:: พระโพธิญาณเถร ชา สุภทฺโท ::

ชาติภูมิ – พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2461 ตรงกับ วันศุกร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย ณ บ้สนจิกก่อ หมู่ที่ 9 ตำบลธาตุ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี บิดาชื่อ นายมา ช่วงโชติ มารดาชื่อ นางพิมพ์ ช่วงโชติ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 10 คน

การศึกษา – พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) ได้รับการศึกษาชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนบ้านก่อ ตำบลธาตุ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จนจบชั้นประถมปีที่ 1 แล้วได้ลาออกจากโรงเรียนเพราะมีจิตใจใฝ่ทางบวชเรียน

บรรพชา – ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อเดือน มีนาคม พ.ศ. 2474 โดยมีพระครูวิจิตรธรรมภาณี (พะวง) อดีตเจ้าอาวาสวัดมณีวนาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ ภายหลังเมื่อบวชเรียนแล้ว ได้เรียนหนังสือธรรม เรียนบาลีไวยากรณ์ เรียนมูลกัจจายน์ ต่อมาได้ลาสิกขามาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพเกษตรกรรม

อุปสมบท – ต่อมาเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ท่านได้อุปสมบท เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2482 ณ พัทธสีมา วัดก่อใน ตำบลธาตุ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พระครูอินทรสารคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวิรุฬสุตการ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการสอน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้นามฉายาว่า สุภทฺโท

เมื่ออุปสมบทแล้ว ท่านได้ตั้งใจศึกษาปริยัติธรรม จนจบนักธรรมชั้นเอก หลังเสร็จภารกิจทางการศึกษาแล้วประกอบกับท่านเกิดธรรมสังเวชคราวโยมบิดาเสียชีวิต จึงหันมาสู่การปฏิบัติธรรม โดยออกธุองค์และศึกษาหาแนวทางปฏิบัติ ได้ทุ่มเทให้กับการปฏิบัติธรรม ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2497 ท่านได้ดำเนินการสร้างวัดป่าขึ้น ชื่อว่า “วัดหนองป่าพง” และท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสมาโดยตลอด มีผู้มาประพฤติปฏิบัติธรรมมากมาย รวมทั้งได้รับนิมนต์ไปเผยแพร่ธรรมในต่างประเทศด้วย

สมณศักดิ์ – พระโพธิญาณเถร ชา สุภทฺโท) ได้ดำรงตำแหน่งทางการคณสงฆ์และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ดังนี้

วันที่ 29 เมษายน 2516 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง
วันที่ 5 ธันวาคม 2516 ได้รับการสถาปนาเป็นพระราชาคณะ ที่ “พระโพธิญาณเถร”
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2527 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
วันที่ 6 มิถุนายน 2521 ได้รับพัดพัฒนาเชิดชูเกียรติ จากกรมการศาสนา เป็นต้น

มรณภาพ – พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) ได้มรณภาพ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2535 เวลา 05.30 น. อย่างสงบ ท่ามกลางธรรมสังเวชของศิษยานุศิษย์จากทุกสารทิศ

การเผยแผ่พระพุทธศาสนา

พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้ออกธุองค์และศึกษาหาแนวทางปฏิบัติกับครูบาอาจารย์ในสำนักต่างๆ เช่น หลวงปู่มั่น หลวงปู่กินรี พออินทรีย์แก่กล้าแล้ว ก็ออกธุดงค์ปฏิบัติธรรมต่อไปเรื่อยๆ และหลังจากที่ท่านได้สร้างวัดหนองป่าพงแล้ว ท่านก็ได้ให้ความรู้และการประพฤติปฏิบัติธรรมต่อพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมทั้งได้รับอาราธนาไปเผยแพร่ธรรมในต่างประเทศ ทั้งยุโรป และอเมริกา จนในปัจจุบันได้ขยายสาขาของวัดหนองป่าพงไปทั้งในกว่าสองร้อยสาขา และขยายไปยังต่างประเทศอีกกว่าสิบสาขา มีพระภิกษุชาวต่างชาติที่สนใจบวชอยู่ในสังกัดวัดหนองป่าพงประมาณเกือบสองร้อยรูป อยู่ตามสาขาวัดหนองป่าพงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งพระภิกษุเหล่านี้ ต่างก็เป็นกำลังสำคัญในการประกาศพระพุทธศาสนาให้กว้างไกลออกไปอีกด้วย

คุณธรรมที่เป็นแบบอย่าง

1. เป็นพระวิปัสสนาจารย์ ท่านได้เป็นแบบอย่างของพระวิปัสสนา จนมีผู้นำแบบอย่างของท่านมาเป็นแนวปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่านจึงมีลูกศิษย์ที่เป็นพระวิปัสสนาที่สำคัญ ๆ หลายท่าน นอกจากนั้นท่านยังเป็นแบบอย่างของบุคคลผู้ถือความมักน้อย สันโดษ เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตนที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาเศรษฐกิจที่ควรทำตนให้เป็นคนพอดีในการดำรงชีวิต

2. ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ท่านได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังต่างประเทศ เช่น ยุโรป อเมริกา จนเป็นที่สนใจของชาวต่างประเทศที่เข้ามาบวช และศึกษาพระพุทธศาสนา จึงเป็นกำลังสำคัญท่านหนึ่งในการประกาศพระพุทธศาสนาให้แผ่ขยายกว้างไกลต่อไป

Leave a comment

Filed under :: พุทธสาวก พุทธสาวิกา ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s