:: ศาสนาชุดที่ 2 ::

  1. ที่กล่าวว่าพระพุทธศาสนามีลักษณะเป็นเทวนืยม หมายความว่าอย่างไร
    1. เทวดาไม่มีจริง
    2. วิญญาณไม่มีจริง
    3. วิญญาณหลังจากตายแล้วไม่มีจริง
    4. เทพเจ้าผู้สร้างไม่มีจริง
  2. ข้อใดสัมพันธ์กับศาสนาประเภทเทวนิยมมากทีสุด
    1. นายแดงมีความเชื่อว่าสิ่งที่เขาได้รับนั้นเกี่ยวเนืองกับการกระทำของเขาเอง
    2. นายแดงยอมรับว่าที่เขาเกิดมายากจนนั้นเพราะพรหมลิขิต
    3. นายแดงถือว่าเมื่อประสบเคราะห์กรรมต่างๆ แล้วไม่ควรปล่อยไปตามยถากรรม
    4. นายแดงถือคติว่า ไม่ควรกังวลกับอดีตและอนาคต แต่ควรสนใจในปัจจุบัน
  3. เพราะเหตุใดศาสนิกชนผู้นับถือศาสนาเทวนิยมจึงถือว่าคัมภีร์ในศาสนาของตนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และถูกต้องเสมอ
    1. คัมภีร์สอนสิ่งที่เป้นจริงเสมอไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ตาม
    2. คัมภีร์เป็นสิ่งที่มาจากโอษฐ์ของพระผู้เป็นเจ้า
    3. คัมภีร์กล่าวถึงความจริงทั้งที่เกี่ยวกับมนุษย์และเทพเจ้า
    4. คัมภีร์เป็นที่มาของพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง
  4. เพราะเหตุใดศาสนาจึงเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมสังคม
    1. ศาสนาบัญญัติบรรทัดฐานให้ทุกคนประพฤติเหมือนกัน
    2. ศาสนายกย่องค่านิยมที่ดีอันเป็นจุดหมายปลายทางของสังคม
    3. ศาสนายับยั้งมิให้คนประพฤติชั่วและให้ประพฤติดีทั้งในที่ลับและแจ้ง
    4. กฏหมายซึ่งใช้ควบคุมสังคมบัญญัติขึ้นอย่างสอดคล้องกับคำสอนของศาสนา
  5. เหตุผลข้อใดสำคัญที่สุดในการก่อศาสนา
    1. ความกลัว
    2. ความไม่รู้
    3. สภาพทางภูมิศาสตร์
    4. อิทธิพลของบุคคลสำคัญ
  6. มูลเหตุการเกิดศาสนาที่สำคัญที่สุดคือข้อใด
    1. อวิชชา
    2. ความกลัว
    3. ความจงรักภักดี
    4. อิทธิพลของผู้นำ
  7. ข้อใดคือลักษณะที่สำคัญที่สุดของสาสนา
    1. ศาสนาช่วยให้สามารถแก้ปัญหาชีวิตได้
    2. ศาสนาช่วยให้สังคมมีความสงบสุขได้
    3. ศาสนาช่วยให้เกิดศิลปะอันประณีตได้
    4. ศาสนาช่วยให้ชีวิตสะอาด สว่าง และสงบได้
  8. ศาสนาใดไม่ถือคำสนอของศาสดาหรือผู้ประกาศศาสนาองค์ใดองค์หนึ่งเป็นหลัก
    1. ศาสนาเชน
    2. ศาสนาฮินดู
    3. ศาสนาซิกข์
    4. ศาสนาอิสลาม
  9. ในบรรดามูลเหตุของการเกิดศาสนานั้นข้อใดสำคัญที่สุด
    1. ความกลัวภัย
    2. ความสงสัย
    3. ความงมงาย
    4. ความรัก
  10. ข้อความต่อไปนี้ ข้อใดผิด
    1. ศาสนามีพิธีกรรม แต่ลัทธิไม่มีพิธีกรรม
    2. ศาสนามีทั้งคำสั่งและคำสอน แต่ลัทธิมีแต่คำสั่งไม่มีคำสอน
    3. ศาสนากวดขันเรื่องความภักดี แต่ลัทธิไม่กวดขันเรื่องความภักดี
    4. ในศาสนาหนึ่งอาจมีหลายลัทธิได้ แต่ในลัทธิหน่งไม่มีหลายศาสนา
  11. ศาสนาที่เกิดขึ้นในระยะแรกๆ แห่งประวัติของมนุษยชาติมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างไร
    1. ทำให้มนุษย์เข้าใจธรรมชาติยิ่งขึ้น
    2. ทำให้สังคมเกิดความสงบสุข
    3. เป็นที่พึ่งทางใจ ทำให้มนุษย์พ้นจากความกลัว
    4. เป็นเครื่องมือของผู้นำในการปกครองเล่า
  12. หลักข้อใดที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของศาสนา
    1. พิธีกรรม
    2. สถาบันและคัมภีร์
    3. ลักษณะแห่งความศักดิ์สิทธิ์
    4. คำสอนเรื่องจุดหมายสูงสุดของชีวิต
  13. ข้อใดเป็นเหตุผลสำคัญที่คนต้องนับถือศาสนา
    1. เพื่อนับถือตามบิดามารดาหรือบรรพบุรุษ
    2. เพื่อความยอมรรับของสังคม
    3. เพื่อเป็นประทีปในการดำเนินชีวิต
    4. เพื่อแสวงหาความรู้
  14. องค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งที่ทุกศาสนาขาดไม่ได้คืออะไร
    1. ศาสดา
    2. นักบวช
    3. รูปเคารพ
    4. คัมภีร์ศาสนา
  15. บทบาทที่เด่นที่สุดที่ศาสนามีต่อสังคมมนุษย์คือข้อใด
    1. เป็นกลไกควบคุมสังคม
    2. เป็นผู้กำหนดรูปแบบของสังคม
    3. เป็นผู้ประสานวิทยาการแก่สังคม
    4. เป็นผู้สร้างกฏระเบียบต่างๆ แก่สังคม
  16. คำกล่าวที่เกี่ยวกับศาสนาข้อใดไม่ถูกต้อง
    1. ศาสนาที่นักบวชเพื่อสืบทอดศาสนา
    2. ศาสนามีคัมภีร์เป็นหลักแห่งคำสอน
    3. ศาสนาเชื่อเรืองโลกหน้า
    4. ศาสนามีคำสอนเรื่องสิ่งที่ตามองไม่เห็น
  17. ข้อความใดที่แสดงให้เห็นว่าลัทธิต่างจากศาสนา
    1. ไม่มีผู้ก่อตั้ง
    2. ไม่มีพิธีกรรม
    3. ไม่มีลักษณะศักดิ์สิทธิ์
    4. ไม่มีคำสั่งเรื่องศีลธรรมจรรยา
  18. ข้อใดสำคัญที่สุดที่ทำให้คนนับถือศาสนา
    1. เพราะบรรพบุรุษนับถือ จึงนับถือตาม
    2. เพราะสังคมนับถือ จึงนับถือตาม
    3. เพราะหาหลักประกันให้สังคมอยู่เป็นปกติสุข
    4. เพราะตอบสนองความต้องการทางจิตใจ
  19. บางศาสนาได้เป็นศาสนาระดับโลก เพราะมีองค์ประกอบใด
    1. เพราะมีคนนับถือมาก
    2. เพราะมีคำสอนดีมาก
    3.  เพราะมีวิธีเผยแพร่ศาสนาที่ดีมาก
    4. เพราะเป็นศาสนาที่ไปเจริญเติบโตมาในต่างประเทศ
  20. คำว่า ลัทธิและศาสนา ตรงกับข้อใด
    1. จุดเริ่มต้นของศาสนาและคำสั่งสอน
    2. คติ ความคิดเห็น และคำสั่งสอน
    3. คำสอนของนักปราชญ์และศาสนา
    4. ความเชื่อและคำสอนของนักปราชญ์ในศาสนา
  21. ศาสนาในข้อใดไม่จัดอยู่ในเทวนิยม
    1. ศาสนาซิกข์ ศาสนาอิลาม ศาสนายูดาย
    2. ศาสนาเชน ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม
    3. ศาสนาอิสลาม ศาสนายิว และศาสนาโซโรอัสเตอร์
    4. ศาสนายูดาย ศาสนาโซโรอัสเตอร์ ศาสนาซิกข์
  22. เหตุใดพุทธศาสนาจึงได้ชื่อว่าเป็นศาสนาประเภทอเทวนิยม
    1. เพราะไม่มีการกล่าวถึงพระเจ้า
    2. เพราะไม่เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก
    3. เพราะไม่ยกย่องสรรเสริญพระเจ้า
    4. เพราะไม่ยอมรับการดำรงอยู่ของพระเจ้า
  23. ข้อใดแสดงถึงความเหมือนกันระหว่างศาสนากับลัทธิ
    1. มีลักษณะศักดิ์สิทธิ์
    2. มีคำสอนเรื่องศีลธรรมจรรยา
    3. กวดขันเรื่องความภักดีและพิธีกรรม
    4. มุ่งแก้ปัญหาของมนุษย์และสังคม
  24. ศาสนามีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างไร
    1. เป็นที่ชี้นำวิถีชีวิต
    2. เป็นที่ชี้แนะพิธีกรรม
    3. เป็นที่พึ่งทางใจ
    4. เป็นที่ชี้แนวให้วิญญาณ
  25. ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของการศึกษาศาสนาที่เกี่ยวข้องในสังคมไทย
    1. เพื่อหาข้อเด่นและข้อด้อยของแต่ศาสนา
    2. เพื่อขันติธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
    3. เพื่อความภาคภูมิใจในศาสนาของตน
    4. เพื่อประยุกต์คำสอนของแต่ละศาสนามาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
  26. องค์ประกอบของศาสนาที่สำคัญที่สุดที่จะขาดไม่ได้ ได้แก่ข้อใด
    1. ศาสดา
    2. คำสอน
    3. ศาสนสถาน
    4. สัญลักษณ์
  27. ข้อใดคือแก่นแท้ของศาสนา
    1. การให้คำสอนที่เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต
    2. การให้คำอธิบายความเป็นจริงสูงสุดของชีวิตและโลก
    3. การให้คำอธิบายและคำสอนเกี่ยวกับความดีและความชั่ว
    4. การให้คำสอนเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจให้พ้นจากความกลัว
  28. เหตุผลสำคัญของศาสนาแบบไม่เชื่อถือในพระเจ้าคืออะไร
    1. ความเชื่อเรื่องพระเจ้าเป็นสิ่งเหลวไหล
    2. มนุษย์ไม่เคยเห็นตัวตนของพระเจ้า
    3. วิธีทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ว่าพระเจ้ามีจริง
    4. มนุษย์ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพระเจ้า 
  29. หลักเบื่้องต้นของศาสนาแบบที่เชื่อถือในพระเจ้าองค์เดียวคือข้อใด
    1. พระเจ้าคือผู้สร้างสรรพสิ่ง
    2. พระเจ้าคือผู้ชี้ทางสวรรค์
    3. พระเจ้าคือผู้กุมชะตาของมวลมนุษย์
    4. พระเจ้าคือผู้ทรงความยุติธรรม
  30. คนที่นับถือศาสนาเอกเทวนิยมมักจะมีท่าทีทางจิตใจพิเศษบางอย่างในข้อใด
    1. ความเคารพนับถือพระเจ้า
    2. ความรักและเกรงกลัวพระเจ้า
    3. ความรักและความภูมิใจในความเป็นมนุษย์ของคน
    4. ความอัศจรรย์ใจในมหานุภาพของพระเจ้า
  31. ศาสนาใดได้ชือว่าเป็ฯศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดในโลก
    1. ฮินดู
    2. คริสต์
    3. อิสลาม
    4. พุทธ
  32. วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ศาสนาและนิกายศาสนาต่างๆ อยู่กันได้อย่างสันติคืออะไร
    1. สร้างศาสนาสากลให้เกิดขึ้น
    2. รวบรวมมนุษยชาติให้เป็นหนึ่งภายใต้รัฐบาลเดียวกัน พูดภาษาเดียวกัน
    3. การเสริมความอดกลั้นผ่อนปรนในทางศาสนา
    4. ไม่ต้องให้มีศาสนาเลย ให้มีเพียงลัทธฺปรัชญาที่เน้นจริยธรรม
  33. หน้าที่สำคัญของศาสนาต่างๆ ที่ม่ต่อมนุษย์ในสังคมคือ
    1. ช่วยให้สังคมมีความเรียบร้อย
    2. ลดปัญหาในการดำเนินชีวิ ตในสังคม
    3. เกื้อกูลต่อประเพณีอันดีงามของชาติ
    4. เป็นพื้นฐานทางศีลธรรมของผู้คนในสังคม
  34. ศาสนาพุทธ ไม่อาจจัดเข้ากลุ่มเดียวกับศาสนาคริสต์ อิสลาม และยูดายเพราะเหตุใด
    1. ความไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า
    2. นับถือพระเจ้าองค์เดียว (เอกเทวนิยม)
    3. เชื่อว่าตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้กำหนดชะตาชีวิต
    4. ความเชื่อเรื่องวิญญาณอันเป็นชีวิตอมตะ
  35. ศาสนาในข้อใดที่จัดอยู่ในพวกเดียวกันได้
    1. พุทธ คริสต์ อิสลาม
    2. พราหมณ์ คริสต์ อิสลาม
    3. พราหมณ์ พุทธ คริสต์
    4. ยิว พราหมณ์ พุทธ
  36. ศาสนาพยากรณ์ หมายถึงใคร
    1. ผู้สืบทอดหน้าที่จากศาสนาคนแรก
    2. ผู้ค้นพบสัจธรรมและนำมาเผยแพร่แก่มวลมนุษย์
    3. พระเจ้าผู้สร้างโลกและดับทุกข์ให้มนุษยชาติ
    4. ศาสดาผุ้นำสารจากพระเจ้ามาบอกเล่าแก่มวลมนุษย์
  37. กลุ่มศาสนาใดที่มีความเชื่อเรื่องศาสดาพยากรณ์
    1. พุทธ คริสต์ อิสลาม
    2. ยูดาย คริสต์ อิสลาม
    3. ฮินดู พุทธ อิสลาม
    4. ฮินดู ชินโต เชน
  38. การที่มนุษย์นำเอาคำสั่งสอนของศาสนาที่ตนนับถือมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตนั้น เพื่อมุ่งหวังสิ่งใด
    1. เพื่อให้เป็นที่พอใจขององค์ศาสดาและอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของศาสนา
    2. เพื่อให้เกิดปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมชองชีวิต
    3. เพื่อให้เกิดความสุขความสงบในชีวิตประจำวัน
    4. เพื่อให้เป็นไปตามกฏแห่งกรรม
  39. เพราะเหตุใดศาสนาเกือบทุกศาสนาจึงต้องกำหนดคำสอนในเรื่อง จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตให้แก่ศาสนิก
    1. ความเชื่อในเรื่องวิญญาณและชีวิตในภพหน้า
    2. การสร้างเป้าหมายการดำเนินชีวิตให้แก่มนุษย์
    3. การปลูกฝังในเรื่องความเพียรขั้นสูง
    4. การยึดมั่นในหลักคำสอนอย่างแน่วแน่เพื่อความสุขโดยแท้จริง
  40. ผู้คนที่ยึดถือศาสนาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต การปฏิบัติตนในขั้นใดจึงจะนำชีวิตไปสู่หนทางที่สว่างไสวและพบความสุขอย่างแท้จริง
    1. ระดับพิธีกรรม
    2. ระดับสัจธรรม
    3. ระดับศีลธรรม
    4. ระดับอภิธรรม
  41. คัมภีร์ที่มีชื่อเสียงและจัดว่าเป็นยอดปรัชญาของฮินดู คือคัมภีร์ใด
    1. มนูธรรมศาสตร์
    2. ภควัคคีตา
    3. พระเวท
    4. อุปนิษัท
  42. การที่พุทธศาสนิกชนที่เป็นคนเฒ่าคนแก่ไม่มีความกังวลใดๆ หมดภารกิจทางครอบครัว แล้วหันหน้าเข้าหาวัดรักษาศีล ฟังธรรมในวันสำคัญทางศาสนา หากเปรียบเทียบกับหลักอาศรม 4 ของพวกพราหมณ์-ฮินดูแล้วตรงกับข้อใด
    1. พรหมจารี
    2. คฤหัสถ์
    3. วนปรัสถ์
    4. สันยาสี
  43. ลัทธิที่เชื่อว่า 3=1 และ 1= 3 ของศาสนาพราหมณ์ -ฮินดู ได้แก่ข้อใด
    1. อารีเอกภาพ
    2. ตรีมูรติ
    3. ตรีกาย
    4. ตรียัมปวาย
  44. ความคิดเรื่องวรรณะในศาสนาฮินดูมีลักษณะอย่างไร
    1. เป็นการแบ่งหน้าที่ทางสังคมตามปกติ
    2. เป็นการแบ่งหน้าที่ทางสังคมโดยมนุษย์รับโองการจากพระผู้เป็นเจ้า
    3. เป็นการแบ่งหน้าที่ทางสังคมโดยรับมาจากพระผู้เป็นเจ้าโดยตรง
    4. เป็นการแยกประเภทของบุคคลโดยไม่เกี่ยวกับการแบ่งหน้าที่ทางสังคม
  45. คำว่า กรรมโยคะ ในทัศนะของศาสนาฮินดูกล่าวถึงเรื่องอะไร
    1. ทุกคนต้องประกอบกิจการงาน
    2. ทุกคนต้องประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
    3. ทุกคนต้องทำตามหน้าที่ของตน
    4. ทุกคนต้องภักดีต่อพระพรหม
  46. ลัทธิใดที่ไม่ได้วิวัฒนาการมาจากศาสนาสมัยพระเวท
    1. ลัทธิโยคะ
    2. ลัทธินับถือตรีมูรติ
    3. ลัทธินับถือพระศิวะ
    4. ลัทธินับถือพระวิษณุ
  47. ความหมายที่ถูกต้องของเรื่องตรีมูรติในศาสนาฮินดู ที่กล่าวไว้ว่าพระเจ้าทุกพระองค์ต่างเป็นผู้สร้างโลกนั้นได้แก่ข้อใด
    1. พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ สร้างโลกพร้อมกัน
    2. พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ สร้างโลกกันคนละส่วน
    3. พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะแท้จริงคือพระเจ้าองค์เดียวกัน
    4. พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะผลักกันสร้างโลกองค์ละยุค
  48.  เหตุใดศาสนาพราหมณ์จึงวิวัฒนาการมาเป็นศาสนาฮินดู
    1. เพราะชาวอินเดียวหันมาเคารพบูชาตรีมูรติ
    2. เพราะชาวอินเดียหันมานับถือศาสนาพุทธมากขึ้น
    3. เพราะชาวอินเดียเห็นว่าศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาโบราณ
    4. เพราะชาวอินเดียซึ่งนับถือศาสนาพราหมณ์อาศัยอยู่ตามลุ่มแม่น้ำสินธุที่ชาวเปอร์เซียออกเสียงเพี้ยนว่าฮินดู
  49. คัมภีร์พระเวทของศาสนาพราหมณ์ให้เห็นความเชื่อสำคัญข้อใด
    1. ศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาที่นับถือพระเจ้า
    2. ศาสนาในศาสนาพราหมณ์เป็นคำสอนหลักของทุกศาสนาในอินเดีย
    3. ศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาที่เน้นเฉพาะพิธีกรรม
    4. ศาสนาพราหมณ์ไม่มีคำสนอเรื่องจุดหมายสูงสุดของชีวิต
  50. ตามทรรศนะของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อะไรเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทใำ้หคนต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร
    1. กรรม
    2. กิเลส
    3. อาตมัน
    4. อวิทยา

Leave a comment

Filed under :: พระพุทธศาสนา ม.6 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s