:: ใบงานที่ 5 ::

มรรค คือ แนวทางการปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ หรือการบรรลุความหลุดพ้น มรรคเป็นประมวลหลักความประพฤติปฏิบัติหรือระบบ

มรรคมีองค์ 8 ได้แก่

  1. สัมมาทิฏฐิ
  2. สัมมาสังกัปปะ
  3. สัมมาวาจา
  4. สัมมากัมมันตะ
  5. สัมมาอาชีวะ
  6. สัมมาวายามะ
  7. สัมมาสติ
  8. สัมมาสมาธิ

ไตรสิกขา คือ หลักการศึกษาอบรมในพระพุทธศาสนา

ไตรสิกขา มี 3 ประการ ได้แก่ อธิศีลสิกขา อธิจิตสิกขา อธิปัญญาสิกขา

อธิศีลสิกขา หมายถึง ความประพฤติดีทางกายและวาจา การรักษากายและวาจา ให้เรียบร้อย ข้อปฏิบัติ

อธิจิตสิกขา หรือ สมาธิ หมายถึง ความมีใจตั้งมั่น ความตั้งมั่นแห่งจิต การทำใจให้สงบแน่วแน่ ไม่ฟุ้งซ่าน การมีจิตกำหนดแน่วแน่อยู่ในสิ่งหนึ่งสิ่งใด

อธิปัญญาสิกขา หมายถึง ความรู้ทั่ว ปรีชาหยั่งรู้เหตุผล ความรู้ความเข้าใจชัดเจน ความรู้หยั่งแยกได้ในเหตุผลดีชั่ว คุณโทษ

กรรมฐาน หมายถึง อารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งการเจริญภาวนา, ที่ตั้งแห่งการทำความเพียรฝึกอบรมจิต หรือวิธีฝึกอบรมจิต ประกอบด้วย สมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนา

ปธาน หมายถึง ความเพียร เป็นความเพียรชอบ (สัมมาวายามะ) ในมรรค 8 ประกอบด้วย สังวรปธาน ปหานปธาน ภาวนาปธาน และอนุรักขนาปธาน

สังวรปธาน หมายถึง เพียรระวังหรือเพียรป้องกัน คือ เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น

ปหานปธาน หมายถึง เพียรละ หรือเพียรกำจัด คือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นความเพียรที่ละ เลิก ในสิ่งที่เป็นการกระทำที่ไม่ดีทั้งหลาย

ภาวนาปธาน หมายถึง เพียรเจริญ หรือเพียรสร้าง คือ เพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมีขึ้น เป็นความเพียรที่จะพยายามกระทำในสิ่งที่เป็นความดี

อนุรักขนาปธาน หมายถึง เพียรอนุรักษ์ หรือเพียรรักษา คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่นและให้เจริญยิ่งขึ้นไป

สัมมัปปธาน 4 หมายถึง ความเพียรชอบ หรือความเป็นเป็นใหญ่ เป็นส่วนของ   สัมมาวายามะ (ความเพียรขอบ) ในมรรค 8 

โกศล หมายถึง ความฉลาด, ความเชี่ยวชาญ, ทักษะ, ความชำนาญ ประกอบด้วย อายโกศล อปายโกศล

อายโกศล หมายถึง ความฉลาดในความเจริญ หรือความรอบรู้ทางเจริญ และเหตุของความเจริญ เป็นความฉลาดในการที่จะดำเนินชีวิตของตนเองให้เจริญก้าวหน้า ทั้งในหน้าที่การงาน ลาภ ยศ สรรเสริญ โดยการสร้างความเจริญและพัฒนาตนเองในทางที่เป็นกุศลธรรม คือประกอบแต่กรรมดี

อปายโกศล หมายถึง ความฉลาดในความเสื่อม หรือรอบรู้ทางเสื่อมและเหตุของความเสื่อม เป็นความฉลาดในการที่จะไม่ดำเนินชีวิตของตนเองไปในทางที่เสื่อมเสีย รู้ว่าสิ่งที่เป็นความเสื่อมทั้งหลายไม่ควรกระทำ เช่น ทางแห่งอบายมุข ทางแห่งตัณหา เป็นต้น

อุปายโกศล หมายถึง ความฉลาดในอุบาย หรือรอบรู้วิธีแก้ไขเหตุการณ์และวิธีที่จะทำให้สำเร็จ เป็นความฉลาดในการแก้ปัญหา แก้ไขเหตุการณ์ และมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาและเหตุการณ์เหล่านั้นให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

หลักธรรมโกศลนี้ตรงกับมรรค 8 ในทุก ๆ ข้อ โดยมี  สัมมาสังกัปปะ (ความเห็นชอบ) และสัมมาทิฏฐิ (คำริชอบ) ซึ่งสรุปเป็นหลักปัญญา 

คนพาลมีลักษณะชั่วร้ายอยู่ 3 ประการคือ ชอบคิดชั่วอยู่เสมอ ชอบพูดชั่วอยู่เสมอ ชอบทำชั่วอยู่เสมอ

พฤติกรรมของคนพาล  

  1. ชอบทำแต่ความเลว เช่น ชอบให้ร้ายป้ายสี อิจฉาริษยาผู้อื่น ยกพวกตีกัน ชอบด่าทอผู้อื่นและพ่อแม่ เป็นต้น
  2. ชอบชักชวนในทางที่ชั่ว เช่น ชวนให้ดื่มเหล้า เที่ยวกลางคืน เล่นการพนัน เป็นนักเลง ชอบหลอกลวงผู้อื่น เป็นต้น
  3. ชอบประจบประแจง เช่น เป็นคนอื่นทำชั่วก็เห็นด้วย ต่อหน้าสรรเสริญลับหลังนินทา เป็นต้น
  4. ไม่ชอบทำงานในหน้าที่ หน้าที่ของตนเองไม่สนใจ แต่ชอบไปก้าวก่ายงานในหน้าที่ของผู้อื่น และมักทำให้งานของผู้อื่นเสียหาย
  5. ไม่ชอบระเบียบวินัย เป็นคนไร้ระเบียบแบบแผนทั้งการทำงานและการดำเนินชีวิต เช่น ทำผิดกฎหมายก่อให้เกิดความเสียหายและความเดือดร้อนต่อผู้อื่น
  6. ไม่ชอบฟังคำว่ากล่าวตักเตือน ใครว่ากล่าวตักเตือนก็โกรธและไม่พึงพอใจ
  7. มักพูดโอ้อวดตนเอง สำคัญตนเองว่ายิ่งใหญ่และมักใช้อิทธิพลหรืออวดอำนาจข่มผู้อื่นอยู่เสมอ
  8. ปกปิดความผิดของตัวเองไม่ให้แพร่งพราย
  9. เปิดเผยความชั่วร้ายของผู้อื่น
  10. ปกปิดความดีของผู้อื่น

ผลดีของการไม่คบคนพาล

  1. ช่วยให้ไม่กระทำความชั่ว หรือหลีกเลี่ยงจากความชั่วทั้งมวล
  2. ช่วยให้ไม่ดำเนินชีวิตไปในทางที่ผิด ไม่เห็นผิดเป็นชอบ
  3. ช่วยให้ไม่เสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่เดือดร้อนและไม่เสียทรัพย์สิน
  4. ช่วยให้ไม่ถูกใส่ร้ายป้ายสี หรือไม่ถูกลูกหลง หรือถูกหลอกลวงไปในทางที่ผิด
  5. ช่วยให้รักษาความดีไว้ได้ และสร้างเสริมความดีเพิ่มขึ้น
  6. ช่วยให้ไม่ถูกมองในแง่ร้ายและไม่ถูกคนทำร้าย
  7. ช่วยให้การดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพการงานเจริญงอกงามขึ้น
  8. ช่วยทำให้มีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข ปลอดภัย เป็นที่รักของผู้อื่น อยู่อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี

บัณฑิต หมายถึง คนฉลาด หรือคนที่ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา

บัณฑิตมีลักษณะที่ดี ดังนี้คือ

  1. บัณฑิตเป็นผู้ประกอบธรรม 3 ประการคือ ด้วยความคิดดี (มโนสุจริต) ด้วยการพูดดี (วจีสุจริต) และด้วยการทำดี (กายสุจริต)
  2. บัณฑิตจะต้องมีความสามารถตั้งปัญหาโดยแยบคาย แก้ปัญหาโดยแยบคาย และหากบุคคลอื่นสามารถแก้ปัญหาได้แยบคาย ด้วยถ้อยคำสละสลวย มีเหตุมีผล ก็เห็นด้วยและยอมรับได้
  3. บัณฑิตจะต้องไม่ทำชั่วเพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง แต่ประกอบไปด้วยเป็นผู้มีศีล มีปัญญา
  4. บัณฑิตเป็นผู้ไม่หวั่นไหวต่อความชั่ว ไม่ประมาท

พฤติกรรมของบัณฑิต

  1. ชอบทำแต่ความดี เช่น ทำบุญ ให้ทาน กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ มีเมตตากรุณา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
  2. ชอบชักชวนให้ทำดี
  3. ชอบเสนอแนะสิ่งที่มีประโยชน์และจริงใจ
  4. รับผิดชอบงานในหน้าที่อย่างดีที่สุด
  5. มีระเบียบวินัยมีศีลธรรมประจำชีวิต
  6. ยอมรับคำตักเตือนของผู้อื่น
  7. มีความอ่อนน้อมถ่อมตน
  8. ยอมรับและเปิดเผยในสิ่งที่ตนเองทำผิดหรือผิดพลาด
  9. ปกปิดในสิ่งที่ควรปกปิด เช่น สิ่งที่ผู้อื่นทำผิดพลาด หรือให้เกิดความอาย
  10.  บอกกล่าวความดีงามที่ผู้อื่นกระทำให้แพร่หลาย

ผลดีของการคบบัณฑิต

  1. ช่วยให้กระทำแต่สิ่งที่ดี
  2. ช่วยให้ดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกที่ควร
  3. ช่วยให้มีเกียรติยศชื่อเสียง และมีตำแหน่งในหน้าที่การงานที่ดีเป็นที่ยอมรับ
  4. ช่วยให้เป็นคนที่น่าเคารพนับถือ น่าไว้วางใจ
  5. ช่วยให้มีจิตใจที่เบิกบาน มีความสุข
  6. ช่วยให้ตนเอง ครอบครัว และสังคมมีความสันติสุข
  7. ช่วยให้มีสติปัญญาเพิ่มพูน มีความคิดที่ดีงาม
  8. ช่วยทำให้มีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข ปลอดภัย เป็นที่รักของผู้อื่น

บุคคลผู้ควรบูชา หมายถึง บุคคลที่มีบุญคุณ ผู้มีคุณธรรม ผู้เป็นเนื้อนาบุญ (นักบวช) ผู้เป็นบัณฑิต นักปราชญ์หรือผู้รู้

บุคคลผู้ควรบูชา

  1. พระพุทธเจ้า
  2. พระสงฆ์สาวก
  3. ครู อุปัชฌาย์ อาจารย์
  4. บิดามารดา
  5. พระมหากษัตริย์
  6. ผู้นำสังคม ผู้นำองค์การ นักปราชญ์ ผู้ดำรงอยู่ในศีลในธรรม

 การบูชานั้นมี 2 อย่าง คือ บูชาด้วยสิ่งของ มีดอกไม้ ธูป เทียน เป็นต้น เรียกว่า อามิสบูชา บูชาด้วยความเชื่อฟังปฏิบัติตามคำสั่งสอน เรียกว่า ปฏิบัติบูชา

Leave a comment

Filed under :: พุทธศาสนา ม.1 เทอม 2 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s