::ประวัติศาสตร์ ::

ประวัติศาสตร์ไทย  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

มาตรฐาน ส4.3  เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญา มีความภาคภูมิใจและธำรงความเป็นไทย.

รัตนโกสินทร์เป็นช่วงสืบทอดอารยธรรมไทยครั้ง บ้านเมืองดีไว้จนพัฒนาต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

ลำดับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์                                                                                     

รัชกาล

การเมืองการปกครอง

เศรษฐกิจ

สังคมและวัฒนธรรม

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

การสถาปนา

ปราบดาภิเษก
6 เม.2325
สถาปนาราชวงศ์จักรีเริ่มต้นสมัยรัตนโกสินทร์

การปกครอง

สถาปนากรุงเทพเป็นราชธานี

การปกครองแบบเดียวกับอยุธยา
โดยเพิ่มบทบาทเสนาบดีกรมคลังเทียบ

เคียงสมุหนายกและสมุห
กลาโหมในการควบคุม

หัวเมืองต่างๆ

ชำระกฏหมายไว้เป็นหลัก
การตัดสินคดีความคือกฏหมายตราสามดวง

ตั้งท้าวเทพสตรี
ท้าวศรีสุนทร

ลดตำแหน่งผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชจาก

ประเทศราชเป็นเจ้าเมืองเอก

การค้า

ส่งเสริมการค้ากับจีนตามระบบรัฐบรรณาการโดยมีพ่อค้าจีนในไทยเป็นผู้ประสานตลาดการค้าต่างแดน
คือ สำเพ็ง
ตลาดภายในที่สำคัญ
คือ
ท่าเตียน

การประกอบอาชีพ

ส่งเสริมการเพาะปลูก

สนับสนุนอาชีพหัตถกรรมเป็นระบบอุตสาหกรรมในครัวเรือน
เช่น
ย่านตีทอง
, บ้านหม้อ,  บ้านบาตร,

สามโคก

การเก็บภาษี

ใช้ระบบเดิมสมัยอยุธยา

เงินตราใช้เงินพดด้วงประทับตราจักรี

การควบคุมกำลังพล

การแบ่งชนชั้นสังคมเหมือนสมัยอยุธยา

การเข้าเวรเกณฑ์แรงงานลดลงเหลือเพียงเข้าเดือนออกสองเดือน

พระราชทานที่อยู่ให้ชาวต่างชาตินอกเขตกำแพงพระนคร
ชาวเขมรเขารีต
ชาวญวนอยู่ทางเหนือพระนคร
,
ชาวจีนอยู่ทางใต้
,ชาวมอญ
ลาวอยู่ฝั่งธนบุรีและบางส่วนอยู่เขตพระนคร

การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

รื้อฟื้นวิถีชีวิตแบบอยุธยา
เช่น เทศน์มหาชาติ
,พิธีกฐิน
ขุดคลองมหานาค

สร้างพระบรมมหาราชวัง

รื้อฟื้นพระราชพิธีโบราณ

ส่งเสริมวรรณกรรมที่เคยมีสมัยอยุธยา
เช่น
รามเกียรติ์
,ดาหลัง, อุณรุท

นาฏกรรม
มหรสพหลวงต่างๆ

ศาสนา            

สังคายนาพระไตรปิฏกฉบับทอง

อัญเชิญพระพุทธรูปจากหัวเมืองมาไว้กรุงเทพ
เช่น
พระศรีศากยมุนี
,
พระศรีสรรเพชรดาญาณ

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ด้านการปกครอง

สถาปนาสมเด็จพระอนุชาเจ้าฟ้า
(จุ้ย) เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลกรมหลวงเสนานุรักษ์

สถาปนาเจ้านายให้กำกับราชการกรมต่างๆ
เพื่อความมั่นคง

ปราบกบฏกรมขุนกษัตรานุชิต
(เหม็น)

สร้างนครเขื่อนขันธ์เมืองสมุทรปราการเป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึก

รายได้

ห้ามค้าฝิ่น

ตั้งโรงงานผลิตน้ำตาลทราย

การค้าสำเภาไปเมืองท่าจีนและเมืองมาเก๊า

การค้าขายของหลวง, การผูกขาดของพระคลังสินค้า
ภาษีอากรเหมือนสมัยอยุธยา

การรื้อฟื้นประเพณี

ประเพณีวันวิสาขบูชา
,พระราชพิธีอาพาธพินาศ
,พระราชพิธีลง
สรงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ

การก่อสร้าง

ขยายพระบรมมหาราชวังออกไปถึงวัดพระเชตุพน

สร้างสวนขวาอันงดงาม

สร้างวิหารที่วัดสุทัศน์
และทรงแกะสลักบานประตูวิหาร

ซ่อมแซมวัดอรุณราชวราราม

การส่งเสริมวัฒนธรรม

บทพระราชนิพนธ์ละครใน
,ละครนอก ,เสภา

การปรับปรุงกระบวนท่ารำของละครนอก
,ละครใน ,โขน

การใช้ธงช้าง

การทำเครื่องเบญจรงค์ลายน้ำทอง

ศาสนา

สังคายนาบทสวดมนต์

สมโภชพระพุทธบุษยรัตน์

ส่งทูตไปลังกา

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

การส่งเสริมความมั่นคง

สร้างป้อม
ขุดคลองและต่อเรือรบเพื่อเตรียมพร้อมทางทะเลโดยสร้างป้อมที่จันทบุรีและฉะเชิงเทรา
,  เตรียมรับศึกญวน

ต่อเรือกำปั่นลำแรกชื่อแก้วกลางสมุทร

ขุดคลองแสนแสบจากหัวหมากไปเชื่อมแม่น้ำ

บางปะกงที่บางขนาก

เกิดสงครามระหว่างไทยกับเวียงจันทน์เป็นวีรกรรมคุณหญิงโมเมืองนครราชสีมา

ตีเมืองเชียงตุง       

อังกฤษส่งเซอร์เจมส์
บรุ๊ค

ขอแก้สนธิสัญญา

การค้าขาย

สนธิสัญญาเบอร์นี่กำหนดให้ไทยเก็บภาษีปากเรืออย่างเดียว
และให้พ่อค้าติดต่อค้าขายกับราษฎรโดยไม่ผ่านพระคลังสินค้า

เริ่มมีเจ้าภาษีนายอากร

เก็บภาษีอากรใหม่
เช่น
อากรบ่อนเบี้ย
, อากรหวย
ภาษีพริกไทย
ฯลฯ

ยกเลิกภาษีบางประเภท
เช่น
ภาษีฟองตนุ
, ค่าน้ำ

การเก็บเงินผูกปี้
เป็นเงินค่าธรรมเนียมจากคนจีน

เจ้านายขุนนางและชาวจีนมีบทบาทอย่างยิ่งในการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ

การก่อสร้าง

ซ่อม/สร้างพระบรมมหาราชวัง

ปฏิสังขรณ์พระอารามต่างๆ
เช่น
วัดราชโอรส
,วัดราชสิทธิ
,วัดระฆังโฆสิตาราม
,พระปรางค์วัดอรุณ
,วัดเทพธิดา
,วัดราชนัดดา
วัดเฉลิมพระเกียรติ์
, วัดสุทัศน์
,ภูเขาทองวัดสระเกศ

อิทธิพลต่างชาติ

มิชชันนารีนิกายโปรแตสแตนท์เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์

บาดหลวงปาเลอร์กัวซ์เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์นิกายโรมัน

คาทอลิค

หมอบรัดเล่ห์เริ่มนำวิทยาการ

แพทย์แบบตะวันตกเข้ามาใช้
ได้แก่การฉีดวัคซีน
, ปลูกฝี , ผ่าตัด

มิชชันนารีอเมริกันเริ่มพิมพ์หนังสือด้วยแท่นพิมพ์เป็นครั้งแรก
และหมอบรัดเล่ย์ออกหนังสือพิมพ์บางกอกรีคอดเดอร์

เกิดกรณีพิพาทกับโรเบรต์

ฮันเตอร์
ฝ่ายไทยสร้างป้อมที่

พระปะแดงเตรียมป้องกันอังกฤษ

ศาสนา

ตั้งพระราชาคณะ

สร้างพระพุทธรูปถวาย
.1 และ2

เจ้าฟ้ามงกุฏตั้งธรรมยุติกนิกายและมหามกุฏราชวิทยาลัย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ด้านความมั่นคง

สร้างป้อมป้องกันพระนครรวม
6 ป้อม

ไทยทำสัญญากับฝรั่งเศสยอมรับว่าเขมรส่วนนอกเป็นของเขมร
(พ.ศ.2410)

ด้านการปกครอง

เสด็จประพาสหัวเมืองตะวันออก
หัวเมืองชายฝั่งทะเล
หัวเมืองปักษ์ใต้

ปักปันเขตแดนไทยกับพม่าของอังกฤษ

จ้างชาวอังกฤษทำแผนที่ลำน้ำโขง

เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่
ต.หว้ากอ

ด้านสัมพันธไมตรี

แต่งฑูตไปจิ้มก้องจักรพรรดิจีน

กรุงปักกิ่ง

เซอร์จอห์น
เบาริงเข้ามาทำสนธิสัญญาพระราชไมตรีและการค้า

สหรัฐอเมริกา
ฝรั่งเศส
เดนมาร์ก
โปรตุเกส
ฮอลันดา
ปรัสเซียส่งฑูตมาทำสัญญาทางพระราชไมตรี

การปรับปรุงระบบการค้า

การจัดระบบการจัดเก็บภาษีศุลกากรและเปิดให้มีการค้าโดยเสรี

พระราชทานที่ดินให้ชาวต่างประเทศตั้งห้าง

ไทยยอมให้ฝรั่งเศสนำสุราทุกชนิดเข้ามาขาย

เสียภาษีร้อยชักสาม

ด้านการคมนาคม

ขุดคลองผดุงกรุงเกษม
คอลงมหาสวัสดิ์
,คลองถนนตรง
,คลองภาษีเจริญ

ตัดถนนเจริญกรุง,  สร้างถนนบำรุงเมือง
เฟื่องนคร

ทำประภาคารบริเวณสันดอนปากน้ำเพื่อเป็นสัญญาณเรือสินค้าเข้าออก

สนธิสัญญาเบาริง

ยกเลิกพระคลังสินค้า

เก็บภาษีขาเข้าร้อยละ
3 ของราคาสินค้า

ไทยเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
(คนต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทยกระทำผิด
ให้ขึ้นศาลของประเทศตนไม่ขึ้นศาลไทย
)

การปรับปรุงธรรมเนียม

แก้ไขธรรมเนียมข้าราชการเข้าเฝ้าให้สวมเสื้อ

กำหนดให้เรียกพระนามพระมหากษัตริย์ตามนามแผ่นดิน

พิธีบรรจุดวงชะตาพระนคร

พระราชทานเงินคนชรา
คนพิการ

เฉลิมพระชนม์พรรษาครบ
60 พรรษา

ศาสนา

ส่งสมณทูตไปลังกา

สมโภชพระปฐมเจดีย์

เสด็จนมัสการพระพุทธบาท

คืนพระบางกลับไปหลวงพระบาง

สมโภชพระแก้วมรกต

การก่อสร้าง

สร้างหมู่พระอภิเนาวนิเวศน์

สร้างพระนครคิรีที่เพชรบุรี

สร้างพระราชวังสราญรมย์

จำลองประสาทนครวัดในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สร้างประตูกำแพงพระบรมมหาราชวังชั้นนอก

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ผลจากสนธิสัญญาเบาริง

การค้าเสรีโดยที่สินค้าเข้าเป็นสินค้าบริโภคของคนทั่วไปมกกว่าสินค้าสนองความต้องการชนชั้นสูง

มีการผลิตเพื่อการค้าโดยเฉพาะข้าวมีการขยายพื้นที่ทำนา
การชลประทานเพื่อการทำนา
ลดภาษีอากรนา

ผลผลิตในอุตสาหกรรมครัวเรือนลดลง

มีการใช้เงินตราแพร่หลายและตั้งโรงกษาปณ์ขึ้น

 

 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและสภาที่ปรึกษาส่วนพระองค์

เสียดินแดนฝั่งขวา
มณฑลบูรพาให้แก่ฝรั่งเศส

เสียไทรบุรี
กลันตัน
ตรังกานู
ปะลิสให้อังกฤษ

การปฏิรูปการศาล

สถาปนากระทรวงยุติธรรม

ตั้งโรงเรียนกฎหมาย
กรมอัยการ
กรมชำระและร่างประมวลกฏหมาย

พ.ร.บ.กรรมสิทธิ์ผู้แต่งหนังสือแปลงชาติ
ล้มละลาย
และประมวลกฎหมายอาญา

การปกครองส่วนกลาง

แต่งตั้งกรมเพิ่มอีก
6 กรม

เปลี่ยนกรมเป็นกระทรวง

ประกาศตั้งกระทรวง
12 กระทรวง
ต่อมายุบเหลือ
10 กระทรวง

การปกครองส่วนภูมิภาค

แบ่งการปกครองหัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็น
4 หัวเมือง
และ
6 หัวเมืองตามลำดับ

จัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลมีข้าเหลวงเทศาภิบาลดูแล

การปกครองส่วนท้องถิ่น

จัดตั้งสุขาภิบาลท่าฉลอมขึ้น

พ.ร.บ.การสุขาภิบาล

การปฏิรูปเศรษฐกิจ

ตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์และปฏิรูปวิธีการจัดเก็บภาษีอาการ
และระเบียบการส่งเงินเข้าพระคลังมหาสมบัติ

ตั้งกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
พระคลังข้างที่
ดูแลทรัพย์สินพระมหากษัตริย์จัดทำงบประมาณแผ่นดิน

ตั้งธนาคารบุคคลัภย์

การพัฒนาคมนาคม

สร้างถนนต่างๆ
เช่น

สุรวงศ์, เดโช ,สาธร
,

สี่พระยา
,ราชดำเนิน
และหัวเมืองต่างๆ

สร้างสะพานไม้
เหล็ก
สะพานท่อ

เปิดการเดินรถรางเป็นครั้งแรกและเปิดการเดินรถไฟ

เอกชนตั้งบริษัทขุดคลองและคูนาสยามเพื่อพัฒนาคมนาคมพัฒนาการชลประทาน

การเลิกทาส

พ.ร.บ.พิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไท

พ.ร.บ.ลักษณะทาสมณฑลตะวันออกเฉียงเหนือ
และ
พ.ร.บ.เลิกทาส
พ.ศ.
2448 ร.ศ.124

การเลิกไพร่

ตรา
พ.ร.บ.รับสมัครทหารและ
พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร

จัดตั้งกรมทหารหน้า

สำรวจบัญชีสำมะโนครัวไพร่โดยให้ไพร่ขึ้นบัญชีท้องที่ไพร่อาศัยแทนบัญชีมูลนาย

การปฏิรูปการศึกษา

ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับเจ้านาย
ข้าราชบริพาร
สำหรับราษฏร

ตั้งโรงเรียนกุลสตรีวังหลัง

ตั้งโรงฝึกหัดอาจารย์          

พระราชทานทุนเล่าเรียนหลวงปีละ
2 คน

ด้านสาธารณสุข

ตั้งโรงพยาบาลแห่งแรกและตั้งโรงเรียนราชแพทยาลัย

ตั้งสภาอุณาโลมแดง

พัฒนาความเจริญแบบตะวันตก

ตั้งกรมไปรษณีย์

นำไฟฟ้าเข้ามาใช้

บริการโทรศัพท์ในเขตพระนคร

ศาสนา

สังคายนาคัมภีร์พระไตรปิฏกและพิมพ์เป็นภาษาไทยครั้งแรก

รัฐบาลอินเดียถวายพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในพระเจดีย์บรมบรรพต
(ภูเขาทองวัดสระเกศ)

ตรา
พ.ร.บ.การปกครองคณะสงฆ์

สร้างวัดราชบพิธฯ
วัดประจำรัชกาล
และวัดเทพศิรินทราวาส
วัดเบญจมบพิตร

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

ด้านการปกครอง

ตั้งกองเสือป่าฝึกพลเรือนให้รู้จักยุทธวิธีการรบแนวคิดสามัคคี

สร้างอุดมการณ์ชาตินิยม

ไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่
1 กับฝ่ายสัมพันธมิตร

ตรากฎมณเฑียรบาล

ปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาค
ตั้งมณฑลเทศาภิบาลมีอุปราชคอยดูแล

กบฏ ร.ศ.130

ตั้งดุสิตธานีเพื่อทดลองประชาธิปไตย

การปฏิรูปเศรษฐกิจ

ตั้งธนาคารออมสิน

โปรดเกล้าฯให้เลิกหวย
ก.ข.

วิกฤตการณ์เศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่
1

การศึกษา

ประกาศ
พ.ร.บ.ประถมศึกษา
พ.ศ.
2464

จัดตั้งโรงเรียนมหาดเล็กหลวงวชิราวุธวิทยาลัย

ตั้งโรงเรียนข้าราชการพลเรือน

ตั้งโรงเรียนเพาะช่าง

ประกาศตั้งกิจการลูกเสือ

การก่อสร้าง

สร้างพระราชวังสนามจันทร์
,พระราชวังบ้านปืน
,พระราชวังมฤคทายวัน
,สร้างสวนลุมพินี

ซ่อมแซมพระปฐมเจดีย์และพระประโทน

การปรับปรุงวิถีชีวิต

ประกาศใช้
พ.ร.บ นามสกุล

ใช้ พ.ศ.แทน
ร.ศ.

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ด้านการเมือง

ตั้งอภิรัฐมนตรีสภา

ตั้งสภาป้องกันราชอาณาจักร

การปฏิวัติโดยคณะราษฏร
วันที่
24 มิ.ย.2475

พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์วันที่
10 ธ.ค.2475

สละราชสมบัติ
2 มี.ค.2477

ด้านการปกครอง

ตั้งสภาบำรุงชายทะเลตะวันตกเพื่อให้คนในท้องถิ่นปกครองตนเอง

ยกเลิกภาคมณฑล
ลดฐานะจังหวัดบางจังหวัดเป็นอำเภอ
(ระหว่าง
พ.ศ.
2468-2474)

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ

ลดเงินปีที่เป็นรายจ่ายของพระคลังข้างที่และตัดทอนรายจ่ายส่วนพระองค์

ยุบหน่วยงานและตำแหน่งข้าราชการที่เกินความจำเป็น

ตัดงบประมาณรายจ่ายของกระทรวง
ทบวง
กรมต่างๆ

ลดเงินเดือนข้าราชการ

การพัฒนาด้านคมนาคม

-เปิดสะพานพระราม
6
สะพานพระพุทธยอดฟ้า

-ตั้งบริษัทเดินอากาศ
ทำการบินรับส่งโดยสารคนและไปรษณีย์ภัณฑ์ภายในประเทศ         

เปิดสถานีวิทยุกระจายเสียงสำหรับประชาชนทั่วไป

ปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามในงานฉลองพระนคร
150 ปี

สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
และการฉลองพระนคร
150
ปี

ประวัติศาสตร์ไทย
พ.ศ.
2475 –ปัจจุบัน

ประเทศไทยนับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง
พระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
ประเทศไทยพัฒนาสู่การปกครองแบบประชาธิปไตย
แต่ก็ไม่ราบรื่นนัก
เนื่องจากมีการรัฐประหาร
การปฏิรูปการเมืองเกิดขึ้นหลายครั้ง
สมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญๆ
ได้แก่

สมัยจอมพล
ป.พิบูลสงคราม

การเปลี่ยนแปลงสมัยนี้ปกครองประทศภายใต้แนวคิดการสร้างชาติใหม่
ในระบอบประชาธิปไตย
โดยมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและชีวิตความ
เป็นอยู่ของคนไทย
คุณสมบัติที่ต้องการ
คือ รักชาติ
มีวัฒนธรรมแบบอารยะ
หรือนโยบายรัฐนิยม

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

ด้านสังคม
เปลี่ยนชื่อสยามมาเป็นประเทศไทย
เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็น
1 มกราคม
เปลี่ยนแปลงการแต่งกายให้เป็นแบบตะวันตก
เปลี่ยนแปลงด้านภาษา
และยกเลิกระบบราชทินนาม

ด้านการปกครอง
ช่วงสงครามโลกครั้งที่
2 ได้นำลัทธิผู้นำมาใช้
และเหตุการณ์สำคัญได้แก่

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ญี่ปุ่นยกดินแดนที่ไทยเคยเสียดินแดนให้แก่อังกฤษ
ฝรั่งเศส
ในสมัยรัชกาลที่
5 คืนแก่ไทย

<![if !supportLists]>*
<![endif]>รัฐบาลไทยประกาศสงครามกับสัมพันธมิตร
ขบวนการเสรีไทยประท้วงการประกาศสงครามของรัฐบาลไทย
และรวบรวมคนไทยเพื่อต่อต้านญี่ปุ่น

<![if !supportLists]>*
<![endif]>หลังสงครามโลก
อังกฤษบังคับให้ไทยทำความตกลงสมบูรณ์แบบ
โดยให้คืนดินแดนที่ญี่ปุ่นยึดจากอังกฤษแล้วยกแก่ไทยคืนอังกฤษ
ให้ข้าวสารแก่อังกฤษ
1.5 ล้านตัน
และชดเชยค่าเสียหายอื่นๆ

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ไทยคืนดินแดนที่ได้มาจากญี่ปุ่นแก่ฝรั่งเศส

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ไทยเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ

ด้านเศรษฐกิจ

<![if !supportLists]>*
<![endif]>รัฐวิสาหกิจ

<![if !supportLists]>*
<![endif]>การสงวนอาชีพให้คนไทย

<![if !supportLists]>*
<![endif]>เกิดภาวะเงินเฟ้อและขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ

สมัยจอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์

การปกครองสมัยนี้แสดงถึงพลังลัทธิทหาร
ซึ่งให้ความสำคัญกับสถาบันพระมหากษัตริย์โดยที่รัฐบาลไทยเป็นตัวแทนของกษัตริย์ในการบริหารราชการแผ่นดิน
รัฐบาลทหารมีอำนาจสูงสุดในการรักษาสถาบันชาติ
ศาสนา
และพระมหากษัตริย์
ให้อยู่อย่างสันติสุข
ประชาชนมีหน้าที่เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล
แนวคิดลัทธิทหารสืบทอดถึงสมัยจอมพลถนอม
กิตติขจร
จนกระทั่งเกิดกระแสต่อต้านจากประชาชน
ระบอบเผด็จการทหารสิ้นสุดด้วยกรณีเหตุการณ์
14 ตุลาคม
2516

นโยบายเศรษฐกิจสมัยจอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างประเทศเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มนายทุนสามารถผูกขาดทางเศรษฐกิจของชาติ
โดยรัฐบาลเป็นผู้ประสานประโยชน์ไว้
ทำให้กลุ่มนักการเมือง
ข้าราชการ
พ่อค้าเป็นกลุ่มผลประโยชน์เดียวกน
แต่ประชาชนส่วนใหญ่ขาดโอกาสมีส่วนร่วมทางการเมือง
จนมีการเรียกร้องให้มีประชาธิปไตยมากขึ้น

ช่วงปี
พ.ศ.
2516-2519 ประชาชนมีส่วนร่วมและรัฐบาลเริ่มกระจายผลประโยชน์ไปยังกลุ่มประชาชนกลุ่มต่างๆ
เช่น
ความเจริญสู่ชนบท

การเปลี่ยนแปลงหลังสงครามโลกครั้งที่
2

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ไทยดำเนินนโยบายผูกพันกับอเมริกา
จึงมีการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาและสังคมตาม

<![if !supportLists]>*
<![endif]>หลังสงครามโลกอังกฤษบังคับให้ไทยทำความตกลงสมบูรณ์แบบ
โดยต้องคืนดินแดนที่ญี่ปุ่นยึดจากอังกฤษแล้วยกให้ไทยคืนแก่อังกฤษ
และให้ข้าวสารแก่อังกฤษ
1.5 ล้านตัน
รวมทั้งชดใช้ค่าเสียหายอื่นๆ

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ไทยคืนดินแดนที่ได้มาจากญี่ปุ่นคืนแก่ฝรั่งเศส
และไทยเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ

<![if !supportLists]>*
<![endif]>ไทยร่วมมือกับฝ่ายโลกเสรีเมื่ออเมริกาทำสงครามในอินโดจีน
โดยไทยเข้าร่วมสงครามกับเวียดนามด้วย

<![if !supportLists]>*
<![endif]>หลังสงครามเวียดนามไทยงดการพึ่งพาอเมริกา
หันไปสร้างความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ
เช่น จีน
รัสเซียและกลุ่มอาเซียน

 

 

Advertisements

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s