ภาษาบาลี

  1. ภาษาบาลีคือภาษาในข้อใด
    1. ภาษาขอม
    2. ภาษามาคธี
    3. ภาษาสิงหล
    4. ภาษาเทวนาครี
  2. ข้อใดให้ความหมายของภาษาบาลีถูกตอ้ง
    1. ภาษาที่คนทั่วโลกรู้จัก
    2. ภาษาที่พระสงฆ์นำมาสวดมนต์
    3. ภาษาที่รักษาพระพุทธศาสนาไว้
    4. ภาษาที่พระสงฆ์ใชเรียนหนังสือ
  3. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับหลักการเขียนภาษาบาลีแบบไทยและแบบบาลี
    1. การเขียนแบบไทยรูปสระอะจะปรากฏชัดเจน
    2. ใช้ตัวพยัญชนะและสระในภาษาไทยเหมือนกัน
    3. การเขียนแบบบาลีจะมีเครื่องหมายพินทุและนิคหิต
    4. ถูกทุกข้อ
  4. เครืองหมาย (ํ  ํ ) เรียกว่าอะไร
    1. พินทุ
    2. พิทุอิ
    3. อิงนิคหิต
    4. อังนิคหิต
  5. พุทฺธํ ธมฺมํง เครื่องหมายที่อยู่บนพยัญชนะเรียกว่าอะไร
    1. อัง
    2. พินทุ
    3. นิคหิต
    4. วิสรรชนีย์
  6. คำในข้อใดอ่านออกเสียงควบกล้ำ
    1. เสยฺโย
    2. ภควโต
    3. สงฺฆญฺจ
    4. สฺวากฺขาโต
  7. พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตรงกับภาษาบาลีข้อใด
    1. พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
    2. พุทฺธัง สรณั คัจฉามิ
    3. พุทฺธํ สะระณัง คจฺฉามิ
    4. พุทธัง สระณัง คจฉามิ
  8. คำว่า เวรมณี อ่านอย่างไร
    1. เว-ร-ม-ณี
    2. เวร-ระ-มณี
    3. เว-ระ-ม-นี
    4. เว-ระ-มะ-นี
  9. สัมมาสัมพุทโธ เขียนเป็นภาษาบาลีได้อย่างไร
    1. สมฺมาสมฺพุทฺโธ
    2. สมฺมาสฺมพุทฺโธ
    3. สมฺมาสมพุทโธ
    4. สัมมาสมฺพุทโธ
  10. พิธีบรรพชาหมายถึงข้อใด
    1. การลาสิกขา
    2. การบวชสามเณร
    3. การบวชพระภิกษุ
    4. การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
  11. พิธีอุปสมบท คือพิธีในข้อใด
    1. การลาสิกขา
    2. การบวชสามเณร
    3. การบวชพระภิกษุ
    4. การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
  12. สุจิรปรินิพฺพุตมฺปิ อ่านว่าอย่างไร
    1. สุ-จิน-ปริ-นิบ-ดุ-ตำ-ปิ
    2. สุ-จิ-ระ-ปะ-นิบ-พุ-ตม-ปิ
    3. สุ-จิ-ระ-ปะ-ริ-นิบ-พุ-ตำ-ปิ
    4. สุ-จิร-ปะ-ริบ-นิพ-พุ-ตม-ปิ
  13. อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ เขียนสะกดแบบบาลอย่างไร
    1. อหภนฺเต สรณสีลํ ยาจามิ
    2. อหํ ภนฺเต สรณสีลํ ยาจามิ
    3. อะหํ ภนฺเต สรณสีลํ ยาจามิ
    4. อะหัง ภันเตสะระณังสีล ยาจามิ
  14. อะพรัหมะ จะริยา เวระมะณี เขียนสะกดแบบภาษาบาลีอย่างไร
    1. อพฺรหฺมจริยา เวรมณี
    2. อพรหฺมจริยา เวระมณี
    3. อพฺรหมฺา จริยา เวรมณี
    4. อัพรัหมา จริยา เวระมณี
  15. อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ เขียนสะกดแบบบาลีอย่างไร
    1. อุปัชฌาโย เมภนฺเต โหหิ
    2. อุปชฺฌาโย เม ภันเต โหหิ
    3. อุปชฺฌาโย เม ภนฺเต โหหิ
    4. อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ
  16. สงฺฆมฺภนฺเต อุปสมุปทํ ยาจามิ อ่านว่าอย่างไร
    1. สัง-คำ-พัน-อุป-สำ-ปทัง-ยาจามิ
    2. สง-คำ-พัน-เต-อุบ-สำ-ปทัง-ยาจามิ
    3. สัง-คะ-มัง-พัน-เต-อุบ-สม-ปท-ยาจามิ
    4. สัง-คำ-พัน-เต-อุ-ปะ-สำ-ปะ-ทัง-ยา-จา-มิ
  17. นยํ นยติ เมธาวี แปลว่าอย่างไร
    1. ควรแนะแนำสิ่งใดให้นักปราชญ์
    2. นักปราชญ์แนะนำสิ่งที่ควรแนะนำ
    3. นักปราชญ์เป็นบุคคลที่ควรแนะนำ
    4. แนะนำนักปราชญ์ให้ผู้ที่ควรแนะนำ
  18. ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะของเมธาวี
    1. เป็นผู้มีปัญญา
    2. เป็นผู้รอบรู้ทุกด้าน
    3. เป็นผู้ไม่ฝักใฝ่สิ่งใด
    4. เป็นผู้หลีกหนีความชั่ว
  19. ข้อใดมีความหมาย วิธีการแสวงหาปัญญา
    1. สุตมยปัญญา
    2. จินตามยปัญญา
    3. ภาวนามยปัญญา
    4. สมบูรณมยปัญญา
  20. ปญฺญาว ธเนน เสยฺโย มีความหมายตรงกับข้อใด
    1. ปัญญาหรือจะสู้ทรัพย์
    2. ปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์
    3. ปัญญาเป็นสิ่งสร้างขึ้นได้
    4. ปัญญาประเสริฐกว่ารูปสวย
  21. ข้อใดไม่ใช่การสร้างความดีของสมชาย
    1. ช่วยอธิบายการบ้านให้เด็กข้างบ้าน
    2. พาน้องไปสอนให้เล่นบิลเลียนที่สโมสร
    3. อ่านหนังสือให้ความรู้ตัวอย่างในยามว่าง
    4. ทำงานบ้านที่แม่มอบหมายให้ด้วยความเต็มใจ
  22. ข้อใด ไม่ใช่ การสร้างความดีของสมชาย
    1. ช่วยอธิบายการบ้านให้เด็กข้างบ้าน
    2. พาน้องไปสอนให้เล่นบิลเลียดที่สโมสร
    3. อ่านหนังสือให้ความรู้ตัวเองในยามว่าง
    4. ทำงานบ้านที่แม่มอบหมายให้ด้วยความเต็มใจ
  23. คนที่มีความสามารถแก้ปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง เป็นผู้ประกอบด้วยคุณธรรมใด
    1. ศีล
    2. จาคะ
    3. ปัญญา
    4. ศรัทธา
  24. ปัญญาจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
    1. ปัญญาเกิดจากกระบวนการคิด
    2. ปัญญาเกิดจากกระบวนการฟัง
    3. ปัญญาที่เกิดจากการศึกษาอบรม
    4. ถูกทุกข้อ
  25. คนเราส่วนมากหาทรัพย์มาได้ แต่ไม่สามารถที่จะตั้งตัวหรือมีหลักฐานมั่นคงได้เนื่องจากสาเหตุใด
    1. รายได้ต่ำรสนิยมสูง
    2. เศรษฐกิจค่าครองชีพสูง
    3. ไม่ใช่จ่ายทรัพย์ด้วยปัญญา
    4. ไม่มีโอกาสสะสมทรัพย์
  26. พุทธศาสนิกชนประเภทใดที่ได้ชื่อว่าอยู่ใกล้ชิดพระรัตนตรัยมากที่สุด
    1. นับถือพระพุทธศาสนาตามบรรพบุรุษ
    2. ปฏิบัติตามบุคคลที่เชื่อว่าจะพาไปสู่นิพพาน
    3. ศรัทธาต่อคำสอนของพระเกจิอาจารย์ที่ตนนับถือ
    4. ศึกษาและปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า
  27. ข้อใดคือความหมายของกรรมวาจาจารย์
    1. ผู้แสวงบุญ
    2. นักบวชนอกพระพุทธศาสนา
    3. ผู้ท่องเที่ยวไปเพื่อสั่งสอนธรรมะ
    4. ผู้สวดให้พระสงฆ์ยอมรับบุคคลไว้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ
  28. ข้อใดเป็นความผิดของพระภิกษุถึงขั้นต้องอยู่ปริวาสกรรม
    1. อาบัติปาราชิก
    2. อาบัติปาจิตติย์
    3. อาบัติถุลลัจจัย
    4. อาบัติสังฆาทิเสส
  29. ข้อใดเป็นความผิดของพระภิกษุที่ถึงขั้นปาราชิก
    1. ภิกษุเสพเมถุน
    2. ภิกษุสะสมอาหาร
    3. ภิกษุฉันอาหารยามวิกาล
    4. ภิกษุรับนิมนต์โดย
  30. ข้อใดแปลว่า ผู้ปูนั่งสำหรับพระภิกษุสงฆ์
    1. สีมา
    2. จาริก
    3. อังสะ
    4. นิสีทนะ
  31. เขตกำหนดที่พระสงฆ์จะทำสังฆกรรมร่วมกันตามวินัยบัญญัติเรียกว่าอะไร
    1. สีมา
    2. สังขาร
    3. วิชชา
    4. เสนาสนะ
  32. ข้อใดเป็นประโยชน์ของปัญญาในระดับสูง
    1. แก้ปัญหาชีวิตได้
    2. มีหน้าที่การงานสูงขึ้น
    3. มีคนรักและนับถือมาก
    4. มีอาชีพสุจริตและร่ำรวยมาก
Advertisements

Leave a comment

Filed under :: ข้อสอบพระพุทธศาสนา ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s