:: พระมหาโกฏฐิตเถระ ::

พระมหาโกฏฐิตเถระ นามเดิม โกฎฐิตะ มีความหมายว่า ทำให้คนหนีหน้าเพราะเขาเป็นผู้ฉลาดในศาสตร์ต่างๆ จึงเที่ยวทิ่มแทงคนอื่นด้วยหอกคือปากของตน บิดาชื่อ อัสสลายนพราหมณ์ มารดาชื่อ จันทวดีพราหมณี ทั้งคู่เป็นชาวเมืองสาวัตถี

ชีวิตก่อนบวช

เขาเจริญวัยแล้วได้เล่าเรียนไตรเพทจนถึงความสำเร็จในศิลปะของพราหมณ์ เป็นผู้ฉลาดในทางเวทางคศาสตร์ ตักกศาสตร์ นิฆัณฑุศาสตร์ เกฏุภศาสตร์ ในประเภทแห่งอักษรสมัยของตน และในการพยากรณ์ทั้งหมด เขาชอบพูดหักล้างคนอื่น ใครพบเขาจึงพากันหลบหน้า ไม่อยากสนทนาด้วย

มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา

โกฏฐิตมานพ เข้าไปเฝ้าและฟังธรรมจากพระศาสดา แล้วเกิดศรัทธาปรารถนาจะบวช จึงทูลขอบวชกับพระองค์ๆ ทรงบวชให้เขาตามประสงค์ ตั้งแต่เขาบวชแล้ว ก็พากเพียรศึกษาพระธรรมวินัย และตั้งใจบำเพ็ญวิปัสสนา ไม่ช้าก็ได้สำเร็จพระอรหัตผลพร้อมกับปฏิสัมภิทา ๔ มีความเชี่ยวชาญในปฏิสัมภิทาญาณ กล้าหาญ แม้จะเข้าไปหาพระมหาเถระหรือแม้แต่พระศาสดาก็จะถามปัญหาในปฏิสัมภิทา ๔ จึงมีนามเพิ่มอีกว่ามหาโกฏฐิตะ

งานประกาศพระพุทธศาสนา

พระมหาโกฏฐิตเถระ เป็นพระเถระรูปหนึ่งที่ได้แสดงหลักธรรมในพระพุทธศาสนาไว้มาก เช่น ในมหาเวทัลลสูตร ท่านได้ชักถามพระสารีบุตรเถระเพื่อเป็นการวางหลักธรรมในพระพุทธศาสนา จะนำมาเฉพาะบางเรื่อง ดังนี้

ผู้มีปัญญาทราม คือผู้ไม่รู้อริยสัจ ๔ ตามเป็นจริง

ผู้มีปัญญา คือผู้รู้อริยสัจ ๔ ตามเป็นจริง

วิญญาณ คือธรรมชาติที่รู้จริง ได้แก่รู้แจ้ง สุข ทุกข์ และ ไม่ทุกข์ไม่สุข

 

ปัจจัยในการเกิดขึ้นแห่งสัมมาทิฏฐิมี ๒ อย่าง คือ การประกาศของผู้อื่น (ปรโตโฆสะ) ๑ การทำไว้ในใจโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ๑

 

การเกิดในภพใหม่มีได้ เพราะความยินดีในภพนั้นๆ ของสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นนิวรณ์ (เครื่องกั้น) มีตัณหาเป็นสังโยชน์ (เครื่องผูกมัด) การไม่เกิดในภพใหม่มีได้ เพราะเกิดวิชชาและเพราะดับตัณหา

 

คนตายกับผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธต่างกัน คือ คนตายสิ่งปรุงแต่งกาย วาจา จิตดับ อายุสิ้น ไออุ่นดับ และอินทรีย์แตก ผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ สิ่งปรุงแต่งกาย วาจา จิตดับ แต่อายุยังไม่สิ้น ไออุ่นยังไม่ดับ อินทรีย์ผ่องใส

เอตทัคคะ

เพราะอาศัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระหว่างท่านกับพระสารีบุตรเถระ ในมหาเวทัลลสูตรนี้ พระศาสดาจึงทรงยกย่องท่านว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้บรรลุปฏิสัมภิทา

ปรินิพพาน

พระมหาโกฏฐิตเถระได้ทำหน้าที่ของท่านและหน้าที่ต่อพระศาสนาในฐานะที่เป็นพระสงฆ์แล้ว ได้ดำรงอยู่ตามสมควรแก่เวลา สุดท้ายก็ได้ปรินิพพานดับไป

Advertisements

Leave a comment

Filed under :: ธรรมศึกษา ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s