:: ม. 5 ::

  • มโหสถชาดก

            มโหสถ เป็นเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ชาติที่ 5 ในทศชาติ มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

  1. มโหสถ มีชาติกำเนิดเป็นบุตรของเศรษฐีชื่อสิริวัฒกะและนางสุมนาเทวีแห่งเมืองมิถิลา เหตุที่ได้ชื่อว่า “มโหสถ” เพราะเมื่อแรกคลอด มือทารกน้อยถือแท่งยาววิเศษของพระอินทร์ติดมือมา ซึ่งต่อมาได้นำมาปรึกษาคนเจ็บไข้ได้ป่วยได้ผลอย่างน่ามหัศจรรย์
  2. ความสามารถของมโหสถกุมาร ได้แสดงสติปัญญาอันเฉียบแหลมตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยหนุ่มได้ช่วยแก้ไขปัญญาข้อพิพาทให้เพื่อนบ้านด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาด รวมทั้งถูกพระราชาทดสอบการใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาต่าง ๆซึ่งมโหสถสามารถทำได้ด้วยดี สรุปได้ดังนี้

(1) สร้างศาลาที่พักคนเดินทาง โดยระดมเงินทุนจากเด็ก ๆ ในวัยเดียวกัน ทั้งนี้มโหสถเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างเองจนสำเร็จ

(2) ตัดสินข้อพิพาทแย่งชิงวัว มีชายสองคนอ้างความเป็นเจ้าของวัวตัวเดียวกันและขอให้ มโหสถช่วยตัดสิน มโหสถสอบถามเรื่องอาหารที่ให้วัวกิน เจ้าของตัวจริงบอกว่าให้กินหญ้า เจ้าของตัวปลอมบอกว่าให้กินแป้ง งา และขนม เมื่อมโหสถให้วัวกินยาขับจนอาเจียนออกมาเป็นหญ้า ทำให้ตัดสินได้ว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง โดยได้สอนให้โกงนับถือศีล 5 อีกด้วย

(3) ตัดสินกรณีแย่งชิงบุตร มีหญิงสองคนแย่งชิงเด็กน้อยผู้หนึ่ง โดยต่างอ้างความเป็นมารดาของเด็ก มโหสถใช้วิธีพิสูจน์โดยให้หญิงทั้งสองใช้กำลังแย่งชิงเด็ก ทำให้เด็กน้อยร้องไห้ด้วยความตกใจและเจ็บปวดมารดาตัวจริงต้องยอมปล่อยและทรุดตัวร้องไห้เพราะสงสารลูก มโหสถจึงตัดสินว่าหญิงที่ใจอ่อนปล่อยมือทารกเป็นมารดาของเด็กที่แท้จริง

(4) ใช้ปัญญาแก้ปัญหาให้พระราชาชื่นชมในความสามารถ พระเจ้าวิเทหะ กษัตริย์แห่งเมืองมิถิลา ได้ทรงทดสอบภูมิปัญญาของมโหสถหลายครั้ง เช่น ให้พิสูจน์ว่าไม้ตะเคียนข้างใดเป็นโคน ข้างใดเป็นปลาย มโหสถให้หย่อนไม้ตะเคียนลงในน้ำ ข้างโคนมีน้ำหนักจะจมก่อน

  1. มโหสถได้รับแต่งตั้งให้เป็นราชบัณฑิตประจำราชสำนัก ได้แสดงสติปัญญาแก้ไขปัญหาในงานบริหารราชการแผ่นดินของพระเจ้าวิเทหะด้วยดีตลอดมา ได้ใช้ปัญญาแก้ไขสถานการณ์คับขันช่วยป้องกันบ้านเมืองจากการคุกคามของกองทัพข้าศึกศัตรูหลายครั้ง ทำให้มโหสถเป็นที่โปรดปรานพระราชายิ่งนัก
  2. ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาเรื่องมโหสถชาดก คือ

(1) ผู้มีปัญญาและถึงพร้อมด้วยคุณธรรมความดี ย่อมได้รับการยอมรับจากมหาชน และทำให้ตนเองมีความสุขความเจริญในการดำเนินชีวิต

(2) คุณธรรมของผู้มีปัญญา คือ มีความเมตตาและปรารถนาดีต่อผู้อื่น มีเบียดเบียนทำร้ายผู้อื่น หรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน และคิดจะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

Advertisements

Leave a comment

Filed under :: ชาดก พุทธสาวก ุพุทธสาวิกา ::, :: ธรรมศึกษา ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s