอดกฐิน
    4. ทอดผ้าป่า
  45. วันธรรมสวนะ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าวันอะไร
    1. วันอุโบสถ
    2. วันเข้าพรรษา
    3. วันพระ
    4. วันปวารณา
  46. การเจริญพระพุทธมนต์เกิดขึ้นครั้งแรกที่เมืองใด
    1. ราชคฤห์
    2. เวสาลี
    3. สาวัตถี
    4. พาราณสี
  47. ขันหมาก เป็นเครื่องประกอบพิธีใด
    1. แต่งงาน
    2. ทำบุญอายุ
    3. โกนจุก
    4. แห่นาค
  48. งานมงคลสมรส ปัจจุบันนิยมนิมนต์พระกี่รูป
    1. 4 รุป
    2. 5 รุป
    3. 9 รุป
    4. 10 รูป
  49. พิธีทำบุญอายุ เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยใด
    1. รัชกาลที่ 4
    2. รัชกาลที่ 5
    3. รัชกาลที่ 6
    4. รัชกาลที่ 7
  50. พิธีนพเคราะห์ นิยมจัดขึ้นในงานทำบูญอะไร
    1. ทำบุญอายุ
    2. แต่งงาน
    3. ขึ้นบ้านใหม่
    4. โกนจุก

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

:: กรรมบถ ::

  1.  ทางของการกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา เรียกว่าอะไร
    1. กรรมบถ
    2. กรรมวิบาก
    3. กรรมสัทธา
    4. กรรมลิขิต
  2. พระพุทธศาสนาสอนให้เชื่อเรื่องใด
    1. ไสยศาสตร์
    2. ปาฏิหารย์
    3. กรรม
    4. เทพเจ้า
  3. สิ่งใดสำคัญที่สุดในการกระทำกรรม
    1. เจตนา
    2. อารมณ์
    3. อวิชชา
    4. สังขาร
  4. กรรมที่ทำทางวาจา เรียกว่าอะไร
    1. กายกรรม
    2. วจีกรรม
    3. มโนกรรม
    4. วิบากกรรม
  5. กรรมเป็นทางไปสุ่สุคติหรือทุคติ ตรงกับข้อใด
    1. กรรมเวร
    2. กรรมคติ
    3. กรรมนิมิต
    4. กรรมบถ
  6. การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เป็นกรรมประเภทใด
    1. กายกรรม
    2. วจีกรรม
    3. มโนกรรม
    4. ถูกทุกข้อ
  7. ข้อใดไม่เป็นอารมณ์แห่งปาณาติบาต
    1. เงิน
    2. นก
    3. ปลา
    4. ม้า
  8. ข้อใดไม่ใช่กิริยาที่ประพฤติก้าวล่วงต่อสัตว์มีชีวิต
    1. การฆ่า
    2. การทำร้ายร่างกาย
    3. การทรกรรม
    4. การโจรกรรม
  9. ข้อใดไม่เป็นเหตุจูงใจให้ทำปาณาติบาต
    1. ปักษี
    2. ปักษา
    3. ปาณา
    4. ปราณี
  10. จิตคิดจะฆ่า เป็นองค์แห่งอกุศลกรรมบถข้อใด
    1. ปาณาติบาต
    2. พยาบาท
    3. อทินนาทาน
    4. ผรุสวาจา
  11. ฆ่าโดยอาการใดมีโทษมากที่สุด
    1. เพื่อป้องกันตัว
    2. ไตร่ตรองไว้ก่อน
    3. บันดาลโทสะ
    4. ป้องกันโรค
  12. ปาณาติบาตมีโทษมาก เพราะฆ่าสัตว์ชนิดใด
    1. ช้าง
    2. สุนัข
    3. แมว
    4. ลิง
  13. ปาณาติบาตมีองค์กี่ประการ
    1.  3 ประการ
    2. 4 ประการ
    3. 5 ประการ
    4. 6 ประการ
  14. คำว่ามือเปื้อนเลือด ตรงกับอกุศลกรรมบถข้อใด
    1. ปาณาติบาต
    2. อทินนาทาน
    3. กาเมสุมิจฉาจาร
    4. สัมผัปปลาปะ
  15. ข้อใดเป็นปาณาติบาตที่เกิดขึ้นทางวจีทวาร
    1. ฆ่าตัวตาย
    2. สั่งให้ฆ่า
    3. จิตคิดจะฆ่า
    4. ลงมือฆ่า
  16. ข้อใดไม่ใช่องค์แห่งอทินนาทาน
    1. วัตถุมีเจ้าของ
    2. ของส่วนตัว
    3. รู้ว่ามีเจ้าของ
    4. จิตคิดจะลัก
  17. ข้อใดเป็นผลกรรมเกิดจากการล่วงละเมิดอทินนาทาน
    1. สมบัติสูญหาย
    2. รายได้เพิ่มพูน
    3. ตระกูลมั่งคั่ง
    4. อายุมั่งคั่ง
  18.  ฉ้อราษฏร์บังหลวง เป็นการประพฤติล่วงอกุศลกรรมบถใด
    1. อทินนาทาน
    2. กาเมสุมิจฉาจาร
    3. พยาบาท
    4. มิจฉาทิฏฐิ
  19. อทินนาทาน ที่เกิดขึ้นทางวจีทวาร ตรงกับข้อใด
    1. จิตคิดจะลัก
    2. พยายามลัก
    3. ลักด้วยตนเอง
    4. สั่งให้คนอื่นลัก
  20. อทินนาทานมีโทษมาก พราะขโมยของประเภทใด
    1. ของประณีต
    2. ของสำคัญ
    3. ของผู้มีคุณ
    4. ถูกทุกข้อ 
  21. องค์แห่งอทินนาทานข้อใด ทำให้สำเร็จเป็นกรรมบถ
    1. ของมีเจ้าของ
    2. คิดจะลัก
    3. พยายามลัก
    4. ลักมาได้
  22. อทินนาทานมีโทษมาก เพราะเจ้าของมีคุณมาก ตรงกับข้อใด
    1. พ่อแม่
    2. เพื่อน
    3. พี่น้อง
    4. หลาน
  23. รับสินบน เป็นการกระทำผิดอกุศลกรรมบถข้อใด
    1. ปาณาติบาต
    2. อทินนาทาน
    3. ผรุสวาท
    4. ปิสุณวาจา
  24. สิ่งของในข้อใด จัดเป็นวัตถุแห่งอทินนาทาน
    1. เจ้าของทิ้ง
    2. เจ้าของหวง
    3. เจ้าของให้
    4. เจ้าของแจก
  25. กาเมสุมิจฉาจาร เกิดขึ้นได้ทางใด
    1. ทางกาย
    2. ทางวาจา
    3. ทางใจ
    4. ถูกทุกข้อ
  26. ความประพฤติผิดในกาม ตรงกับข้อใด
    1. ไม่เคารพพ่อแม่
    2. ไม่เชื่อผู้ใหญ่
    3. นอกใจคู่ครอง
    4. ไม่ทำตามกฏ
  27. ข้อใด เป็นอารมณ์ของกาเมสุมิจฉาจาร
    1. บุรุษ
    2. สตรี
    3. ซากศพ
    4. ถูกทุกข้อ
  28. องค์แห่งกาเมสุมิจฉาจาร ตรงกับข้อใด
    1. จิตคิดจะฆ่า
    2. จิตคิดจะลัก
    3. จิตคิดจะเสพ
    4. จิตคิดจะพูด
  29. ข้อใดเป็นผลกรรมเกิดจากการล่วงละเมิดกายกาเมสุมิจฉาจาร
    1. มีอายุสั้น
    2. ทรัพย์วิบัติ
    3. มีศัตรูรอบด้าน
    4. ถูกกล่าวตู่ใส่ร้าย
  30. การประพฤติอกุศลกรรมเช่นไร เรียกว่า มุสาวาท
    1. พูดเท็จ
    2. พูดคำหยาบ
    3. พูดส่อเสียด
    4. พูดเพ้อเจ้อ
  31. เจตนาบิดเบือนข่าวสารทำให้คนเข้าใจผิดเป็นวจีกรรมประเภทใด
    1. มุสาวาท
    2. ปิสุณวาจา
    3. ผรุสวาจา
    4. สัมผัปปลาปะ
  32. มุสาวาท เกิดขึ้นได้ทางใด
    1. กาย วาจา
    2. กาย ใจ
    3. วาจา ใจ
    4.  กาย วาจา ใจ
  33. ถ้อยคำใด จัดเป็นมุสาวาทในอกุศลกรรมบถ
    1. โวหาร
    2. สำคัญผิด
    3. พลั้ง
    4. กลับคำ
  34. องค์แห่งมุสาวาทที่ถึงความสำเร็จเป็นอกุศลกรรมบถ คือข้อใด
    1. เรื่องไม่จริง
    2. คิดจะพูดให้ผิด
    3. พยายามพูด
    4. เข้าใจเนื้อความนั้น
  35. ข้อใดเป็นผลกรรมเกิดจากการล่วงละเมิดมุสาวาท
    1. มีอายุสั้น
    2. ทรัพย์วิบัติ
    3. มีศัตรูรอบด้าน
    4. ถูกกล่าวตู่ใส่ร้าย
  36. กล่าวให้ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้เขาเข้าข้างตน จัดเป็นวจีกรรมใด
    1. พูดเท็จ
    2. พูดหยาบ
    3. พูดส่อเสียด
    4. พูดเพ้อเจ้อ
  37. ปิสุณวาจา เป็นสาเหตุแห่งปัญหาสังคมด้านใด
    1. หย่าร้าง
    2. เห็นแก่ตัว
    3. โหดร้าย
    4. แตกแยก
  38. องค์แห่งปิสุณวาจาที่ถึงความสำเร็จเป็นอกุศลกรรมบถ คือข้อใด
    1. ผู้ถูกทำลาย
    2. จิตคิดจะพูด
    3. พยายามพูด
    4. เข้าใจเนื้อความนั้น
  39. ข้อใดเป็นผลกรรมเกิดจากการล่วงละเมิดปิสุณวาจา
    1. ศัตรูรอบด้าน
    2. ถูกใส่ร้าย
    3. แตกจากมิตร
    4. ได้ฟังเสียงที่ไม่น่าพอใจ
  40. การประพฤตือกุศลกรรมเช่นไร เรียกว่า ผรุสวาจา
    1. พูดเท็จ
    2. พูดคำหยาบ
    3. พุดส่อเสียด
    4. พูดเพ้อเจ้อ
  41. ผรุสวาจามีโทษมาก เพราะบุคคคลที่ถูกกระทำมีลักษณะอย่างไร
    1. มีความรู้มาก
    2. มีเงินมาก
    3. มีอำนาจมาก
    4. มีคุณธรรมมาก
  42. คำพูดที่เป็นผรุสวาจา ผู้พูดมุ่งหวังเพื่ออะไร
    1. ประทุษร้าย
    2. หลอกลวง
    3. ให้แตกแยก
    4. ให้เข้าใจผิด
  43. ข้อใดเป็นองค์ของผรุสวาจาที่ถึงความเป็นกรรมบถ
    1. มีคนถูกด่า
    2. มีจิตโกรธ
    3. ด่าต่อหน้า
    4. ด่าลับหลัง
  44. การพูดเช่นไร เรียกว่า สัมผัปปลาปะ
    1. พูดเท็จ
    2. พูดส่อเสียด
    3. พูดคำหยาบ
    4. พูดเพ้อเจ้อ
  45. ข้อใดไม่จัดเป็นสัมผัปปลาปะ
    1. ฟังเทศน์
    2. ฟังเพลง
    3. ร้องเพลง
    4. เต้นรำ
  46. ข้อใด หมายถึง การเพ่งเล็งอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่นมาเป็นของตน
    1. อภิชฌา
    2. อนภิชฌา
    3. พยาบาท
    4. อพยาบาท
  47. คิดจะให้ผู้อื่นประสบความพินาศ ตรงกับข้อใด
    1. อภิชฌา
    2. อนภิชฌา
    3. พยาบาท
    4. อพยาบาท
  48. การประพฤติเช่นไร ชื่อว่า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
    1. ไม่ปองร้าย
    2. คิดปองร้าย
    3. เห็นผิด
    4. เห็นชอบ
  49. ความเห็นใด ปฏิเสะกรรมและผลของกรรม
    1. สัมมาทิฏฐิ
    2. มิจฉาทิฏฐิ
    3. สักกายทิฏฐิ
    4. สัสสตทิฏฐิ
  50. ข้อใดเป็นมโนกรรมฝา่ยกุศล
    1. เห็นชอบ
    2. เห็นผิด
    3. คิดละโมบ
    4. คิดปองร้าย

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

:: ธรรมวิจารณ์ ::

  1. ความหน่ายในเบญจขันธ์ เรียกว่าอะไร
    1. นิพพิทา
    2. วิราคะ
    3. วิมุตติ
    4. วิสุทธิ
  2. คำว่า โลก โดยอ้อมได้แก่อะไร
    1. แผ่นดิน
    2. หมู่สัตว์
    3. จักรวาล
    4. อากาศ
  3. คำว่า หมกอยู่ หมายถึง อาการเช่นใด
    1. เพลินสิ่งให้โทษ
    2. หลงสิ่งอาจให้โทษ
    3. ติดสิ่งล่อใจ
    4. ถูกทุกข้อ
  4. ผู้ไม่ข้องอยู่ในโลก ย่อมได้รับสุขประเภทใด
    1. นิรามิสสุข
    2. กามสุข
    3. อามิสสุข
    4. กายิกสุข
  5. พระพุทธเจ้าทรงเชิญชวนให้มาดูโลก เพื่อประโยชน์อะไร
    1. คลายเครียด
    2. คลายทุกข์
    3. ให้รู้ความจริง
    4. ให้เพลิดเพลิน
  6. อะไรเรียกว่า มาร
    1. กิเลสกาม
    2. วัตถุกาม
    3. กามฉันท์
    4. กามตัณหา
  7. ปฏิบัติอย่างไร จึงจะพ้นจากบ่วงแห่งมาร
    1. สำรวมกาย
    2. สำรวมวาจา
    3. สำรวมจิต
    4. สำรวมในศีล
  8. ความเห็นสังขารว่าเป็นทุกข์ จัดเป็นอะไร
    1. ปฏิปทาแห่งนิพพิทา
    2. วิราคะ
    3. วิมุตติ
    4. วิสุทธิ
  9. ข้อใดเป็นสามัญลักษณะของสังขาร
    1. ไม่เที่ยง
    2. เป็นทุกข์
    3. เป็นอนัตตา
    4. ถูกทุกข้อ
  10. อไรปิดบังไว้ จึงมองไม่เห็นอนิจจลักษณะ
    1. สันตติ
    2. อิริยาบถ
    3. ฆนสัญญา
    4. ถูกทุกข้อ
  11. ยืนนานๆ ปวดขาทนไม่ไหว เป็นลักษณะใดของสังขาร
    1. อนิจจตา
    2. ทุกขตา
    3. อนัตตา
    4. ถูกทุกข้อ
  12. ปกิณณกทุกข์ หมายถึงข้อใด
    1. ความตาย
    2. ความโศก
    3. ความร้อน
    4. ความเจ็บปวด
  13. พยาธิทุกข์ หมายถึงข้อใด
    1. ปวดศีรษะ
    2. ปวดปัสสาวะ
    3. ปวดอุจจาระ
    4. เศร้าใจ
  14. ทุกข์ที่เกิดจากถูกจองจำ จัดเข้าในทุกข์ประเภทใด
    1. สภาวทุกข์
    2. ปกิณณกทุกข์
    3. นิพัทธทุกข์
    4. วิปากทุกข์
  15. บุคคลไม่เห็นทุกขลักษณะ เพราะอะไรบิดบังไว้
    1. สันตติ
    2. อิริยาบถ
    3. ฆนสัญญา
    4. โสมนัส
  16. ข้อใดไม่ใช่สภาวะแห่งอนัตตา
    1. ไม่อยู่ในอำนาจ
    2. หาเจ้าของมิได้
    3. เป็นสภาพสูญ
    4. ไม่เที่ยง
  17. คำว่า อนัตตา กล่าวมุ่งหมายถึงข้อใด
    1. ทุกข์ทั้งปวง
    2. สังขารทั้งปวง
    3. เวทนาทั้งปวง
    4. ธรรมทั้งปวง
  18. คำใด ไม่ใช่ไวพจน์วิราคะ
    1. ตัณหักขยะ
    2. นิโรธ
    3. นิพพิทา
    4. นิพพาน
  19. เมื่อเกิดนิพพิทา เป็นเหตุให้อะไรเกิดตามมา
    1. วิราคะ
    2. วิมุตติ
    3. วิสุทธิ
    4. สันติ
  20. เพราะสิ้นกำหนัดแล้ว จิตย่อมหลุดพ้นจากอะไร
    1. ราคะ
    2. โทสะ
    3. อาสวะ
    4. ปฏิฆะ
  21. วิกขัมภนวิมุตติ เป็นความหลุดพ้นด้วยอำนาจอะไร
    1. ฌาน
    2. โสดาปัตติผล
    3. สกทาคามิผล
    4. อรหันตผล
  22. วิมุตติใด จัดเป็นโลกียวิมุตติ
    1. ตทังควิมุตติ
    2. เจโตวิมุตติ
    3. ปัญญาวิมุตติ
    4. นิสสรณวิมุตติ
  23. ความบริสุทธิ์ภายใน ย่อมมีได้อะไร
    1. ศีล
    2. สมาธิ
    3. ปัญญา
    4. วิมุตติ
  24. พิจารณาเห็นสังขารอย่างไร จัดเป็นอุทยัพพยญาณ
    1. ไม่เที่ยง
    2. เป็นทุกข์
    3. เป็นอนัตตา
    4. ว่างเปล่า
  25. การงดเว้นทุจริต ประกอบสุจริต จัดเป็นวิสุทธิ์ใด
    1. จิตตวิสุทธิ
    2. ทิฏฐิวิสุทธิ
    3. สีลวิสุทธิ
    4. กังขารวิตรณวิสุทธิ
  26. สัมมาสติ ในองค์มรรคจัดเข้าในวิสุทธิใด
    1. จิตตวิสุทธิ
    2. ทิฏฐิวิสุทธิ
    3. สีลวิสุทธิ
    4. กังขารวิตรณวิสุทธิ
  27. สุขอื่นจากความสงบไม่มี หมายถึง ความสงบทางใด
    1. ทางกาย
    2. ทางวาจา
    3. ทางใจ
    4. ทางกาย วาจา ใจ
  28. ความสงบภายนอก หมายถึงอะไร
    1. กายสงบ
    2. ใจสงบ
    3. สังคมสงบ
    4. ประเทศชาติสงบ
  29. บาลีว่า สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ ยืนยันว่านิพพานเป็น
    1. อัตตา
    2. อนัตตา
    3. ภพภูมิ
    4. โลกสมมติ
  30. คำว่า ดินน้ำไฟลม ไม่มีในอายตนะนั้น แสดงว่านิพพานมิใช่…
    1. รูปขันธ์
    2. นามขันธ์
    3. โลกทางโหราศาสตร์
    4. จักรวาล
  31. การเวียนว่ายตายเกิด เรียกว่าอะไร
    1. สังสารวัฏ
    2. จุติ
    3. ภพ
    4. ชาตะ
  32. ขณะใกล้ตาย อะไรนำให้ไปเกิดในสุคติ
    1. จิตผ่องใส
    2. กายสุจริต
    3. วจีสุจริต
    4. กุศลกรรม
  33. ข้อใดไม่จัดเข้าในเทวทูต 5
    1. เด็กแรกคลอด
    2. คนแก่
    3. คนเจ็บ
    4. สมณะ
  34. สัตว์จำพวกหนึ่งเกิดในอบาย มีปากเท่ารูเข็ม ตรงกับข้อใด
    1. สัตว์นรก
    2. สัตว์เดรัจฉาน
    3. เปรต
    4. อสุรกาย
  35. ผู้ที่เกิดในกำเนิดใด จึงได้จรับส่วนบุญที่ญาติอุทิศให้
    1. นิรยะ
    2. ดิรัจฉานโยนิ
    3. เปรตวิสัย
    4. อสุรกาย
  36. คติเป็นไปของคนทำความดี เรียกว่าอะไร
    1. สุคติ
    2. ทุคติ
    3. วิมาน
    4. ภพ
  37. ท้าวสักกเทวราช ปกครองสวรรค์ชั้นไหน
    1. ดาวดึงส์
    2. ยามา
    3. ดุสิต
    4. นิมมานรดี
  38. ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม ให้ผลเมื่่อใด
    1. ชาตินี้
    2. ชาติหน้า
    3. ชาติต่อไป
    4. ทุกชาติ
  39. กรรมที่ให้ผลสำเร็จ เรียกว่าอะไร
    1. ชนกกรรม
    2. อโหสิกรรม
    3. ครุกรรม
    4. พหุลกรรม
  40. ชนกกรรม ทำหน้าที่อะไร
    1. ให้ปฏิสนธิ
    2. ช่วยสนับสนุน
    3. คอยบีบคั้น
    4. เข้าไปตัดรอน
  41. ครุกรรม ฝ่ายกุศลได้แก่ข้อใด
    1. ศีล 8
    2. มรรค 8
    3. สมาบัติ 8
    4. บุญกิริยาวัตถุ 10
  42. เมตตากัมมัฏฐาน เหมาะแก่คนเช่นไร
    1. มักโกรธ
    2. รักสวยรักงาม
    3. มักสงสัย
    4. มักง่วงนอน
  43. จิตที่เป็นสมาธิ ตรงกับข้อใด
    1. มีอารมณ์เดียว
    2. ไม่มีความรู้สึก
    3. หมดกิเลส
    4. มีความเห็นแจ้ง
  44. ผู้เจริญกัมมัฏฐานไม่ได้ผลตามที่ต้องการ เพราะสาเหตุใด
    1. มีเรื่องกังวลใจ
    2. ไม่ถือธุดงค์
    3. ไม่อยู่ป่าช้า
    4. เจ้าอารมณ์
  45. เตโชกสิณ มีอะไรเป็นอารมณ์
    1. ดิน
    2. น้ำ
    3. ลม
    4. ไฟ
  46. การเจริญมรณัสสติ ให้นึกถึงเรื่องใด
    1. ความเกิด
    2. ความแก่
    3. ความเจ็บ
    4. ความตาย
  47. บริกรรมว่า ขอสัตว์จงพ้นจากทุกข์ เป็นการเจริญพรหมวิหารใด
    1. เมตตา
    2. กรุณา
    3. มุทิตา
    4. อุเบกขา
  48. ฉุนเฉียวโกรธง่าย เป็นลักษณะของคนมีจริตใด
    1. ราคจริต
    2. โทสจริต
    3. โมหจริต
    4. วิตกจริต
  49. คนเจ้าระเบียบรักสวยรักงาม ตรงกับจริตใด
    1. ราคจริต
    2. โทสจริต
    3. โมหจริต
    4. วิตกจริต
  50. พุทธคุณบทว่า ผู้ไกลจากกิเลส ตรงกับข้อใด
    1. อรหํ
    2. สุคโต
    3. โลกวิทู
    4. ภควา

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::, :: ภูมิศาสตร์ ::

:: พุทธานุพุทธประวัติ ชั้นเอก ปี 2559 ::

  1. ชมพูทวีปหรือประเทศอินเดีย ตั้งอยู่ทางทิศใดของประเทศไทย
    1. ทิศปัจฉิม
    2. ทิศพายัพ
    3. ทิศอาคเนย์
    4. ทิศบูรพา
  2. ข้อใดแสดงถึงความมีมานะกล้าของชาวชมพูทวีป
    1. ตายแล้วสูญ
    2. ตายแล้วเกิด
    3. ถือชั้นวรรณะ
    4. นับถือพระพรหม
  3. ก่อนจุติลงสู่พระครรภ์มารดา พระโพธิสัตว์ประทับอยู่สวรรค์ชั้นใด
    1. ดาวดึงส์
    2. ยมนา
    3. ดุสิต
    4. นิมมานรดี
  4. ในปัญจมหาวิโลกนะ พระโพธิสัตว์จะตรัสรูเป็นพระพุทธเจ้าเฉพาะในทวีปใด
    1. อมรโคยานทวีป
    2. อุตตรกุรุทวีป
    3. ปุพพวิเทหทวีป
    4. ชมพูทวีป
  5. หลังจากพระโพธิสัตว์ทรงพิจารณาปัญจมหาวิโลกนะ เกิดโกลาหลอะไร
    1. พุทธโกลาหล
    2. กัปปโกลาหล
    3. มงคลโกลาหล
    4. โมเนยยโกลาหล
  6. กษัตริย์ต้นวงศ์ศากยะ มีพระนามว่าอะไร
    1. สีหหนุ
    2. โอกกากราช
    3. ชัยเสนะ
    4. อัญชนะ
  7. ใครเป็นพระอัยยกา (ปู่) ของเจ้าชายสิทธัตถะ
    1. สีหหนุ
    2. โอกกากราช
    3. ชัยเสนะ
    4. อัญชนะ
  8. พระมหาบุรุา ประสูติ ณ ที่ใด
    1. ริมแม่น้ำ
    2. ใต้ต้นโพธิ์
    3. พระราชวัง
    4. ใต้ต้นสาละ
  9. พระมหาบุรุษ ทรงประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะกี่ประการ
    1. 25
    2. 30
    3. 32
    4. 80
  10. ใครเปล่งอาสภิวาจาในคราวประสูติ
    1. สิทธัตถะกุมาร
    2. นันทกุมาร
    3. ราหุลกุมาร
    4. เทวทัตตกุมาร
  11. ใครทำนายพระลักษณะของพระมหาบุรุษเป็นคนแรก
    1. อุทกดาบส
    2. อาฬารดาบส
    3. อสิตดาบส
    4. กบิลดาบส
  12. ใครทำนายลักษณะของพระมหาบุรุษว่ามีคติเพียงสถานเดียว
    1. รามพราหมณ์
    2. ธุรพราหมณ์
    3. สยามพราหมณ์
    4. โกณฑัญญพราหมณ์
  13. พระสิทธัตถะกุมารประสูติได้กี่วัน พระมารดาทิวงคต
    1. 3 วัน
    2. 5 วัน
    3. 7 วัน
    4. 9 วัน
  14. เจ้าชายสิทธัตถะ สำเร็จปฐมฌานในคราวประกอบพิธีใด
    1. ขนานพระนาม
    2. ทำนายลักษณะ
    3. วัปปมงคล
    4. อภิเษกสมรส
  15. เมื่อทรงทราบข่าวการประสูติของพระโอรส เจ้าชายสิทธัตถะทรงอุทานคำใด
    1. อโห สุขํ
    2. ราหุลํ ชาตํ
    3. อคฺโคหสฺมิ
    4. เชฏโฐหมสฺมิ
  16. เจ้าชายสิทธัตถะ สำเร็จปฐมญาณในคราวประกอบพิธีใด
    1. อโนมานที
    2. เนรัญชรา
    3. คงคา
    4. ยมุนา
  17. ใครนำอัฏฐบริขารมาถวายในวันเสด็จมหาภิเนกกรมณ์ (ออกบวช)
    1. ฆฏิการพรหม
    2. สหัมบดีพรหม
    3. มหาพรหม
    4. พกาพรหม
  18. เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงผนวชด้วยวิธีการใด
    1. รับสรณคมน์
    2. เอหิภิกขุ
    3. รับโอวาท
    4. อธิษฐานเพศบรรพชิต
  19. การบำเพ็ญทุกรกิริยาของพระมหาบุรุษในวาระที่ 1 คือข้อใด
    1. อดพระกระยาหาร
    2. กลั้นลมหายใจ
    3. กดพระทนต์
    4. เดินลุยไฟ
  20. การบำเพ็ญทุกรกิริยาของพระมหาบุรุษในวาระที่ 3  คือข้อใด
    1. อดพระกายาหาร
    2. กลั้นลมหายใจ
    3. กดพระทนต์
    4. เดินลุยไฟ
  21. ใครอุปัฏฐากพระมหาบุรุษขณะทรงบำเพ็ญทุกรกริยา
    1. นายฉันนะ
    2. ปัญจวัคคีย์
    3. พระอานนท์
    4. ชาวบ้านใกล้ๆ
  22. ใครมาดีดพิณ 3 สาย ถวายให้พระมหาบุรุษสดับก่อนตรัสรู้
    1. คนธรรพ์
    2. พระพรหม
    3. พระอินทร์
    4. วิษณุกรรมเทพบุตร
  23. นางสุชาดานำข้าวมธุปายาสไปถวายพระโพธิสัตว์ เพราะเข้าใจว่าเป็นใคร
    1. เทวดา
    2. พระพรหม
    3. พระราชา
    4. ผู้วิเศษ
  24. พระมหาบุรุษทรงบรรลุปุฟเพนิวาสานุสติญาณในยามใด
    1. ปฐมยาม
    2. มัชฌิมยาม
    3. ปัจฉิมยาม
    4. ถูกทุกข้อ
  25. พระมหาบุรุษทรงบรรลุอาสวักขยญาณในยามใด
    1. ปฐมยาม
    2. มัชฌิมยาม
    3. ปัจฉิมยาม
    4. ถูกทุกข้อ
  26. อาสวักขยญาณ มีความหมายตรงกับข้อใด
    1. รู้ระลึกชาติได้
    2. รู้จุติอุบัติ
    3. แสดงฤทธิ์ได้
    4. รู้ว่าสิ้นกิเลส
  27. พระพุทธเจ้าประทับนั้งพิจารณาธรรมใด ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
    1. อริยสัจ
    2. ปฏิจจสมุปบาท
    3. อภิธรรม
    4. สติปัฏฐาน
  28. เทววาจิกอุบาสกผู้นับถือพระพุทธ และพระธรรมเป็นสรระ คือใคร
    1. อนาถบิณฑิกะ
    2. บิดาพระยสะ
    3. โสตถิยพราหมณ์
    4. ตปุสสะ ภัลลิกะ
  29. พระพุทธเจ้าทรงอาศัยพระคุณใด จึงแสดงธรรมโปรดเวไนยสัตว์
    1. พระปัญญาคุณ
    2. พระบริสุทธิคุณ
    3. พระกรุณาคุณ
    4. ถูกทุกข้อ
  30. หลังจากตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าทรงปรารภจะแสดงธรรมแก่ใครก่อน
    1. อาฬารดาบส
    2. ปัญจวัคคีย์
    3. พระเจ้าสุทโธทนะ
    4. พระเจ้าพิมพิสาร
  31. พระธรรมเทศนกัณฑ์แรกที่ทรงแสดงโปรดปัญจวัคคีย์ ชื่อว่าอะไร
    1. ธัมมจักกัปปวัตตสูตร
    2. อนัตตลักขณสูตร
    3. มงคลสูตร
    4. รตนสูตร
  32. เมื่อพระพุทธองค์แสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตรจบ ใครได้ดวงตาเห็นธรรม
    1. พระอัญญาโกณฑัญญะ
    2. พระวัปปะ
    3. พระมหานามะ
    4. พระอัสสชิ
  33. ยศสกุลบุตรพบพระพุทธเจ้าขณะทรงสำเร็จพระอิริยาบถใด
    1. ประทับนั่ง
    2. ประทับยืน
    3. เสด็จจงกรม
    4. ทรงแสดงธรรม
  34. ปฐมอุบาสกในพระพุทธศาสนา คือใคร
    1. ยสกุลบุตร
    2. บิดายสกุลบุตร
    3. ภัททวัคคีย์
    4. พระเจ้าพิมพิสาร
  35. ปฐมอุบาสิกาในพระพุทธศาสนาคือใคร
    1. ยสกุลบุตร
    2. บิดายสกุลบุตร
    3. ภัททวัคคีย์
    4. พระเจ้าพิมพิสาร
  36. พระอุรุเวลกัสสปะ ไม่ยินดีการบูชาไฟ เพราะสาเหตุใด
    1. ถูกทรมาน
    2. บริวารหนี
    3. ไม่ใช่ทางนิพพาน
    4. อาศรมถูกไฟไหม้
  37. ข้อใดไม่ใช่พระดำริของพระเจ้าพิมพิสารในการถวายพระราชอุทยานเวฬุวัน
    1. ไปมาสะดวก
    2. เป็นที่หลีกเร้น
    3. มากด้วยหมู่คน
    4. เงียบสงัด
  38. พระพุทธเจ้าทรงรับการถวายวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสา ณ เมืองใด
    1. กบิลพัสดุ
    2. เทวทหะ
    3. สาวัตถี
    4. ราชคฤห์
  39. ปิปผลิมาณพได้พบกับพระพุทธเจ้าที่ต้นไม้มีชื่อว่าอะไร
    1. อชปาลนิโครธ
    2. พหุปุตตนิโครธ
    3. ราชายตนะ
    4. มุจลินท์ฺ
  40. พระพุทธเข้าตรัสสอนพระภิกษุให้ถือพระมหากัสสปเป็นแบบอย่างเรื่องใด
    1. มักน้อยสันโดษ
    2. กตัญญู
    3. ใคร่ต่อการศึกษา
    4. สำรวมอินทรีย์
  41. ใครอยากให้พราหมณ์พาวรีได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าเหมือนตนเองได้ฟัง
    1. ปิงคิยพราหมณ์
    2. โมฆราชมาณพ
    3. อุทยมาณพ
    4. โปสาลมาณพ
  42. การอุปสมบทของราธพราหมณ์ ประสงค์ ให้ใครเป็นใหญ่ในการบวชนั้น
    1. พระพุทธเจ้า
    2. พระธรรม
    3. พระสงฆ์
    4. บุคคล
  43. ในคราวเสด็จกรุงกบิลพัสดุ พระประยูรญาตินิมนต์พระพุทธเจ้าประทับที่ใด
    1. เวฬุวัน
    2. ลัฏฐิวัน
    3. บุปผาราม
    4. นิโครธาราม
  44. เจ้าชายอนุรุทธเป็นพระโอรสร่วมพระมารดากับเจ้าศากยะพระองค์ใด
    1. เจ้าชายภัททิยะ
    2. เจ้าชายอานนท์
    3. เจ้าชายเทวทัต
    4. เจ้าชายมหานามะ
  45. เจ้าชายอนุรุทธะตรัสกับใครว่า การบวชของเราเนื่องด้วยการบวชของท่าน
    1. เจ้าชายภัททิยะ
    2. เจ้าชายอานนท์
    3. เจ้าชายภัคคุ
    4. เจ้าชายเทวทัตต์
  46. เจ้าชายที่ออกบวชพร้อมกัน 6 พระองค์ ใครไม่สำเร็จเป็นพระอริยบุคคล
    1. เจ้าชายอานนท์
    2. เจ้าชายอนุรุทธ
    3. เจ้าชายภัคคุ
    4. เจ้าชายเทวทัตต์
  47. ธรรมวินัยที่เราแสดงและบัญญัติไว้ จักเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย ตรัสแก่ใคร
    1. พระมหากัสสปะ
    2. พระอานนท์
    3. พระอนุรุทธะ
    4. พระอุบาลี
  48. สถานที่ 4 ตำบล ควรไปดูไปเห็นให้เกิดศรัทธในพระพุทธเจ้า คือที่ใด
    1. สังเวชนียสถาน
    2. เทวสถาน
    3. ศาสนสถาน
    4. รมณียสถาน
  49. ดอกไม้ชนิดใด เป็นนิมิตว่าพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว
    1. ดอกบัว
    2. ดอกสาละ
    3. ดอกโศก
    4. ดอกมณฑารพ
  50. เดียรถีย์เข้ามาปลอมบวชในพระพุทธศาสนา เป็นเหตทำสังคยานาครั้งใด
    1. ครั้งที่ 1
    2. ครั้งที่ 2
    3. ครั้งที่ 3
    4. ครั้งที่ 4

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

:: กำหนดรู้สัญญาแล้วพึงข้ามโอฆะได้ ::

การเจริญสัญญา 10 ประการ

พระไตรปิฎก : พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เล่ม ๑๖
ทสก-เอกาทสกนิบาต อาพาธสูตร

[๖๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้นแล ท่านพระคิริมานนท์อาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านพระคิริมานนท์อาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาค ได้โปรดอนุเคราะห์เสด็จเยี่ยมท่านพระคิริมานนท์ยังที่อยู่เถิด พระเจ้าข้า ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ถ้าเธอพึงเข้าไปหา แล้วกล่าวสัญญา ๑๐ ประการ แก่คิริมานันทภิกษุไซร้ ข้อที่อาพาธของคิริมานันทภิกษุจะพึงสงบระงับโดยพลัน เพราะได้ฟังสัญญา ๑๐ ประการนั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ สัญญา ๑๐ประการเป็นไฉน คือ อนิจจสัญญา ๑ อนัตตสัญญา ๑ อสุภสัญญา ๑ อาทีนวสัญญา ๑ ปหานสัญญา ๑ วิราคสัญญา ๑ นิโรธสัญญา ๑ สัพพโลเกอนภิรตสัญญา ๑ สัพพสังขาเรสุอนิจจสัญญา ๑ อานาปานัสสติ ๑ ฯ

ดูกรอานนท์ ก็อนิจจสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า รูปไม่เที่ยง เวทนาไม่เที่ยง สัญญาไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง วิญญาณไม่เที่ยง (ดูเรื่องขันธ์ 5 ในหมวดธรรมทั่วไป ประกอบ – ธัมมโชติ) ย่อมพิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง ในอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ด้วยประการอย่างนี้ ดูกรอานนท์ นี้เรียกว่าอนิจจสัญญา ฯ

ดูกรอานนท์ ก็อนัตตสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า จักษุเป็นอนัตตา รูปเป็นอนัตตา หูเป็นอนัตตา เสียงเป็นอนัตตา จมูกเป็นอนัตตา กลิ่นเป็นอนัตตา ลิ้นเป็นอนัตตา รสเป็นอนัตตา กายเป็นอนัตตา โผฏฐัพพะเป็นอนัตตา ใจเป็นอนัตตา ธรรมารมณ์เป็นอนัตตา (ดูเรื่องอายตนะ 12 ในหมวดธรรมทั่วไป ประกอบ – ธัมมโชติ) ย่อมพิจารณาเห็นโดยความเป็นอนัตตา ในอายตนะทั้งหลาย ทั้งภายในและภายนอก ๖ ประการเหล่านี้ ด้วยประการอย่างนี้ ดูกรอานนท์ นี้เรียกว่าอนัตตสัญญา ฯ

ดูกรอานนท์ ก็อสุภสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณาเห็นกายนี้นั่นแล เบื้องบนแต่พื้นเท้าขึ้นไป เบื้องต่ำแต่ปลายผมลงมา มีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ เต็มด้วยของไม่สะอาด มีประการต่างๆ ว่า ในกายนี้มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม เนื้อหัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า ดี เสลด หนอง เลือด เหงื่อ มันข้น น้ำตา เปลวมัน น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ มูตร (ดูเรื่องดอกไม้อริยะ ในหมวดวิปัสสนา (ปัญญา) ประกอบ – ธัมมโชติ) ย่อมพิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่งามในกายนี้ ด้วยประการดังนี้ ดูกรอานนท์ นี้เรียกว่าอสุภสัญญา ฯ

ดูกรอานนท์ ก็อาทีนวสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า กายนี้มีทุกข์มาก มีโทษมาก เพราะฉะนั้น อาพาธต่างๆ จึงเกิดขึ้นในกายนี้ คือ โรคตา โรคหู โรคจมูก โรคลิ้น โรคกาย โรคศีรษะ โรคที่ใบหู โรคปาก โรคฟัน โรคไอ โรคหืด โรคไข้หวัด โรคไข้พิษ โรคไข้เซื่องซึม โรคในท้อง โรคลมสลบ โรคบิด โรคจุกเสียด โรคลงราก โรคเรื้อน โรคฝี โรคกลาก โรคมองคร่อ โรคลมบ้าหมู โรคหิดเปื่อย โรคหิดด้าน โรคคุดทะราด หูด โรคละอองบวม โรคอาเจียนโลหิต โรคดีเดือด โรคเบาหวาน โรคเริม โรคพุพอง โรคริดสีดวง อาพาธมีดีเป็นสมุฏฐาน อาพาธมีเสมหะเป็นสมุฏฐาน อาพาธมีลมเป็นสมุฏฐาน อาพาธมีไข้สันนิบาต อาพาธอันเกิดแต่ฤดูแปรปรวน อาพาธอันเกิดแต่การบริหารไม่สม่ำเสมอ อาพาธอันเกิดแต่ความเพียรเกินกำลัง อาพาธอันเกิดแต่วิบากของกรรม ความหนาว ความร้อน ความหิว ความระหาย ปวดอุจจาระ ปวดปัสสาวะ ย่อมพิจารณาเห็นโดยความเป็นโทษในกายนี้ ด้วยประการดังนี้ ดูกรอานนท์ นี้เรียกว่าอาทีนวสัญญา ฯ

ดูกรอานนท์ ก็ปหานสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมไม่ยินดี ย่อมละ ย่อมบรรเทา ย่อมทำให้หมดสิ้นไป ย่อมทำให้ถึงความไม่มี ซึ่งกามวิตกอันเกิดขึ้นแล้ว ย่อมไม่ยินดี ย่อมละ ย่อมบรรเทา ย่อมทำให้หมดสิ้นไป ย่อมทำให้ถึงความไม่มี ซึ่งพยาบาทวิตกอันเกิดขึ้นแล้ว ย่อมไม่ยินดี ย่อมละ ย่อมบรรเทา ย่อมทำให้หมดสิ้นไป ย่อมให้ถึงความไม่มี ซึ่งวิหิงสาวิตกอันเกิดขึ้นแล้ว ย่อมไม่ยินดี ย่อมละ ย่อมบรรเทา ย่อมทำให้หมดสิ้นไป ย่อมให้ถึงความไม่มี ซึ่งอกุศลธรรมทั้งหลายอันชั่วช้า อันเกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นแล้ว ดูกรอานนท์ นี้เรียกว่าปหานสัญญา ฯ

ดูกรอานนท์ ก็วิราคสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ธรรมชาตินั่นสงบ ธรรมชาตินั่นประณีต คือธรรมเป็นที่ระงับสังขารทั้งปวง ธรรมเป็นที่สละคืนอุปธิทั้งปวง (อุปธิ = ที่ตั้งแห่งทุกข์ – ธัมมโชติ) ธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา ธรรมเป็นที่สำรอกกิเลส ธรรมชาติเป็นที่ดับกิเลสและกองทุกข์ (ซึ่งก็คือสภาวะของพระนิพพานที่สัมผัสได้ในขณะที่มีชีวิตอยู่นั่นเอง – ธัมมโชติ) ดูกรอานนท์ นี้เรียกว่าวิราคสัญญา ฯ

ดูกรอานนท์ นิโรธสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ธรรมชาตินั่นสงบ ธรรมชาตินั่นประณีต คือธรรมเป็นที่ระงับสังขารทั้งปวง ธรรมเป็นที่สละคืนอุปธิทั้งปวง ธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา ธรรมเป็นที่ดับโดยไม่เหลือ ธรรมชาติเป็นที่ดับกิเลสและกองทุกข์ (วิราคะ และนิโรธ ล้วนเป็นชื่อหนึ่งของพระนิพพาน โดยวิราคะเน้นที่ความสำรอกกิเลส ส่วนนิโรธเน้นที่ความดับไม่เหลือของกิเลส – ธัมมโชติ) ดูกรอานนท์ นี้เรียกว่านิโรธสัญญา ฯ

ดูกรอานนท์ สัพพโลเกอนภิรตสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ละอุบายและอุปาทานในโลก (อุปาทาน = ความยึดมั่นถือมั่น – ธัมมโชติ) อันเป็นเหตุตั้งมั่น ถือมั่น และเป็นอนุสัยแห่งจิต (อนุสัย = กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดาน – ธัมมโชติ) ย่อมงดเว้น ไม่ถือมั่น (สัพพโลเกอนภิรตสัญญา = การกำหนดหมายในความไม่น่าเพลิดเพลินในโลกทั้งปวง – ธัมมโชติ) ดูกรอานนท์ นี้เรียกว่าสัพพโลเกอนภิรตสัญญา ฯ

ดูกรอานนท์ สัพพสังขาเรสุอนิจจสัญญาเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมอึดอัด ย่อมระอา ย่อมเกลียดชังแต่สังขารทั้งปวง (สัพพสังขาเรสุอนิจจสัญญา = การกำหนดหมายในความไม่น่าปรารถนาในสังขารทั้งปวง – ธัมมโชติ) ดูกรอานนท์ นี้เรียกว่าสัพพสังขาเรสุอนิจจสัญญา ฯ

ดูกรอานนท์ อานาปานัสสติเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายให้ตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอเป็นผู้มีสติหายใจออก เป็นผู้มีสติหายใจเข้า เมื่อหายใจออกยาวก็รู้ชัดว่าหายใจออกยาว หรือเมื่อหายใจเข้ายาวก็รู้ชัดว่าหายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ชัดว่าหายใจออกสั้น หรือเมื่อหายใจเข้าสั้นก็รู้ชัดว่าหายใจเข้าสั้น ….. (ดูรายละเอียดในเรื่องอานาปานสติสูตร หมวดวิปัสสนา (ปัญญา) – ธัมมโชติ) …..
ดูกรอานนท์ นี้เรียกว่าอานาปานัสสติ ฯ

ดูกรอานนท์ ถ้าเธอพึงเข้าไปหา แล้วกล่าวสัญญา ๑๐ ประการนี้ แก่คิริมานนทภิกษุไซร้ ข้อที่อาพาธของคิริมานนทภิกษุจะพึงสงบระงับโดยพลัน เพราะได้ฟังสัญญา ๑๐ ประการ นี้เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ

ลำดับนั้นแล ท่านพระอานนท์ได้เรียนสัญญา ๑๐ ประการนี้ ในสำนักของพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้เข้าไปหาท่านพระคิริมานนท์ยังที่อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวสัญญา ๑๐ ประการ แก่ท่านพระคิริมานนท์ ครั้งนั้นแล อาพาธนั้นของท่านพระคิริมานนท์สงบระงับโดยพลัน เพราะได้ฟังสัญญา ๑๐ ประการนี้ ท่านพระคิริมานนท์หายจากอาพาธนั้น ก็แลอาพาธนั้นเป็นโรคอันท่านพระคิริมานนท์ละได้แล้ว ด้วยประการนั้นแล ฯ

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

รายชื่อผู้สอบผ่านธรรมศึกษาชั้นเอก ม.3/7

ปน ๕๖๕๗/๐๐๑๔ เด็กหญิง กนกวรรณ เรืองณรงค์
ปน ๕๖๕๗/๐๐๑๙ เด็กหญิง ฐิตาพร มณีโชติ
ปน ๕๖๕๗/๐๐๒๐ เด็กหญิง ณัฐณิชา อินทสมบูรณ์
ปน ๕๖๕๗/๐๐๒๓ เด็กหญิง เนตรนภา รัตน์น้อย
ปน ๕๖๕๗/๐๐๒๕ เด็กหญิง ปทิตตา มาลัยศรี
ปน ๕๖๕๗/๐๐๒๘ เด็กหญิง ภัทราพร จาติเกตุ
ปน ๕๖๕๗/๐๐๒๙ เด็กหญิง มัลลิกา วิรุณสาร
ปน ๕๖๕๗/๐๐๓๒ เด็กหญิง อภิชญา สุขเสงี่ยม
ปน ๕๖๕๗/๐๐๓๓ เด็กหญิง อาทิมา กูลเกื้อ

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

รายชื่อผู้สอบผ่านธรรมศึกษาชั้นโท ม.2/7

ปน ๕๕๕๖/๐๐๒๘ เด็กหญิง กนกวรรณ เรืองณรงค์
ปน ๕๕๕๖/๐๐๓๕ เด็กหญิง ฐิตาพร มณีโชติ
ปน ๕๕๕๖/๐๐๓๗ เด็กหญิง ณัฐณิชา อินทสมบูรณ์
ปน ๕๕๕๖/๐๐๓๙ เด็กหญิง ณิชารีย์ ไชยลาภ
ปน ๕๕๕๖/๐๐๔๔ เด็กหญิง นวพรรษ แก้วศรีอ่อน
ปน ๕๕๕๖/๐๐๔๕ เด็กหญิง เนตรนภา รัตน์น้อย
ปน ๕๕๕๖/๐๐๔๗ เด็กหญิง ปทิตตา มาลัยศรี
ปน ๕๕๕๖/๐๐๕๔ เด็กหญิง พิชญา นราพงค์
ปน ๕๕๕๖/๐๐๕๕ เด็กหญิง ภัสสร โสภา
ปน ๕๕๕๖/๐๐๕๖ เด็กหญิง ภัทราพร จาติเกตุ
ปน ๕๕๕๖/๐๐๕๘ เด็กหญิง มัลลิกา วิรุณสาร
ปน ๕๕๕๖/๐๐๖๔ เด็กหญิง อภิชญา สุขเสงี่ยม
ปน ๕๕๕๖/๐๐๖๕ เด็กหญิง อรจิรา แก้วทองประคำ
ปน ๕๕๕๖/๐๐๖๖ เด็กหญิง อาทิมา กูลเกื้อ

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::