:: อนุพุทธ 45 ::

๑.    พระสาวกผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า เรียกว่าอะไร ?

ก. พระสงฆ์                                           ข. พระอนุพุทธะ

ค. พระเสขะ                                          ง. พระอเสขะ

      คำตอบ :

๒. พระสาวกรูปใด เคยทำนายพระลักษณะของพระมหาบุรุษ ?

ก. พระอัญญาโกณฑัญญะ                       ข. พระวัปปะ

ค. พระภัททิยะ                                      ง. พระอัสสชิ

      คำตอบ : ก

๓. พระปัญจวัคคีย์ อยู่เฝ้าอุปัฏฐากพระมหาบุรุษกี่ปี ?

ก. ๒ ปี                                                 ข. ๓ ปี

ค. ๕ ปี                                                 ง. ๖ ปี

      คำตอบ : ง

๔. พระปัญจวัคคีย์ทิ้งพระมหาบุรุษไป เพราะสาเหตุใด ?

ก. สิ้นความรัก                                       ข. สิ้นความหวัง

ค. สิ้นความอดทน                                  ง. สิ้นความเพียร

      คำตอบ :

๕. ข้อใด หมายถึง มัชฌิมาปฏิปทา ?

ก. ทุกข์                                                 ข. สมุทัย

ค. นิโรธ                                                ง. มรรค

      คำตอบ :

๖. ผู้ได้ธรรมจักษุ หมายถึงพระอริยบุคคลชั้นใด ?

ก. พระโสดาบัน                                      ข. พระสกทาคามี

ค. พระอนาคามี                                     ง. พระอรหันต์

      คำตอบ : ก

๗. คำว่า ” ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง “  พระพุทธเจ้าตรัสที่ไหน ?

ก. ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน                        ข. ลุมพินีวัน

ค. เวฬุวัน                                              ง. เชตวัน

      คำตอบ : ก

๘. พระสูตรใด ว่าด้วยเรื่องสภาวธรรมที่เป็นของร้อน ?

ก. โมคคัลลานสูตร                                 ข. อนัตตลักขณสูตร

ค. อาทิตตปริยายสูตร                             ง. ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

      คำตอบ : ค

๙. พระอุรุเวลกัสสปะ ได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศด้านใด ?

ก. อยู่ป่าเป็นวัตร                                    ข. ไม่คลุกคลีด้วยหมู่

ค. มีบริวารมาก                                      ง. ถือธุดงค์เป็นวัตร

      คำตอบ : ค

๑๐. อุปติสสปริพาชก เคยบวชในลัทธิของใครมาก่อน ?

ก. สัญชัย                                              ข. อชิตะ

ค. ลิจฉวี                                               ง. เดียรถีย์

      คำตอบ :

๑๑. พระศาสดา ตรัสอุบายแก้ความง่วงให้แก่ใคร ?

ก. ทีฆนขปริพาชก                                  ข. พระยสะ

ค. พระสารีบุตร                                      ง. พระโมคคัลลานะ

      คำตอบ :

๑๒. พระธรรมเสนาบดี หมายถึงใคร ?

ก. พระพุทธเจ้า                                      ข. พระสารีบุตร

ค. พระอานนท์                                       ง. พระปุณณมันตานีบุตร

      คำตอบ : ข

๑๓. ใครได้รับการอุปสมบท ด้วยการรับโอวาท ๓ ข้อ ?

ก. พระอุรุเวลกัสสปะ                              ข. พระนทีกัสสปะ

ค. พระคยากัสสปะ                                 ง. พระมหากัสสปะ

      คำตอบ : ง

๑๔. ใครดูแลการก่อสร้างวัดบุพพาราม ของนางวิสาขา ?

ก. พระโมคคัลลานะ                               ข. พระอานนท์

ค. พระสารีบุตร                                     ง. พระนันทะ

      คำตอบ : ก

๑๕. พระสาวกรูปใด เป็นแบบอย่างเรื่องความกตัญญู ?

ก. พระราธะ                                          ข. พระสารีบุตร

ค. พระอานนท์                                       ง. พระอนุรุทธะ

      คำตอบ : ข

๑๖. ” ฆราวาสคับแคบ เป็นที่มาแห่งกิเลสธุลี “ เป็นคำพูดของใคร ?

ก. พระมหากัจจายนะ                             ข. พระมหากัปปินะ

ค. พระอัสสชิ                                         ง. พระมหากัสสปะ

      คำตอบ : ง

๑๗. พระเถระรูปใด สามารถอธิบายความย่อให้พิสดาร ?

ก. พระปุณณมันตานีบุตร                        ข. พระมหากัจจายนะ

ค. พระโสณโกฬิวิสะ                               ง. พระโสณกุฏิกัณณะ

      คำตอบ : ข

๑๘. ใครเป็นอาจารย์ของมาณพ ๑๖ คน มีอชิตมาณพเป็นต้น ?

ก. สัญชัยปริพาชก                                 ข. พาวรีพราหมณ์

ค. วัสสการพราหมณ์                              ง. พากุลพราหมณ์

      คำตอบ : ข

๑๙. พระสาวกรูปใด เป็นสหชาติเกิดวันเดียวกับพระพุทธเจ้า ?

ก. พระกาฬุทายี                                     ข. พระยสะ

ค. พระอุบาลี                                         ง. พระนันทะ

      คำตอบ : ก

๒๐. ” โลกคือหมู่สัตว์อันอะไรปิดบังไว้ “ เป็นคำถามของใคร ?

ก. อุปติสสมาณพ                                   ข. โกลิตมาณพ

ค. นันทมาณพ                                       ง. อชิตมาณพ

      คำตอบ : ง

๒๑. ” สิ่งใดเป็นมาร ท่านจงละความพอใจในสิ่งนั้นเสีย “ พระศาสดาตรัสแก่ใคร ?

ก. พระราหุล                                         ข. พระราธะ

ค. พระวักกลิ                                         ง. พระอัสสชิ

      คำตอบ : ข

๒๒. พระนันทเถระ ได้รับยกย่องว่าเลิศด้านใด ?

ก. สำรวมอินทรีย์                                   ข. ถือธุดงค์

ค. เกิดในตระกูลสูง                                ง. มีปฏิภาณไหวพริบ

      คำตอบ : ก

๒๓. ใครเป็นพระอุปัชฌาย์รูปแรก ในการบวชสามเณร ?

ก. พระโมคคัลลานะ                               ข. พระอุบาลี

ค. พระสารีบุตร                                     ง. พระมหากัสสปะ

      คำตอบ : ค

๒๔. พรข้อสุดท้ายที่พระอานนท์ทูลขอ คือข้อใด ?

ก. อย่าประทานจีวรอันประณีต       ข. อย่าพาไปในที่นิมนต์

ค. ถามข้อสงสัยได้ทุกเวลา             ง. เมื่อไม่อยู่ในที่นั้น ขอให้แสดงธรรมซ้ำอีกครั้ง

      คำตอบ : ง

๒๕. เหตุผลที่ทูลขอพรข้อสุดท้าย คือข้อใด ?

ก. เพราะกลัวถูกตำหนิว่าเห็นแก่ลาภ         ข. เพราะกลัวความแตกร้าวในหมู่สงฆ์

ค. เพราะกลัวถูกตำหนิ เมื่อตอบไม่ได้       ง. เพราะกลัวจำคำสอนไม่ได้

      คำตอบ : ค

๒๖. คุณสมบัติข้อใด ที่ไม่ได้เป็นเอตทัคคะของพระอานนท์ ?

ก. เป็นพหูสูต                                        ข. แสดงธรรมไพเราะ

ค. มีสติ                                                ง. มีความเพียร

      คำตอบ : ข

๒๗. พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ใคร โดยยกพิณ ๓ สายขึ้นเปรียบ เพราะปรารภ
ความเพียรจนเกินขนาด ?

ก. พระโสณกุฏิกัณณะ                            ข. พระรัฐบาล

ค. พระโสณโกฬิวิสะ                               ง. พระจักขุบาล

      คำตอบ : ค

๒๘. ” โลกคือหมู่สัตว์ พร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม “ ใครกล่าว ?

ก. พระจักขุบาล                                     ข. พระรัฐบาล

ค. พระยามิลินท์                                    ง. พระเจ้าโกรัพยะ

      คำตอบ : ข

๒๙. พระสาวกรูปใด เป็นสามเณรอยู่ ๓ ปี จึงได้การอุปสมบท ?

ก. พระโสณโกฬิวิสะ                               ข. พระโสณกุฏิกัณณะ

ค. พระโมฆราช                                      ง. พระโสภิตเถระ

      คำตอบ : ข

๓๐. พระมหาปันถกะ เมื่อตอนเป็นฆราวาส ใครพาไปฟังธรรม ?

ก. ปู่                                                     ข. ย่า
ค. ตา                                                   ง. ยาย

      คำตอบ : ค

๓๑. ” ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา “ พระพุทธเจ้าตรัสแก่ใคร ?

ก. พระเจ้าพิมพิสาร                                ข. พระวักกลิ

ค. นางวิสาขา                                         ง. พระราหุล

      คำตอบ : ข

๓๒. มารดาของพระสารีบุตร มีนามว่ากระไร ?

ก. นางสาลี                                            ข. นางกาลี

ค. นางสารี                                            ง. นางกาสี

      คำตอบ : ค

๓๓. พระจูฬปันถกะ บรรลุเป็นพระอรหันต์ด้วยวิธีใด ?

ก. บริกรรมผ้าขาว                                  ข. ฟังธรรม

ค. เจริญอสุภะ                                       ง. เห็นผมหงอก

      คำตอบ : ก

๓๔. พระวังคีสะ เคาะกะโหลกศีรษะของใครแล้ว ไม่รู้ที่เกิด ?

ก. ปริพาชก                                           ข. เทวดา

ค. เดียรถีย์                                           ง. พระอรหันต์

      คำตอบ : ง

๓๕. พระเถระรูปใด เกิดในสำนักของนางภิกษุณี ?

ก. พระสิวลี                                           ข. พระพากุละ

ค. พระกุมารกัสสปะ                               ง. พระทัพพมัลลบุตร

      คำตอบ : ค

๓๖. พระอนุรุทธะ ได้รับยกย่องด้านใด ?

ก. มีหูทิพย์                                           ข. พหุสูตร

ค. มีตาทิพย์                                          ง. มีฤทธิ์มาก

      คำตอบ : ค

๓๗. ใครบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว ยังไม่ทันบวชก็ปรินิพพานเสียก่อน ?

ก. พระพาหิยะ                                       ข. พระชัมพุกะ

ค. พระพากุละ                                       ง. พระวังคีสะ

      คำตอบ : ก

๓๘. พระองคุลิมาล มีนามเดิมว่ากระไร ?

ก. อุปติสสะ                                           ข. โกลิตะ

ค. ปิปผลิ                                              ง. อหิงสกะ

      คำตอบ : ง

๓๙. ถ้าพระศาสดาไม่เสด็จไปโปรด องคุลิมาลโจรจะทำการใด ?

ก. ปิตุฆาต                                            ข. มาตุฆาต

ค. อรหันตฆาต                                      ง. ทำพระโลหิตให้ห้อ

      คำตอบ : ข

๔๐. รูปนันทาเถรี ไม่กล้าไปฟังธรรมเพราะเหตุใด ?

ก. ไม่มีความคุ้นเคยกับพระพุทธเจ้า         ข. ไม่รู้จักทางที่จะไปยังเชตวันวิหาร

ค. ละอายเพราะมีแต่ผื่นคันเกิดตามตัว      ง. กลัวถูกพระพุทธเจ้าตำหนิความงาม

      คำตอบ : ง

๔๑. แบบอย่าง หรือแบบแผนต่างๆ ที่พึงปฏิบัติในทางพระศาสนา รวมเรียกว่าอะไร ?

ก. ศาสนพิธี                                          ข. บุญพิธี

ค. ทานพิธี                                            ง. กุศลพิธี

      คำตอบ : ก

๔๒. การทำวัตรสวดมนต์เช้า-เย็น มีความมุ่งหมายอย่างไร ?

ก. เป็นการละกิเลส                                 ข. เป็นอุบายสงบจิต

ค. ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์                              ง. เห็นแจ้งในกองทุกข์

      คำตอบ : ข

๔๓. วันกำหนดประชุมฟังธรรม เรียกว่าวันอะไร ?

ก. วันปาฏิบท                                        ข. วันธรรมสวนะ

ค. วันเข้าพรรษา                                     ง. วันปวารณา

      คำตอบ : ข

๔๔. วันเทโวโรหณะ หมายถึงวันอะไร ?

ก. วันเทวดาลงมาประชุมฟังธรรม             ข. วันพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นสู่เทวโลก

ค. วันพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก       ง. วันทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์

      คำตอบ : ค

๔๕. การยินยอมให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ เรียกว่าอะไร ?

ก. การขอขมา                                        ข. การทำวัตร

ค. สามีจิกรรม                                       ง. ปวารณากรรม

      คำตอบ : ง

๔๖. ทักษิณานุประทาน หมายถึงอะไร ?

ก. การทำบุญสะเดาะเคราะห์                    ข. การทำบุญขึ้นบ้านใหม่

ค. การทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย                      ง. การทำบุญเสริมอายุมงคล

      คำตอบ : ค

๔๗. การที่พระสงฆ์สาธยายมนต์ในงานมงคล เรียกว่าอะไร ?

ก. สวดพระพุทธมนต์                             ข. เจริญพระพุทธมนต์

ค. ถวายพรพระ                                     ง. สวดมาติกา-บังสุกุล

      คำตอบ :

๔๘. งานใดที่นิมนต์พระสงฆ์ใช้คำว่า สวดพระพุทธมนต์ ?

ก. ทำบุญขึ้นบ้านใหม่                              ข. ทำบุญ ๕๐ วัน

ค. ทำบุญฉลองพระ                                ง. ทำบุญอายุ

      คำตอบ :

๔๙. พิธีลอยกระทง ในประเทศไทยเกิดขึ้นครั้งแรกสมัยใด ?

ก. สุโขทัย                                             ข. อยุธยา

ค. ธนบุรี                                               ง. รัตนโกสินทร์

      คำตอบ : ก

๕๐. ข้อใด กล่าวถึงการทอดผ้าป่าและกฐิน ได้ถูกต้อง ?

ก. ผ้าป่าจำกัดกาล ส่วนกฐินไม่จำกัดกาล      ข. ผ้าป่าไม่จำกัดกาล ส่วนกฐินจำกัดกาล

ค. ทั้งผ้าป่าและกฐินไม่จำกัดกาล                ง. ทั้งผ้าป่าและกฐินจำกัดกาล

      คำตอบ : ข

Advertisements

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s