:: เรื่องที่ 5 ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ::

จงลำดับเหตุการณ์วิกฤตการณ์การเมืองสมัยพระนารายณ์มหาราช

  1. ฝรั่งเศสเข้ามาติดต่อกับกรุงศรีอยุธยาช่วง พุทธศตวรรษที่ 23 หลังยุโรปชาติอื่น ความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสค่อนข้างสั้น มีในช่วงสมัยพระนารายณ์เท่านั้น
  2. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงให้การต้อนรับคณะบาทหลวงฝรั่งเศสเพื่อเผยแผ่คริสตศาสนา า พ่อค้าฝรั่งเศสได้รับอนุญาตให้มาทำการค้า   มีการแลกเปลี่ยนคณะฑูตระหว่างกัน  ราชฑูตชุดแรก คือ เชอวาเลีย เดโชมอง ชุดที่สองคือ ลาลูแบร์ ส่วนคณะฑูตไทยที่ไปฝรั่งเศส คือ เจ้าพระยาโกษาปาน
  3. จุดมุ่งหมายหลักของฝรังเศสต่ออยุธยา คือ การเผยแผ่คริสตศาสนา แต่อยุธยาให้ความสนใจด้านการค้า และใช้ฝรั่งเศสถ่วงดุลอำนาจทางการเมืองกับอังกฤษ
  4. เมื่อคอนสแตนติน ฟอลคอน (เจ้าพระยาวิชาเยนต์) ตำแหน่งเสนาบดี  เป็นคนสนิทใกล้ชิดสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นำกองทหารฝรั่่งเศสมาประจำที่บางกอกและมะริด เพื่อป้องกันกบฏของขุนนาง และรักษาผลประโยชน์ อำนาจของฟอลคอนในราชสำนัก ทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียด ขุนนางไทยเริ่มต่อต้าน เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชประชวร พระเพทราชาเข้ามายึดอำนาจการปกครอง ประหารชีวิตฟอลคอน กองกำลังฝรั่งเศสจึงถูกขับไล่ออก
  5. อยุธยาได้รับศิลปวัิทยาการด้านต่างๆ จากฝรั่งเศสในด้านต่างๆ เช่น สถาปัตยกรรม วิศวกรรมและการฝึกกองทหารแบบยุโรป
  6. บทบาทด้านการศึกษา เช่น การตั้งวิทยาลัยคอนสแตนติเนียนและสอนวิธีการทำแผนที่โดยจัดทำผังเมืองอยุธยา เมืองละโว้และเมืองบางกอก สอนการใช้เครื่องมือดาราศาสตร์ส่องดูดาวแก่กลุ่มเจ้านาย สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงสร้างหอดูดาวที่ลพบุรี  นอกจากนี้แพทย์ฝรั่งเศสรับราชการเป็นแพทย์หลวง รักษาคนป่วยด้วยวิธีการทางศัลยกรรม

จงอธิบายการเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสและอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 5

  • ครั้งที่ 1 พ.ศ.2410 ในสมัยรัชกาลที่ 4เสียเขมรส่วนนอกและเกาะอีก 6 เกาะไทยเสียเขมรส่วนนอกและเกาะอีก 6 เกาะ ให้แก่ฝรั่งเศส นับเป็นการเสียดินแดนครั้งแรกในรัชกาลของพระองค์
  • ครั้งที่ 2 พ.ศ.2431 เสียลาว สิบสองจุไทยและหัวพันทั้งห้าทั้งหก
  • ครั้งที่ 3 พ.ศ.2436(ร.ศ.112) เสียดินแดนลาว ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ตลอดทั้งเกาะต่าง ๆ ในแม่น้ำโขง
  • ครั้งที่ 4 พ.ศ.2446 เสียเมืองจำปาศักดิ์ มโนไพร และ ดินแดนลาวฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงข้ามเมืองหลวงพระบาง
    ครั้งที่ 5  พ.ศ.2449 เสียเขมรส่วนใน คือเมืองเสียมราฐ พระตะบอง และศรีโสภณ เป็นพื้นที่ 51,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร เพื่อแลกกับ เมืองตราด เกาะกง และเมืองด่านซ้าย พร้อมทั้งอำนาจศาลไทย ต่อคนในบังคับฝรั่งเศส
    การเสียดินแดนให้อังกฤษ ในปี พ.ศ.2451 ยกกลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี ปะลิสและเกาะใกล้เคียง
  • วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 มีลำดับเหตุการณ์อย่างไร
    • เหตุการณ์ รศ.112 พศ.2436 คศ.1843   ในสมัยรัชกาลที่ 5 ฝรั่งเศสยึดกัมพูชาและเวียตนามเอาไว้ได้ และกำลังจะเข้ามายึดครองลาว แต่เนื่องจากลาวยังเป็นดินแดนของไทย  และไทยได้ส่งพลตรีพระบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าน้องยาเธอกรมหลวงปรจักษ์ศิลปาคมให้ขึ้นไปตั้งกองบัญชาการลาวพวนอยู่ที่เมืองหนองคายและมีพระยอดเมืองขวัญรักษาการณ์อยู่ที่เมืองคำมวน   ฝรั่งเศสอ้างว่ดินแดนลาวเคยเป็นของเวียตนามมาก่อน  เมื่อเวียตนาม เป็นดินแดนในอาณัติของฝรั่งเศสแล้ว ลาวต้องเข้ามาอยู่ในอาณัติของฝรั่งเศสด้วย ฝรั่งเศสจึงบุกเข้ายึดเมืองคำมวนและจับพระยอดเมืองขวัญกับพวกเอาไว้  แต่ไม่สำเร็จ  พระยอดเมืองขวัญและรัฐบาลไทยก็ได้ทำหนังสือประท้วงไปยังฝ่ายฝรั่งเศส ฝรั่งเศสกลับกล่าวหาว่าไทยเป็นผู้รุกราน
    • วันที่ 13 กรกฎาคม 2436  ฝรั่งเศสจึงส่งเรือรบ 2 ลำเข้ามาทางปากแม่น้ำ เมื่อไทยยำการประท้วง แต่ฝรั่งเศสก็ทำเฉย จึงเกิดการยิงกันขึ้นที่ป้อมพระจุลฯ เป็นผลทำให้ฝ่ายไทยตาย 15 คนและฝ่ายฝรั่งเศสตาย 2 คน ในที่สุด เรือรบฝรั่งเศส ก็แล่นเข้ามาถึงกรุงเทพฯ และจอดทอดสมออยู่ที่หน้าสถานฑูต
    • วันที่ 2 กรกฎาคม 2436  ฝรั่งเศสยื่นคำขาดให้รัฐบาลไทย ยอมยกดินฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้กับตน โดยให้เวลาที่ไทยจะต้องตอบภายใน 24 ชม. เมื่อฝรั่งเศสไม่ได้คำตอบ
    • วันที่ 26 กรกฎาคม 2436  ฝรั่งเศสจึงสั่งให้เอกอัคราชฑูตออกจากประเทศไทย
    • สุดท้ายเพื่อเป็นการรักษาดินแดนส่วนใหญ่ของชาติเอาไว้ ฝ่ายไทยจึงต้องยอมตามที่ฝรั่งเศสเรียกร้อง โดย ได้มีการทำสนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในวันที่ 3 ตุลาคม 2436 ซึ่งในสนธิสัญญามีรายละเอียดดังนี้คือ
      • ไทยยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงรวมทั้งบรรดาเกาะทั้งหมดให้เป็นของฝรั่งเศส
      • ไทยจะไม่มีเรือรบไปไว้ในพื้นที่ที่ได้มีการกำหนดกันไว้แล้ว
      • ไทยจะต้องไม่มีค่ายทหารในเขต 25 กม. ตลอดแนวแม่น้ำ รวมทั้งพระตะบอง และ เสียมเรียบ
      • ไทยและฝรั่งเศสจะทำสัญญาการค้าในเวลา 6 เดือนนับจากนี้ และไม่เก็บภาษีระหว่าางกัน
      • ในการสร้างท่าเรือหรือกิจกรรมต่างๆ ตามลำแม่น้ำทั้ง 2 ฝั่ง ถ้าฝรั่งเศสร้องขอความช่วยเหลือเช่น การใช้พื้นที่ ไทย จะไม่ปฏิเสธและจะให้ความช่วยเหลือในทันที
      • ไทยจะให้ความสะดวกแก่คนในบังคับฝรั่งเศสในการเข้าออกไปมา
      • ฝรั่งเศสสามารถตั้งกงศุลได้
      • ถ้ามีความเห็นหรือความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในสัญญาฉบับนี้ ให้ถือเอาภาษาฝรั่งเศสป็นหลัก
      • สัญญานี้ ให้มีผลบังคับใช้ใน 4 เดือน
      • ไทยต้องถอนกำลังออกไปจากพื้นที่ภายใน 1 เดือน และไทยต้องรื้อค่ายออกไปให้หมดด้วย
      •  ฝรั่งเศสเรียกร้องเงินค่าปรับจำนวนหนึ่ง รัชกาลที่ 5 จึงทรงใช้เงินที่เรียกว่า เงินถุงแดง มอบให้กับฝรั่งเศส เงินถุงแดงนี้ เป็นเงินซึ่งรัชกาลที่ 3 ทรงได้กำไรมาจากการทำการค้ากับต่างประเทศ โดย เฉพาะกับเมืองจีน แล้วพระองค์ได้เก็บเงินเหล่านั้นไว้ในถุงแดง ในคราวเกิดเหตุการณ์ รศ. 112 นี้ รัชกาลที่ 5 ก็ทรงนำเงินดังกล่าวออกมาเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้ฝ่ายฝรั่งเศสรวมกับเงินที่เรี่ยไรจากข้าราชบริพาร รวมเป็นเงินจำนวน 3 ล้านบาท

จงสรุปไทยกับสงครามโลกครั้งที่ 1

  • เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศไทยยึดมั่นในความเป็นกลาง แต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสังเกตความเคลื่อนไหวของคู่สงคราม ทรงเห็นว่าเยอรมันเป็ฯฝ่ายรุกราน  จึงทรงตัดสินพระทัยประกาศสงครามกับเยอรมัน ฮังการี และประกาศเรียกพลทหารอาสา สำหรับกองปืนและกองยานยนต์ทหารบกเพื่อส่งไปช่วยสงครามในยุโรป ซึ่งถือว่าได้ประโยชน์ในการไปเรียนวิชาการทางเทคนิคการรบและการช่างในสมรภูมิจริง  เมื่อเสร็จสงคราม พันธมิตรเป็นฝ่ายชนะ  ทำให้สัญญาต่างๆ ที่ทำกับเยอรมัน ออสเตรีย และฮังการีสิ้นสุดลง ขณะเดียวกันก็สามารถแก้ไขสนธิสัญญาไม่เป็นธรรมกับประเทศพันธมิตรได้สำเร็จ

จงอธิบายการแก้ไขสนธิสัญญากับต่างประเทศ

  • ชาติแรกที่ยอมแก้ไขสนธิสัญญาไม่เป็นธรรม คือ สหรัฐอเมริกา โดย ดร.ฟรานศิส บี แซร์ ชาวอเมริกาได้รับมอบหมายให้ไปเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาไม่เป็นธรรมกับประทศในยุโรป หลังจากใช้เวลา 2 ปี  ประเทศต่างๆ 11 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ สเปน โปรตุเกส เดนมาร์ก สวีเดน อิตราลี เบลเยี่ยม และนอรเวย์ยอมแก้ไขสนธิสัญญากับไทย เมื่อหลวงประดิษฐ์มนูธรรม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดเจรจากับประเทศต่างๆ เพื่อบอกเลิกสัญญาเดิม และทำสนธิสัญญาใหม่ ทำให้ไทยได้รับอิสรภาพในเรื่องอำนาจทางการศาล และภาษีอากร ศาลยุติธรรมสามารถพิจารณาคดีชาวต่างประเทศได้เช่นเดียวกับคดีชาวไทย

จงลำดับเหตุการณ์ไทยกับสงครามอินโดจีน

  • สงครามอินโดจีนระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ในปี 2483 เกิดด้วยปัญหาพรมแดน  ฝรั่งเศสเข้ามาทิ้งระเบิดนครพนมและเกิดการสู้รบ  ญี่ปุ่นอาสาเจรจาไกล่เกลี่ย โดยไทยส่งผู้แทน คือ พระองค์เจ้าวรรณไวยกร เป็นหัวหน้าไปประชุมที่โตเกียว จากอนุสัญญากรุงโตเกียว ไทยได้ดินแดนฝั่งขวาตรงข้ามหลวงพระบาง จำปาศักดิ์ และดินแดนเขมรที่เสียให้ฝรั่งเศสในปลายรัชกาลที่ 5 คืน  โดยมีร่องน้ำลึกของแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นเขตแดน

จงลำดับเหตุการณ์ไทยกับสงครามโลกครั้งที่ 2

  •  สงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในยุโรปตั้งแต่ พ.ศ. 2482 เมื่ออังกฤษ และฝรั่งเศสประกาศสงครามกับเยอรมนี แล้วเลยลุกลามเป็นสงครามโลก ทางด้านเอเชีย ญี่ปุ่นประกาศสงครามสัมพันธมิตรเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2484ต่อมาวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 กองทหารญี่ปุ่นก็เข้าเมืองไทยทางสงขลา ปัตตานี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ และสมุทรปราการ ขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็เข้าโจมตีเกาะ ฮาวาย ฟิลิปปินส์ และส่งทหารขึ้นบกที่มลายู และโจมตีสิงคโปร์ทางเครื่องบิน เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้ขอร้องรัฐบาลไทยให้ทหารญี่ปุ่นเดินทัพผ่านไทยเพื่อไปโจมตีพม่า และมลายูของอังกฤษ และขอให้ระงับการต่อต้านของคนไทยเสีย คณะรัฐมนตรีโดยมี จอมพลแปลกพิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ทำตามความต้องการของญี่ปุ่น   ไทยได้ทำกติกาสัมพันธไมตรีกับญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2484 สงครามนี้เรียกว่าสงครามมหาเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นมีวัตถุประสงค์จะสร้างวงศ์ไพบูลย์มหาเอเชียบูรพา   ทั้งใน ทางวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วยประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย โดยมีญี่ปุ่นเป็นผู้นำในระยะเริ่มแรกของสงคราม กองทัพญี่ปุ่นมีชัยชนะทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ทำให้รัฐมนตรีบางคนเห็นควรให้ไทยประกาศสงครามกับอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ด้วยคิดว่าญี่ปุ่นจะชนะสงครามไทยจึงได้ประกาศ สงครามเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2485 ระหว่างสงครามนั้นญี่ปุ่นได้โอนดินแดนบางแห่งที่ยึดได้จากอังกฤษคืนให้แก่ไทย คือ รัฐไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู ปะลิส และสองรัฐในแคว้นไทยใหญ่ คือ เชียงตุง และเมืองพานญี่ปุ่นแพ้สงครามเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2488 รัฐบาลไทยประกาศว่า การประกาศสงครามกับสัมพันธมิตรเป็นโมฆะ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญและความประสงค์ของประชาชนชาวไทย ไทยต้องปรับความเข้าใจกับ สัมพันธมิตร สหรัฐอเมริกามิได้ถือไทยเป็นศัตรู ตามประกาศของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดย นาย เจมส์ เบิรนส์  รัฐมนตรีต่างประเทศเป็นผู้ลงนาม แต่รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ นาย เออร์เนสต์ เบวิน  ไม่ยอมรับทราบการโมฆะของการประกาศสงครามง่าย ๆ ลงวันที่  1  มกราคม พ.ศ. 2489 (เวลานั้น ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เป็นหัวหน้ารัฐบาล) ผู้แทนไทยได้ลงนามกับผู้ แทนอังกฤษที่สิงคโปร์ ความตกลงนี้เรียกว่า “ความตกลงสมบูรณ์แบบเพื่อสถานะสงครามระหว่างประเทศไทยกับบริเตนใหญ่และอินเดีย” ที่สำคัญ คือไทยต้องคืนดินแดนของอังกฤษที่ได้มาระหว่างสงคราม ให้ข้าวสารโดยไม่ คิดเงินถึง 1.5 ล้านตัน และต้องชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ แต่ต่อมาไทยเจรจาขอแก้ไขโดยฝ่ายอังกฤษสัญญาจะจ่ายเงินค่าข้าวสารให้บ้างไทยสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติ และได้เข้าเป็นสมาชิกเมื่อเดือนธันวาคม  2489  โดยปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น ทำสัญญาทางไมตรีกับจีน (หลังสงคราม จีนเป็นมหาอำนาจเพราะเป็นฝ่ายชนะ สงครามด้วย สัญญานี้เป็นสัญญาฉบับแรกระหว่างไทยกับจีน ทั้ง ๆ ที่ได้มีไมตรีกันมานานนับร้อย ๆ ปี)ไทยยอมรับรองสหภาพสาธารณรัฐโซเวียต และไทยยอมคืนดินแดนที่เราได้มาจากอนุสัญญากรุงโตเกียว หลังสงครามอินโดจีนให้แก่ฝรั่งเศสการที่ไทยเอาตัวรอดได้ทั้ง ๆ ที่อยู่ในฝ่ายประเทศแพ้สงครามนี้ เพราะความช่วยเหลือของขบวนการเสรีไทย ทำให้ประเทศสัมพันธมิตรโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาเห็นใจ     ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช อัครราชทูต ไทยประจำสหรัฐอเมริกา  ได้ประท้วงการประกาศสงครามของรัฐบาลไทย และได้รวบรวมคนไทยในสหรัฐอเมริกาขึ้นเป็นขบวนการเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่น ในอังกฤษก็มีขบวนการเสรีไทย ซึ่งมีนายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นหัวหน้าเสรีไทย

จงลำดับเหตุการณ์นโยบายต่างประเทศของไทยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

  • หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยได้ร่วมมือกับฝ่ายโลกเสรี อันมีสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเป็นหัวหน้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2493 รัฐบาลไทยยอมรับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและทางทหารจากสหรัฐอเมริกา และใน พ.ศ. 2494 ก็ได้ ร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ รวม 8 ประเทศ จัดตั้งองค์การป้องกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกโดยย่อว่าองค์การซีโต หรือสปอ. (SEATO-South East Asia Treaty Organization)
  • ในต้นทศวรรษ 2500 เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองในลาว รัฐบาลไทยให้ความร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ  ส่งผลให้ความร่วมมือทางด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ กระชับมากยิ่งขึ้น จนมีการออก “แถลงการณ์ร่วมถนัด-รัสก์” ซึ่งผูกมัดว่า สหรัฐฯ จะช่วยเหลือไทยทันทีเมื่อถูกรุกราน

จงลำดับเหตุการณ์สำคัญไทยกับสงครามเวียดนาม

  •  สงครามเวียดนามเกิดจากเวียดนามต้องการรวมประเทศเป็นเอกราชและปกครองตามลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่สหรัฐอเมริกามีนโยบายสงครามเย็น คือต่อต้านลัทธิคอมมิวนสต์ เพ่อไม่ต้องการให้จีนและโซเวียตมีอิทธิพลเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ไปทั่วโลก  สหรัฐอเมริกาต้องการให้ไทยเป็นพันธมิตร
  • ไทยผูกพันตนเองกับสหรัฐอเมริกาและสงครามเวียดนามมากขึ้น หลังจากจอมพลถนอม กิตติขจร บริหารประเทศไม่กี่เดือน แผนยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาที่จะบุกโจมตีเวียดนามเหนือ ทำให้ไทยตกเป็นฐานทัพปฏิบัติการของอเมริกา
  • ไทยเข้ารบในสงครามเวียดนาม โดยส่งทหารอากาศและทหารเรือ เข้าไปในเวียดนาม   และทหารบกหน่วยจงอางศึกและหน่วยกองพลเสือดำ นอกจากนี้ยังมีทหารอาสาสมัครประเภทรับจ้างชั่วคราว คือ ทหารเสือพราน
  • รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร มีปัญหาเรืองการแทรกซึมและบ่อนทำลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ภายในประเทศ แต่ไทยก็ยืนหยัดอยู่กับฝ่ายโลกเสรีในสงครามเวียดนาม

จงลำดับเหตุการณ์การต่างประเทศของไทยหลังสงครามเวียดนามถึงปัจจุบัน

  • เหตุการณ์ภายในประเทศเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 มีผลเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทหาร ซึ่งยึดนโยบายพึ่งสหรัฐอเมริกามาเป็นรัฐบาลที่มีแนวทางอิสระมากขึ้น ไทยลดการพึ่งพาสหรัฐอเมริกาหันไปสนใจประเทศอื่นๆ รวมทั้งประเทศในค่ายคอมมิวนิสต์ และเริ่มนโยบายต่างประเทศที่เป็นตัวของตัวเอง
  • นับจากปี 2516 เมื่อความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาที่ให้กับไทยลดน้อยลง ไทยพันไปคบหากับประทศคอมมิวนิสต์มากขึ้น  โดยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตกับจีน ภายใต้รัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และยังมีการแลกเปลีย่นทางการค้าและทางวัฒนธรรมกับสหภาพโซเวียตเพิ่มขึ้น
  • ไทยได้ร่วมกับฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ก่อตั้งสมาคมอาสา และได้ร่วมก่อตั้งสมาคมอาเซียน แต่ในขณะนั้นรัฐบาลยังคงยึดนโยบายพึ่งพามหาอำนาจอยู่ ไทยจึงไม่ได้สนใจสมาคมอาเซียนเท่าที่ควร ต่อมารัฐบาลไทยยึดนโยบายต่างประเทศที่เน้นการส่งเสริมสัมพันธไมตรี เพื่อสร้างสรรค์ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นเขตสันติภาพ เสรีภาพและความเป็นกลาง

จงสรุปปัญหาปราสาทเขาพระวิหารและเขตแดนไทย กัมพูชา

  • สัญญาปักปันเขตแดนไทย ฝรั่งเศสสมัยรัชกาลที่ 5 ปักปันให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในเขตแดนของกัมพูชา แต่ด้วยหลักสันปันน้ำและภูมิประเทศที่ทางขึ้นปราสาทเขาพระวิหารอยู่ฝั่งไทย ทำให้ไทยถือว่าปราสาทเขาพระวิหารควรจะเป็นดินแดนของไทย
  • กัมพูชาและไทยได้นำกรณีพิพาทปราสาทเขาพระวิหารขึ้นสู่การพิจารณาของศาลโลก ซึ่งตัดสินให้ตัวปราสาทและพื้นที่โดยรอบบางส่วนเป็นของกัมพูชา แต่พื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ยังเป็นกรณีพิพาท
  • ในปี 2550 กัมพูชาต้องการนำปราสาทเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งไทยคัดค้าน และเห็นว่าไทยควรมีส่วนร่วมบริหารจัดการโดยควรนำพื้นที่ร่วมโบราณสถานผาอีแดงขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย แต่กัมพูชาปฏิเสธ ทำให้เกิดการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้ทหารและประชาชนของทั้งสองฝ่ายเสียชีวิตหลายคน
  • ปี 2554 ภาคีมรดกโลกแห่งยูเนสโก ตัดสินใจขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารของกัมพูชาเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว ทำให้ไทยด้วยการเดินออกจากที่ประชุมและประกาศลาออกอย่างไม่เป็นทางการจากภาคีมรดกโลก ส่งผลให้แผนพัฒนาปราสาทเขาพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรของกัมพูชาชะงักงัน

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s