:: เรื่องที่ 6 พัฒนาการศิลปวัฒนธรรมไทย ::

  1. โครงสร้างของวัฒนธรรมไทยมีลักษณะดังนี้
    1. เป็นศิลปวัฒนธรรมเพื่อศาสนาและพิธีกรรม
    2. เป็นศิลปวัฒนธรรมที่มีครวามเป็ฯเอกลักษณ์ของตนเอง ผสมผานชนหลายชาติ หล่อหลอมให้เกิดเป็นไทย
    3. เป็นศิลปวัฒนธรรมที่ชนชั้นสูงของสังคมเป็นผู้ประดิษฐ์ดัดแปลงมาจากศิลปวัฒนธรรมต่างชาติ ผสมความเป็นไทย แล้วแพร่หลายสู่สามัญชน ขณะที่่ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านก็พัฒนาตอบสนองความต้องการของชุมชน
    4. ศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรม คือ วัด และวัง
  2. บ่อเกิดของศิลปวัฒนธรรมไทยได้แก่อะไร
    1. ศาสนา
    2. สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์
    3. อาชีพเกษตรกรรม
    4. ค่านิยม
    5. การรับวัฒนธรรมของสังคมอื่น
  3. อิทธิพลของวัฒนธรรมอินเดียต่อวัฒนธรรมไทยได้แก่อะไรบ้าง
    1. การเมืองการปกครอง
    2. ศาสนาและพิธีกรรม
    3. ภาษาและวรรณคดี
  4. อิทธิพลของวัฒนธรรมจีนต่อวัฒนธรรมไทยได้แก่อะไรบ้าง
    1. ศิลปกรรม ซึ่งเฟื่องฟูมากสมัยรัชกาลที่ 3
    2. ภาษาและวรรณกรรม เช่น เรื่องสามก๊ก
    3. ประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ เช่น ไหว้เจ้า
  5. อิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติ (สากล) ต่อวัฒนธรรมไทยปัจจุบันได้แก่อะไร
    1. การศึกษา
    2. การเมืองการปกครอง
    3. เศรษฐกิจ
    4. สังคมและวิถีชีวิต
  6. แนวทางปฏิบัติเพื่อเลือกรับวัฒนธรรมต่างชาติที่เป็นสากลเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทยได้แก่อะไรบ้าง
    1. ยอมรับความแตกต่างและการเปลียนแปลงของวัฒนธรรม
    2. ศึกษาและเรียนรู้ให้เท่าทันวัฒนธรรมสากล
    3. เลือกรับวัฒนธรรมที่เป็นประโยชน์
    4. เลือกรับโดยผสมผสานให้สมดุลเหมาะสมกับวิถีไทย
    5. มีหน่วยงานเฝ้าระวังดูแล
    6. เลือกรับวัฒนธรรมอย่างมีวิจารณญาณ
  7. การแบ่งยุคสมัยของศิลปวัฒนธรรมไทยมีกี่ยุคอะไรบ้าง
    1. ก่อนประวัติศาสตร์
    2. สมัยประวัติศาสตร์
  8. ผลงานชิ้นเอกสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้แก่อะไร
    • หม้อลายเขียนสีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี
    • ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี
    • โครงกระดูกและภาชนะเครื่องปั่้นดินเผา ต.บ้านเก่า จ.กาญจนบุรี
  9. จงอธิบายศิลปสมัยศรีวิชัย
    • ลักษณะศิลปะ  เกี่ยวกับศาสนาพราหมณ์ ฮินดูและพุทธมหายาน
    • ผลงานศิลปะ เป็นเทวรูปและพระพุทธรูปที่ได้รับจากอินเดีย ที่สำคัญ คือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และพระบรมธาตุไชยา
  10. จงอธิบายศิลปสมัยทวารวดี
    • ลักษณะศิลปะ เกี่ยวกับพุทธนิกายเถรวาท ทำด้วยศิลาหรือปูนปั้นดินเผาและสำริด พระพักตร์เหมือนชาวพื้นเมือง ไม่สะสวย
    • ผลงานศิลปะ เจดีย์จุลประโทน จ.นครปฐม  ธรรมจักรศิลาขนาดใหญ่ พระพุทธรูปปางต่างๆ ทำด้วยศิลาขนาดใหญ่
  11. จงอธิบายศิลปสมัยลพบุรี
    • ลักษณะศิลปะ ได้รับอิทธิพลจากขอม เกี่ยวข้องกับศาสนาพราหมณ์ ฮินดูและพุทธมหายาน สถาปัตยกรรมนิยมใช้หินทราย อิฐ และศิลาแลงสร้างเป็นปราสาทหินขนาดใหญ  ประติมากรรมใช้ทั้งศิลาและสำริด ลักษณะพระพักตร์เป็นสี่เหลี่ยมค่อนข้างดุดัน
    • ผลงานศืลปะ เช่น พระปรางค์สามยอด จ.ลพบุรี พระพุทธรูปศิลาและสำริด นิยมสร้างปางมารวิชัย สมาธิ นาคปรก และเทวรูปของพระวิษณุ พระอิศวร พระพรหม
  12. จงอธิบายศิลปสมัยเชียงแสน
    • ลักษณะศิลปะ เกียวข้องกับพระพุทธศาสนาเถรวาท ซึ่งเป็นไทยแท้ นิยมสร้างเจดีย์ทรงระฆัง  พระพุทธรูปเชียงแสนสวยงามมาก พระพักตร์กลมอิ่ม พระวรกายอ้วนล้ำสัน พระรัศมีเป็นดอกบัวตูม
    • ผลงานศิลปะ เช่น เจดีย์วัดป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง
  13. จงอธิบายศิลปวัฒนธรรมสมัยสุโขทัยถึงรัชกาลที่ 3
    • ลักษณะศิลปะ มีลักษณะเด่น ได้รับการยกย่องว่าเป็นยุคทองของศิลปะไทย
    • สถาปัตยกรรม นิยมสร้างเจดีย์ 2 แบบ คือ เจดีย์ทรงลังกา หรือทรงระฆัง  และเจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์หรือทรงดอกบัว ได้แก่ วัดมหาธาตุกลางเมืองเก่าสุโขทัย  วัดพระพายหลวงและวิหารวัดศรีชุม
    • วรรณกรรมที่สำคัญ คือ ศิลาจารึกหลักที่ 1 และ 2  ไตรภูมิพระร่วง
  14. จงอธิบายศิลปสมัยอู่ทอง
    • ลักษณะศิลปะ  ได้รับอิทธิพลของศิลปจากแหล่งต่างๆ ผสมผสานกัน เช่น ทวารวดี เขมร ลพบุรและสุโขทัย
    • ผลงานศิลปะ พบประติมากรรมพระพุทธรูป พระพักตร์เป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบเขมร แต่มีความเป็นไทยแฝงอยุ่ ทรวดทรงแข็งแบบเขมร ฐานของพระพุทธรูปมักทำเป็นแอ่งท้องสำเภา พระพุทธรุูปที่สำคัญ ได้แก่ พระพุทธไตรรัตนนายก วัดพนัญเชิง จ.อยุธยา
  15. จงอธิบายศิลปสมัยอยุธยา ศูนย์กลางอยู่ัจ.พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี และเพชรบุรี 
    • ลักษณะศิลปะ  เป็นศิลปะไทยแท้เนื่องในศาสนาพุทธเถรวาท
    • สถาปัตยกรรม
      • บ้าน มี 2 แบบ คือ เรือนเครื่องผูก และเรือนเครื่องสับ
      • เจดีย์มี 2 แบบ คือ เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง และทรงลังกา
      • พระปรางค์ ดัดแปลงมาจากปราสาทหินของเขมร เช่น พระปรางค์วัดพระราม วัดราชบูรณะและวัดไชยวัฒนาราม
    • ประติมากรรม นิยมสร้างพระพุทธรุปด้วยสำริด พระพักตร์แบบไทย รัศมีเปลวเพลิง นิยมสร้างแบบทรงเครื่องเหมือนเทวดา ที่สำคัญได้แก่ พระประธานตามวัด เช่น วัดพระมงคลบพิตร วัดหน้าพระเมรุ (ทรงเครื่องใหญ่ที่สุด)
    • จิตรกรรม นิยมเรื่องพุทธประวัติ โดยเฉพาะทศชาติ ใช้สีเพียงแดง ขาว เหลือง เขียวและดำ
    • วรรณกรรม เป็นยุคเฟื่องฟู โดยเฉพาะในสมัยพระนารายณ์มหาราช เป็นยุคทองแห่งวรรณกรรมไทย
    • นาฏศิลป์ ที่สำคัญได้แก่  หนังใหญ่ หนังตะลุง นิยมเล่นเรื่องรามเกียรติ์
  16. จงเปรีบบเทียบวรรณกรรมของอยุธยาในแต่ละสมัย
    1. ตอนต้น มีลิลิตโองการแช่งน้ำ แต่งในสมัยพระเจ้าอู่ทอง  พระบรมไตรโลกนาถ ได้แก่ มหาชาติคำหลวง ลิลิตยวนพ่าย ลิลิตพระลอ
    2. ตอนปลาง มีกาพย์มหาชาติสมัยพระเจ้าทรงะรรม  สมัยพระนารายณ์ได้แก่ อนิรุทธคำฉันท์ เสือโคคำฉันท์ โครงทวาทศมาส กวีสำคัญ คือ ศรีปราชญ์ ในสมัยนี้มีบทเรียนเล่มแรก คือ จินดามณี
    3. ตอนปลาย  ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีอิเหนา  กวีสำคัญ คือ เจ้าฟัากุ้ง หรือเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ แต่งนันโทปนันทสูตรคำหลวง พระมาลัยคำหลวง กาพย์เห่เรือ กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง
  17. จงอธิบายศิลปวัฒนธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น 
    • ลักษณะทั่วไป
      • สมัยรัชกาลที่ 1 เป็นยุคของการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมไทยที่ถูกทำลายมาตั้งแต่อยุธยา
      • สมัยรัชกาลที่ 2-3 เป็นยุคของการสร้างสรรค์และพัฒนาศิลปวัมนธรรมไทยมีเอกลักษณ์ของตนเอง แต่ยังได้รับอิทธิพลจากอยุธยาและสุโขทัย
      • สมัยรัชกาลที่ 3 ได้รับอิทธิพลของศิลปจีน  โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมโบสถ์ วิหาร
      • เป็นศิลปกรรมที่เนื่องด้วยพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่
    • สถาปัตยกรรม การสร้างวัดในสมัยรัชกาลที่ 1-2 ส่วนใหญ่เป็นการบูรณะวัดเก่าๆ วัดที่สร้างและบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 1 คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดมหาธาตุ วัดสุทัศน์เทพวราราม วัดสุวรรณาราม วัดพระเชตุพน (วัดประจำรัชกาลที่ 1)
    • ในสมัยรัชกาลที่ 2 ทรงบูรณะวัดอรุณราชวราราม สร้างองค์ปรางค์ของวัดในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้รับการยกย่องว่าสวยงามเป็นแบบฉบับของศิลปวัฒนธรรมโกสินทร์ตอนต้น
    • สมัยรัชกาลที่ 3 มีการสร้างและบูรณะวัดมากที่สุดกว่า 50 วัด วัดที่สร้างได้แก่ วัดราชโอรส วัดเทพธิดา วัดราชนัดดา วัดเฉลิมพระเกียรติ  มีการบูรณะวัดพระเชตุพน ฯ ให้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรก มีการสร้างโลหะปราสาทวัดราชนัดดา และเจดีย์สำเภา วัดยานนาวา
    • ประติมากรรม เลียนแบบอยุธยา เช่น การสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่อง ถ้าเป็นพระประธานในวัดนิยมสร้างฐานชุกชีสูงๆ ปิดทองเหลืองอร่าม
    • จิตรกรรม เลียนแบบอยุธยา มีลักษณะเด่น ช่างเขียนและวาดด้วยความมั่นใจโดยไม่ร่าง ใช้สีหลายสี อาจใช้สีทองคำเปลววาดตัดเส้นตัวเอกเด่นของภาพ เรื่องราวส่วนใหญ่เป็นพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และไตรภูมิพระร่วง
    • นาฏศิลป์ส่วนใหญ่ สืบทอดจากอยุธยา ลักษณะคำประพันธ์ที่นิยมมาก คือ นิราศ และกลอนแปด กวีที่สำคัญคือ สุนทรภู่ ซึ่งนิราศภูเขาทองได้รับการยกย่องว่า เป็นยอดแห่งคำประพันธ์ประเภทนิราศ
  18. จงอธิบายศิลปวัฒนธรรมสมัยรัชกาลที่ 4 – พ.ศ.2475
    • ลักษณะทั่วไป
      • เป็นศิลปวัฒนธรรมที่ไทยได้รับการผสมผสานจากตะวันตก
      • เป็นวัฒนธรรมสมัยใหม่ คือ ไม่ได้มีความเชื่อมาจากพิ้นฐานทางศาสนา เ้น้นความสำคัญของมนุษย์และชีวิตอย่างเด่นชัด
    • สถาปัตยกรรม
      • นิยมสร้างแบบบตะวันตกประยุกต์แบบไทย ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้แก่ พระอภิเนาว์นิเวศน์ พระราชวังสราณรมย์ (กรุงเทพ) และพระนครคิริที่เขาวัง จ.เพชรบุรี
      • ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้แก่ ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม มหาดไทย พระราชวังบางปะอิน อยุธยา ซึ่งเลียนแบบพระราชวังแวร์ซายส์  พระราชวังสวนดุสิต  พระที่นั่งอัมพรสถาน พระที่นั่งวิมานเมฆ  พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งได้รับการยกย่องในด้านการประยุกต์ศิลปะไทยและตะวันตก ด้วยอาคารที่เป็นแบบตะวันตกแท้ๆ คือ พระที่นั่งอนันตสมาคม
      • สมัยรัชกาลที่ 6 ได้แก่ พระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม ตึกคณะอักษรศาสตร์ จุฬา (ผสมไทย เขมร และตะวันตก)
      • สมัยรัชกาลที่ 7 ได้แก่ พระราชวังไกลกังวล จ.ประจวบ
      • วัดที่สำคัญสมัยรัชกาลที่ 4 คือ วัดราชประดิษฐ์ วัดโสมนัส
      • วัดที่สำคัญสมัยรัชกาลที่ 5 คือ วัดราชบพิธ (วัดประจำรัชกาล) วัดเบญจมบพิตร ซึ่งออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยานริศรานุวัติติวงศ์ สร้างด้วยหินอ่อนอิตาลีทั้งหลัง
    • ประติมากรรม มี 2 แบบ คือ
      • แบบดั้งเดิม หรือประเพณีนิยม คือ พระพุทธรุปพระประธานของวัดต่างๆ
      • แบบตะวันตก คือ การสร้างรุปเหมือนอนุสาวรีย์ ซึ่งเริ้่มในสมัยรัชกาลที่ 5 เช่น พระบรมรูปทรงม้า
    • จิตรกรรม เป็นการเขียนภาพแบบตะวันตกที่ให้ความรู้สึกแบบทรรศนียวิสัย คือ มีระยะใกล้ไหลแบบสามมิติ จิตรกรไทยคนแรที่เริ่มเขียนภาพแบบนี้ คือ พระภิกษุขรัวอินโข่ง แห่งวัดราชบูรณะ ผลงานสำคัญได้แก่ ภาพจิตรกรรมที่วัดบรมนิวาส วัดบวรนิเวศน์ และวัดมหาสมณาราม จ.เพชรบุรี
    • นาฏศิลป์ ได้รับอิทธิพลการแสดงแบบตะวันตก เช่น ละครดึกดำบรรพ์ (คอนเสิร์ตและโอเปรา) ละครพันทาง (ผสมท่ารำของชาติต่างๆ ) ละครร้อง ละครพูด และลิเก
  19. จงอธิบายศิลปวัฒนธรรมสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน
    • วัฒนธรรมไทยหลัง พ.ศ.2475 มีแนวคิดสำคัญ 4 ประการคือ
      • แนวคิดประชาธิปไตย โดยกลุ่มคณะราษฏร
      • แนวคิดเรื่่องการสร้างชาติ ให้เป็นมหาอำนาจในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายก โดยการเชิญชวนผ่านหนังสือพิมพ์ วิทยุและการกำหนดมาตรการต่างๆ เรียกว่า รัฐนิยม
      • แนวคิดศิลปเพื่อชีวิต เช่น ความรักของวัลยา ของเสนีย์ เสาวพงศ์  งานร้อยกรองของนายผี
      • แบบวิถีชีวิตแบบทุนนิยม การขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s