::เรื่องที่ 4 พัฒนาการเศรษฐกิจไทย ::

  1. โครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบันมีลักษณะอย่างไร
    1. เศรษฐกิจแบบศักดินา
    2. เศรษฐกิจแบบพอยังชีพ
    3. เศรษฐกิจแบบเกษตร
    4. เศรษบกิจแบบการค้าและเงินตรา
    5. เศรษฐกิจแบบผสมและทุนนิยม
  2. ลักษณะของเศรษฐกิจแบบศักดินาเป็นอย่างไร
    1. ชนชั้นผู้ปกครองเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต
    2. ที่ดินเป็ฯของพระมหากษัตริย์แต่พระองค์เดียว ประชาชนมีสิทธิ์เพียงทำกินบนที่ดินเท่านั้น การมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพ่งปรากฏในภายหลัง
    3. แรงงานถูกควบคุมอยู่ภายใต้ระบบไพร่
    4. ผลผลิตส่วนเกินของสังคมตกอยู่กับชนชั้นผู้ปกครอง
    5. ทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ของสามัญชนมีน้อย
    6. ผลของระบบศักดินาไม่ทำให้เกิดการสะสมทุน ระบบศักดินายังคงอยู่จนถึงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงได้สลายลง
  3. ลักษณะของเศรษฐกิจแบบยังชีพเป็นอย่างไร
    • ลักษณะเศรษฐกิจตั้งแต่่สมัยสุโขทัย ถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นเป็นแบบธรรมชาติหรือแบบพอยังชีพ ซึ่งมีศูนย์กลางสำคัญอยู่ที่ หมู่บ้าน การผลิตมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการบริโภคในชุมชน ผลผลิตที่เหลือส่งเป็นภาษีอากรให้แก่รัฐ และแลกเปลี่ยนภายในชุมชน เศรษฐกิจแบบนี้มีการแลกเปลี่ยนโดยใช้เงินตราน้อย
  4. ลักษณะเศรษฐกิจการเกษตรคืออะไร
    • พื้นฐานการเศรษฐกิจของไทย คือการเกษตร ทำเลที่ตั้งอาณาจักรต่างๆ อยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำ เหมาะแก่การปลูกข้าว ซึ่งต้องพึ่งพาธรรมชาติ โดยมีกำลังคนเป็นแรงงานสำคัญ
  5. ลักษณะเศรษฐกิจการค้าและเงินตราเป็นอย่างไร
    • การค้าภายในและภายนอกเริ่มปรากฏในสมัยสุโขทัย แต่การค้าเป็นรายได้หลักในสมัยอยุธยา การค้าระหว่างประเทศดำเนินการผูกขาดโดยพระมหากษัตริย์  ขุนนางผู้ใหญ่ในนามพระคลังสินค้าและชาวต่างชาติ เศรษฐกิจการค้าเติบโตหลังจากทำสนธิสัญญาเบาริงกับอังกฤษ ทำให้การแลกเปลี่ยนแบบเงินตรามีความสำคัญขึ้น
  6. ลักษณะเศรษฐกิจแบบผสมและทุนนิยมเป็นอย่างไร
    • เมื่อไทยเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 1 มุ่งไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ต้องใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบผสม คือ รัฐควบคุมกิจการสำคัญด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการในรูปรัฐวิสาหกิจ  เมื่อภาคเอกชนมีความเข้มแข้ง พ่อค้านายทุนมีบทบาทสำคัญ จึงพยายามผลักดันโยบายเศรษฐกิจแบบทุนนิยม  เช่น การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ปัจจุบัน ประเทศไทยเข้าสู่ระบบทุนนิยมแล้วอย่างเต็มตัว
  7. สรุปลักษณะสำคัญของเศรษฐกิจในสมัยสุโขทัย
    • เกษตรกรรม อาศัยธรรมชาติเป็นหลัก มีการทำนา ล่าสัตว์ จับปลา และการสร้างเขื่อนดิน สรีดภงส์ หรือ ทำนบพระร่วง
    • หัตถกรรมที่สำคัญได้แก่ ถ้วยชามสังคโลก
    • การค้าภายในที่สำคัญได้แก่ กับประเทศจีนในรูปบรรณาการ คือ การฝากสินค้าไปขายพร้อมกับเรือบรรณาการ
    • การค้าขายส่วนใหญ่อยู่ในรูปแลกเปลี่ยนสิ่งของ ระบบเงินตราไม่แพร่หลาย
    • ไม่เก็บภาษีจังกอบ
  8. สรุปลักษณะเศรษฐกิจในสมัยอยุธยา
    • เศรษฐกิจเหมือนสุโขทัย แต่อยุธยาสามารถผลิตข้าวได้มากจนเป็นสินค้าออกที่สำคัญ
  9. อธิบายการค้าสมัยอยุธยา
    • การค้าภายใน   ช่วงตอนปลายอยุธยาเริ่มใช้เงินตรา แต่สามัญชนไม่มีโอกาสทำการค้าเพราะต้องถูกเกณฑ์แรงงาน การค้าส่วนใหญตกอยู่ในมือชนชั้นสูงและชาวจีน
    • การค้ากับต่างประเทศ ที่ทำรายได้มากทีสุดคือ จีน ยังคงใช้ระบบบรรณาการ เริ่มมีพ่อค้าจากยุโรปเข้ามาค้าขาย เช่น โปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษและฝรั่งเศส ในสมัยพระนารายณ์ การค้ากับต่างประเทศถูกผูกขาดโดยพระคลังสินค้า แต่ผลประโยชน์ตกอยู่กับกษัตริย์และขันนาง ประชาชนค้าขายเองไม่ได้
    • การค้าสำเภาหลวง มีลักษณะการค้าบรรณาการ และการค้าผูกขาดของหลวง มีกรมพระคลังสินค้าดำเนินการ เริ่มมีในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิ ได้แก่ สินค้าต้องห้าม เป็นสินค้าที่หายาก ราคาสูง เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ ซึ่งกรมพระคลังสินค้าซื้อขายแต่เพียงผู้เดียว สินค้าเข้าได้แก่ ปืนไฟ กระสุน กำมะถัน สินค้าออกที่สำคัญ ได้แก่ ไม่กฤษณา งาช้าง ไม้จันทน์ ไม้ฝาง  การค้าหลวงทำกำไรได้มาก สินค้าส่วนใหญ่ที่ขายมาจากไพร่เสียแทนการรับราชการ หรือภาษีอากรในรูปผลิตผล เช่น หางข้าว ซึ่งไม่ต้องลงทุน
  10. พระคลังสินค้ามีความสำคัญอย่างไร
                 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ได้ตั้งพระคลังสินค้าเป็นหน่วยงานดำเนินผูกขาดทางการค้า สินค้าทุกชนิดที่จะผ่านเข้าออกในราชอาณาจักรต้องผ่านหน่วยงานนี้ก่อน พระคลังสินค้ามีสิทธิ์ที่จะเลือกซื้อสินค้าที่ชาวต่างชาตินำเข้ามาได้ก่อนประชาชน และซื้อได้ในราคาที่ถูกและยังกำหนดสินค้าประเภทต้องห้ามที่ประชาชนไม่สามารถทำการซื้อขายเองได้ ต้องนำมาขายให้กับพระคลังสินค้าก่อน รายการสินค้าต้องห้ามที่กำหนด ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ชาวต่างชาตินิยม เช่น อาวุธ อาหาร ของหายากต่างๆพ่อค้าต่างชาติคนใดต้องการซื้อต้องมาซื้อที่พระคลังสินค้าเท่านั้น ทำให้พระคลังสินค้ามีรายได้เข้าสู่รัฐได้เป็นอย่างมาก ควบคุมไม่ให้ชาติหนึ่งชาติใดมีอิทธิพลทางการค้ามากเกินไป แต่มีข้อเสียคือ ต่างชาติเสียเปรียบในระบบการค้าแบบนี้และพ่อค้าชาวไทยขาดความรู้ความเข้าใจใน การดำเนินการค้าขาย เพราะไม่มีโอกาสทำการติดต่อกันได้โดยตรงนอกจากจะได้รับอนุญาตเป็นรายๆ ไป
  11. ภาษีอากรในสมัยอยุธยามีกี่ประเภท อะไรบ้าง
    • จังกอบ
    • ฤชา
    • อากร
    • ส่วย
  12. จงอธิบายเศรษฐกิจในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    • เศรษฐกิจแบบยังชีพ แต่การค้าก็ขยายตัวมากขึ้น การผลิตเพื่อการค้าอาศัยแรงงานคนจีนอพยพ  ด้านการเกษตรเหมือนสมัยอยุธยาเริ่มขาดแคลนข้าวมากสมัยธนบุรีและรัชกาลที่ 1
    • อุตสาหกรรมเป็นแบบครัวเรือน ผลิตใช้เองมากกว่าขาย อุตสาหกรรมน้ำตาลเริ่มเข้ามาสมัยรัชกาลที่ 2 โดยใช้แรงงานคนจีน เมื่อชาวจีนอพยพมามากไทยต้องเก็บภาษีต่างด้าว เรียกว่า การผูกปี้
    • การค้าภายในส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือชาวจี่น ส่วนการค้าต่างประทเศ มีการแต่งสำเภาไปค้ากับต่างประเทศได้กำไรมากกว่าด้านอื่นๆ  มีการทำสนธิสัญญาเบอร์นี่กับอังกฤษ ทำให้เปิดเป็นการค้าเสรีมากขึ้น  ยกเว้นสินค้าที่ไม่เสรี เช่น ข้าว อาวุธ ฝิ่น ภาษีการค้าเก็บเหมาเป็นค่าปากเรือบรรทุกสินค้าเข้ามาว่าละ 1,700 บาท  ส่วนเรือบรรทุกเปล่า เก็บวาละ  1,500 บาท
    • การค้ากับต่างประเทศเฟื่องฟูมากที่สุดสมัยรัชกาลที่ 3
  13. สรุปสภาพเศรษฐกิจสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    • เศรษฐกิจสมัยรัชกาลที่ 1-2 อยู่ในสภาพเลี้ยงตัวได้ เพราะการสงครามยังมีอยู่
    • เศรษฐกิจสมัยรัชกาลที่ 3 ดีขึ้นมาก มีการค้าสำเภาและการผูกขาดพระคลังสินค้า มีการปรับปรุงภาษีอากร รายได้แผ่นดินจึงมีมาก
  14. สาระสำคัญของสนธิสัญญาเบาริงคืออะไร
    1. คนอังกฤษทุกคนที่เข้ามาค้าขายในสยามได้รับความคุ้มครองช่วยเหลือ อนุญาตให้เช่าบ้านเรือนทำการค้าได้ ทำให้เกิดการตั้งกงสุลอังกฤษเพื่อดูแลผลประโยชน์
    2. คนในบังคับของอังกฤษ เมื่อมีคดีให้ขึ้นศาลกงศุลอังกฤษ ทำให้เกิดการเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
    3. ไทยเก็บภาษีขาเข้าได้ไม่เกินร้อยละ 3 และยกเลิกภาษีปากเรือ
    4. ยกเลิกการผูกขาดพระคลังสินค้า
    5. พ่อค้าอังกฤษนำสินค้ามาค้าขายได้ทุกชนิดยกเว้นปืน ต้องขายให้รัฐบาลเท่านั้น ส่วนฝิ่นขายให้แก่เจ้าภาษีฝิ่น
    6. การค้าเป็นไปโดยเสรี
    7. อยุญาติให้ข้าเป็นสินค้าออกได้  และนำฝิ่นเข้ามาจำหน่ายแก่เจ้าภาษีฝิ่น
    8. สัญญาไม่มีกำหนดอายุสิ้นสุด
  15. ผลกระทบทั้งด้านบวกและลบของสนธิสัญญาเบาริงคืออะไร
    • ด้านบวก 
      1. ไทยดำรงรักษาเอกราชไว้ได้ และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อตะวันตก
      2. ไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่ตะวันตก และเกิดการค้าเสรี
      3. เศรษฐกิจเจริญก้าวหน้าขึ้น มีการสร้างถนน
      4. เศรษฐกิจเงินตราขยายตัวมากขึ้น รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าให้ตั้งโรงกษาปณ์เพื่อผลิตเงินเหรียญขึ้นใช้
      5. การปลูกข้าวขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นสินค้าออกที่สำคัญของไทย
      6. การขยายตัวของพิ้นที่นา และสร้างระบบชลประทาน ขุดคลอง เช่น โครงการรังสิตในสมัยรัชกาลที่ 5
      7. ทำให้เกิดแรงงานเสรีอิสระมากขึ้น รัชกาลที่ 5 จึงเห็นประโยชน์ของการเลิกไพร่ ทาส
      8. ไทยได้รับวิทยาการสมัยใหม่และวัฒนธรรมที่มีประโยชน์มาพัฒนาประเทศ
    • ด้านลบ 
      1. เสียเอกราชทางการศาล
      2. การยกเลิกระบบพระคลังสินค้าทำให้เสียรายได้ เนื่องจากเก็บภาษีขาเข้าได้เพียงร้อยละ 3
      3. สัญญาไม่มีกำหนดสิ้นสุด
      4. อำนาจศาลกงสุลทำให้เกิดปัญหายุ่งยากในการปกครอง
      5. การเปิดประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยผูกพันกับต่างประเทศ ถูกครอบงำจากทุนต่างชาติมากขึ้น
  16. สมัยรัชกาลที่ 5 มีการปฏิรูปการคลังอย่างไรบ้าง
    1. จัดตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์
    2. ยกฐานะกรมพระคลังมหาสมบัติเป็นกระทรวงดุแลเรืองการเก็บภาษีอากร
    3. จัดทำงบประมาณแผ่นดิน
    4. แยกทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ออกจากทรัพย์สินของประเทศ
  17. จงอธิบายการค้าต่างชาติและการธนาคารในสมัยรัชกาลที่ 5
    • ไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบทำให้บริษัทตะวันตกมาตั้งห้างค้าขายและลงททุนประกอบการ มีการตั้งธนาคารพาณิชย์สาขาของต่างประเทศ เพื่ออำนวยประโยชน์และความสะดวกด้านการค้าของบริษัทต่างประเทศ ส่วนประเทศไทยได้ตั้ง book club ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นแบงค์สยามกัมมาจลทุน ปัจจุบันคือ ธนาคารไทยพาณิชย์
  18. สาเหตุสำคัญที่่ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำในสมัยรัชกาลที่ 6 เนื่องจาก
    1. รัฐต้องใช้จ่ายเงินเพื่อปฏิรุปและพัฒนาประทเศต่ามนโยบายที่รัชกาลที่ 5 ดำเนินไว้เป็นจำนวนมาก
    2. เก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าที่กำหนด
    3. เกิดอุทกภัย ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย
    4. ผลของสงครามโลกครั้งที่ 1
    5. รัชก่าลที่ 6 ทรงใช้จ่ายพระราชทรัพย์มาก
  19. การแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมทางเศรษฐกิจสมัยรัชกาลที่ 6 คืออะไร
    1. การกู้ยืมเงินธนาคารพาณิชย์ของประเทศตะวันตกประมาณ 3.5 ล้านปอนด์
    2. การจัดตั้งสภาการคลัง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางการคลังของประเทศ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
  20. สาเหตุของการเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในสมัยรัชกาลที่ 7 เนื่องจากอะไร
    1. ฐานะทางเศรษฐกิจของไทยทรุดโทรมลงตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6
    2. ผลผลิตทางการเกษตรไม่เพิ่มขึ้น
    3. เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
    4. ปัญหาการขาดแคลนเงินคงคลัง
    5. รายได้หลักของประเทศจากการส่งข้าวเป็นสินค้าออกไม่แน่นอน
  21. แนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในสมัยรัชกาลที่ 7 คืออะไร
    1. ดำเนินนโยบายลดรายจ่ายภาครัฐบาลลง
    2. ดำเนินนโยบายทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพเงินบาท
  22. เค้าโครงการเศรษฐกิจหรือสมุดปกเหลือง คืออะไร
    • หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พลวงประดิษฐ์ มนูธรรมหรือนายปรีดี พนมยงค์ เสนอเค้าโครงเศรษฐกิจหรือสมุดปกเหลืองต่อรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์จัดเศรษฐกิจของชาติให้ดีขึ้น โดยให้รัฐเป็นผู้ประกอบการเศรษฐกิจเองด้านกษตรและอุตสาหกรรม ให้ราษฏรทุกคนเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างรัฐ โดยรัฐประกันความสุขสมบูรณ์แก่ราษฏร ซึ่งค่อนข้างไปทางสังคมนิยม ทำให้รัฐบาลไม่พอใจ  รัชกาลที่ 7ทรงพระราชนิพนธ์  สมุดปกขาว ตอบโต้สมุดปกเหลือง  คณะรัฐมนตรีจึงไม่ยอมรับเค้าโครงการเศรษฐกิจแบบนี้
  23. นโยบายเศรษฐกิจของคณะราษฏร คืออะไร
    • รักษาเอกสาราทางเศรษฐกิจ และบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฏรทางเศรษฐกิจ โดยหางานใหม่ให้ราษฏรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งช่าติไม่ให้ราษฏรลำบาก
  24. นโยบายเศรษฐกิจชาตินิยม คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร
    • สมัยจอมพล ป.พิบูลสงครามดำเนินนโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คนไทยทุกคนมีงานทำและประกอบอาชีพ ขจัดการครอบงำทางเศรษฐกิจของต่างชาติ เช่น การสงวนอาชีพให้คนไทย เรียกร้องให้ใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ  และจัดตั้งรัฐวิสาหกิจ โอนกิจกรรมของชาวยุโรปมาดำเนินการเอง เช่น ป่าไม้ เหมืองแร่ โรงงานยาสูบ โรงงานกลั่นน้ำมัน เป็นต้น
  25. จงอธิบายเศรษฐกิจภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
    • ไทยต้องเผชิญปัญหาเงินเฟ้อและการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ เมื่อจอมพล ป.พิบูลสงครามดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบชาตินิยม และการลงทุนของรัฐบาลในรูปรัฐวิสาหกิจที่เรียกว่า ทุนนิยมโดยรัฐ
  26. การดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบันส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างไร
    • การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ ปัจเจก ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงต่อเนื่องจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 พัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ ทุนสังคม ทุนกายภาพ ทุนทางการเงิน ทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทุนทางวัฒนธรรมมาใช้ประโยชน์  สร้างฐานทางปัญญาเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีคุณภาพ  มีแบบแผนการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  สร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรและความมั่งคั่งด้านอาหารและพลังงาน รวมทั้งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเสริมสร้างระบบธรรมาภิบาลและความสมานฉันท์เป็นฐานการพัฒนาประเทศที่มั่นคงและสมดุล มุ่งสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุขและเป็นธรรม
  27. จงอธิบายวิกฤตเศรษฐกิจไทย พ.ศ. 2545 (โรคต้มยำกุ้ง)
    • ปลายปี 2539-2542 ไทยต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก  เพราะเศรษฐกิจเจริญเติบโตเร็วเกินไป  ขยายการลงทุนมากเกินไป นำไปสู่การกู้ยืมเงินตราต่างประทเศ เพื่อขยายการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง  ประชาชนใช้สอยจับจ่ายเกินตัว เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ เมื่อการลงทุนผิดพลาด อสังหาริมทรัพย์ขายไม่ออก ราคาหุ้นเริ่มตกต่ำลงส่งผลให้การลงทุนขาดทุน ต่างชาติขาดความเชื่อถือค่าเงินบาท หนี้สินค้างประเทศมากขึ้น ธุรกิจล้มละลาย สถาบันการเงินขาดทุน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  28. จงอธิบายวิกฤตการณ์ซับไฟร์มและแฮมเบอร์เกอร์ที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
    • ปลายปี 2550 เกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา เรียกว่า Sub-Prime Crisis จากการที่ธนาคารยักษ์ใหญ่ในอเมริกาปล่อยเงินกู้ให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ของผู้มีฐานะปานกลางและยากจน ซึ่งลูกหนี้เหล่านี้ไม่สามารถผ่อนชำระเงินกู้ได้  ธนาคารขาดสภาพคล่องต้องปิดกิจการ เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อธุรกิจและตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก เนื่องจากธนาคารใหญ่ๆ ของโลกล้วนทำธุรกรรมกับธนาคารในสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น
    • วิกฤตการณ์นี้กระทบรุนแรงมากขึ้นในเดือน ก.ย.2551 ซึ่งเรียกว่า วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ เมื่อธนาคารยักษ์ใหญ่เลห์แมน บราเธอร์ส ต้องล้มละลายลง ส่งผลยังบริษัทวาณิชธนกิจขนาดใหญ่อย่างเอไอจี บริษัทแม่ของ AIA ต้องขายกิจการให้แก่รัฐบาล เพื่อเข้าพยุงฐานะของบริษัท ทำให้เกิดความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ สำหรับประเทศไทยแม้ผลกระทบไม่รุนแรง เนื่องจากวาณิชธนกิจเหล่านั้นไม่ได้มีเงินลงทุนในประเทศไทยมากนัก แต่ส่งผลทางอ้อมจากสินค้าส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรปได้ชะลอตัว

1 Comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

One response to “::เรื่องที่ 4 พัฒนาการเศรษฐกิจไทย ::

  1. koon

    ขอเฉลยหน่อยคร้าบบ

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s