:: เรื่องที่ 2 การเปลี่ยนแปลงการปกครองหลัง พ.ศ.2475 สู่ประชาธิปไตย ::

  1. จงอธิบายบทบาทของกบฏบวรเดช
    • กบฏบวรเดชมีพระองค์เจ้าบวรเดช เป็นผู้นำ โดยได้รับการสนับสนุนจากทหารหัวเมืองนครศรีราชสีมา แต่ถูกปราบปรามทำให้กลุ่มผู้มีอำนาจเดิมซึ่งพยายามฟื้นฟูอำนาจการปกครองระบอบเดิมถูกทำลาย กบฏครั้งนี้ทำให้ผู้นำทหารในการปราบกบฏ คือ พันตรีหลวงพิบูลสงคราม (จอมพล ป.พิบูลสงคราม) มีชื่อเสียงขึ้นมา
  2. จงอธิบายรัฐประหาร/เหตุการณ์ต่อไปนี้

รัฐประหาร พ.ศ.2490

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พลเรือนที่มีบทบาทต่อต้านญี่ปุ่นและมีบทบาททางการเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรี เช่น ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายปรีดี พยมยงค์ แต่มีปัญหาการฉ้อราษฏร์บังหลวง และการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทำให้ทหารใช้เป็นข้ออ้างในการทำกระทำรัฐประหาร โดยมีพันเอก พลวงกาจสงครามและพลโท ผิน ชุณหะวัณ เป็นผู้นำ   จอมพล ป.พิบูลสงคราม เข้ามามีบทบาททางการเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรีอีก     จนกระทั่่งปี พ.ศ.2500 ทหารเข้ามามีบทบาทรวมทั้งกลุ่มซอยราชครู  ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐอเมริกาในฐานะมหามิตรได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง มีการร่วมมือเพื่อต่อต้านการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเซีย

รัฐประหาร พ.ศ.2501

ในปี พ.ศ.2500 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ทำการรัฐประหารรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม โดยมีพลเอกถนอม กิตติขจร ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ.2501 จอมพลสฤษดิ์ได้ทำการรัฐประหารอีกครั้ง ทำให้ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร นานถึง 16 ปี รัฐธรรมนูญให้อำนาจอย่างมากแก่นายกรัฐมนตรีซึ่งได้แก่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และจอมพลถนอม กิตติขจร อุดมการณ์ทางการเมืองที่สำคัญของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ก็คือ การนำแนวคิดการปกครองแบบพ่อปกครองลุก สมัยสุโขทัย มาประยุกต์ใช้ แนวคิดนี้ให้ความสำคัญแก่ พ่อขุน ในฐานะผุ้นำที่มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน ข้าราชการและประชาชนเป็นผู้ปฏิบัติตามนโยบายของผุ้นำหรือพ่อขุน

วันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516

วันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 เป็นเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครอง เป็นวันที่ประชาชนลุกฮือร่วมกันต่อต้านเผด็จการทหารที่ครอบงำประเทศอยู่เป็นเวลานาน โดยมีศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่เป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวต่างๆ เป็นผลให้จอมพลถนอม กิตติขจรนายกรัฐมนตรีต้องสิ้นอำนาจไป สัญลักษณ์ของการเป็นประชาธิปไตยที่สำคัญคือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2517 ซึ่งถือเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่ง

เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519

การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 ได้ถูกคัดค้านจากหลายฝ่ายที่มองว่าได้รับการหนุนหลังจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กระแสการคัดค้านการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยได้นำไปสู่การปราบปรามนักศึกษาและประชาชนในวันที่ 6 ต.ค.2519 และการรัฐประหารล้มรัฐธรรมนูญ โดยมีพลเรือเอกสงัด ชลออยู่เป็นผู้นำ มีการกวาดจับบุคคลต่างๆ ที่เคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ทำให้นักศึกษาและประชาชนจำนวนมากหนีเข้าป่า เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเวลาที่นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีภายใต้เผด็จการรัฐบาลพลเรือน

รัฐประหาร พ.ศ.2520

นโยบายขวาหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ทำให้เกิดการคัดค้านจากภายในและภายนอกประเทศ    ในที่สุด วันที่ 20 ตุลาคม 2520 พลเรือเอกสงัด ชลออยู่จึงกระทำรัฐประหารล้มรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร และแต่งตั้งให้ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทร์เป็นนายกรัฐมนตรี มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 และในปี พ.ศ.2522 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีและอยู่ในตำแหน่งนานถึง 9 ปี ในระยะเริ่มต้นของการใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 การเมืองการปกครองไทยได้ชื่อว่า เป็นสมัยประชาธิปไตยครึ่งใบ ซึ่งช่วงนี้มีความพยายามที่จะทำการรัฐประหารถึง 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2524 และวันที่ 9 ก.ย.2525 แต่ไม่สำเร็จ ภายหลังการเลือกตั้ง ทั่วไปใน ปี พ.ศ.2531 พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ หัวหน้าพรรคชาติไทยได้เป็นนายกรัฐมนตรี

รัฐประหารของคณะ ร.ส.ช.และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 ถูกยกเลิกโดยคณะผู้รักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (ร.ส.ช) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534 หลังจากนั้นได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี  กำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในวันที่ 22 มี.ค.2535 หลังจากเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ได้เกิดเหตุการณ์ คือ พฤษภาทมิฬ วันที่ 17-18 พ.ค.2535 จากการต่อต้าน พอเอกสุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรีที่ไมได้มาจากการเลือกตั้ง   พลเอกสุจินดา คราประยูร ลาออกจากตำแหน่ง และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้นายอานันท์ ปันยารชุนเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นวาระที่ 2 และได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้งเมื่อวันที่ 13 ก.ย.2535 โดยพรรคประชาธิปปัตย์ ซึ่งได้รับคะแนนเสียงมากที่สดเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีนายชวน หลีกภัยหัวหน้าพรรคประชาฺธิปัตย์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ผลกระทบของเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

    • ทำให้ทหารต้องลดบทบาททางการเมืองลงอย่างมาก
    • ประชาชนมีความตื่นตัวทางจิตสำนึกทางการเมืองมากขึ้น
    • โอกาสเกิดการปฏิวัติรัฐประหารจากทหารเป็นไปได้ยากมากขึ้น
    • นักธุรกิจหันมาสนใจเล่นการเมืองมากขึ้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง
    • สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรถูกตรวจสอบพฤติกรรมและจิตสำนึกมากขึ้น เนื่องจากท่าทีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรบางคนที่โน้มเอียงสนับสนุนอำนาจเผด็จการ
    • นำไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ วันที่ 13 กันยายน 2535 ทำให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อันมีแนวโ้น้มให้ประเทศไทยรุดหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

รัฐบาลชวน 1 ถึงรัฐบาลทักษิณ 2

เมื่อรัฐบาลนายชวน หลีกภัย บริหารประเทศได้ไม่ครบเทอม เนื่องจากปัญหาการแจกที่ดินทำกินหรือ สปก.4-01 และการถอนตัวของพรรคพลังธรรม รัฐบาลจึงยุบสภาและจัดให้ีมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในวันที่ 2 ก.ค.2538 ผลการเลือกตั้ง ทำให้นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถูกอภิปรายไม่่่ไว้วางใจรัฐบาลจนต้องประกาศ  มีการเลือกตั้งใหม่ พ.ศ.2539   พรรคความหวังใหม่ได้เสียงข้างมาก สามารถจัดตั้งรัฐบาล โดยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี  แต่ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจจนถึงขั้นประกาศลดค่าเงินบาท ส่งผลให้เศณษฐกิจทรุดตัวอย่างหนัก รัฐบาลขาดความไว้วางใจจากประชาชนต้องประกาศลาออก   ปลายปี 2540 พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเสียงข้างมากสามารถจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อหมดสมัย มีการเลือกตั้งใหม่ ครั้งที่ 22 พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้พรรคไทยรักไทย ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงตั้งพรรคผสมกับพรรคชาติไทย ชาติพัฒนา และบริหารประเทศได้ครบวาระ 4 ปี และยังชนะการเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 2 ได้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากพรรคเดียวครั้งแรกในปรวัติศาสตร์การเมืองไทยและเป็นรัฐบาลสมัยที่ 2

รัฐบาล ค.ม.ช. รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

รัฐบาลทักษิณ บริหารประเทศจนถึง 19 ก.ย.2549 ถูกพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน และคณ 4 เสือ ภายใต้ชื่อรัฐบาล ค.ม.ชหรือคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ รัฐประหารด้วยข้อหา ทุจริต คอรัปชั่น และทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ จนต้องลี้ภัยไปอยู่อังกฤษ รัฐบาล ค.ม.ช แต่งตั้ง พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศจนครบหนึ่งตามปัญญา ก็จัดให้มีการเลือกตั้งและร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 18 พ.ศ.2550 ประกาศใช้จนสำเร็จ

ผลการเลือกตั้ง พรคพลังประชาชน (ชื่อใหม่ของพรรคไทยรักไทย) ภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช ชนะการเลือกตั้ง ร่วมกับพรรครัฐบาลอีก 5 พรรคจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่่ายค้าน ต่อมานายสมัคร สุนทรเวชต้องคดีความ พรรคพลังประชาชนเลือกนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26

รัฐบาลนายสมชาย บริหารประเทศได้ 4 เดือน ก็ถูกศาลปกครองสั่งยุบพรรคพลังประชาชน  พรรคประชาธิปัตย์สามารถรวบรวมสมาชิกสภาผู้แทน โดยมีพรรครัฐบาลเดิมมาร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ คือ พรรคชายไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย  พรรคเพื่อแผ่นดิน  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27  เข้าบริหารประเทศตั้งแต่ปลายปี 2551 แต่รัฐบาลต้องเผชิญปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจและอุทกภัยตลอดปี 2552-2553

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 เกิดจลาจลกลางกรุงเทพมหานคร ผลการปราบปรามทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 คน ส่งผลให้สังคมไทยเกิดความแตกแยกอย่างหนัก รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ผลการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะโดยได้เสียงข้างมาก จึงจัดการบริหารประเทศ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2554 โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

1 Comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

One response to “:: เรื่องที่ 2 การเปลี่ยนแปลงการปกครองหลัง พ.ศ.2475 สู่ประชาธิปไตย ::

  1. เยอะจังเลยย ….. ^^”

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s