สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส

  • ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2403 (ร.ศ. 97) เป็นพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์ที่ 47 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4พ.ศ. 2416 พระชนมายุ 14 พรรษา
  • ทรงผนวชเป็นสามเณร ประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 78 วัน จึงทรงลาผนวช พ.ศ. 2420
  • พระชนมายุ 18 พรรษา ทรงรับราชการในกรมราชเลขา พ.ศ. 2422
  • พระชนมายุ 20 พรรษาบริบูรณ์ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ และเมื่อทรงผนวชได้ 3 พรรษา ทรงเข้าแปลพระปริยัติธรรมสนามหลวง ได้ 5 ประโยคสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงรับสถาปนาเฉลิมพระยศตามลำดับ
  • พ.ศ. 2453 พระชนมายุ 51 พรรษา ทรงรับมหาสมณุตมาภิเษก เป็นสมเด็จพระมหาสมณะ ตำแหน่งพระสังฆราชแต่โดยที่พระองค์ทรงเป็นเจ้านายชั้นสูง จึงเรียกพระนามเป็นพิเศษว่า”สมเด็จพระมหาสมณะ” และได้ทรงรับสถาปนาพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
  • พ.ศ. 2464 เมื่อพระองค์มีพระชนมายุ 62 พรรษา ทรงรับสถาปนาเปลี่ยนคำนำพระนามเป็น สมเด็จพระมหาสมณะเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
  • ทรงรับพระกรณียกิจด้านต่าง ๆ ได้แก่
    • พระกรณียกิจด้านการศึกษา ทรงเข้าร่วมในคณะพระราชาคณะผู้ใหญ่เป็นกรรมการสอบไล่พระปริยัติธรรมสนามหลวง ตั้งแต่พระชนมายุ 23 พรรษา
    • ทรงเป็นแม่กองสอบไล่พระปริยัติธรรมสนามหลวง
    • ทรงจัดตั้ง มหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นสถานศึกษาวิชาการแบบใหม่ สำหรับคณะสงฆ์และกุลบุตรทั่วไปตามพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระจุลเกล้าเจ้าอยู่หัว
    • ทรงจัดการให้ออกหนังสือธรรมจักษุ เป็นหนังสือวารสารเผยแพร่ธรรมของพระพุทธศาสนา ยังคงปรากฏอยู่จนทุกวันนี้
    • ทรงให้มีการปรับปรุงหลักสูตร ทั้งหลักสูตรนักธรรมและหลักสูตรบาลี
    • ทรงประกาศใช้เป็นทางการมาจนถึงทุกวันนี้
  • พระกรณียกิจทางด้านการปกครองคณะสงฆ์
    • ทรงดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะรองคณะธรรมยุติกนิกาย เมื่อพระชนมายุเพียง 22 พรรษา
    • ทรงเป็นเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุติกนิกาย และเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร
    • ทรงจัดการปกครองคณะสงฆ์ให้เข้าระเบียบตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.212 (พ.ศ. 2445 )
  • พ.ศ. 2453 พระชนมายุ 51 พรรษา ทรงรับมหาสมณุตมาภิเษก เป็นองค์สกลมหาปริณายกแห่งสังฆมณฑลทั่วพระราชอาณาจักร และพระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกที่บัญชาการคณะสงฆ์ทั่วไปโดยตรง ทรงจัดการให้ออกหนังสือ แถลงการณ์คณะสงฆ์ สำหรับแถลงข่าวและประกาศต่าง ๆ ของทางคณะสงฆ์ลักษณะคล้ายกับหนังสือราชกิจจานุเบกษาของทางราชการ และยังคงเป็นหนังสือสำคัญของคณะสงฆ์มาจนทุกปัจจุบันนี้พระกรณียกิจพิเศษ ทรงเป็นพระราชอุปัชฌาย์ของพระมหากษัตริย์ 2 พระองค์ คือ
    • พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และ
    • พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7
  • งานพระนิพนธ์ ทรงนิพนธ์หนังสือตำรา สำหรับใช้เป็นแบบเรียน
    • หลักสูตรนักธรรมชั้นตรี 8 เล่ม
    • หลักสูตรนักธรรมชั้นโท 6 เล่ม
    • หลักสูตรนักธรรมชั้นเอก 7 เล่ม
    • หลักสูตรบาลีโวยากรณ์ 6 เล่ม
    • ทรงนิพนธ์พระธรรมเทศนา 80 กัณฑ์
    • ทรงวรรณา (อธิบาย) พระสูตร 25 เรื่อง
    • ทรงแปลพระสูตรต่าง ๆ 47 สูตร
    • ทรงนิพนธ์พระโอวาทและธรรมคดีความเรียง 70 เรื่อง
    • ทรงนิพนธ์ร้อยแก้วและร้อยกรองเป็นภาษาบาลี 15 เรื่อง
    • ทรงชำระพระคัมภีร์และปกรณ์ต่าง ๆ อีกหลายเล่ม
  • สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2464 พระชนมายุ 62 พรรษา  ทรงเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า องค์สกลมหาสังฆปริณายก 12 ปี ทรงครองวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นลำดับที่ 3 เป็นเวลา 28 ปี 

คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง

  1.  ทรงเป็นพหูสูต กล่าวคือ พระองค์ทรงเข้ารับการศึกษาทั้งวิชาการทางโลกและทางธรรมตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงเป็นนักการศึกษาทรงปรับปรุงหลักสูตรนักธรรมและบาลีทรงรจนาหนังสือจำนวนหลายร้อยเล่ม นับว่าพระองค์ทรงเป็นผู้หมั่นศึกษาค้นคว้าเป็นอย่างยิ่ง
  2.  ทรงเป็นนักบริหาร เมื่อได้ทรงรับมอบพระกรณียกิจใด ๆ ก็ตามพระองค์จะทรงเอาพระทัยใส่หมั่นตรวจสอบดูแลอยู่ตลอดเวลา ทำให้การบริหารในพระกรณียกิจด้านต่าง ๆ เป็นไปอย่างเรียบร้อย ดีงามก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อพุทธจักรและอาณาจักรเป็นอย่างยิ่ง

Leave a comment

Filed under :: พุทธศาสนา ม.2 เทอม 2 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s