:: ชุดที่ 1 ::

  1. ข้อใดกล่าวถึงประวัติศาสตร์ได้ถูกต้อง
    1. สามารถนำบทเรียนในอดีตมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันได้
    2. ทำให้รู้จักข้อเท็จจริงได้อย่างลึกซึ้งกว้างขวาง
    3. ส่งเสริมยกย่องวีรกรรมของบรรพบุรุษ
    4. ตระหนักในหน้าที่พลเมืองดีของชาติ
  2. ยุคประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อใด
    1. เมื่อมนุษย์เริ่มตั้งถิ่นฐาน
    2. เมื่อมีการใช้ตัวอักษร
    3. เมื่อมนุษย์เริ่มต้นประกอบพิธีกรรม
    4. เมื่อเลิกพึ่งพาธรรมชาติ
  3. ข้อใดเป็นหลักฐานชั้นต้น
    1. คำสัมภาษณ์ของผู้อยู่ในเหตุการณ์ธรณีพิบัติ
    2. บทความวิเคราะห์สาเหตุการเกิดโลกร้อน
    3. ภาพยนตร์เรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2
    4. วิทยานิพนธ์ความขัดแย้งในสังคมไทย
  4. ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์จะได้รับประโยชน์ข้อใด 
    1. ได้เข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต
    2. ปลูกจิตสำนึกของความรักชาติ
    3. มีความเฉลียวฉลาดและคาดการณ์อนาคตได้แม่นยำ
    4. เป็นบทเีรียนในการดำเนินชีวิต
  5. ข้อใดไม่ใช่หลักฐานชั้นต้น 
    1. ฤาษีดัดตนวัดพระเชตุพน
    2. สนธิสัญญา กฏหมาย
    3. หนังสือที่ระลึกงานศพ วิทยานิพนธ์
    4. บันทึกความทรงจำ ภาพถ่าย 
  6. ศักดินา มีความหมายตรงกับข้อใด 
    1. การถือที่ดินทำกินของไพร่แลทาส
    2. การบอกจำนวนไพร่ที่สังกัดมูลนาย
    3. การกำหนดบทบาทและหน้าที่ของทุกคนในสังคม
    4. การแสดงวรรณะและชาติกำเนิดของชนทุกชั้น
  7. ผลประการสำคัญที่ได้จากการปฏิรูป พ.ศ.2435 
    1. การเปลียนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตย
    2. การสร้างเสถียรภาพแก่รัฐบาลส่วนกลาง
    3. การเปิดการค้าเสรีกับตะวันตกครั้งแรก
    4. ความสามารถรอดพ้นจากจักรวรรดินิยม
  8. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการล่มสลายของอาณาจักรอยุธยา
    1. ความเข้มแข็งของพม่า
    2. ขาดการติดต่อการค้ากับต่างประเทศ
    3. ความอ่อนแอด้านการทหาร
    4. การแย่งชิงอำนาจในหมู่ชนชั้นปกครอง
  9. ข้อใดไม่ใช่เหตุผลที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเลือกกรุงธนบุรีเป็นราชธานี
    1. เป็นเมืองขนาดเล็ก
    2. มีแม่น้ำไหลผ่านกลางราชธานี
    3. อยู่ใกล้ปากแม่น้ำค้าขายได้สะดวก
    4. มีป้อมปราการป้องกันกองทัพเรือข้าศึก
  10. รูปแบบการปกครองสมัยกรุงธนบุรีคล้ายสมัยใดมากที่สุด
    1. สุโขทัยตอนต้น
    2. สุโชทัยตอนปลาย
    3. อยุธยาตอนต้น
    4. อยุธยาตอนปลาย
  11. ข้อใดคือการสร้างบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่นของพระเจ้าตากสิน
    1. เจริญไมตรีกับจีน
    2. ปราบกบฏพระเจ้าสรรค์
    3. ปราบปรามชุมนุมคนไทย
    4. สถาปนากรุงธนบุรีเป็นราช
  12. อุปสรรคสำคัญที่สุดที่ทำให้การพัฒนาในด้านต่างๆ ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จคืออะไร
    1. เกิดภาวะฝนแล้ง
    2. เกิดภัยจากน้ำท่วม
    3. การรุกรานจากพม่า
    4. เกิดโรคระบาด
  13. ข้อใดเป็นสาเหตุของการสิ้นสุดอาณาจักรกรุงธนบุรี
    1. ปัญหาการเมืองภายใน
    2. ปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง
    3. ภัยคุกคามจากพม่าและจีน
    4. พระสงฆ์ย่อหย่อนพระวินัย
  14. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่สนับสนุนให้กรุงรัตนโกสินทร์เหมาะสมทีเป็นราชธานี
    1. อยู่ใกล้ปากอ่าวไทย
    2. อยู่่ใกล้แม่น้ำลำคลอง
    3. มีที่ราบกว้างใหญ่
    4. อยู่ห่างไกลจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
  15. ข้อใดเป็นจุดเด่นทางยุทธศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์
    1. เป็นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมขังในฤดูฝน
    2. เป็ฯที่นามีดินและน้ำอุดมสมบูรณ์
    3. มีแม่น้ำลำคลองเป็นคูเมืองล้อมรอบ
    4. เป็นป่าละเมาะยากแก่การตั้งค่ายของของข้าศึก
  16. ฐานะของกษัตริย์รัตนโกสินทร์ตอนต้นต่างกับอยุธยาอย่างไร
    1. เป็นสมมติเทพน้อยลง
    2. เป็นธรรมราชามากขึ้น
    3. ฟังคำแนะนำของขุนนาง
    4. ยึดหลักทศพิธราชธรรม
  17. ความมั่นคงทางการเมืองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ และขุนนางอย่างไร 
    1. ระบบอุปถัมภ์
    2. ยึดมั่นในจารีตประเพณี
    3. ร่วมมือและประนีประนอม
    4. เคารพยำเกรงซึ่งกันและกัน
  18. การจัดการปกครองไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเป้นไปตามหัวข้อใด
    1. จันทบุรีอยู่ภายใต้กรมท่า
    2. นครศรีธรรมราชอยู่ภายใต้สมุหนายก
    3. พิษณุโลกอยู่ภายในสมุหกลาโหม
    4. โคราชอยู่ภายใต้สมุหเทศาภิบาล
  19. ข้อใดเป็นรูปแบบการปกครองส่วนภูมิภาค
    1. หัวเมืองชั้นในสมัยสุโขทัย
    2. กรมเมืองในสมัยอยุธยา
    3. ดุสิตธานีสมัยรัตนโกสินทร์
    4. เมืองพัทยาในปัจจุบัน
  20. ผู้รั้ง ทำหน้าที่คล้ายกับตำแหน่งใด
    1. ผู้ว่าราชการจังหวัด
    2. ปลัดจังหวัด
    3. รัฐมนตรี
    4. อธิบดี
  21. การปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นต่างกับอยุธยาอย่างไร
    1. ระบบศักดินา
    2. ฐานะของพระมหากษัตริย์
    3. การจัดระบบการปกครองส่วนกลาง
    4. การจัดการปกครองส่วนภูมิภาค
  22. วังในการปกครองแบบจตุสดมภ์ทำหน้าที่คล้ายกับกระทรวงใด
    1. พาณิชย์
    2. มหาดไทย
    3. กลาโหม
    4. ยุติธรรม
  23. ยุคทองแห่งวรรณคดีในสมัยรัตนโกสิืนทร์ตรงกับรัชกาลใด 
    1. รัชกาลที่ 1
    2. รัชกาลที่ 2
    3. รัชกาลที่ 3
    4. รัชกาลที่ 4
  24. รูปแบบการปกครองตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือแบบใด
    1. การปกครองแบบธรรมราชา
    2. การปกครองแบบพ่อปกครองลูก
    3. การปกครองแบบเทวราชา
    4. การปกคอรงแบบปิตุลาธิปไตย
  25. รูปแบบการค้าของไทยในสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือแบบใด
    1. แบบผูกขาด
    2. แบบกึ่งผูกขาด
    3. แบบค้าเสรี
    4. แบบกึ่งเสรี
  26. การแบ่งชนชั้นของประชาชนในสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ใช้สิ่งใดเป็นเกณฑ์
    1. ใช้ความรู้ความสามารถของบุึคคล
    2. การเกิดในชาติตระกูลที่ดี
    3. การใช้ศักดินาเป็นตัววัด
    4. ระดับการศึกษา
  27. ลักษณะด้านสังคมและวัฒนธรรมในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากประเทศใด
    1. อินเดีย
    2. ชาติตะวันตก
    3. จีน
    4. กลุ่มอาหรับ
  28. วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ตรงกับปีใด
    1. พ.ศ.2525
    2. ค.ศ.1893
    3. d
    4. ฮ.จ.
  29. เหตุการณ์ใดทำให้ไทยตระหนักถึงภัยคุกคามจากประเทศตะวันตกเป็นครั้งแรก
    1. ฝรั่งเศสยึดครองอินโดจีน
    2. อังกฤษยึดครองพม่า
    3. ฮอลันดาเข้ายึดอินโดนีเซีย
    4. โปรตุเกสเข้ายึดครองมะละกา
  30. ปัจจัยข้อใดมีความสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5
    1. ความกระตือรือร้นของประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
    2. กลุ่มขุนนางไทยรุ่นใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย
    3. การคุกคามจากชาติตะวันตก
    4. ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและวิทยาการ
  31. ปัจจัยข้อใดมีความสำคัญมากที่สุดของการปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5
    1. ความกระตือรือร้นของประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
    2. กลุ่มขุนนางไทยรุ่นใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย
    3. การคุกคามจากชาติตะวันตก
    4. ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและวิืทยาการ
  32. หน้าที่ขององคมนตรีสภาในสมัยรัชกาลที่ 5 คือข้อใด
    1. เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    2. เป็นผู้พิจารณาร่างกฏหมาย
    3. เป็นที่ปรึกษาราชการส่วนพระองค์
    4. เป็นผู้บริหารในกระทรวงต่างๆ
  33. สมุหเทศาภิบาลในสมัยรัชกาลที่ 5 เกี่ยวข้องกับข้อใด
    1. การปกครองส่วนกลาง
    2. การปกครองส่วนภูมิภาค
    3. การปกครองส่วนท้องถิ่น
    4. กรุงเทพมหานคร
  34. การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อให้เกิดผลอย่างไร
    1. การกระจายอำนาจการปกครอง
    2. มีเอกภาพในการบังคับบัญชา
    3. เสมอภาคในสังคมไทย
    4. ลดขั้นตอนในการบริหารจัดการ
  35. การปฏิรูปการปกครองส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคในสมัยรัชกาลที่ 5 เกิดผลตามมาอย่างไร
    1. มีการกระจายอำนาจส่วนท้องถิ่น
    2. มีการรวมอำนาจสู่่ส่วนกลาง
    3. มีความเสมอภาคของประชาชน
    4. ขุนนาง เจ้านายมีอำนาจปกครองมาก
  36. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้วางรากฐานแบบประชาธิปไตยแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยวิธีใด
    1. จัดตั้งการปกครองส่วนท้องถิ่น
    2. จัดตั้งที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    3. จัดตั้งคณะที่ปรึกษาส่วนพระองค์
    4. จัดตั้งอภิมนตรีสภาและรัฐมนตรีสภา
  37. ในสมัยรัชกาลที่ 5 อะไรเป็นการปูพื้นฐานประชาธิปไตย
    1. จัดตั้งกระทรวง
    2. จัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล
    3. ตั้งดุสิตธานี
    4. จัดตั้งสุขาภิบาล
  38. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
    1. เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อน
    2. ประชาชนเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย
    3. การได้รับแนวคิดประชาธิปไตยจากตะวันตก
    4. ความขัดแย้งระหว่างข้าราชการและขุนนางเก่า
  39. ข้อใดเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
    1. เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อน
    2. ประชาชนเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย
    3. การได้รับแนวคิดประชาธิปไตยจากตะวันตก
    4. ความขัดแย้งระหว่างข้าราชการและขุนนางเก่า

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s