:: ประวัติศาสตร์ 5 ::

  1. ข้อใดเป็นอุดมการณ์ของสด กูรมะโรหิต ที่สะท้อนออกในนวนิยายหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง ระย้า
    1. การส่งเสริมระบบสหกรณ์
    2. การเผยแพร่ระบบสังคมนิยม
    3. การต่อต้านลัทธิคอมนิวนิสต์
    4. การเชิดชูระบอบประชาธิปไตย
  2. ถ้าท่านจะชมงานศิลปะที่มีความผสมผสานระหว่างศิลปะไทยกับศิลปะตะวันตก ท่านจะเลือกนำชมสิ่งใด
    1. พระราชวังสราญรมย์
    2. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวราราม
    3. พระที่นั่งอนันตสมาคม
    4. ภาพเขียนฝาผนังวัดสุทัศน์เทพวราราม
  3. ศิลปินที่มีแนวความคิดเรื่อง ศิลปะเพื่อชีวิต มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญอย่างไร
    1. เพื่อความสุนทรีของชีวิ ต
    2. เพื่อการปรับปรุงสังคม
    3. เพื่อสนองความต้องการของชีวิต
    4. เพื่อความรื่นรมย์ของชีวิต
  4. รูปแบบเฉพาะของสถาปัตยกรรมอยุธยาคือข้อใด
    1. เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง
    2. เจดีย์ทรงกลม
    3. เจดีย์ทรงเหลี่ยม
    4. พระปรางค์
  5. ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชนิยมในศิลปะใหม่ๆ หลายประการยกเว้นข้อใด
    1. การสร้างเจดีย์ทรงกลมแบบลังกา
    2. การประดับหน้ารบันโบสถ์ด้วยถ้วยจีน
    3. การวาดภาพเขียนจีนในจิตรกรรมฝาผนัง
    4. การปั้นพระพุทธรูปให้เหมือนมนุษย์มากขึ้น
  6. ตัวอย่างของโบสถ์วิหารแบบพระราชนิยมในรัชสมัยพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หาชมได้ที่ไหน
    1. วัดราชบพิตร
    2. วัดราชประดิษฐ์
    3. วัดราชโอรสาราม
    4. วัดเบญจมบพิตร
  7. วัฒนธรรมไทยในปัจจุบันได้รับการส่งเสริมด้วยวิธีการอย่างไร
    1. ส่งเสริมให้คนไทยทั่วประเทศรักษาวัฒนธรรมแนวเดียวกัน
    2. ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้เป็นสากลมากขึ้น
    3. ส่งเสริมให้วัฒนธรรมท้องถื่นของชุึมชนแต่ละแห่งอย่างทั่วถึง
    4. ส่งเสริมวัฒนธรรมของชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง
  8. ลักษณะเด่นของศีลปะแบบรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์หรือแบบพระราชนิยม คือ
    1. รับอิทธิพลของศิลปะจีนไว้อย่างมาก
    2. เป็นการนำอิทธิพลของศีลปะสุโขทัยมาใช้อีก
    3. รักษารูปแบบศิลปะอยุธยาเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
    4. มีการจัดองค์ประกอบและใช้สีแบบตะวันตก
  9. ข้อใดจับคู่ระหว่างวรรณกรรมกับหลักฐานประวัติศาสตร์ที่ให้ความรู้เรื่องเมืองไทยในแต่ละสมัยได้อย่างถูกต้อง
    1. ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์-สมัยสุโขทัย
    2. คู่กรรม – สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
    3. นายขนมต้ม – สมัยต้นรัตนโกสินทร์
    4. สี่แผ่นดิน – สมัยรัชกาลที่ 4-7
  10. ในสมัยรัชกาลที่ 5 และ 6 แนวคิดและวิถีชีวิตของคนตะัวันตกก่อให้เกิดนาฏศิลปประเภทใด
    1. ละครใน
    2. ละครนอก
    3. ละครฟ้อนรำ
    4. ละครพันทาง
  11. ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจแบบใดในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างศิลปกรรมแบบ ฐานอ่อนโค้ง โบสถ์ิวิหารไม่ปรากฏช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์
    1. การผลิตน้ำตาล
    2. การค้าสำเภา
    3. การปลูกข้าว
    4. การทอผ้า
  12. เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์และพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชเป็นศิลปกรรมที่สร้างขึ้นตามคติพระพุทธศาสนาลัทธิอะไร
    1. มคธวงศ์
    2. ลังกาวงศ์
    3. สยามวงศ์
    4. อุบาลีวงศ์
  13. สนธิสัญญาฉบับแรกที่ไทยทำกับชาวยุโรปในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เข้ามาเจรจาและทำสัญญาคือ
    1. มาควิส เฮสติงส์
    2. เฮนรี่ เบอร์นี่
    3. จอห์น ครอว์เฟิด
    4. จอห์น เบาริง
  14. มณฑลบูรพาที่ไทยต้องเสียให้ฝรั่งเศสใน พ.ศ.2449 ประกอบด้วยเมืองอะไรบ้าง
    1. ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส
    2. พระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ
    3. มโนไพร และจำปาศักดิ์
    4. ทวาย มะริด และตะนาวศรี
  15. รัชกาลที่ 3 ทรงยอมทำสนธิสัญญาเบอร์นี่ เพราะเหตุใด
    1. ทรงเกรงกลัวอำนาจของอังกฤษ ซึ่งเข้ายึดครองพม่าทั้งประเทศแล้ว
    2. ทรงทราบว่า จีนพ่ายแพ้อังกฤษในสงครามฝิ่น
    3. เป็นสนธิสัญญาที่เสมอภาคกันทั้งสองฝ่าย
    4. ไทยต้องการคบกับอังกฤษเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้าและจะอาศัยกำลังของอังกฤษเพื่อรบกับพม่า
  16. อะไรคือข้อเสียเปรียบที่สุดที่ไทยได้รับสนธิสัญญาทางไมตรีและพาณิชย์ที่ทำกับอังกฤษ
    1. สัญญาไม่ได้กำหนดอายุ
    2. ไทยต้องยกเลิกพระคลังสินคัา
    3. คนต่างชาติได้รับสิทธิไม่ต้องขึ้นศาลไทย
    4. ไทยเก็บอัตราภาษีอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 3
  17. ราชฑูตอังกฤษคนแรกที่เข้ามาใน ร.4 คือ
    1. จอห์น ครอว์เฟิด
    2. เซอร์เจมส์ บรุ๊ค
    3. เฮนรี่ เบอร์นี่
    4. เซอร์จอหน์ เบาริง
  18. เหตุผลสำคัญในการที่ไทยเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกคร้งที่ 1 คือ
    1. นายทหารคนสำคัญๆ หลายคน ได้รับการศึกษาจากอังกฤษ
    2. คนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่ามหาอำนาจกลางจะแพ้สงคราม
    3. ประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับฝ่ายสัมพันธมิตร
    4. ประเทศไทยต้องมีส่วนในการรักษาความชอบธรรมและสันติภาพของโลก
  19. ข้อใดเป็นนโยบายด้านการต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. ปิดประตูอยู่โดดเดี่ยว
    2. ไม่ติดต่อเจรจาทำสัมพันธไมตรีใดๆ กับประเทศตะวันตก
    3. ติดต่อเจรจาทำสัมพันธไมตรีกับจีนเท่านั้น
    4. พยายามรักษาสถานะเดิมของประเทศเท่านั้นที่จะทำได้ในเวลานั้น
  20. บรรดาชนชาติตะวันตกที่เข้ามาติดต่อกับไทยสมัยรัตนโกสินทร์นั้น ชนชาติใดที่สามารถผูกไมตรีจิตมิตรภาพกับคนไทยทุกระดับชั้นได้มากที่สุด เพราะเหตุใด
    1. อังกฤษ เพราะเซอร์จอหน์ เบาริง ผูกพระทัยรัชกาลที่ 4 ไว้ถึงกับรับสั่งเป็นมหามิตรของพระองค์
    2. อเมริกัน เพราะมีฐานะร่ำรวยช่วยเหลือคนไทยได้จึงพอใจคบหามากกว่าฝรั่งชาติอื่น
    3. อังกฤษ แม้เป็นมหาอำนาจแต่มิืได้แสดงท่าทีคุกคามอธิปไตยในดินแดนไทยเลย
    4. อเมริกัน เพราะมิชชันนารี พ่อค้า ฑูต มิได้มีพฤติกรรมใดที่เป็นภัยต่อคนไทย และอธิปไตยของชาติเลย
  21. ถ้าศึกษาถึงเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกี่ยวกับความวุ่นวายภายในของอินโดจีนเอง ซึ่งมีผลกระทบกระเทือนต่อไทยด้วยกัน จะเห็นได้ว่ามีความใกล้เคียงกับเหตุการณ์ในรัชสมัยใดในอดีตมากที่สุด
    1. รัชสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
    2. รัชสมัยพรพุทธเลิศหล้านภาลัย
    3. รัชสมัยพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
    4. รัชสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  22. วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 คือเหตุการณ์ใด
    1. การเสียดินแดนมณฑลสิบสองจุไทยและหัวพันทั้งห้าทั้งหก
    2. กลุ่มทหารหนุ่มก่อการกบฏ
    3. ไทยเสียดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง
    4. ฝรั่งเศสได้ดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง
  23. เพราะเหตุใดการปกครองในสมัยสุโขทัยจึงเรียกว่า การปกครองแบบ พ่อปกครองลูก
    1. ได้รับอิทธิพลการปกครองจากเขมร
    2. ผู้ปกครองและประชาชนมีความสัมพันธ์คล้ายเครือญาติ
    3. ผู้ปกครองคือพ่อขุนรามคำแหงสามารถสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชน
    4. ผู้ปกครองช่วยระงับข้อพิพาทระหว่างประชาชนทำให้เกิดความเป็นธรรม
  24. ข้อใดไม่ใช่ผลที่เกิดจากการใช้ระบบการปกครองในสมัยพ่อขุนรามคำแหง
    1. เกิดความสามัคคีภายในชาติ
    2. พระมหากษัตริย์ทรงมีฐานะเป็นสมมติเทพ
    3. ผู้ปกครองและผู้อยู่ใต้ปกครองมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
    4. ทำให้เกิดการวางรากฐานเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนชาวไทย
  25. ข้อใดคือความหมายของเมืองพระยามหานครในสมัยสุโขทัย
    1. เป็นเมืองไกลจากราชธานี พระมหากษัตริย์ทรงตั้งเจ้านายออกไปปกครอง
    2. เป็นเมืองหน้าด่านทางด้านเหนือ พระมหากษัตริย์ทรงตั้งสมุหนายกปกครอง
    3. เป็นเมืองหน้าด่านทางใต้ พระมหากษัตริย์ทรงตั้งเจ้าพระยากลาโหมปกครอง
    4. เป็นเมืองอยู่นอกราชอาณาจักร พระมหากษัตริย์ทรงตั้งเจ้าราชวงศ์พื้นเมืองปกครอง
  26. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการปกครองในสมัยอยุธยา
    1. พระมหากษัตริย์เป็นเจ้าชีวิตของประชาชน
    2. พระมหากษัตริย์ต้องทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม
    3. พระมหากษัตริย์กับประชาชนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
    4. ระบอบการปกครองมีลักษณะผสมระหว่างการปกครองแบบไทยกับแบบเขมร
  27. การปกครองในสมัยสุโชทัยกับสมัยอยุธยา มีลักษณะที่เหมือนกันในเรื่องใด
    1. สถานภาพของผู้ปกครอง
    2. กฏหมายและกระบวนการยุติธรรม
    3. ศูนย์กลางการใช้อำนาจในการปกครอง
    4. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับประชาชน
  28. ถ้าเปรียบเทียบการปกครองของไทยสมัยอยุธยา กับสมัยปัจจุบันจะพบข้อแตกต่างในข้อใดเด่นชัดที่สุด
    1. สมัยอยุธยาไม่มีการจัดระเบียบการปกครอง แต่การปกครองสมัยปัจจุบันมีการจัดระเบียบอย่างมีแบบแผน
    2. การปกครองสมัยอยุธยาขึ้นอยู่กับความเชื่อและประเพณี แต่ในสมัยปัจจุบันการปกครองวางอยู่บนพื้นฐานของกฏหมาย
    3. สมัยอยุธยาไม่มีกฏเกณฑ์ที่กำ่หนดบทบาทและสถานภาพของประชาชน แต่สมัยปัจจุบันมีรัฐธรรมนูญกำหนดสิ่งดังกล่าวของประชาชนไว้อย่างชัดเจน
    4. อำนาจของพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยามีขอบเขตไม่จำกัด พระองค์เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด แต่อำนาจของพระมหากษัตริย์ในสมัยปัจจุบันถูกกำหนดขอบเขตไว้โดยรัฐธรรมนูญ
  29. การปกครองในสมัยสุโขทัยกับสมัยอยุธยามีความแตกต่างกันในเรื่องใด
    1. ระบอบการปกครอง
    2. ลักษณะการปกครอง
    3. อำนาจของผู้ปกครอง
    4. ศูนย์กลางของอำนาจการปกครอง
  30. การปกครองของประเทศไทยในสมัยสุโขทัยและอยุธยา มีความแตกต่างกันในเรื่องใดจากข้อ ก – จ ดังต่อไปนี้
      • ก. ระบอบการปกครอง
      • ข. ศูนย์กลางของอำนาจ
      • ค. ฐานะของพระมหากษัคริย์
      • ง. การปกครองเมืองประเทศราช
      • จ. ความสัมพันธ์ของพระมหากษัตริย์กับประชาชน
    1. ก และ ข
    2. ข และ ค
    3. ค และ จ
    4. ง และ จ
  31. ข้อใดถูกต้องสำหรับการปกครองในสมัยอยุธยา
    1. เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่ได้รับอิทธิพลจากสมัยสุโขทัย
    2. เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่พระมหากษัตริย์มีอำนาจไม่จำกัด
    3. เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่พระมหากษัตริย์ทรงอยุ่ในฐานะธรรมราชา
    4. เป็นประชาธิปไตยอยู่บ้างเพราะพระมหากษัตริย์ต้องอยู่ภายใต้หลักทศพิธราชธรรม
  32. กิจกรรมใดเป็นการเริ่มวางรากฐานการปกครองแบบประชาธิปไตยในประเทศไทย
    1. การเลิกทาส
    2. การจัดตั้งสุขาภิบาล
    3. การจัดตั้งรัฐมนตรีสภา
    4. การจัดตั้งเมืองดุสิตธานี
  33. การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ให้ผลในด้านใดมากที่สุด
    1. ประชาชนมีความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน
    2. ทำให้ประเทศไทยได้รับการพัฒนาทัดเทียมอารยประเทศ
    3. การได้มาซึ่งประชาธิปไตยของปวงชนชาวไทยมีความเป็นไปได้สูงขึ้น
    4. เกิดเอกภาพในการควบคุมบังคับบัญชาและในการบริหารราชการทั่วประเทศ
  34. หน้าที่สำคัญขององคมนตรีสภา ในรัชกาลที่ 5 คืออะไร
    1. เป็นผู้พิจารณาร่างกฏหมาย
    2. เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    3. เป็นผู้พิจารณาระเบียบราชการ
    4. เป็นที่ปรึกษาราชการส่วนพระองค์
  35. ผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูประเบียบการปกครองทุกระดับในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวคือข้อใด
    1. มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
    2. มีการรวมอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง
    3. มีความเสมอภาคในหมู่ประชาชน
    4. มีแนวนโยบายของการบรรจุข้าราชการ
  36. กระทรวงใดในปัจจุบันที่ยังคงใช้ชื่อเดิมซึ่งตั้งมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. มหาดไทย กลาโหม การคลัง พาณิชย์
    2. มหาดไทย กลาโหม การคลัง ยุติธรรม
    3. มหาดไทย กลาโหม ศึกษาธิการ การคลัง
    4. มหาดไทย กลาโหม ต่างประเทศ ยุติธรรม
  37. สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยมีบทบาทสำคัญในการรักษาเอกราชของชาติ มีส่วนในการเปลีย่นปลงการเมืองและสังคมให้ดำเิินินไปโดยราบรื่น นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำในการพัฒนาและปรับปรุงการปกครองประเทศให้ทันสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงวางรากฐานการปฏิรูปการปกครอง โดยการจัดตั้งอะไรขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2417 อันอาจนับได้ว่าเป็นการวางรากฐานการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทย
    1. รัฐสภา
    2. รัฐธรรมนูญ
    3. สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    4. สภาปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน
  38. ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การปฏิรุปการปกครองในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวคือข้อใด
    1. สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่ตกต่ำ
    2. การขยายอิทธิพลของมหาอำนาจตะวันตก
    3. การขาดกำลังคนในการบริหารราชการแผ่นดิน
    4. การแพร่พระจายของแนวความคิดแบบประชาธิปไตย
  39. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเริ่มวางรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบเป็นขั้นตอนและค่อยเป็นค่อยไปโดยวิธีการใด
    1. ทรงจัดตั้งสภาปกครองท้องถิ่น
    2. ทรงจัดตั้งคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    3. ทรงจัดตั้งคณะที่ปรึกษาสูงสุดและคณะที่ปรึกษารัฐบาล
    4. ทรงจัดตั้งคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและองคมนตรีสภา
  40. ข้อความในข้อ ก-จ ข้างล่างนี้ ข้อใดถูกต้องถ้าพิจารณาในแง่ของการใช้อำนาจอธิปไตย
      • ก. กรมวังเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจนิติบัญญัติ
      • ข. เทศาภิบาลเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตุลาการ
      • ค. องคมนตรีสภาเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจบริหาร
      • ง. กระทรวงธรรมการเี่กี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตุลาการ
      • จ. พระธรรมศาสตร์เีกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจนิติบัญญัติ
    1. ก  และ ค
    2. ค และ จ
    3. ข และ ง
    4. ก และ ง
  41. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุสำคัญที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศไทยระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ.2475
    1. ความเหลื่อมล้ำในทางสังคมระหว่างชนชั้นต่างๆ
    2. ความตกต่ำทางเศรษฐกิจซึ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อน
    3. ความตื่นตัวทางการเมืองที่อยากให้มีการการเปลี่ยนแปลง
    4. ความต้องการให้ประชาชนมีการศึกษาโดยเท่าเทียมกัน
  42. ข้อใดไม่ใช่ สาเหตุของการเปลียนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475
    1. การตื่นตัวทางการเมืองของชนชั้นกลาง
    2. พระบรมวงศานุวงศ์ทรงได้รับการศึกษาสมัยใหม่จากประทเศในยุโรปมากขึ้น
    3. วิธีการของรัฐบาลในการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นของประเทสเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
    4. เกิดการขัดแย้งแตกแยกกันในด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกองทัพระหว่างกลุ่มผู้มีอำนาจ
  43. พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ใดที่ทรงเริ่มนำหลักธรรมของพระพุทธศาสนาเป็นหลักในการปกครอง
    1. พ่อขุนรามคำแหง
    2. พระมหาธรรมราชาที่ 1
    3. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
    4. สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
  44. แม้ว่าไทยจะรับลัทธิเทวราชาจากเขมรแต่พระมหากษัตริย์ไทยก็ไม่ได้มีลักษณะเป็นเทวราชที่สมบุรณ์ เพราะสาเหตุใด
    1. การนับถือพระพุทธศาสนา
    2. อิทธิพลของพราหมณ์ปุโรหิต
    3. พื้นฐานการเป็นประเทศเกษตรกรรม
    4. การที่ถือว่ากษัตริย์เป็นหัวหน้าครอบครัวใหญ่
  45. ฐานะของพระมหากษัตริย์ไทยภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชแตกต่างจากภายใต้ระบอบประชาธิปไตยในข้อใด
    1. ความเป็นเทวราชา
    2. ความเป็นธรรมราชา
    3. ความเป็นผู้นำการพัฒนาประเทศ
    4. ความเป็นศูนย์รวมน้ำใจของคนในชาติ
  46. การขยายอำนาจออกไปครอบครองสุโขทัยและเขมรของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แสดงให้เห็นว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ตามแนวคิดใด
    1. เทวราชา
    2. ธรรมราชา
    3. สมมติเทพ
    4. จักรพรรดิราช
  47. พระมหากษัตริย์พระองค์แรก ที่ทรงดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยาและสาบานตนว่า จะซื่อสัตย์ต่อพสกนิกรคือพระองค์ใด
    1. พระบาทสมเด็๗พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
    2. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
    3. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    4. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  48. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของเมืองลูกหลวงในสมัยสุโขทัย
    1. เป็นเมืองหน้าด่าน
    2. มีขุนนางเป็นเจ้าเมือง
    3. อยู่ล้อมรอบเมืองหลวงทั้ง 4 ทิศ
    4. ห่างจากเมืองหลวงเดินด้วยเท้า 2 วัน
  49. สมเด็จพระบรมไตรโลกทรงจัดระเบียบการปกครองขึ้นใหม่เพื่อให้เกิดความสะดวกในเรื่องใด
    1. การจัดเก็บภาษี
    2. การปกป้องเขตแดน
    3. การเรียกเกณฑ์แรงงาน
    4. กรควบคุมเมืองลูกหลวง
  50. ข้อใดไม่ใช่สาระสำคัญของการปฏิรูปการปกครองสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
    1. การดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง
    2. การยกเลิกระบบเมืองลุกหลวง
    3. การขยายเจตการปกครองของราชธานี
    4. การแบ่งเขตการปกครองระหว่างสมุหกลาโหมและสมุหนายก

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s