:: หลักธรรมพื้นฐานศาสนาพุทธ ::

อริยสัจ 4

อริยสัจ คือ ความจริงอันประเสริฐ ความจริงที่ทำให้คนเป็นอริยะ หรือผู้ประเสริฐ ( อริยะ = ประเสริฐ + สัจ = ความจริง ) มี 4อย่าง คือ

  1. ทุกข์ (ความทุกข์)ได้แก่ ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความโศก ความคร่ำครวญ ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ความประสบสิ่งไม่เป็นที่รัก ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ความไม่ได้ดังปรารถนา โดยสรุปขันธ์อันเป็นเหตุให้ยึดมั่นถือมั่นนั่นแหละทุกข์
  2. สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) ได้แก่ ตัณหา 3 ประการ คือ
    1. กามตัณหา ความพอใจในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
    2. ภวตัณหา ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น
    3. วิภวตัณหา ความอยากพ้นไปจากการได้ การมี การเป็นที่ตนไม่พอใจ
  3. นิโรธ (ความดับทุกข์) ได้แก่ นิพพาน
  4. มรรค (ทางดับทุกข์) ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8  คือ เห็นชอบ ดำริชอบ เจรจาชอบ กระทำชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามยามชอบ ระลึกชอบและตั้งใจมั่นชอบ

หลักธรรมสำหรับการพัฒนาตนเอง

  1. หลักการสร้างปัญญา หลักการฝึกฝนให้เกิดความรู้มีอยู่ 2 หลัก จะใชหลักใดหลักหนึ่งก็ให้ผลเท่ากันดังนี้
    1. หลักพหูสูต วิธีฝึกฝนให้เป็นผู้มีความรู้แตกฉานในเรื่องต่างๆ จนเป็น ผู้คงแก่เรียน มีขึ้นตอนปฏิบัติดังนี้
      1. ชั้นตอนที่ 1 ฟังให้มาก ต้องทำตนให้เป็นผู้กระหายความรู้ ใคร่ฟังใคร่ศึกษา คำว่า ฟังมาก รวมถึงการอ่านตำรับตำรา หรือการเรียนรู้ด้วยวิธีการอื่นๆ เช่น สอบถาม ปรึกษา หรือผู้รู้ต่างๆ ด้วย
      2. ขั้นตอนที่ 2 จำได้ เมื่อได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน อะไรแล้ว ต้องพยายามจดจำหลัก หรือสาระไว้ให้ได้
      3. ขั้นตอนที่ 3 คล่องปาก ท่องบ่นให้จำได้คล่องปลา ใครสอบถามหรือต้องการรู้เมื่อใด ต้องพูดชี้แจงได้ทันที
      4. ขั้นตอนที่ 4 เจนใจ ใส่ใจนึกคิดในเรื่องนั้นจนเจนใจ นึกถึงครั้งใดก็ปรากฏเนื้อความสว่างชัดเจน มองเห็นโล่งตลอดทั้งเรื่อง
      5. ชั้นตอนที่ 5 ขบคิดจนแตกฉานและนำเอาไปประยุกต์ใช้ได้ จะต้องนำเรื่องที่จำได้คล่องปาก เจนใจนั้นมาขบคิด วิเคราะห์เหตุผลโยงความสัมพันธ์ของข้อความนั้นๆ กับเรื่องอื่นๆ ได้
    2. หลักวุฒิธรรม คือ หลักสร้างความเจริญงอกงามแห่งปัญญามีอยู่ 4 ประการ ได้แก่
      1. เสวนากับผู้รู้ คือ ให้คบหาผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ
      2. ฟังครูอาจารย์ คือ เอาใจใส่สดับฟังคำบรรยาย คำแนะนำสั่งสอนของครูอาจารย์ เรื่องใดไม่เข้าใจหรือเข้าใจไม่แจ่มแจ้งก็ซักถามปรึกษาหารือเพื่อให้หายสงสัย
      3. คิดแยบคาบ คือ คิดหาเหตุผลโดยวิธีที่ถูกต้องเพื่อให้เข้าใจชัดเจนนั้น
      4. ปฏิบัติให้ถูกหลัก คือ ให้ถูกเป้าหมายและหลักการ
  2. หลักสร้างความสำเร็จในการทำงาน ในทางพระพุทธศาสนา มีหลักสร้างความสำเร็จเรียกว่า อิทธิบาท 4 ได้แก่
    1. ฉันทะ ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้นๆ เต็มใจทำ คือ ทำอะไรก็ทำด้วยความเต็มอกเต็มใจ หรือด้วยความรักในสิ่งนั้น
    2. วิริยะ พากเพียรประกอบในสิ่งนั้น คือ แข็งใจทำ เป็นการทำด้วยจิตใจที่กล้าแข็ง กล้าสู้ กล้าบุก ไม่ว่าจะลำบากเพียงใด
    3. จิตตะ เอาใจใส่ในสิ่งนั้น หรือ ตั้งใจทำ หมายถึง เอาใจจดจ่ออยู่กับเรื่องนั้น คนที่รักงานยอ่มจะคิดถึงงาน เมื่อเอาใจใส่งานที่ทำไม่ทอดทิ้งงาน ย่อมจะสำเร็จลุล่วงไปได้ในที่สุด
    4. วิมังสา พิจารณาไตร่ตรองหาเหตุผลในสิ่งนั้น หรือ เข้าใจทำ หมายถึง ความรู้ ความเข้าใจ หรือใช้ปัญญากำกับในการทำงานนั้นเอง
  3. หลักสร้างตนให้เป็นคนดี
    1. มีความกตัญญูกตเวที คือ ความรู้จักบุญคุณคนอื่นและกระทำตอบแทน
    2. รู้จักกาละเทศะ คือ ต้องรู้จักวางตัว ปฏิบัติตนให้ถูกต้องเหมาะสมกับกาลเวลา และสถานที่รู้ว่าควรทำสิ่งใด ควรพูด หรือไม่ควรพูดคำใดอย่างใดกับบุคคลใด เวลาใด ที่ไหน
    3. ซื่อสัตย์สุจริต คือ มีการกระทำที่ซื่อตรง มีความประพฤติดี ประพฤติชอบ ซื่อสัตย์ต่อตนเอง บุคคลอื่น ต่อหน้าที่การงาน ต่อสังคมและประเทศชาติ
    4. ไม่เห็นแก่ตัว คือ เป็นคนที่คำนึงถึงส่วนรวม ทำสิ่งใดก็มิได้มุ่งหมายแต่จะเอามาเพื่อตนเองฝ่ายเดียว หรือเป็นคนที่มีความเมตตากรณาและเสียสละสูง
Advertisements

Leave a comment

Filed under :: พุทธศาสนา ม.3 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s