การเจริญปัญญา

  1. ข้อใดเป็นสาเหตุของปัญหาทางจิตของคนในสังคมปัจจุบัน
    1. ปัญหาจราจรติดขัด
    2. การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลอยู่เสมอ
    3. สภาพสังคมปัจจุบันที่เน้นวัตถุและการแข่งขันกัน
    4. สภาพการเมืองการปกครองที่แข่งขันกันมีอำนาจ
    5. สภาพเศรษฐกิจที่เน้นการส่งออกทำให้สินค้าราคาแพง
  2. ปัญหาทางจิตของนักเรียนส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากข้อใด
    1. ทำการบ้านไม่ได้
    2. ไม่ชอบครูผู้สอน
    3. เพื่อนไม่ให้ความสำคัญ
    4. ตื่นสายไปโรงเรียนไม่ทัน
    5. อ่านหนังสือไม่ทัน กลัวสอบตก
  3. หลักสูตรการศึกษามีส่วนในการสร้างปัญหาทางจิตอย่างไร
    1. ทำให้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น เพราะเน้นการแข่งขัน
    2. เน้นการให้ความรู้ด้านอาชีพมากกว่าการเป็นคนดี
    3. ให้ความสำคัญแก่วิชาศีลธรรมน้อยกว่าวิชาด้านเทคโนโลยี
    4. การให้ความสำคัญด้านคะแนนจริยธรรมมากกว่าคะแนนสอบ
    5. เปิดโอกาสให้ผู้มีฐานะดีมีโอกาสทางการศึกษามากกว่าผู้มีฐานะยากจน
  4. บิดามารดาที่มีบุตรอยู่ในช่วงวัยรุ่นมักจะมีปัญหาทางจิตเกี่ยวกับเรื่องใด
    1. การใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย
    2. การกลับบ้านไม่ตรงเวลา
    3. การกินเหล้า สูบบุหรี่
    4. การคบเพื่อนต่างเพศ
    5. ถูกทุกข้อ
  5. การหาทางออกที่ดีที่สุดของคนที่มีปัญหาทาจิตคือข้อใด
    1. หนีปัญหา
    2. ปล่อยให้หายเอง
    3. ปรึกษาผู้มีประสบการณ์
    4. หาสาเหตุและคิดวิธีแก้ไข
    5. ใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง
  6. หากไม่มีปัญหาที่เกิดจากสภาพสังคม ปัญหาทางจิตของคนอาจะเกิดจากสาเหตุข้อใดได้อีก
    1. การขาดผู้นำที่ดี
    2. การขาดการศึกษา
    3. การไม่รู้จักพอของคนเรา
    4. มีแหล่งอบายมุขมากเกินไป
    5. การขาดแคลนสถานที่พักผ่อน
  7. สังคมในปัจจุบันประกอบด้วยคนที่เป็นโรคจิตประภทใดมากที่สุด
    1. ขูดขีดรถยนต์ทีจอดอยู่ตามที่สาธารณะ
    2. ชอบลวนลามหญิงสาวบนรถเมล์
    3. ชอบขีดเขียนตามห้องน้ำ
    4. ทำลายของสาธารณะ
    5. ถูกทุกข้อ
  8. ถ้าสังคมใดประกอบด้วยคนที่มีปัญหาทางจิตมากๆ สังคมนั้นจะเป็นอย่างไร
    1. สินค้าจะขึ้นราคา
    2. คนรวยจะลดน้อยลง
    3. ขอทานจะมีอยู่เต็มเมือง
    4. บ้านเมืองขาดความสงบ
    5. จะมีการซื้อเสียงในการเลือกตั้งผู้แทนราษฏร
  9. วิธีขจัดปัญหาพวกโรคจิตที่ชอบทำลายของสาธารณะควรทำอย่างไร
    1. ปล่อยให้หายเอง
    2. ใช้กฏหมายลงโทษ
    3. จับไปอบรมความประพฤติ
    4. ให้ผู้พบเห็นจัดการได้ทันที
    5. จับมาอบรมสั่งสอนให้รู้สึกถึงการทำดีและชั่ว
  10. ทำอย่างไรจึงจะลดจำนวนคนที่มีปัญหาทางจิตให้น้อยลง
    1. พยายามให้ทุกคนทำงานโดยไม่มีวันหยุด
    2. ไม่สนใจต่อปัญหาใดๆ ทั้งปวง
    3. ไม่ติดต่อกับบุคคลอื่นใด
    4. ใช้หลักธรรมะเข้าช่วย
    5.  ไม่มีข้อใดถูก
  11. คนเราจะใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดี ต่อเมื่อมีสิ่งใดเป็นสำคัญ
    1. ศีล
    2. สมาธิ
    3. ปัญญา
    4. ความรู้
    5. ประสบการณ์
  12. จิตไม่เป็นสมาธิก่อให้เกิดผลที่ถูกต้องที่สุดข้อใด
    1. จิตไร้กังวล
    2. จิตวอกแวก
    3. จิตไม่พัฒนา
    4. จิตไม่เป็นสุข
    5. จิตขาดคุณภาพ
  13. การฝึกอบรมให้เกิดปัญญาควรเริ่มต้นที่ข้อใดก่อน
    1. ศีล
    2. สมาธิ
    3. ปัญญา
    4. ไตรสิกขา
    5. ปาติโมกข์
  14. จากข้อ 13 มีส่วนในการแก้ปัญหาทางจิตได้ดังข้อต่อไปนี้ ยกเว้น
    1. ลดปัญหาทางใจ
    2. ลดาความเห็นแก่ตัว
    3. ลดการเอารัดเอาเปรียบ
    4. ลดความเห็นดีเห็นชั่วในชีวิต
    5. ลดความหมกมุ่นในสิ่งที่เป็นภัยต่อชีวิต
  15. ประโยชน์สูงสุดทางพระพุทธศาสนาของการฝึกสมาธิคือข้อใด
    1. จิตใจผ่อนคลาย
    2. มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์
    3. สามารถพัฒนาบุคลิกภาพ
    4. มีความสามารถพิเศษมากกว่าคนอื่น
    5. การหลุดพ้นจากกิเลสและทุกข์ทั้งปวง
  16. การฝึกจิตให้เป็นสมาธิจนถึงระดับฌานสมาบัตินั้นทำให้ผู้ฝึกได้รับประโยชน์ในข้อใด
    1. หายตัวได้
    2. ระลึกชาติได้
    3. อยู่ยงคงกระพัน
    4. อดอาหารได้หลายวัน
    5. เป็นที่น่าเสื่อมใสของผู้ที่พบเห็น
  17. การฝึกสมาธินอกจากจะช่วยให้จิตใจสงบแล้วยังมีประโยชน์ในข้อใดอีก
    1. ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
    2. แก้ปัญหาต่างๆ ได้ีด
    3. ทำให้มองโลกในแง่ดี
    4. ร่าเริงแจ่มใส
    5. ถูกทุกข้อ
  18. การฝึกสมาธิเหมาะสมกับบุคคลในข้อใด
    1. นักเรียน
    2. ชาวบ้าน
    3. ครูอาจารย์
    4. พระภิกษุสามเณร
    5. ทุกคนสามารถฝึกได้เท่ากัน
  19. การฝึกสมาธิถ้าจะได้ผลดีควรฝึกเวลาใด
    1. เวลาที่จิตใจสบาย
    2. เวลาที่ครูสั่งให้ทำ
    3. เวลาทาี่ไม่มีอะไรจะทำ
    4. เวลากลางคืนก่อนนอน
    5. เวลามีปัญหาที่จะต้องแก้ไข
  20. การฝึกสมาธิมีประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไร
    1. มีจิตใจสงบเยือกเย็น
    2. มีความสามารถเหนือสามัญชน
    3. มีความกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา
    4. มีสุขภาพร่างกายพลานามัยสมบูรณ์
    5. มีจิตใจที่แน่วแน่ไม่วอกแวกเลื่อนลอย
  21. บุคคลผู้มีปกติเสื่อมใสโดยง่ายควรฝึกสมาธิกรรมฐานในข้อใด
    1. สีลานุสติ
    2. ธัมมานุสติ
    3. พุทธานุสติ
    4. กายคตาสติ
    5. อานาปานสติ
  22. การฝึกสมาธิตามหลักอานาปานสติคือข้อใด
    1. การเพ่งอยู่ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง
    2. การกำหนดลมหายใจเข้า ออก
    3. การตามระลึกถึงศีลเป็นอารมณ์
    4. การระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า
    5. การนึกถึงสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวเพื่อปลง
  23. การฝึกสมาธิตามหลักพุทธานุสติ คือข้อใด
    1. การเพ่งอยู่ทีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
    2. การกำหนดลมหายใจเข้าออก
    3. การตามระลึกถึงศีลเป็นอารมณ์
    4. การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า
    5. การนึกถึงสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวเพื่อปลง
  24. ข้อใดหมายถึง การระลึกถึงพระพุทธคุณ 3
    1. พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ
    2. สฺวากขาโต ภควตา ธัมฺโม
    3. มยํ ภนฺเต วิสุํ วิสุํ รกฺขณตถาย
    4. สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ
    5. นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
  25. ข้อใดหมายถึงการระลึกถึงพระปัญญาคุณ
    1. อรหโต
    2. ภควโต
    3. อิติปิโส
    4. นโน ตสฺส
    5. สมฺมาสมฺพุทฺโธ
  26. ข้อใดแสดงถึงผู้มีปัญญา
    1. มานะสอบได้ที่ 1
    2. มานีซ่อมวิทยุเองได้
    3. มนูญใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เก่ง
    4. สกลจำสูตรเคมีได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ
    5. มนัสเป็นคนมีเหตุผล รู้จักผิดชอบชั่วดี
  27. ข้อใดแสดงถึงการใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
    1. สุนทรไปต่อว่าครูที่โรงเรียนที่ไม่ยอมให้บุตรตนได้เลื่อนชั้น
    2. ครูลงโทษนักเรียนทีไม่ทำการบ้านด้วยการให้ยืนขาเดียว
    3. นายแดงตามไปฆ่าคนร้ายทีทำร้ายร่างกายบิดาของตน
    4. บิดาห้ามบุตรดูโทรทัศน์เมือ่อยู่ในช่วงเวลาสอบ
    5. ไม่มีข้อถูก
  28. ข้อใดเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกวิธี
    1. มารดากลับบ้านไม่ตรงเวลาเพราะยังทำงานไม่เสรจ
    2. ถ้าบุตรไม่ตั้งใจเรียนบิดาก็จะไม่พาไปเที่ยว
    3. บุตรอดอาหารประท้วงที่บิดาไม่ให้ดูทีวี
    4. พี่ตีน้องที่ทำเครื่องคอมพิวเตอร์เสีย
    5. ถูกทุกข้อ
  29. การใช้จิตที่ฝึกอย่างดีแล้วมาพิจารณาชีวิต หมายถึงข้อใด
    1. การภาวนา
    2. การค้นคว้า
    3. การฝึกสมาธิ
    4. กาารกำหนดสติ
    5. การเจริญปัญญา
  30. หลักปถมนสิการ หมายถึงข้อใด
    1. การคิดคราวละหลายๆ เรื่อง
    2. การคิดอย่างต่อเนื่องกันเป็นลำดับ
    3. การคิดโดยคำนึงถึงอนาคตเป็นที่ตั้ง
    4. การคิดพิจารณาเปรียบเทียบของ 2 สิ่ง
    5. การคิดถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงเรื่องเดียว
  31. คนที่ยึดหลักปถมนสิการประจำใจจะช่วยลดปัญหาข้อใดลงได้
    1. การยึดติดในรูป เสียง กลิ่น รส
    2. ความกลัวในสิ่งที่ยังไม่เห็น
    3. ความเป็นคนเกียจคร้าน
    4. ความเป็นคนเผอเรอ
    5. ข้อ ก และ ข ถูก
  32. การดับความกระวนกระวายใจจะต้องดับที่ความอยาก เป็นการคิดแบบปถมนสิการวิธีใด
    1. คิดแบบแก้ปัญหา
    2. คิดแบบสามัญลักษณ์
    3. คิดแบบสืบสาวหาเหตุปัจจัย
    4. คิดแบบแยกแยะส่วนประกอบ
    5. คิดแบบพิจารณาหลักการกับความมุ่งหมาย
  33. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับการปฏิบัติตามหลักปถมนสิการ
    1. อุราตัดเสื้อดี แต่เราตัดได้ดีกว่า
    2. เบื่ออุดรจังเลยคุยอะไรก็ไม่สนุกตามเราก็ไม่ทัน
    3. เราไม่น่าทะเลาะกับอนุชาเลยเรื่องนิดเดียวแท้ๆ
    4. วีระเป็นนักสะสมหนังสือ แต่ของเราน่าจะมีมากกว่า
    5. ที่ประชุมมีมติให้พนักงานแต่งเครื่องแบบแต่ไม่เหมาะกับเราเลย
  34. การที่เราเข้าใจในสิ่งต่างๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั้น แสดงว่าเรามีความิดแบบปถมนสิการวิธีใด
    1. คิดแบบแก้ปัญหา
    2. คิดแบบสามัญลักษณ์
    3. คิดแบบสืบสาวหาเหตุปัจจัย
    4. คิดแบบแยกแยะส่วนประกอบ
    5. คิดแบบพิจารณาหลักการกับความมุ่งหมาย
  35. พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราแก้ปัญหาโดยอาศัยหลักธรรมในข้อใด
    1. มงคล 38
    2. อริยสัจ 4
    3. อายตนะ 4
    4. อิทธิบาท 4
    5. สังคหวัตถุ 4
Advertisements

Leave a comment

Filed under :: ข้อสอบพระพุทธศาสนา ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s