:: ใบงานที่ 6 ::

  1. หน้าที่สำคัญของชาวพุทธมี 3 ประการดังนี้
    • 1) การศึกษา 2) การปฏิบัติ 3) การสั่งสอนและเผยแพร่พระธรรม
  2. “คันถธุระ” หมายถึง
    • พระภิกษุจะต้องศึกษาหลักพระธรรมวินัย ตามพระคัมภีร์พระไตรปิฎก เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในพระธรรมวินัย อย่างถูกต้อง สามารถนำไปประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสมณเพศ
  3. “วิปัสสนาธุระ” หมายถึง
    • การฝึกฝนอบรมจิตให้เป็นสมาธิ ให้มีพลัง เพื่อนำไปใช้ในการข่มหรือกำจัดกิเลสคือความเศร้าหมองแห่งจิต และให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริง
  4. หน้าที่ของพระภิกษุในการสั่งสอนเผยแพร่หลักธรรมแก่ประชาชนไว้ 6 ประการคือ
    • สอนให้ละเว้นความชั่ว
    • สอนให้ทำความดี
    • อนุเคราะห์ด้วยจิตใจอันงาม หมายถึง การให้ความช่วยเหลือ  มุ่งประโยชน์ที่บุคคลถึงได้รับเป็นสำคัญ ไม่หวังผลตอบแทน
    • สอนสิ่งที่เขาไม่เคยสดับตรับฟังมาก่อน
    • อธิบายสิ่งที่เขาได้ยินได้ฟังมาแล้วให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น
    • บอกทางสวรรค์ให้ หมายถึง การบอกทางสุข ทางเจริญ โดยการแนะนำทางดำเนินชีวิตที่ดีงาม และเป็นประโยชน์สุขแก่ประชาชน
  5.  อารยชน มีคุณสมบัติ  3 ข้อ คือ
    • มีสุจริตทั้งสาม
    • ประพฤติตามอารยธรรม
    • มีศีล 5
  6. มีสุจริตทั้งสาม คือ
    • มีความประพฤติดีประพฤติชอบ 3 ประการ กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต
  7. ประพฤติตามอารยธรรม โดยปฏิบัติถูกต้องตามทางแห่งกุศลกรรม 10 ประการคือ
    •  ทางกาย 3 ประการ คือ
      • ละเว้นการฆ่า การสังหาร การบีบคั้นเบียดเบียน; มีเมตตากรุณา ช่วยเหลือเกื้อกูลสงเคราะห์กัน
      • ละเว้นการแย่งชิงลักขโมย และการเอารัดเอาเปรียบ; เคารพสิทธิในทรัพย์สินของกันและกัน
      • ละเว้นการประพฤติผิดล่วงละเมิดในของรักของหวงแหนของผู้อื่น ไม่ข่มเหงจิตใจกัน
    • ทางวาจา 4 ประการ คือ
      • ละเว้นการพูดเท็จ โกหกหลอกลวง  กล่าวแต่คำสัตย์ ไม่จงใจพูดให้ผิดจากความจริง เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ใด ๆ
      • ละเว้นการพูดส่อเสียด ยุยง สร้างความแตกแยก; พูดแต่คำที่สมานและส่งเสริมสามัคคี
      • ละเว้นการพูดคำหยาบคาย สกปรกเสียหาย; พูดแต่คำสุภาพ นุ่มนวลชวนฟัง
      • ละเว้นการพูดเหลวไหลเพ้อเจ้อ  พูดแต่คำจริง มีเหตุมีผล มีสาระประโยชน์ ถูกกาลเทศะ
    • ทางใจ 3 ประการ คือ
      • ไม่ละโมบ ไม่เพ่งเล็งคิดหาทางเอาแต่จะได้  คิดให้ คิดเสียสละ ทำใจให้เผื่อแผ่กว้างขวาง
      • ไม่คิดร้ายมุ่งเบียดเบียน หรือจ้องที่จะทำลาย
      • มีความเห็นถูกต้อง เป็นสัมมาทิฏฐิ
  8. การประพฤติตามหลักศีล 5 ได้ชื่อว่าเป็นคนมีศีลธรรม คือ
    • เว้นจากปาณาติบาต ละเว้นการฆ่า การสังหาร ไม่ประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกาย
    • เว้นจากอทินนาทาน ละเว้นการลักขโมยเบียดเบียนแย่งชิง ไม่ประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน
    • เว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร ละเว้นการประพฤติผิดในกาม ไม่ประทุษร้ายต่อของรักของหวง อันเป็นการทำลายเกียรติภูมิและจิตใจ
    • เว้นจากมุสาวาท ละเว้นการพูดเท็จโกหกหลอกลวง ไม่ประทุษร้ายเขา หรือประโยชน์สุขของเขาด้วยวาจา
    • เว้นจากสุราเมรัย ไม่เสพเครื่องดองของมึนเมาสิ่งเสพติด อันเป็นเหตุให้เกิดความประมาทมัวเมา
  9. การเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เรียกว่า 
    • กัลยาณมิตร
  10. ในฐานะที่เป็นมิตรสหาย ถึงปฏิบัติต่อ มิตรสหาย ผู้เปรียบเสมือน ทิศเบื้องซ้าย ดังนี้
    1. เผื่อแผ่แบ่งปัน
    2. พูดจามีน้ำใจ
    3. ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
    4. มีตนเสมอ ร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วย
    5. ซื่อสัตย์จริงใจ
  11. มิตรสหายอนุเคราะห์ตอบ ตามหลักปฏิบัติดังนี้
    1. มื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาป้องกัน
    2. เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สมบัติของเพื่อน
    3. ในคราวที่มีภัย เพื่อนเป็นที่พึ่งได้
    4. ไม่ละทิ้งเพื่อนในยามทุกข์ยาก
    5. นับถือตลอดถึงวงศ์ญาติของเพื่อน
  12. มิตรแท้ 4 มิตรที่ใจดี มิตรที่จริงใจ มี 4 ประเภทดังนี้
    1. มิตรอุปการะ
    2. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์
    3. มิตรแนะนำประโยชน์
    4. มิตรมีน้ำใจ
  13. มิตรอุปการะ มีลักษณะ 4 คือ
    1. เพื่อนประมาท ช่วยรักษาเพื่อน
    2. เพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สินของเพื่อน
    3. เมื่อเพื่อนมีภัย เป็นที่พึ่งพำนักได้
    4. เมื่อเพื่อนมีกิจจำเป็น ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก
  14. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ มีลักษณะ 4
    1. บอกความลับแก่เพื่อน
    2. รักษาความลับของเพื่อน
    3. เมื่อเพื่อนมีภัยอันตรายไม่ละทิ้ง
    4. แม้ชีวิตก็สละให้ได้
  15. มิตรแนะนำประโยชน์ มีลักษณะ 4
    1. เพื่อนจะทำชั่วเสียหาย คอยห้ามปรามไว้
    2. แนะนำสนับสนุนให้เพื่อนตั้งอยู่ในความดี
    3. ให้เพื่อนได้ฟังได้รู้สิ่งที่ไม่เคยได้รู้ได้ฟัง
    4. บอกทางสุขทางสวรรค์ให้เพื่อน
  16. มิตรมีน้ำใจ มีลักษณะ 4
    1. เพื่อนมีทุกข์ พลอยไม่สบายใจ (ทุกข์ ทุกข์ด้วย)
    2. เพื่อนมีสุข พลอยแช่มชื่นยินดี (สุข สุขด้วย)
    3. เขาติเตียนเพื่อน ช่วยยับยั้งแก้ไขให้
    4. เขาสรรเสริญเพื่อน ช่วยพูดเสริมสนับสนุน
  17. มิตรเทียม 4 ศัตรูผู้มาในร่างของมิตร มี 4 ประเภทดังนี้
    1. คนปอกลอก
    2. คนดีแต่พูด
    3. คนดีแต่พูด
    4. คนชวนให้ฉิบหาย
  18. คนปอกลอก คนที่เอาของเพื่อนไปฝ่ายเดียว มีลักษณะ 4
    1. คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว
    2. ยอมเสียน้อย โดยหวังจะเอาให้มาก
    3. ตัวมีภัย จึงมาช่วยทำกิจของเพื่อน
    4. คบเพื่อน เพราะเห็นแก่ประโยชน์
  19. คนดีแต่พูด มีลักษณะ 4
    1. พูดแต่เรื่องที่พูดไปแล้ว เช่น พูดทวงบุญคุณ บอกว่าจะช่วยเหลือเพื่อน แต่ไม่ช่วยเหลือ
    2. พูดแต่เรื่องที่ห่างไกล ที่ยังมาไม่ถึง
    3. สงเคราะห์เพื่อนด้วยสิ่งที่ไม่มีประโยชน์
    4. เมื่อเพื่อนมีกิจ อ้างแต่เหตุขัดข้อง
  20. คนหัวประจบ มีลักษณะ 4
    1. เพื่อนจะทำชั่วก็เออออหรือสนับสนุนด้วย
    2. เพื่อนจะทำดีก็เออออไปด้วย
    3. อยู่ต่อหน้าเพื่อนสรรเสริญเยินยอ
    4. ลับหลังเพื่อนก็ติฉินนินทา
  21. คนชวนให้ฉิบหาย มีลักษณะ 4 
    1. คอยเป็นเพื่อนดื่มน้ำเมา
    2. คอยเป็นเพื่อนเที่ยวกลางคืน
    3. คอยเป็นเพื่อนเที่ยวดูการละเล่น
    4. คอยเป็นเพื่อนไปเล่นการพนัน

Leave a comment

Filed under :: พุทธศาสนา ม.1 เทอม 2 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s