Category Archives: :: ธรรมศึกษา ::

:: ธรรม 44 ::

  1. การเจริญสมถกัมมัฏฐาน จัดเข้าในสิกขาข้อใด ?
    1. สีลสิกขา
    2. จิตตสิกขา   
    3. ปัญญาสิกขา
    4. ถูกทุกข้อ
  2. สมาธิมีทั้งผิดและถูก ข้อใดมิใช่สมาธิที่ถูกต้อง ?
    1. สะกดใจมิให้หลับ
    2. สะกดใจมิให้ฟุ้งซ่าน
    3. สะกดใจมิให้โกรธ
    4. สะกดใจมิให้เป็นโรค
  3. ข้อใด จัดเป็นอสังขตธรรม ธรรมอันปัจจัยมิได้ปรุงแต่ง ?
    1. สิ่งที่เกิด แปรและดับในที่สุด
    2. อรูปธรรม สภาวะมิใช่รูป
    3. พระอริยบุคคล
    4. พระนิพพาน
  4. ถวายพวงมาลัยบูชาพระพุทธชินราช จัดเป็นบูชาชนิดใด ?
    1. อามิสบูชา   
    2. ปฏิบัติบูชา
    3. สักการบูชา
    4. พุทธบูชา
  5. คนประกอบอาชีพโดยสุจริต ชื่อว่าแสวงหาด้วยวิธีใด ?
    1. อเนสนา
    2. อนริยปริเยสนา
    3. ปริเยสนา
    4. อริยปริเยสนา
  6. ข้อใด จัดเข้าในมหาภูตรูป รูปใหญ่ ?
    1. ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
    2. ดิน น้ำ ลม ไฟ
    3. รูป เสียง กลิ่น รส
    4. ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง
  7. นิรามิสสุข หมายถึงสุขในข้อใด ?
    1. สุขเพราะมีทรัพย์
    2. สุขเพราะมียศ
    3. สุขเพราะมีอาชีพสุจริต
    4. สุขเพราะชนะใจตนเอง
  8. ๑๐ ปี ยังไม่สายสำหรับการแก้แค้น  จัดเข้าในวิตกข้อใด ?
    1. อกุศลวิตก
    2. กามวิตก
    3. พยาบาทวิตก         
    4. วิหิงสาวิตก
  9. ข้อใด จัดเข้าในวิหิงสาวิตก ความตริในทางเบียดเบียนผู้อื่น ?
    1. ชนไก่ ด้วยหวังสนุก
    2. ขโมยของ ด้วยหวังจะรวย
    3. วางระเบิด ด้วยมุ่งร้าย     
    4. ฆ่า ด้วยหวังจะชิงทรัพย์
  10. ข้อใด ไม่เกี่ยวด้วยกามวิตก ความตริในทางกาม ?
    1. ไม่มีเงิน คิดขายตัว
    2. ขาดความอบอุ่น คิดเสพยา
    3. เป็นหนี้มาก คิดค้าผู้หญิง
    4. ไม่มีงานทำ คิดค้าประเวณี
  11. การปกครองที่ถือเสียงคนข้างมากเป็นใหญ่ เรียกว่าอะไร ?
    1. อัตตาธิปไตย
    2. โลกาธิปไตย
    3. ธัมมาธิปไตย
    4. อนาธิปไตย
  12. ข้อใด จัดเป็นทัสสนานุตตริยะ ความเห็นอันยอดเยี่ยม ?
    1. เห็นพระราชา
    2.  เห็นพญานาค
    3. เห็นสภาวะแห่งทุกข์ 
    4. เห็นพระพุทธรูปทองคำ
  13. คนที่เบื่อชีวิต คิดอยากตาย จัดเป็นตัณหาใดหรือไม่ ?
    1. กามตัณหา
    2. ภวตัณหา
    3. วิภวตัณหา     
    4. ไม่เป็นตัณหา
  14. คนที่ตั้งใจปฏิบัติธรรม อยากดื่มน้ำ จัดเป็นตัณหาใดหรือไม่ ?
    1. กามตัณหา
    2. ภวตัณหา
    3. วิภวตัณหา
    4. ไม่เป็นตัณหา
  15. คนที่ถูกไฟคือราคะเผาลนจิตใจ มักคิดเรื่องอะไร ?
    1. คิดแต่เรื่องกามารมณ์   
    2. คิดแต่เรื่องแก้แค้น
    3. คิดแต่เรื่องเสน่ห์ยาแฝด
    4. คิดแต่เรื่องอาถรรพณ์
  16. คุก อันเป็นสถานที่จองจำคนทำความผิด เปรียบได้กับข้อใด ?
    1. อสุรกาย
    2. เปรต
    3. นรก         
    4. อบาย  
  17. คนอดอยาก เที่ยวขโมยของคนอื่นตอนกลางคืน เปรียบได้กับข้อใด ?
    1. นรก
    2. อบาย
    3. เปรต
    4. อสุรกาย
  18. ยาบ้า ยาเสพย์ติดทุกชนิด พิจารณาแล้วควรทำอย่างไร ?
    1. เสพ
    2. อดกลั้น
    3. เว้น       
    4. บรรเทา
  19. คนที่เลิกสูบบุหรี่ ทนต่อทุกขเวทนา ยั้งใจไม่สูบ ตรงกับข้อใด ?
    1. พิจารณาแล้วเสพต่อ
    2. พิจารณาแล้วอดกลั้น
    3. พิจารณาแล้วเว้น
    4. พิจารณาแล้วบรรเทา
  20. อยากเห็นคนไทย อยู่ดีกินดี   หมายถึงข้อใด ?
    1. เมตตา
    2. กรุณา
    3. มุทิตา
    4. อุเบกขา
  21. ข้อใด จัดลำดับพระอริยบุคคลได้ถูกต้อง ?
    1. พระโสดาบัน พระอนาคามี พระสกทาคามี พระอรหันต์
    2. พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอรหันต์ พระอนาคามี
    3. พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์
    4. พระโสดาบัน พระอรหันต์ พระอนาคามี พระสกทาคามี
  22. นกน้อยทำรังแต่พอตัว   หมายถึงอริยวงศ์ข้อใด ?
    1. สันโดษด้วยจีวร
    2. สันโดษด้วยบิณฑบาต
    3. สันโดษด้วยเสนาสนะ       
    4. ยินดีในการเจริญกุศล
  23. อวิชชา คือความไม่รู้ในเรื่องอะไร ?
    1. อริยสัจ ๔       
    2. อริยวงศ์ ๔
    3. อริยมรรค ๔
    4. อริยผล ๔
  24. คนที่ถือมั่นในเรื่องกาม มีอาการเช่นไรปรากฏชัด ?
    1. อิจฉาริษยา     
    2. หัวดื้อ
    3. งมงายไร้สาระ
    4. ถือพรรค ถือพวก
  25.  คนที่ถือทิฏฐิเป็นเจ้าเรือน มั่นใจตัวเองสูง มีอาการเช่นไรปรากฏชัด ?
    1. อิจฉาริษยา
    2. ระแวงสงสัย
    3. พูดเพ้อเจ้อ
    4. ชอบทะเลาะถกเถียง
  26. ผู้ค้ายาบ้า ส่งส่วยให้เจ้าหน้าที่ผู้ทุจริต จัดเข้าในข้อใด ?
    1. ผู้ให้ไม่บริสุทธิ์
    2. ผู้รับไม่บริสุทธิ์
    3. ไม่บริสุทธิ์ทั้ง ๒ ฝ่าย         
    4. ผู้ให้บริสุทธิ์ ผู้รับไม่บริสุทธิ   
  27. เสี่ยงชีวิตช่วยคนตกน้ำ ได้รับผลอย่างไร ?
    1. มีแต่ทุกข์อย่างเดียว
    2. มีแต่สุขอย่างเดียว
    3. มีทุกข์แต่สุขใจภายหลัง   
    4. มีสุขแต่ทุกข์ใจภายหลัง
  28. แสดงความยินดีกับลูกที่ขโมยของคนอื่นได้สำเร็จ ข้อใดถูกต้อง ?
    1. เมตตา
    2. กรุณา
    3. มุทิตา
    4. ไม่มีข้อถูก
  29. คนที่ไม่ยอมฟังเหตุผล แม้จะพยายามอธิบายให้เข้าใจก็ตาม เปรียบได้กับบัวชนิดใด ?
    1. บัวพ้นน้ำ
    2. บัวเสมอน้ำ
    3. บัวจะพ้นน้ำวันต่อไป
    4. บัวจมอยู่ในโคลนตม
  30. เหตุใด จึงไม่สอนให้ถือสันโดษในยารักษาโรค ?
    1. เพราะยาบางอย่างหายาก
    2. เพราะต้องมีประจำบ้าน
    3. เพราะต้องใช้ยาให้ถูกกับโรค     
    4. เพราะสมัยก่อนมียาน้อย    
  31. ปลาวาฬ ปลาโลมา จัดอยู่ในกำเนิดใด ?
    1. อัณฑชะ
    2. ชลาพุชะ
    3. สังเสทชะ
    4. โอปปาติกะ  
  32. ผู้ปฏิบัติธรรม บรรลุผลช้าเร็วยากง่ายต่างกันอย่างไร ?
    1. บางพวกปฏิบัติลำบาก ทั้งรู้ได้ช้า
    2. บางพวกปฏิบัติลำบาก แต่รู้ได้เร็ว
    3. บางพวกปฏิบัติสะดวก แต่รู้ได้ช้า
    4. ถูกทุกข้อ
  33. ความมีไหวพริบทันคน ทันต่อเหตุการณ์ จัดเข้าในปฏิสัมภิทาข้อใด ?
    1. อัตถปฏิสัมภิทา
    2. ธัมมปฏิสัมภิทา
    3. นิรุตติปฏิสัมภิทา
    4. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
  34. คนที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นชั่วเป็นดี ชื่อว่ามีวิบัติข้อใด ?
    1. สีลวิบัติ
    2. อาจารวิบัติ
    3. ทิฏฐิวิบัติ       
    4. อาชีววิบัติ
  35. อาจารวิบัติ วิบัติแห่งอาจาระไม่ดีอย่างไร ?
    1. ไม่น่าเคารพนับถือ
    2. ไม่เจริญตาเจริญใจ
    3. คบกับใครไม่ได้นาน
    4. ชอบยกตนข่มคนอื่น
  36.  พระพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องทาน เพื่อประโยชน์อะไร ?
    1. เพื่อเว้นจากการเบียดเบียน
    2. เพื่อละความเห็นแก่ตัว
    3. เพื่อความประพฤติเรียบร้อย
    4.  เพื่อไม่ให้หมกมุ่นอยู่ในกาม 
  37. โทษของกาม เปรียบได้กับเขียงสับเนื้อ มีความหมายตรงกับข้อใด ?
    1. ผู้มีกำลังมากจึงได้กิน
    2. เจ็บปวดเดือดร้อน
    3. พอเสร็จธุระแล้วต้องส่งคืน
    4. มีแต่จะร่อยหรอสึกกร่อน
  38. ปีติ คือความอิ่มใจถึงกับทำให้ตัวลอยได้ ตรงกับข้อใด ?
    1. ปีติอย่างมาก
    2. ปีติชั่วขณะ
    3. ปีติเป็นพัก ๆ
    4. ปีติโลดโผน
  39. ถ้าฉันสอนเธอหมด เธอก็จะรู้เท่าฉันนะสิ   จัดเป็นมัจฉริยะข้อใด ?
    1. กุลมัจฉริยะ
    2. ลาภมัจฉริยะ
    3. ธัมมมัจฉริยะ   
    4. วัณณมัจฉริยะ
  40. คนทุจริต คิดมิชอบ เพราะถูกมารประเภทใดครอบงำ ?
    1. กิเลสมาร 
    2. อภิสังขารมาร
    3. มัจจุมาร
    4. เทวปุตตมาร
  41. วิญญาณ    ในพระพุทธศาสนาหมายถึงข้อใด ?
    1. ผู้เวียนว่ายตายเกิด
    2. สภาวะที่เสวยอารมณ์
    3. ผีที่สิงอยู่ในร่างคน
    4. สภาวะที่รับรู้อารมณ์
  42. คุณแม่ครับ วันนี้แกงอะไร หอมจังเลย   หมายถึงวิญญาณข้อใด ?
    1. จักขุวิญญาณ
    2. โสตวิญญาณ
    3. ฆานวิญญาณ   
    4. ชิวหาวิญญาณ
  43. ความหลุดพ้นที่เปรียบได้กับศิลาทับหญ้า คือข้อใด ?
    1. หลุดพ้นชั่วคราว
    2. หลุดพ้นด้วยสะกดไว้
    3. หลุดพ้นได้เด็ดขาด
    4. หลุดพ้นด้วยสงบ
  44. ข้อใด กล่าวความหมายของเวทนาได้ชัดเจนที่สุด ?
    1. ความเจ็บปวด
    2. ความสงสาร
    3. ความรู้สึก       
    4. ความเห็นใจ
  45.  จงคิดทุกคำที่พูด แต่อย่าพูดทุกคำที่คิด ”  ตรงกับข้อใด ?
    1. สำรวมในศีล
    2. สำรวมด้วยสติ
    3. สำรวมด้วยญาณ
    4. สำรวมด้วยขันติ
  46. คนมีทีวีไว้ดูเหตุการณ์ต่าง ๆ พอเทียบได้กับอภิญญาข้อใด ?
    1. ตาทิพย์         
    2. กำหนดใจผู้อื่นได้
    3. แสดงฤทธิ์ได้
    4. ทำอาสวะให้สิ้น
  47. คนเชื่อง่าย ไม่ใคร่ครวญเหตุผล ควรแก้ไขด้วยวิธีใด ?
    1. สะกดอารมณ์
    2. ฟังธรรม สนทนาธรรม
    3. เจริญเมตตา
    4. ใช้ความคิดในทางที่ถูกต้อง
  48. การบริจาคไตตนเอง เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย จัดเป็นทานระดับใด ?
    1. ทานบารมี
    2. ทานอุปบารมี
    3. ทานปรมัตถบารมี
    4. ไม่จัดเป็นทานบารมี
  49. การทรยศต่อชาติ หรือทำลายสามัคคีแห่งชาติ โดยอนุโลมจัดเข้าในอภิฐานข้อใด ?
    1. ทำลายบุคคล
    2. ทำลายคณะ
    3. ทำลายสงฆ์     
    4. ทำลายสถาบัน
  50. นวหรคุณ คืออะไร ?
    1. ๙ พระคุ้มครอง
    2. คุณของพระอรหันต์ ๙
    3. ๙ พระอรหันต์
    4. โลกุตตรธรรม ๙
Advertisements

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

:: ตัวอย่างกระทู้ธรรม ::

กระทู้ชั้นตรี

Leave a comment

10/07/2018 · 12:35 am

:: อนุพุทธ 45 ::

๑.    พระสาวกผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า เรียกว่าอะไร ?

ก. พระสงฆ์                                           ข. พระอนุพุทธะ

ค. พระเสขะ                                          ง. พระอเสขะ

      คำตอบ :

๒. พระสาวกรูปใด เคยทำนายพระลักษณะของพระมหาบุรุษ ?

ก. พระอัญญาโกณฑัญญะ                       ข. พระวัปปะ

ค. พระภัททิยะ                                      ง. พระอัสสชิ

      คำตอบ : ก

๓. พระปัญจวัคคีย์ อยู่เฝ้าอุปัฏฐากพระมหาบุรุษกี่ปี ?

ก. ๒ ปี                                                 ข. ๓ ปี

ค. ๕ ปี                                                 ง. ๖ ปี

      คำตอบ : ง

๔. พระปัญจวัคคีย์ทิ้งพระมหาบุรุษไป เพราะสาเหตุใด ?

ก. สิ้นความรัก                                       ข. สิ้นความหวัง

ค. สิ้นความอดทน                                  ง. สิ้นความเพียร

      คำตอบ :

๕. ข้อใด หมายถึง มัชฌิมาปฏิปทา ?

ก. ทุกข์                                                 ข. สมุทัย

ค. นิโรธ                                                ง. มรรค

      คำตอบ :

๖. ผู้ได้ธรรมจักษุ หมายถึงพระอริยบุคคลชั้นใด ?

ก. พระโสดาบัน                                      ข. พระสกทาคามี

ค. พระอนาคามี                                     ง. พระอรหันต์

      คำตอบ : ก

๗. คำว่า ” ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง “  พระพุทธเจ้าตรัสที่ไหน ?

ก. ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน                        ข. ลุมพินีวัน

ค. เวฬุวัน                                              ง. เชตวัน

      คำตอบ : ก

๘. พระสูตรใด ว่าด้วยเรื่องสภาวธรรมที่เป็นของร้อน ?

ก. โมคคัลลานสูตร                                 ข. อนัตตลักขณสูตร

ค. อาทิตตปริยายสูตร                             ง. ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

      คำตอบ : ค

๙. พระอุรุเวลกัสสปะ ได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศด้านใด ?

ก. อยู่ป่าเป็นวัตร                                    ข. ไม่คลุกคลีด้วยหมู่

ค. มีบริวารมาก                                      ง. ถือธุดงค์เป็นวัตร

      คำตอบ : ค

๑๐. อุปติสสปริพาชก เคยบวชในลัทธิของใครมาก่อน ?

ก. สัญชัย                                              ข. อชิตะ

ค. ลิจฉวี                                               ง. เดียรถีย์

      คำตอบ :

๑๑. พระศาสดา ตรัสอุบายแก้ความง่วงให้แก่ใคร ?

ก. ทีฆนขปริพาชก                                  ข. พระยสะ

ค. พระสารีบุตร                                      ง. พระโมคคัลลานะ

      คำตอบ :

๑๒. พระธรรมเสนาบดี หมายถึงใคร ?

ก. พระพุทธเจ้า                                      ข. พระสารีบุตร

ค. พระอานนท์                                       ง. พระปุณณมันตานีบุตร

      คำตอบ : ข

๑๓. ใครได้รับการอุปสมบท ด้วยการรับโอวาท ๓ ข้อ ?

ก. พระอุรุเวลกัสสปะ                              ข. พระนทีกัสสปะ

ค. พระคยากัสสปะ                                 ง. พระมหากัสสปะ

      คำตอบ : ง

๑๔. ใครดูแลการก่อสร้างวัดบุพพาราม ของนางวิสาขา ?

ก. พระโมคคัลลานะ                               ข. พระอานนท์

ค. พระสารีบุตร                                     ง. พระนันทะ

      คำตอบ : ก

๑๕. พระสาวกรูปใด เป็นแบบอย่างเรื่องความกตัญญู ?

ก. พระราธะ                                          ข. พระสารีบุตร

ค. พระอานนท์                                       ง. พระอนุรุทธะ

      คำตอบ : ข

๑๖. ” ฆราวาสคับแคบ เป็นที่มาแห่งกิเลสธุลี “ เป็นคำพูดของใคร ?

ก. พระมหากัจจายนะ                             ข. พระมหากัปปินะ

ค. พระอัสสชิ                                         ง. พระมหากัสสปะ

      คำตอบ : ง

๑๗. พระเถระรูปใด สามารถอธิบายความย่อให้พิสดาร ?

ก. พระปุณณมันตานีบุตร                        ข. พระมหากัจจายนะ

ค. พระโสณโกฬิวิสะ                               ง. พระโสณกุฏิกัณณะ

      คำตอบ : ข

๑๘. ใครเป็นอาจารย์ของมาณพ ๑๖ คน มีอชิตมาณพเป็นต้น ?

ก. สัญชัยปริพาชก                                 ข. พาวรีพราหมณ์

ค. วัสสการพราหมณ์                              ง. พากุลพราหมณ์

      คำตอบ : ข

๑๙. พระสาวกรูปใด เป็นสหชาติเกิดวันเดียวกับพระพุทธเจ้า ?

ก. พระกาฬุทายี                                     ข. พระยสะ

ค. พระอุบาลี                                         ง. พระนันทะ

      คำตอบ : ก

๒๐. ” โลกคือหมู่สัตว์อันอะไรปิดบังไว้ “ เป็นคำถามของใคร ?

ก. อุปติสสมาณพ                                   ข. โกลิตมาณพ

ค. นันทมาณพ                                       ง. อชิตมาณพ

      คำตอบ : ง

๒๑. ” สิ่งใดเป็นมาร ท่านจงละความพอใจในสิ่งนั้นเสีย “ พระศาสดาตรัสแก่ใคร ?

ก. พระราหุล                                         ข. พระราธะ

ค. พระวักกลิ                                         ง. พระอัสสชิ

      คำตอบ : ข

๒๒. พระนันทเถระ ได้รับยกย่องว่าเลิศด้านใด ?

ก. สำรวมอินทรีย์                                   ข. ถือธุดงค์

ค. เกิดในตระกูลสูง                                ง. มีปฏิภาณไหวพริบ

      คำตอบ : ก

๒๓. ใครเป็นพระอุปัชฌาย์รูปแรก ในการบวชสามเณร ?

ก. พระโมคคัลลานะ                               ข. พระอุบาลี

ค. พระสารีบุตร                                     ง. พระมหากัสสปะ

      คำตอบ : ค

๒๔. พรข้อสุดท้ายที่พระอานนท์ทูลขอ คือข้อใด ?

ก. อย่าประทานจีวรอันประณีต       ข. อย่าพาไปในที่นิมนต์

ค. ถามข้อสงสัยได้ทุกเวลา             ง. เมื่อไม่อยู่ในที่นั้น ขอให้แสดงธรรมซ้ำอีกครั้ง

      คำตอบ : ง

๒๕. เหตุผลที่ทูลขอพรข้อสุดท้าย คือข้อใด ?

ก. เพราะกลัวถูกตำหนิว่าเห็นแก่ลาภ         ข. เพราะกลัวความแตกร้าวในหมู่สงฆ์

ค. เพราะกลัวถูกตำหนิ เมื่อตอบไม่ได้       ง. เพราะกลัวจำคำสอนไม่ได้

      คำตอบ : ค

๒๖. คุณสมบัติข้อใด ที่ไม่ได้เป็นเอตทัคคะของพระอานนท์ ?

ก. เป็นพหูสูต                                        ข. แสดงธรรมไพเราะ

ค. มีสติ                                                ง. มีความเพียร

      คำตอบ : ข

๒๗. พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ใคร โดยยกพิณ ๓ สายขึ้นเปรียบ เพราะปรารภ
ความเพียรจนเกินขนาด ?

ก. พระโสณกุฏิกัณณะ                            ข. พระรัฐบาล

ค. พระโสณโกฬิวิสะ                               ง. พระจักขุบาล

      คำตอบ : ค

๒๘. ” โลกคือหมู่สัตว์ พร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม “ ใครกล่าว ?

ก. พระจักขุบาล                                     ข. พระรัฐบาล

ค. พระยามิลินท์                                    ง. พระเจ้าโกรัพยะ

      คำตอบ : ข

๒๙. พระสาวกรูปใด เป็นสามเณรอยู่ ๓ ปี จึงได้การอุปสมบท ?

ก. พระโสณโกฬิวิสะ                               ข. พระโสณกุฏิกัณณะ

ค. พระโมฆราช                                      ง. พระโสภิตเถระ

      คำตอบ : ข

๓๐. พระมหาปันถกะ เมื่อตอนเป็นฆราวาส ใครพาไปฟังธรรม ?

ก. ปู่                                                     ข. ย่า
ค. ตา                                                   ง. ยาย

      คำตอบ : ค

๓๑. ” ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา “ พระพุทธเจ้าตรัสแก่ใคร ?

ก. พระเจ้าพิมพิสาร                                ข. พระวักกลิ

ค. นางวิสาขา                                         ง. พระราหุล

      คำตอบ : ข

๓๒. มารดาของพระสารีบุตร มีนามว่ากระไร ?

ก. นางสาลี                                            ข. นางกาลี

ค. นางสารี                                            ง. นางกาสี

      คำตอบ : ค

๓๓. พระจูฬปันถกะ บรรลุเป็นพระอรหันต์ด้วยวิธีใด ?

ก. บริกรรมผ้าขาว                                  ข. ฟังธรรม

ค. เจริญอสุภะ                                       ง. เห็นผมหงอก

      คำตอบ : ก

๓๔. พระวังคีสะ เคาะกะโหลกศีรษะของใครแล้ว ไม่รู้ที่เกิด ?

ก. ปริพาชก                                           ข. เทวดา

ค. เดียรถีย์                                           ง. พระอรหันต์

      คำตอบ : ง

๓๕. พระเถระรูปใด เกิดในสำนักของนางภิกษุณี ?

ก. พระสิวลี                                           ข. พระพากุละ

ค. พระกุมารกัสสปะ                               ง. พระทัพพมัลลบุตร

      คำตอบ : ค

๓๖. พระอนุรุทธะ ได้รับยกย่องด้านใด ?

ก. มีหูทิพย์                                           ข. พหุสูตร

ค. มีตาทิพย์                                          ง. มีฤทธิ์มาก

      คำตอบ : ค

๓๗. ใครบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว ยังไม่ทันบวชก็ปรินิพพานเสียก่อน ?

ก. พระพาหิยะ                                       ข. พระชัมพุกะ

ค. พระพากุละ                                       ง. พระวังคีสะ

      คำตอบ : ก

๓๘. พระองคุลิมาล มีนามเดิมว่ากระไร ?

ก. อุปติสสะ                                           ข. โกลิตะ

ค. ปิปผลิ                                              ง. อหิงสกะ

      คำตอบ : ง

๓๙. ถ้าพระศาสดาไม่เสด็จไปโปรด องคุลิมาลโจรจะทำการใด ?

ก. ปิตุฆาต                                            ข. มาตุฆาต

ค. อรหันตฆาต                                      ง. ทำพระโลหิตให้ห้อ

      คำตอบ : ข

๔๐. รูปนันทาเถรี ไม่กล้าไปฟังธรรมเพราะเหตุใด ?

ก. ไม่มีความคุ้นเคยกับพระพุทธเจ้า         ข. ไม่รู้จักทางที่จะไปยังเชตวันวิหาร

ค. ละอายเพราะมีแต่ผื่นคันเกิดตามตัว      ง. กลัวถูกพระพุทธเจ้าตำหนิความงาม

      คำตอบ : ง

๔๑. แบบอย่าง หรือแบบแผนต่างๆ ที่พึงปฏิบัติในทางพระศาสนา รวมเรียกว่าอะไร ?

ก. ศาสนพิธี                                          ข. บุญพิธี

ค. ทานพิธี                                            ง. กุศลพิธี

      คำตอบ : ก

๔๒. การทำวัตรสวดมนต์เช้า-เย็น มีความมุ่งหมายอย่างไร ?

ก. เป็นการละกิเลส                                 ข. เป็นอุบายสงบจิต

ค. ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์                              ง. เห็นแจ้งในกองทุกข์

      คำตอบ : ข

๔๓. วันกำหนดประชุมฟังธรรม เรียกว่าวันอะไร ?

ก. วันปาฏิบท                                        ข. วันธรรมสวนะ

ค. วันเข้าพรรษา                                     ง. วันปวารณา

      คำตอบ : ข

๔๔. วันเทโวโรหณะ หมายถึงวันอะไร ?

ก. วันเทวดาลงมาประชุมฟังธรรม             ข. วันพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นสู่เทวโลก

ค. วันพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก       ง. วันทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์

      คำตอบ : ค

๔๕. การยินยอมให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ เรียกว่าอะไร ?

ก. การขอขมา                                        ข. การทำวัตร

ค. สามีจิกรรม                                       ง. ปวารณากรรม

      คำตอบ : ง

๔๖. ทักษิณานุประทาน หมายถึงอะไร ?

ก. การทำบุญสะเดาะเคราะห์                    ข. การทำบุญขึ้นบ้านใหม่

ค. การทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย                      ง. การทำบุญเสริมอายุมงคล

      คำตอบ : ค

๔๗. การที่พระสงฆ์สาธยายมนต์ในงานมงคล เรียกว่าอะไร ?

ก. สวดพระพุทธมนต์                             ข. เจริญพระพุทธมนต์

ค. ถวายพรพระ                                     ง. สวดมาติกา-บังสุกุล

      คำตอบ :

๔๘. งานใดที่นิมนต์พระสงฆ์ใช้คำว่า สวดพระพุทธมนต์ ?

ก. ทำบุญขึ้นบ้านใหม่                              ข. ทำบุญ ๕๐ วัน

ค. ทำบุญฉลองพระ                                ง. ทำบุญอายุ

      คำตอบ :

๔๙. พิธีลอยกระทง ในประเทศไทยเกิดขึ้นครั้งแรกสมัยใด ?

ก. สุโขทัย                                             ข. อยุธยา

ค. ธนบุรี                                               ง. รัตนโกสินทร์

      คำตอบ : ก

๕๐. ข้อใด กล่าวถึงการทอดผ้าป่าและกฐิน ได้ถูกต้อง ?

ก. ผ้าป่าจำกัดกาล ส่วนกฐินไม่จำกัดกาล      ข. ผ้าป่าไม่จำกัดกาล ส่วนกฐินจำกัดกาล

ค. ทั้งผ้าป่าและกฐินไม่จำกัดกาล                ง. ทั้งผ้าป่าและกฐินจำกัดกาล

      คำตอบ : ข

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

:: ธรรม 45 ::

  1. การศึกษานับเป็นสิ่งสำคัญ พระเสขะ ต้องศึกษาเรื่องอะไร ?
    1. พระธรรมวินัย
    2. สมถวิปัสสนา
    3. พระไตรปิฎก
    4. ศีล สมาธิ ปัญญา
  2. คำว่า สมถะ หมายถึงอะไร ?
    1. มักน้อย
    2. พอมีพอกิน
    3. ความสงบ         
    4. ความเห็นแจ้ง
  3. กิเลสอันเป็นเหตุให้ใคร่ เรียกว่าอะไร ?
    1. กามคุณ
    2. กิเลสกาม
    3. วัตถุกาม
    4. กามฉันทะ   
  4. ข้อใด ไม่ใช่รูปธรรม ?
    1. ดิน
    2. น้ำ
    3. ลม
    4. เวทนา 
  5. ข้อใด จัดเป็นโลกิยธรรม ?
    1. ฌาน     
    2. มรรค
    3. ผล
    4. นิพพาน
  6. ข้อใด จัดเป็นปฏิบัติบูชา ?
    1. สร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม
    2. ถวายพระพุทธรูป
    3. บูชาด้วยดอกไม้
    4. รักษาศีล ๕
  7. การต้อนรับแขกผู้มาเยือนถึงเรือนชาน เรียกว่าอะไร ?
    1. อามิสบูชา
    2. การปฏิสันถาร
    3. ปฏิบัติบูชา
    4. การแบ่งปันน้ำใจ
  8. ข้อใด ไม่จัดเป็นอริยปริเยสนา การแสวงหาอย่างประเสริฐ ?
    1. ประกอบสัมมาชีพ
    2. แสวงหาความสงบ
    3. แสวงหาทางพ้นผิด     
    4. แสวงหาทางพ้นทุกข์
  9.  ปาพจน์ ๒ คืออะไรบ้าง ?
    1. ธรรมและวินัย     
    2. โลกิยะ โลกุตตระ
    3. สมถะ วิปัสสนา
    4. นามธรรม รูปธรรม
  10. อนุปาทินนกสังขาร สังขารที่ไม่มีใจครอง ได้แก่ข้อใด ?
    1. เทวดา
    2. ต้นไม้
    3. อมนุษย์
    4. มนุษย์
  11. การทำจิตให้เป็นสมาธิ คือการทำอย่างไร ?
    1. การนั่งขัดสมาธินิ่งๆ
    2. การข่มใจไม่ให้โกรธเคือง
    3. การกำหนดลมหายใจเข้า-ออก
    4. การทำใจให้นิ่ง มีอารมณ์เดียว
  12. ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ จัดเข้าในสุขข้อใด ?
    1. กายิกสุข   
    2. เจตสิกสุข
    3. สามิสสุข
    4. นิรามิสสุข
  13. ความเป็นใหญ่ใครๆ ก็ชอบ แต่ถืออะไรเป็นใหญ่จึงจะดี ?
    1. ถือตนเองเป็นใหญ่
    2. ถือเสียงข้างมากเป็นใหญ่
    3. ถือประชาชนเป็นใหญ่
    4.  ถือธรรมเป็นใหญ่ 
  14. คนที่คิดจะทำร้ายคนอื่นตลอดเวลา เพราะถูกวิตกใดครอบงำ ?
    1. กามวิตก
    2. พยาบาทวิตก
    3. วิหิงสาวิตก
    4. วิตกจริต
  15. คิดอย่างไร จัดเป็นเนกขัมมวิตก ?
    1. คิดต้องการมีคู่
    2. คิดหนีปัญหาชีวิต
    3. คิดทำร้ายตัวเอง
    4. คิดออกบวช
  16. ไฟชนิดใด เป็นเหตุให้เกิดความลุ่มหลง มีปัญญามืดบอด ?
    1. ไฟคือราคะ
    2. ไฟคือโทสะ
    3. ไฟคือโมหะ     
    4.  ไฟคือกาม
  17.  คาถาหัวใจเศรษฐีว่า อุ. อา. กะ. สะ. ตรงกับประโยชน์ข้อใด ?
    1. ประโยชน์ในภพนี้ 
    2. ประโยชน์ในภพหน้า
    3. ปรมัตถประโยชน์
    4. ประโยชน์อย่างยิ่ง 
  18. ข้อใด ตรงกับหลักธรรมาธิปไตย ?
    1. การลงคะแนนโดยใช้เสียงข้างมาก
    2. การไม่ทุจริตในการเลือกตั้ง
    3. การร่วมลงนามเพื่อฟ้องขับไล่
    4. การชุมนุมคัดค้านร่างกฏหมาย
  19.  ” ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา “ จัดเป็นอนุตตริยะใด ?
    1. ลาภานุตตริยะ
    2. ทัสสนานุตตริยะ
    3. ปฏิปทานุตตริยะ
    4. สวนานุตตริยะ
  20.  ผู้มีความเห็นว่า ” ทำบุญสูญเปล่า ไหว้เจ้าได้กิน เพราะว่าบุญไม่มี บาปไม่มี “จัดเป็นคนเช่นไร ?
    1. คนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ
    2. คนไม่มีความคิด
    3. คนใจคอคับแคบ
    4. คนมีความเห็นผิด
  21. นางมณีเมขลา เทพธิดาในเรื่องมหาชนก จัดเข้าในเทพใด ?
    1. สมมติเทพ
    2. วิสุทธิเทพ
    3. อุปปัตติเทพ   
    4. กามเทพ
  22. พระมหากษัตริย์ จัดเข้าในเทพใด ?
    1. สมมติเทพ         
    2. อุปปัตติเทพ
    3. วิสุทธิเทพ
    4. ไม่จัดเป็นเทพ   
  23. สมุจเฉทปหาน การละด้วยตัดขาด ได้แก่การละของใคร ?
    1. คนทั่วไป
    2. คนได้ฌาน
    3. พระอรหันต์       
    4. คนตั้งใจละเว้น   
  24. ข้อใด ไม่จัดเข้าในอิทธิปาฏิหาริยะ มีฤทธิ์เป็นอัศจรรย์ ?
    1. ล่องหนได้
    2. ดักใจทายใจคนได้
    3. ดำดินได้
    4. ไม่มีข้อถูก
  25. ชาดกต่างๆ ในพระไตรปิฎก จัดเข้าในปิฎกใด ?
    1. พระวินัยปิฎก
    2. พระสุตตันตปิฎก
    3. พระอภิธรรมปิฎก
    4. พระธรรมปิฎก
  26.  การสงเคราะห์คนทั้งหลาย โดยฐานเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน สงเคราะห์เข้าในพุทธจริยาข้อใด ?
    1. พุทธัตถจริยา
    2. ญาตัตถจริยา
    3. โลกัตถจริยา   
    4. อัตถจริยา  
  27. พระพุทธเจ้าเสด็จไปห้ามพระญาติ ผู้วิวาทกันเพราะแย่งน้ำเข้านา สงเคราะห์เข้าในพุทธจริยาข้อใด ?
    1. พุทธัตถจริยา
    2. ญาตัตถจริยา
    3. ธรรมจริยา
    4. อัตถจริยา
  28. ข้อใด ไม่จัดเข้าในกามภพ ภพอันเป็นกามาวจร ?
    1. นรก
    2. มนุษย์
    3. สวรรค์ ๖ ชั้น
    4. อรูปพรหม ๔ ชั้น
  29. ผู้หวงความรู้ ไม่ยอมบอกเพื่อนขณะทำข้อสอบ เป็นมัจฉริยะใด ?
    1. ธัมมมัจฉริยะ
    2. ลาภมัจฉริยะ
    3. วัณณมัจฉริยะ
    4. ไม่เป็นมัจฉริยะ
  30. ปฏิบัติอย่างไร จึงเรียกว่า กายวิเวก ความสงัดกาย ?
    1. การทำใจให้สงบ
    2. การอยู่ในที่สงบเงียบ
    3. การไม่คิดฟุ้งซ่าน
    4. การนั่งนิ่งๆ ไม่ไหวติง
  31. ข้อใด จัดเป็นปฏิเวธสัทธรรม ?
    1. เรียนจบธรรมศึกษาเอก
    2. ขยันสวดมนต์ไหว้พระ
    3. สิ้นความสงสัยในพระรัตนตรัย       
    4.  ถูกทุกข้อ
  32.  ภูมิอันหาความเจริญมิได้ เรียกว่าอะไร ?
    1. อบาย   
    2. อุบาย
    3. นรก
    4. อุบาทว์
  33. คนประเภทใด เปรียบได้กับสัตว์นรก ?
    1. คนหลอกลวงผู้อื่น
    2. นักโทษถูกจองจำ
    3. คนกินของสกปรก
    4. คนอดอยากผอมโซ
  34.  คนถูกอวิชชาครอบงำจิตใจ เพราะไม่รู้อะไร ?
    1. ไม่รู้หนังสือ
    2. ไม่รู้จักบาป-บุญ
    3. ไม่รู้เหตุเกิดทุกข์     
    4. ไม่รู้จักยาบ้า
  35.   ต้องการให้เด็กผู้ยากไร้ พ้นจากความหิวโหย จัดเข้าในข้อใด ?
    1. เมตตา
    2. กรุณา
    3. มุทิตา
    4. อุเบกขา
  36. อะไรเป็นข้าศึกโดยตรงของเมตตา ?
    1. กามราคะ
    2. ริษยา
    3. พยาบาท 
    4. วิหิงสา
  37. ความถือมั่นข้อใด เป็นเหตุให้กลายเป็นคนหัวดื้อ มีความเห็นผิด ชอบทะเลาะกับคนอื่นเป็นประจำ ?
    1. ความถือมั่นกาม
    2. ความถือมั่นทิฏฐิ
    3. ความถือมั่นศีล
    4.  ความถือตัว    
  38. กิเลสเป็นดุจห้วงน้ำท่วมใจสัตว์ เรียกว่าอะไร ?
    1. โอฆะ
    2. โยคะ
    3. อาสวะ
    4. ปฏิฆะ   
  39. สิ่งของที่เตรียมไว้ทำบุญ เรียกว่าอะไร ?
    1. ทายก
    2.  ปฏิคาหก
    3. ปัจจัย
    4. ทักขิณา
  40. ธรรมสมาทานที่ให้ทุกข์ในปัจจุบัน แต่มีสุขเป็นวิบากต่อไป ตรงกับข้อใด ?
    1. ซื้อหวยหวังถูกรางวัล
    2. ลักลอบค้าสัตว์ป่า
    3. เสี่ยงตายจับยาบ้า   
    4. ช่วยเหลือนักโทษประหาร 
  41. ข้อใด ไม่จัดเข้าในวรรณะ ๔ ?
    1. กษัตริย์
    2. พราหมณ์
    3. แพทย์     
    4. ศูทร
  42. การไม่รักษากิริยามารยาทให้เรียบร้อย จัดเป็นวิบัติข้อใด ?
    1. สีลวิบัติ
    2. อาจารวิบัติ
    3. ทิฏฐิวิบัติ
    4. อาชีววิบัติ 
  43. การชักชวนให้คนอื่นมีใจเผื่อแผ่สงเคราะห์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นการกล่าวถึงอนุปุพพีกถาข้อใด ?
    1. ทาน   
    2. ศีล
    3. สวรรค์
    4. เนกขัมมอานิสงส์
  44.  ปีติ ความอิ่มใจ เปรียบด้วยคลื่นกระทบฝั่ง จัดเป็นปีติชนิดใด ?
    1. ปีติชั่วขณะ
    2. ปีติเป็นพักๆ
    3. ปีติโลดโผน
    4. ปีติซาบซ่าน
  45. ลัทธิเหยียดผิว เกิดขึ้นเพราะมีมัจฉริยะข้อใด ?
    1. ธรรมมัจฉริยะ
    2. กุลมัจฉริยะ
    3. วัณณมัจฉริยะ   
    4. ลาภมัจฉริยะ
  46. คนหวงวิชาความรู้ ไม่ยอมถ่ายทอดให้คนอื่น เกรงว่าเขาจะรู้ทัน จัดเป็นมัจฉริยะข้อใด ?
    1. ธรรมมัจฉริยะ   
    2. กุลมัจฉริยะ
    3. วัณณมัจฉริยะ
      1. อาวาสมัจฉริยะ
  47.  เพราะเหตุใด ความตาย จึงได้ชื่อว่า มัจจุมาร ?
    1. เพราะเป็นเหตุฆ่าตัวตาย
    2. เพราะเป็นเหตุตัดความทุกข์
    3. เพราะเป็นเหตุตัดชีวิต     
    4. เพราะเป็นเหตุตัดความดี 
  48. ข้อใด ไม่ใช่ท้าวมหาราช ๔ ที่ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ?
    1. ท้าวธตรฐ
    2. ท้าวสักกะ
    3. ท้าวกุเวร
    4. ท้าววิรูปักข์
  49.  ชาดกเรื่อง พระมหาชนก เป็นแบบอย่างของผู้บำเพ็ญบารมีใด ?
    1. ทานบารมี
    2. สัจจบารมี
    3. วิริยบารมี           
    4. ขันติบารมี
  50. การบริจาคดวงตา เพื่อช่วยเหลือคนตาบอด จัดเป็นบารมีใด ?
    1. ทานบารมี
    2. ทานอุปบารมี
    3. ทานปรมัตถบารมี
    4. ถูกทุกข้อ 

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

:: พุทธานุพุทธประวัติ 45 ::

๑. พุทธานุพุทธประวัติ ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องอะไร ?

ก. ประวัติพระพุทธเจ้า                            ข. ประวัติพระสาวก

ค. ประวัติพระพุทธเจ้าและพระสาวก         ง. ลัทธิประเพณีต่างๆ

      คำตอบ : ค

๒. ประเทศไทยตั้งอยู่ทางทิศใด ของประเทศอินเดีย ?

ก. ทิศทักษิณ                                         ข. ทิศบูรพา

ค. ทิศพายัพ                                          ง. ทิศอาคเนย์

      คำตอบ : ง

๓. ข้อใด ไม่ใช่บุพพนิมิต ๕ ประการ ที่ปรากฏแก่พระมหาสัตว์ก่อนเสด็จจุติยัง
โลกมนุษย์ ?

ก. ทิพยภูษาที่ทรงมีสีเศร้าหมอง               ข. พระสรีระกายมีอาการชราปรากฏ

ค. พระเสโทไหลออกจากพระนลาฏ           ง. ทิพยบุปผาที่ประดับกายเหี่ยวแห้ง

      คำตอบ : ค

๔. ปัญจมหาวิโลกนะ ที่พระมหาสัตว์ทรงพิจารณาถึง คือข้อใด ?

ก. แคว้น เมือง ชนบท สกุล มารดา           ข. กาล ทวีป ประเทศ สกุล มารดา

ค. กาล ทวีป ประเทศ เมือง มารดา           ง. ทวีป ประเทศ ชนบท สกุล มารดา

      คำตอบ : ข

๕.    กษัตริย์พระองค์ใด เป็นต้นวงศ์ศากยะ ?

ก. พระเจ้าชัยเสนะ                                 ข. พระเจ้าสีหหนุ

ค. พระเจ้าอัญชนะ                                 ง. พระเจ้าโอกกากราช

      คำตอบ : ง

๖.    พระเจ้าสีหหนุ และพระนางกาญจนา มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าชายสิทธัตถะอย่างไร ?

ก. ตา ยาย                                            ข. ปู่ ย่า

ค. ลุง ป้า                                              ง. พ่อตา แม่ยาย

      คำตอบ : ข

๗. ใครไม่ใช่สหชาติที่เกิดร่วม ในวันที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ ?

ก. กาฬุทายีอำมาตย์                               ข. พระนางพิมพา

ค. พระอานนท์                                       ง. พระอุบาลี

      คำตอบ : ง

๘. ” ราหุลัง ชาตัง พันธนัง ชาตัง “ มีความหมายว่าอย่างไร ?

ก. พระราหุลประสูติแล้ว                          ข. พระราหุลคือทรัพย์

ค. บ่วงเกิดแล้ว พันธะเกิดแล้ว                 ง. พระราหุลเป็นที่รัก

      คำตอบ : ค

๙. พระมารดาของพระนางพิมพา มีพระนามว่าอย่างไร ?

ก. โคตมี                                               ข. อมิตา

ค. กีสาโคตมี                                         ง. ปมิตา

      คำตอบ : ข

๑๐. ญาณใดที่พระพุทธเจ้าทรงบรรลุ ในยามสุดท้าย วันตรัสรู้ ?

ก. ทศพลญาณ                                       ข. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ค. จุตูปปาตญาณ                                   ง. อาสวักขยญาณ

      คำตอบ :

๑๑. ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าประทับนั่ง ในวันตรัสรู้ ชื่อว่าอะไร ?

ก. อัสสัตถพฤกษ์                                   ข. ราชายตนพฤกษ์

ค. อชปาลนิโครธ                                    ง. มุจลินท์

      คำตอบ :

๑๒. หลังจากตรัสรู้แล้ว พระองค์ทรงพิจารณาปฏิจจสมุปบาทที่ใด ?

ก. ร่มไม้พระศรีมหาโพธิ์                         ข. ร่มไม้ราชายตนะ

ค. ร่มไม้อชปาลนิโครธ                            ง. ร่มไม้มุจลินท์

      คำตอบ : ก

๑๓. ผู้ที่สามารถเข้าใจได้ ต่อเมื่อคนอื่นอธิบายความ ตรงกับข้อใด ?

ก. อุคฆฏิตัญญู                                      ข. วิปจิตัญญู

ค. เนยยะ                                             ง. ปทปรมะ

      คำตอบ : ข

๑๔. ความปรารถนาข้อที่ ๕ ของพระเจ้าพิมพิสาร ว่าอย่างไร ?

ก. ขอพระอรหันต์มาสู่แว่นแคว้นของเรา     ข. ขอพระอรหันต์แสดงธรรมแก่เรา

ค. ขอเราได้รู้ทั่วถึงธรรมของพระอรหันต์    ง. ขอเราได้เข้าไปนั่งใกล้พระอรหันต์

      คำตอบ : ค

๑๕. พระศาสดา ประดิษฐานพระพุทธศาสนาครั้งแรกที่ไหน ?

ก. แคว้นกาสี                                         ข. แคว้นวัชชี

ค. แคว้นมัลละ                                       ง. แคว้นมคธ

      คำตอบ : ง

๑๖. พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษาแรก ณ สถานที่ใด ?

ก. อุรุเวลาเสนานิคม                               ข. วัดเวฬุวัน

ค. ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน                        ง. วัดเชตวัน

      คำตอบ : ค

๑๗. ใครออกบวช เพราะเชื่อมั่นในวิชาการทำนายทายทัก ?

ก. พระมหากัสสปะ                                 ข. พระอัญญาโกณฑัญญะ

ค. พระวังคีสะ                                        ง. พระอัสสชิ

      คำตอบ : ข

๑๘. อนัตตลักขณสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ใคร ?

ก. ปัญจวัคคีย์                                       ข. ภัททวัคคีย์ ๓๐ คน

ค. ชฎิล ๓ พี่น้อง                                   ง. พระสารีบุตร

      คำตอบ : ก

๑๙. อนุปุพพีกถาและอริยสัจ ๔ ทรงแสดงแก่ใคร ?

ก. ปัญจวัคคีย์                                       ข. ภัททวัคคีย์ ๓๐ คน

ค. ชฎิล ๓ พี่น้อง                                   ง. พระสารีบุตร

      คำตอบ : ข

๒๐. อาทิตตปริยายสูตร ทรงแสดงแก่ใคร ?

ก. ปัญจวัคคีย์                                       ข. ภัททวัคคีย์ ๓๐ คน

ค. ชฎิล ๓ พี่น้อง                                   ง. พระสารีบุตร

      คำตอบ : ค

๒๑. ใครได้บรรลุธรรม เพราะฟังเวทนาปริคคหสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่
ทีฆนขปริพาชก ?

ก. ปัญจวัคคีย์                                       ข. ภัททวัคคีย์ ๓๐ คน

ค. ชฎิล ๓ พี่น้อง                                    ง. พระสารีบุตร

      คำตอบ :

๒๒. พระพุทธเจ้าทรงเปลี่ยนผ้าสังฆาฏิกับพระสาวกรูปใด ?

ก. พระอานนท์                                       ข. พระมหากัสสปะ

ค. พระอัญญาโกณฑัญญะ                       ง. พระอุรุเวลกัสสปะ

      คำตอบ :

๒๓. โกลิตปริพาชกฟังธรรมจากใคร จึงได้ดวงตาเห็นธรรม ?

ก. พระพุทธเจ้า                                      ข. พระอัสสชิ

ค. อุปติสสปริพาชก                                ง. ทีฆนขปริพาชก

      คำตอบ : ค

๒๔. ใครทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนาของพระศาสดาว่า ” ดุจหงายของที่คว่ำ เปิดของ
      ที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง “ ?

ก. ทีฆนขปริพาชก
ข. อุปติสสปริพาชก

ค. โกลิตปริพาชก
ง. พระเจ้าพิมพิสาร

      คำตอบ : ก

๒๕. ข้อใด ไม่จัดเข้าในความเสื่อม ๕ อย่าง ที่พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่าเป็นเหตุให้คน
ออกบวช ?

ก. แก่                                                   ข. เจ็บ

ค. ผิดหวัง                                             ง. สิ้นโภคทรัพย์

      คำตอบ : ค

๒๖. พระสาวกรูปใดยอมอดอาหาร เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้บวช ?

ก. พระรัฐบาล                                        ข. พระอนุรุทธะ

ค. พระภัททิยะ                                      ง. พระราธะ

      คำตอบ : ก

๒๗. พระสาวกรูปใด เคยเป็นปุโรหิตของพระเจ้าจัณฑปัชโชตมาก่อน ?

ก. พระอุบาลี                                         ข. พระกาฬุทายี

ค. พระมหากัจจายนะ                             ง. พระรัฐบาล

      คำตอบ : ค

๒๘. เจ้าศากยะและเจ้าโกลิยะทั้ง ๖ ให้อุบาลีบวชก่อน เพราะเหตุใด ?

ก. เพราะต้องการละมานะความถือตัว        ข. เพราะอุบาลีมีอายุมากกว่า

ค. เพราะเคยมีอุปการคุณต่อกัน               ง. เพราะเป็นพุทธประสงค์

      คำตอบ : ก

๒๙. พระสาวกรูปใด ได้รับยกย่องว่าเป็นยอดพระนักเทศน์ ?

ก. พระราธะ                                          ข. พระปุณณมันตานีบุตร

ค. พระโสณกุฏิกัณณะ                            ง. พระโสณโกฬิวิสะ

      คำตอบ : ข

๓๐. ธรรมเปรียบด้วยกระจกเงา ที่พระศาสดาตรัสแก่สามเณรราหุล ว่าด้วยเรื่องอะไร ?

ก. การเสียสละ                                      ข. ความมีเมตตา

ค. การทำงานด้วยปัญญา                        ง. การไม่กล่าวเท็จ

      คำตอบ : ค

๓๑. วิวาห์ล่ม เกิดขึ้นแก่พระสาวกรูปใด ?

ก. พระมหากัสสปะ                                 ข. พระนันทะ

ค. พระอานนท์                                       ง. พระอนุรุทธะ

      คำตอบ : ข

๓๒. ใครสอนวิธีทำการเกษตร แก่พระอนุรุทธศากยะ ?

ก. พระเจ้ามหานามะ                               ข. พระเจ้าภัททิยะ

ค. พระเจ้าอมิโตทนะ                              ง. พระเจ้าสุกโกทนะ

      คำตอบ : ก

๓๓. ปัญหาว่า ” อะไรเป็นภัยใหญ่ของสัตวโลก “ พระพุทธเจ้าตรัสตอบอชิตมาณพ
ว่าอย่างไร ?

ก. ลาภเป็นภัยใหญ่                                ข. ทุกข์เป็นภัยใหญ่

ค. ยศเป็นภัยใหญ่                                  ง. ความโกรธเป็นภัยใหญ่

      คำตอบ : ข

๓๔. ศิษย์ของพราหมณ์พาวรี ใครได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะ ?

ก. ปิงคิยมาณพ                                     ข. อชิตมาณพ

ค. เมตตคูมาณพ                                    ง. โมฆราชมาณพ

      คำตอบ : ง

๓๕. พระอรหันต์คู่ใด สนทนาการตายของพระขีณาสพ ?

ก. พระสารีบุตร-พระโมคคัลลานะ             ข. พระอัสสชิ-พระสารีบุตร

ค. พระสารีบุตร-พระยมกะ                      ง. พระอานนท์-พระอุบาลี

      คำตอบ : ค

๓๖. พระสาวกรูปใด อยู่ในครรภ์มารดานานถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน ?

ก. พระอุบาลี                                         ข. พระสิวลี

ค. พระวักกลิ                                         ง. พระโสภิตะ

      คำตอบ : ข

๓๗. พระสาวกรูปใด บรรลุพระอรหัตต์ในอิริยาบถแปลกกว่าพระสาวกรูปอื่น ?

ก. พระอานนท์                                       ข. พระอุบาลี

ค. พระอนุรุทธะ                                     ง. พระสารีบุตร

      คำตอบ : ก

๓๘. พระสาวกรูปใด นิพพานก่อนพระศาสดา ?

ก. พระมหากัสสปะ                                 ข. พระโมคคัลลานะ

ค. พระอานนท์                                       ง. พระอนุรุทธะ

      คำตอบ : ข

๓๙. ใครได้รับการอุปสมบท  เพราะอานิสงส์ถวายข้าวเพียงทัพพีเดียว ?

ก. พระราธะ                                          ข. พระพาหิยะ

ค. พระวักกลิ                                         ง. พระพากุละ

      คำตอบ : ก

๔๐. พระสาวกรูปใด สนับสนุนการบวชภิกษุณีครั้งแรก ?

ก. พระสารีบุตร                                     ข. พระมหากัสสปะ

ค. พระอุบาลี                                         ง. พระอานนท์

      คำตอบ : ง

๔๑. พระนางปชาบดี แสดงความตั้งใจในการขอบวชอย่างไร ?

ก. อดพระกระยาหาร                              ข. กลั้นลมหายใจ

ค. ตัดพระเมาลี                                      ง. ยอมสิ้นพระชนม์

      คำตอบ : ค

๔๒. ภิกษุณีคู่ใด เป็นอัครสาวิกาซ้าย-ขวาของพระพุทธเจ้า ?

ก. อุบลวรรณาเถรี-รูปนันทาเถรี               ข. เขมาเถรี-อุบลวรรณาเถรี

ค. เขมาเถรี-ปฏาจาราเถรี                        ง. ธัมมทินนาเถรี-รูปนันทาเถรี

      คำตอบ : ข

๔๓. ดอกไม้ชนิดใด บ่งบอกว่าพระศาสดาปรินิพพานแล้ว ?

ก. ดอกบัว                                            ข. ดอกสาละ

ค. ดอกโศก                                             ง. ดอกมณฑารพ

      คำตอบ : ง

๔๔. พระพุทธสรีรังคาร คืออะไร ?

ก. เถ้าถ่าน                                            ข. พระอัฐิธาตุ

ค. พระเขี้ยวแก้ว                                    ง. พระรากขวัญ

      คำตอบ : ก

๔๕. เจดีย์ที่บรรจุพระไตรปิฏก เป็นเจดีย์ประเภทใด ?

ก. ธาตุเจดีย์                                          ข. บริโภคเจดีย์

ค. ธรรมเจดีย์                                        ง. อุทเทสิกเจดีย์

      คำตอบ : ค

๔๖. ใครบรรลุพระอรหัตต์ ก่อนทำปฐมสังคายนา ๑ คืน ?

ก. พระอุบาลี                                         ข. พระอานนท์

ค. พระสุภัททะ                                      ง. พระนันทะ

      คำตอบ : ข

๔๗. ในคราวทำปฐมสังคายนา พระอุบาลีทำหน้าที่อะไร ?

ก. ถามพระสูตร                                     ข. วิสัชชนาพระสูตร

ค. ถามพระวินัย                                     ง. วิสัชชนาพระวินัย

      คำตอบ : ง

๔๘. พระราชาพระองค์ใด ทรงอุปถัมภ์ในคราวทำปฐมสังคายนา ?

ก. พระเจ้าพิมพิสาร                                ข. พระเจ้าปเสนทิโกศล

ค. พระเจ้าอโศกมหาราช                         ง. พระเจ้าอชาตศัตรู

      คำตอบ : ง

๔๙. เรื่องใด เป็นสาเหตุของการทำสังคายนาครั้งที่ ๓ ?

ก. เรื่องวัตถุ ๑๐ ประการ                        ข. เรื่องเดียรถีย์ปลอมบวช

ค. เรื่องภิกษุเข้ารีตเดียรถีย์                      ง. เรื่องภิกษุกล่าวจ้วงจาบพระธรรมวินัย

      คำตอบ :

๕๐. ในอันตรธาน ๕ ประการ ข้อใดอันตรธานก่อน ?

ก. ปริยัติอันตรธาน                                 ข. ปฏิบัติอันตรธาน

ค. ปฏิเวธอันตรธาน                                ง. ลิงคอันตรธาน

      คำตอบ :

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

:: ธรรม 45 ::

๑.    บุคคลจะพ้นจากบ่วงแห่งมารได้ ด้วยวิธีใด ?

ก. สำรวมอินทรีย์                                   ข. สำรวมในกาม

ค. สำรวมจิต                                          ง. ถูกทุกข้อ

      คำตอบ :

๒. อะไร เรียกว่า มาร ?

ก. กิเลสกาม                                          ข. วัตถุกาม

ค. กามตัณหา                                        ง. กามฉันทะ

      คำตอบ :

๓. รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ที่น่าใคร่ จัดเป็นกามชนิดใด ?

ก. กิเลสกาม                                          ข. วัตถุกาม

ค. กามโอฆะ                                         ง. กามโยคะ

      คำตอบ : ข

๔. ข้อใด เป็นความหน่ายในเบญจขันธ์เกิดด้วยปัญญา ?

ก. นิพพาน                                            ข. นิพพิทา

ค. วิสุทธิ                                               ง. วิมุตติ

      คำตอบ : ข

 

๕.    รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เรียกว่าอะไร ?

ก. อินทรีย์ ๕                                         ข. กามคุณ ๕

ค. ขันธ์ ๕                                             ง. พละ ๕

      คำตอบ : ค

๖.    อนิจจลักษณะ ไม่ปรากฏในที่ใด ?

ก. ร่างกาย                                            ข. จิตใจ

ค. ต้นไม้                                               ง. ไม่มีข้อถูก

      คำตอบ : ง

๗. สังขารที่มีใจครอง ได้แก่อะไร ?

ก. อาคารสถานที่                                    ข. ต้นไม้

ค. คนและสัตว์                                       ง. เชื้อโรค

      คำตอบ : ค

๘. เกิด แก่ เจ็บ ตาย จัดเป็นทุกข์อะไร ?

ก. สภาวทุกข์                                         ข. ทุกข์จร

ค. ทุกข์ประจำ                                       ง. พยาธิทุกข์

      คำตอบ : ก

๙. ทุกขตา ความเป็นทุกข์ไม่ปรากฏที่ใด ?

ก. นิพพาน                                            ข. เวทนา

ค. สัญญา                                             ง. วิญญาณ

      คำตอบ : ก

๑๐. ข้อใด เป็นทุกข์อันเกิดขึ้น เพราะถูกไฟคือราคะแผดเผา ?

ก. ทุกขเวทนา                                        ข. ทุกข์ประจำ

ค. สันตาปทุกข์                                      ง. ทุกข์รวบยอด

      คำตอบ : ค

๑๑. ข้อใด จัดเป็นวิปากทุกข์ ?

ก. ทุกข์กลัวไม่มีงานทำ                           ข. ทุกข์เพราะกลัวแพ้คดี

ค. ความหิว กระหายน้ำ                          ง. ความร้อนใจเกิดจากการทุจริต

      คำตอบ : ง

๑๒. อะไรปิดบังไว้ ไม่ให้เห็นความทุกข์ ?

ก. อิริยาบถ                                           ข. สันตติ

ค. ความปลงใจ                                      ง. ความเชื่อเรื่องกรรม

      คำตอบ : ก

๑๓. ข้อใด แสดงว่า ศาสนาพุทธต่างจากศาสนาพราหมณ์ ?

ก. สอนเรื่องความทุกข์                            ข. สอนเรื่องสังสารวัฏ

ค. สอนเรื่องอนัตตา                                ง. สอนเรื่องบาป-บุญ

      คำตอบ : ค

๑๔. ความไม่อยู่ในอำนาจ เป็นอาการของอะไร ?

ก. อนิจจตา                                           ข. ทุกขตา

ค. อนัตตตา                                          ง. ถูกทุกข้อ

      คำตอบ : ค

๑๕. คำใด ไม่เกี่ยวข้องกับวิราคะ ?

ก. นิพพาน                                            ข. มรรค

ค. ความดับ                                           ง. ความสิ้นตัณหา

      คำตอบ : ข

๑๖. อารมณ์อันยั่วยวนให้เกิดความเมา คือข้อใด ?

ก. บริวาร                                              ข. ลาภ ยศ

ค. ความไม่มีโรค                                    ง. ถูกทุกข้อ

      คำตอบ : ง

๑๗. ข้อใด เป็นธรรมสำหรับยังความเมาให้สร่าง ?

ก. นิพพิทา                                            ข. วิราคะ

ค. วิมุตติ                                              ง. วิสุทธิ

      คำตอบ : ข

๑๘. ความอยากอันมีอาการแส่หากามารมณ์ จัดเป็นตัณหาใด ?

ก. กามตัณหา                                        ข. ภวตัณหา

ค. วิภวตัณหา                                        ง. ถูกทุกข้อ

      คำตอบ : ก

๑๙. เพราะสิ้นกำหนัดแล้ว จิตย่อมหลุดพ้นจากอะไร ?

ก. ตัณหา                                              ข. อาสวะ

ค. ราคะ                                                                                 ง. ความถือมั่น

      คำตอบ : ข

๒๐. ความผิดที่คนหนึ่งทำ อีกคนหนึ่งจะช่วยให้บริสุทธิ์ได้หรือไม่ ?

ก. ได้ เพราะเป็นแพะรับบาป                        ข. ไม่ได้ เพราะความผิดเป็นของเฉพาะตน

ค. ไม่ได้ เพราะความบริสุทธิ์เป็นของเฉพาะตน                                  ง. ข้อ ข. ข้อ ค. ถูก

      คำตอบ :

๒๑. ผู้มุ่งความสงบอันเป็นสุข พึงละโลกามิสๆ คืออะไร ?

ก. รูปอันน่าปรารถนา                              ข. เสียงอันน่าใคร่

ค. กลิ่นอันน่าชอบใจ                               ง. ถูกทุกข้อ

      คำตอบ :

๒๒. ข้อใด ไม่จัดเข้าในสีลวิสุทธิ ความหมดจดแห่งศีล ?

ก. เจรจาชอบ                                         ข. ตั้งใจชอบ

ค. การงานชอบ                                      ง. เลี้ยงชีวิตชอบ

      คำตอบ : ข

๒๓. การงดเว้นฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นความสงบทางใด ?

ก. ทางกาย                                            ข. ทางวาจา

ค. ทางใจ                                              ง. ทางกาย วาจา

      คำตอบ : ก

๒๔. สุขอื่นจากความสงบไม่มี หมายถึงความสงบทางใด ?

ก. กายกับใจ                                         ข. กายกับวาจา

ค. กาย วาจา ใจ                                    ง. เฉพาะใจอย่างเดียว

      คำตอบ : ค
๒๕. ดับ ออก เย็น หยุด เป็นสภาวธรรมของอะไร ?

ก. สันติ                                                ข. นิพพิทา

ค. สุคติ                                                ง. นิพพาน

      คำตอบ : ง

๒๖. ใคร ได้ชื่อว่าปฏิบัติใกล้ต่อพระนิพพาน ?

ก. ผู้หนักในพระศาสดา                           ข. ผู้หนักในพระธรรม

ค. ผู้เคารพในพระสงฆ์                            ง. ถูกทุกข้อ

      คำตอบ : ง

๒๗. การเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลาย เรียกว่าอะไร ?

ก. สังสารวัฏ                                          ข. คติ

ค. ภพ                                                  ง. ชาตะ มตะ

      คำตอบ : ก

๒๘. ภูมิเป็นที่ไปเบื้องหน้า หลังความตาย เรียกว่าอะไร ?

ก. คติ                                                  ข. ภพ

ค. ที่ชอบ                                              ง. ชาติหน้า

      คำตอบ : ก

๒๙. สุนัข แมว เป็นต้น ได้ชื่อว่า ดิรัจฉาน เพราะเหตุใด ?

ก. เพราะหาความเจริญมิได้                     ข. เพราะเป็นผู้ไร้อำนาจ

ค. เพราะไปตามขวาง                              ง. เพราะปราศจากความคิด

      คำตอบ : ค

๓๐. เพราะเหตุใด ยมราชจึงถามเทวทูต ๕ กับคนที่ตายไปแล้ว ?

ก. เพื่อให้ไม่ประมาท                              ข. เพื่อลงโทษตามความผิด

ค เพื่อส่งมาเกิดใหม่                                ง. ข้อ ก. ข้อ ค. ถูก

      คำตอบ : ก

๓๑. ข้อใด ไม่ใช่เทวทูต ๕ ?

ก. เด็กแรกคลอด                                   ข. คนถูกลงราชทัณฑ์

ค. สมณะ                                              ง. คนชรา

      คำตอบ : ค

๓๒. ในขณะถูกทรมาน สัตว์นรกมีความปรารถนาอย่างไร ?

ก. ปรารถนาเป็นมนุษย์                           ข. ปรารถนาฟังธรรม

ค. ปรารถนาบรรลุธรรม                          ง. ถูกทุกข้อ

      คำตอบ : ง

๓๓. การทำทักษิณานุประทาน เพื่อประโยชน์แก่ใคร ?

ก. พระสงฆ์                                           ข. ญาติที่ตายไปแล้ว

ค. คนมีเคราะห์                                      ง. คนกำลังใกล้ตาย

      คำตอบ : ข

๓๔. สัตว์ในอบายภูมิ มีท้องใหญ่ มีปากเท่ารูเข็ม เรียกว่าอะไร ?

ก. มหาภูต                                            ข. อสุรกาย

ค. เปรต                                                                                 ง. มนุษย์เปรต

      คำตอบ : ค

๓๕. สัตว์ชนิดใด เกิดแก่ตายในที่มืด ?

ก. ไส้เดือน                                            ข. แมลงป่อง

ค. ตะขาบ                                             ง. ปลา

      คำตอบ : ก

๓๖. สัตว์นรก ครั้นสิ้นกรรมแล้ว มาเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมเป็นเช่นไร ?

ก. เกิดในสกุลต่ำ                                    ข. มีชีวิตฝืดเคือง

ค. รูปร่างไม่สมประกอบ                          ง. ถูกทุกข้อ

      คำตอบ : ง

๓๗. ข้อใด เป็นคุณลักษณะของสมถภาวนา ?

ก. กำจัดอนุสัย                                      ข. ระงับนิวรณ์

ค. ตัดกรรม                                          ง. กำจัดอวิชชา

      คำตอบ : ข

๓๘. กายคตาสติ เป็นคู่ปรับนิวรณ์ใด ?

ก. ความพอใจในกาม                             ข. ความพยาบาท

ค. ความง่วง                                          ง. ความสงสัย

      คำตอบ : ก

๓๙. ประโยชน์ของการพิจารณาอสุภกัมมัฏฐาน คือข้อใด ?

ก. เพื่อเสริมความงาม                             ข. เพื่อคลายกำหนัด

ค. เพื่อตัดกิเลส                                      ง. เพื่อให้เกิดเมตตา

      คำตอบ :

๔๐. คนมีความอาฆาตพยาบาท ควรเจริญกัมมัฏฐานใด ?

ก. พิจารณาซากศพ                                ข. กำหนดลมหายใจ

ค. เจริญเมตตา                                      ง. เพ่งกสิณ

      คำตอบ :

๔๑. กัมมัฏฐานที่กำหนดลมหายใจเป็นอารมณ์ เรียกว่าอะไร ?

ก. กายคตาสติ                                       ข. นั่งวิปัสสนา

ค. ทำสมาธิ                                            ง. อานาปานสติ

      คำตอบ : ง

๔๒. ประโยชน์ของการพิจารณาอาหารว่า เป็นของปฏิกูล เพื่ออะไร ?

ก. เพื่อให้รู้จักรับประทานอาหาร               ข. เพื่อไม่ให้ติดในรสชาติอาหาร

ค. เพื่อให้งดเว้นอาหารที่เป็นโทษ              ง. เพื่อให้รู้จักประมาณในการบริโภค

      คำตอบ : ข

๔๓. เพราะเหตุใด พระศาสดาจึงทรงชักนำให้บำเพ็ญสมาธิ ?

ก. เพราะจะได้ทำอะไรไม่ผิดพลาด            ข. เพราะจะได้พูดอะไรไม่ผิดพลาด

ค. เพราะจะได้คิดอะไรไม่ผิดพลาด           ง. ถูกทุกข้อ

      คำตอบ : ง

๔๔. ความเห็นแจ้งชัดว่า ” สังขารทั้งหลาย ตกอยู่ในอำนาจแห่งไตรลักษณ์ “
เรียกว่าอะไร ?

ก. สมถะ                                               ข. วิปัสสนา

ค. สมาธิ                                               ง. สามัญญลักษณะ

      คำตอบ :

๔๕. อะไรที่ทำให้ผู้เจริญกัมมัฏฐานเข้าใจผิดว่า ตนบรรลุมรรคผล ?

ก. อุปกิเลส                                            ข. ความเห็นผิด

ค. วิปัสสนูปกิเลส                                   ง. ความสำคัญผิด

      คำตอบ :

๔๖. ความสำคัญว่า สังขารทั้งหลายเป็นของเที่ยง  จัดเป็นวิปัลลาสข้อใด ?

ก. ทิฏฐิวิปัลลาส                                     ข. สัญญาวิปัลลาส

ค. จิตตวิปัลลาส                                     ง. ถูกทุกข้อ

      คำตอบ : ข

๔๗. กัมมัฏฐานอย่างแรก ที่พระอุปัชฌาย์สอนกุลบุตรผู้มาขอบวชตรงกับข้อใด ?

ก. ศีล สมาธิ ปัญญา                               ข. ทาน ศีล ภาวนา

ค. ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง                         ง. ปฐวี อาโป เตโช วาโย

      คำตอบ : ค

๔๘. ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายน้อยนิดเดียว พลันจะดับ มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก
เมื่อยังมีชีวิตอยู่ควรทำอย่างไร ?

ก. ไหว้พระสวดมนต์                               ข. ตักบาตร ทำบุญ

ค. เจริญพระกรรมมัฏฐาน                       ง. ถูกทุกข้อ

      คำตอบ : ง

๔๙. ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย เหมือนโคที่เขานำไปฆ่า ตรงกับข้อใด ?

ก. มีชรา พยาธิ มรณะ คอยรุมเผาไม่ให้อยู่นาน
ข. วันคืนล่วงไปเท่าใด ก็ใกล้ความตายเข้าไปเท่านั้น

ค. วันคืนล่วงไป ก็นำเอาชีวิตล่วงตามไปด้วย

ง. ชีวิตนี้เป็นไปได้ เพราะมีปัจจัยคอยอุดหนุน

      คำตอบ : ข

๕๐. สัญญา ๑๐ ประการ เกี่ยวข้องกับพระสูตรใด ?

ก. คิริมานนทสูตร                                  ข. มหาสติปัฏฐานสูตร

ค. อาทิตตปริยายสูตร                             ง. อนัตตลักขณสูตร

      คำตอบ : ก

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

:: อนุพุทธประวัติ44 ::

  1. อนุพุทธประวัติหมายถึงประวัติของใคร ?
    1. พระพุทธเจ้า
    2. พระปัจเจกพุทธเจ้า
    3. พระอรหันต์                       
    4. พระสาวกของพระพุทธเจ้า
  2. พระมหาสาวก ตามนัยอรรถกถา หมายถึงพระสาวกกี่องค์ ?
    1. ๘  องค์
    2. ๔๑  องค์
    3. ๘๐  องค์      
    4. ๘๘  องค์
  3. พระมหาสาวกที่ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะ ตามนัยพระบาลีมีกี่องค์ ?
    1. ๔๐  องค์
    2. ๔๑  องค์
    3. ๖๐  องค์
    4. ๘๐  องค์
  4. ธรรมจักษุ คือดวงตาเห็นธรรม หมายถึงข้อใด ?
    1. โสดาปัตติมรรค    
    2. สกทาคามิมรรค
    3. อนาคามิมรรค
    4. อรหัตตมรรค
  5. ใครได้รับการอุปสมบทด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทาเป็นองค์แรก ?
    1. พระสารีบุตร
    2. พระอัสสชิ
    3. พระยสะ
    4. พระอัญญาโกณฑัญญะ
  6. พระปัญจวัคคีย์บรรลุพระอรหัต เพราะฟังธรรมเทศนาอะไร ?
    1. ธัมมจักกัปปวัตนสูตร               
    2. อนัตตลักขณสูตร
    3. อาทิตตปริยายสูตร
    4. อนุปุพพีกถา
  7. พระอัญญาโกณฑัญญะได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศทางใด ?
    1. เป็นผู้อยู่ป่า
    2. เป็นผู้มีปัญญามาก
    3. เป็นผู้ทรงธุดงค์                     
    4. เป็นผู้รู้ราตรีนาน
  8. ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ  เป็นคำพูดของใคร ?
    1.    อุปติสสมาณพ        
    2. โกลิตมาณพ
    3. ยสกุลบุตร
    4. ปิปผลิมาณพ
  9. เทศนาที่พระพุทธองค์ทรงแสดงแก่ชฎิล ๓ พี่น้อง มีชื่อว่าอะไร ?
    1. ธัมมจักกัปปวัตนสูตร               
    2. อาทิตตปริยายสูตร
    3. อนุปุพพีกถา
    4. อนัตตลักขณสูตร
  10. พระพุทธเจ้าทรงส่งสาวกไปประกาศพระศาสนาครั้งแรกกี่รูป ?
    1. ๖๐ รูป        
    2. ๖๑ รูป
    3. ๘๐ รูป
    4. ๘๑ รูป
  11. พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ด้วยการฟังธรรมเทศนา ชื่อว่าอะไร ?
    1. ธัมมจักกัปปวัตนสูตร
    2. อนัตตลักขณสูตร
    3.  เวทนาปริคคหสูตร       
    4. สังคีติสูตร
  12. เราจักไม่ชูงวง เข้าไปสู่ตระกูล   ตรัสสอนพระสาวกองค์ใด ?
    1. พระสารีบุตร                       
    2. พระโมคคัลลานะ
    3. พระมหากัสสปะ
    4. พระมหากัจจายนะ
  13. ” พระธรรมราชา “  หมายถึงใคร ?
    1. พระพุทธเจ้า    
    2. พระสารีบุตร
    3. พระภัททิยะ
    4. พระมหากัปปินะ
  14. พระโมคคัลลานะบำเพ็ญเพียรจนบรรลุพระอรหัต ณ ที่ไหน ?
    1. บ้านมหาติฏฐะ
    2. บ้านกาฬสิลา
    3. บ้านโทณวัตถุ
    4. บ้านกัลลวาลมุตตคาม
  15. พระสาวกองค์ใดถือธุดงค์ ๓ ข้อโดยเคร่งครัด ?
    1. พระมหากัจจายนะ               
    2. พระมหากัสสปะ
    3. พระอานนท์
    4. พระอนุรุทธะ
  16. พระมหาเถระผู้ริเริ่มทำสังคายนาครั้งแรก คือใคร ?
    1. พระสารีบุตร
    2. พระอุรุเวลกัสสปะ
    3. พระมหากัสสปะ    
    4. พระอานนท์
  17. ใครได้รับยกย่องว่า เป็นผู้เลิศทางอธิบายเนื้อความย่อให้พิสดาร ?
    1.  พระมหากัจจายนะ      
    2. พระมหากัสสปะ
    3. พระสารีบุตร
    4. พระโมฆราช
  18. โลกคือหมู่สัตว์ อันอะไรปิดบังไว้ จึงหลงอยู่ในที่มืด เป็นปัญหาของใคร ?
    1. เมตตคูมาณพ
    2. ปิงคิยมาณพ
    3. โมฆราชมาณพ                     
    4. อชิตมาณพ
  19. พราหมณ์พาวรีมีศิษย์เอกกี่คน ?
    1. ๘ คน                             
    2. ๑๖  คน
    3. ๑๘ คน
    4. ๓๒ คน
  20. พระสาวกผู้สนทนากับพระสารีบุตรเรื่องวิสุทธิ ๗  คือใคร ?
    1. พระโมคคัลลานะ
    2. พระมหากัจจายนะ
    3. พระปุณณมันตานีบุตร 
    4. พระอานนท์
  21. พระราธะบวชด้วยวิธีใด ?
    1. เอหิภิกขุอุปสัมปทา
    2. ติสรณคมนูปสัมปทา
    3. ญัตติจตุตถกรรม         
    4. รับโอวาท ๓ ข้อ
  22. พระสาวกองค์ใด ได้รับยกย่องว่า เป็นผู้สอนง่าย ?
    1. พระมหากัจจายนะ
    2. พระมหากัสสปะ
    3. พระราธะ        
    4. พระอุรุเวลกัสสปะ
  23. ตนตั้งอยู่ในคุณเช่นไร ก็สอนผู้อื่นให้ตั้งอยู่ในคุณเช่นนั้น พระสาวกองค์ใด
    มีคุณสมบัติเช่นว่านี้ ?

    1. พระสารีบุตร
    2. พระปุณณมันตานีบุตร
    3. พระอัสสชิ
    4. พระอานนท์
  24. สามเณรรูปแรกในพระพุทธศาสนา คือใคร ?
    1.  สามเณรราหุล      
    2. สามเณรเรวตะ
    3. สามเณรสังกิจจะ
    4. สามเณรบัณฑิต
  25. พระสาวกรูปใดบวชเพราะจำใจ ?
    1. พระราธะ                         
    2. พระนันทะ
    3. พระอุบาลี
    4. พระอนุรุทธะ
  26. พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระเถระรูปใดว่าเป็นผู้บวชด้วยศรัทธา ?
    1. พระราหุล
    2. พระอานนท์
    3. พระอัสสชิ                          
    4. พระรัฐบาล
  27. พระเถระรูปใดวิสัชนาพระวินัย ในคราวทำสังคายนาครั้งแรก ?
    1. พระมหากัสสปะ
    2. พระอานนท์
    3. พระอุบาลี   
    4. พระอนุรุทธะ
  28. พระสาวกองค์ใด มักเปล่งอุทานว่า สุขหนอ ๆ  ?
    1. พระนันทะ                        
    2. พระภัททิยะ
    3. พระอนุรุทธะ
    4. พระลกุณฏกภัททิยะ
  29. ผู้บรรลุอรหัตตผลในระหว่างอิริยาบถทั้ง ๔ คือใคร ?
    1. พระอุบาลี
    2. พระมหานามะ
    3. พระกาฬุทายี                      
    4. พระอานนท์
  30. พระโสณกุฏิกัณณะ บวชเป็นสามเณรอยู่ถึง ๓ ปี จึงได้อุปสมบท เพราะเหตุใด ?
    1.  มีพระสงฆ์ไม่พอ         
    2. มีอายุไม่ครบ ๒๐ ปี
    3. ขาดบาตรและจีวร
    4. หาพระอุปัชฌาย์ไม่ได้
  31. เธอจะเฝ้าดูกายที่เปื่อยเน่านี้ไปทำไม   ตรัสแก่พระสาวกองค์ใด ?
    1. พระนันทะ                         
    2. พระวักกลิ
    3. พระราหุล
    4. พระอานนท์
  32. ใครเคาะกะโหลกศีรษะคนที่ตายแล้ว รู้ว่าไปเกิดที่ไหน ?
    1. พระสุภูติ
    2. พระสีวลี
    3. พระพากุละ                       
    4. พระวังคีสะ
  33. ใครปรารภความเพียรอย่างแรงกล้าเดินจงกรมจนเท้าแตก ?
    1.  พระโสณโกฬิวิสะ     
    2. พระรัฐบาล
    3. พระโสณกุฏิกัณณะ
    4. พระลกุณฏกภัททิยะ
  34. พระรัฐบาลเถระแสดงธัมมุทเทศ ๔ ประการแก่ใคร ?
    1. พระเจ้าพิมพิสาร
    2. พระเจ้าปเสนทิโกศล
    3.  พระเจ้าโกรัพยะ      
    4. พระเจ้าจัณฑปัชโชต
  35. พระสาวกที่เป็นต้นบัญญัติข้อห้ามดื่มสุรา คือใคร ?
    1. พระนาคิตะ                       
    2. พระสาคตะ
    3. พระอุปเสนะ
    4. พระอุทายี
  36. พระสาวกองค์ใดได้รับยกย่องว่า เป็นผู้มีโรคน้อย ?
    1. พระอุทายี
    2. พระอุบาลี
    3. พระพากุละ          
    4. พระวักกลิ
  37. พระสาวกองค์ใดได้รับยกย่องว่า เป็นผู้มีลาภมาก ?
    1. พระสีวลี        
    2. พระสารีบุตร
    3. พระปิงคิยะ
    4. พระโสภิตะ
  38. พระกุมารกัสสปะ ได้รับยกย่องในด้านใด ?
    1. มีปฏิภาณในการผูกบาทคาถา
    2. แสดงธรรมเทศนาได้อย่างวิจิตร
    3. แตกฉานในปฏิสัมภิทา ๔
    4. ระลึกชาติได้มาก
  39. พระองคุลิมาล มีลักษณะตรงกับข้อใด ?     
    1. ต้นคด ปลายตรง   
    2. ต้นตรง ปลายคด
    3. ต้นตรง ปลายตรง
    4. ต้นคด ปลายคด
  40. ภิกษุณีรูปแรกในพระพุทธศาสนาคือใคร ?     
    1. พระนางปชาบดีโคตมี 
    2. เขมาเถรี
    3. อุบลวรรณาเถรี
    4. ปฏาจาราเถรี
  41. พิธีกรรมต่าง ๆ อันเกี่ยวด้วยการอบรมความดีงามทางพระพุทธศาสนา
    หมายถึงข้อใด ?

    1. ศาสนพิธี
    2. บุญพิธี
    3. ทานพิธี                            
    4. กุศลพิธี
  42. ข้อใดกล่าวถึงงานอวมงคลได้ถูกต้อง ?
    1. จำนงทำบุญครบรอบวันตายของมารดา  
    2. จำปีทำบุญขึ้นบ้านใหม่
    3. จำปาทำบุญถวายผ้ากฐิน
    4. จำปูนทำบุญฉลองเมรุ
  43. วันพระ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าวันอะไร ?
    1. วันอุโบสถ
    2. วันวัสสูปนายิกา
    3. วันปาฏิบท                        
    4. วันธรรมสวนะ
  44. การสวดพระอภิธรรมใช้ในงานใด ?
    1. งานทำบุญ ๗ วัน
    2. งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่
    3.  งานศพ      
    4. งานทำบุญอายุ
  45. ผ้าที่โยงจากโลงศพเพื่อทำพิธีทอดผ้าบังสุกุล เรียกว่าอะไร ?
    1. ผ้าภูษาโยง          
    2. ผ้ามาลาโยง
    3. ผ้าภูษามาลา
    4. ผ้าสายโยง
  46. การเทศน์มหาชาติ มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องอะไร ?
    1. พระมหาชนก                       
    2. เวสสันดรชาดก
    3. พุทธประวัติ
    4. ประวัติพระสาวก
  47. หลังรับศีลแล้ว ก่อนพระจะเทศน์  ต้องอาราธนาว่า…?
    1. มะยัง  ภันเต  วิสุง วิสุง …
    2. อิมานิ  มะยัง  ภันเต…
    3. วิปัตติปฏิพาหายะ…
    4. พรหมา จะ โลกาธิปตี…
  48. ผ้าวัสสิกสาฎก คือผ้าชนิดใด ?
    1. ผ้าอาบน้ำฝน   
    2. ผ้าจำนำพรรษา
    3. ผ้าจีวร
    4. ผ้าห่ม
  49. ข้อใดไม่ใช่ความหมายของผ้าป่า ?
    1. ผ้าบังสุกุล
    2. ผ้าเปื้อนฝุ่น
    3. ผ้าไม่มีเจ้าของ                    
    4. ผ้าที่มีเจ้าของ
  50. การลอยกระทงตามประทีป กระทำเพื่อวัตถุประสงค์ใด ?
    1. เพื่อบูชารอยพระบาทพระพุทธเจ้า 
    2. เพื่อแสดงความเป็นพุทธมามกะ
    3. เพื่อลอยบาป
    4. เพื่อขอขมาพระแม่คงคา

 

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::