:: หน่วยที่ 2 สังคมอินเดียก่อนพุทธกาลและความสำคัญของพระพุทธศาสนา ::

  1. จงอธิบายสภาพสังคมอินเดียโบราณสมัยก่อนพุทธกาลในด้านการเมืองการปกครองและด้านสังคม
    1. ด้านการเมืองการปกครอง ดินแดนชมพูทวีปประกอบด้วยแคว้นต่างๆ ที่เรียกว่า ชนบท มีรูปแบบการปกครอง 2 ลักษณะ คือ ราชาธิปไตยและสามัคคีธรรม  
    2. ด้านสังคม เป็นสังคมชนชั้น วรรณะ  ได้แก่ วรรณะพราหมณ์  กษัตริย์ แพศย์ และศูทธ ส่วนพวกนอกวรรณะคือจัณฑาล
  2. การปกครองแบบราชาธิปไตย และสามัคคีธรรมมีลักษณะอย่างไร
    1. ราชาธิปไตย หรือ สมบูรณาญาสิทธิราช กษัตริย์เป็นใหญ่  สิ่งที่เหนี่ยวรั้งอำนาจ คือ หลักธรรมของศาสนา
    2. สามัคคีธรรม  มีลักษณะคล้ายคลึงกับประชาธิปไตย คือ กษัตริย์ไม่มีสิทธิ์อำนาจในการปกครองแต่เพียงผู้เดียว  การบริหารประเทศดำเนินการโดยรัฐสภา เป็นการรวมหลายรัฐเข้าด้วยกัน 
  3. แนวการปฏิบัติเพื่อให้พ้นทุกข์
    1. การหมกมุ่นในความสุขทางโลก หรือกามารมณ์
    2. การบำเพ็ญตบะ
    3. การฝึกโยคะ 
  4. ฐานะและความสำคัญของพระพุทธเจ้า
    1. ทรงเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์โลก และ
    2. ทรงเป็นศาสดาเอกของโลก
  5. การฝึกฝนตนเองอย่างสูงสุดของพระพุทธเจ้า
    1. การบำเพ็ญบารมี 10 ดังปรากฏในทศชาติชาดก
    2. การฝึกฝนพัฒนาตนเองด้วยความอดทนและความเพียรพยายามอย่างสูงสุด เช่น
    • การไปศึกษายังสำนักดาบส
    • การบำเพ็ญทุกรกิริยา
    • การบำเพ็ญเพียรทางจิต 
  6. พระพุทธศาสนามีความสำคัญต่อพุทธศาสนิกชน ดังนี้
    1. พระพุทธศาสนาเน้นการพัฒนาศรัทธาและปัญญาที่ถูกต้อง
    2. พระพุทธศาสนามีทฤษฏีและวิธีการปฏฺิบัติที่เป็นสากล
    3. พระพุทธศาสนามีข้อปฏิบัติที่ยึดทางสายกลาง 
  7. พระพุทธศาสนาเน้นการพัฒนาศรัทธาที่ถูกต้องอย่างไร
    1. เชื่อมั่นในความดีงามของมนุษย์
    2. เชื่อมั่นในกฏแก่งการกระทำ
    3. เชื่อมั่นในผลของการกระทำ
    4. เชือมั่นในการตรัสรูของพระพุทธเจ้า
  8. ความสำคัญของปัญญา และมีกี่ประเภท
    1. ปัญญามี 2 ประเภท คือ ปัญญาทางโลก หรือโลกียปัญญา และปัญญาทางธรรม หรือโลกุตตรปัญญา
    2. ปัญญามีความสำคัญดังนี้
    • เป็นเครื่องมือหาเลี้ยงชีพ
    • เป็นแสงสว่างนำทางให้มนุษย์ได้รู้จักปลดเปลื้องความทุกข์ 
  9. หลักในการสร้างปัญญา
    1. สุตมยปัญญา
    2. จินตมยปัญญา
    3. ภาวนามยปัญญา
  10. พระพุทธศาสนามีทฤษฏีและวิธีการปฏิบัติที่เป็นสากลอย่างไร
    พระพุทธศาสนามีหลักการสั่งสอนที่เป็นหลักการ มีกฏเกณฑ์ชัดเจน เป็นที่ยอมรับว่าเป็นจริง เชื่อถือได้ เมื่อนำไปปฏิบัติจะได้ผลตามนั้น  เป็นคำสอนที่เป็นกลาง ไม่เจาะจงมุ่งเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นจริงนำไปใช้ได้กับผู้คนทุกยุคทุกสมัย เช่น เรื่องอริยสัจ 4 ความจริง
  11. พระพุทธศาสนามีข้อปฏิบัติที่ยึดทางสายกลางอย่างไร
    • ทางสายกลาง หรือ มัชฌิมาปฏิปทา ได้แก่ การปฏิบัติตามหลักอริยมรรค ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติและสัมมาสมาธิ
  12. จงเปรียบเทียบหลักการของพระพุทธศาสนากับหลักวิทยาศาสตร์
    • วิทยาศาสตร์มีหลักการดังนี้
      • เน้นวัตถุนิยม
      • เชื่อว่าความจริงรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัส 
      • ไม่รับความจริงนามธรรมว่ามี
      • มุ่งให้คนเราแสวงหาความสุขทางกาย
      • ให้ความสำคัญมูลค่า มากกว่า คุณค่า
    • พระพุทธศาสนามีหลักการดังนี้
      • เชื่อว่ามีความจริงอื่นนอกวัตถุ
      • ให้ความสำคัญแก่จิต
      • ยอมรับความจริงเรื่องนามธรรม
      • มุ่งให้คนเป็นคนดี
      • มุ่งเน้นความสงบของจิตใจ ความสุขจากการทำความดี
  13. จงอธิบายวิธีคิดแบบพระพุทธศาสนา
    • พระพุทธศาสนาไม่ได้ปฏิเสธความคิดแบบวิทยาศาสตร์ เพราะเป็นวิธีที่ถูกต้องในการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ แต่จะเน้นเชื่อมโยงไปถึงการประมวลค่า เช่น การตัดสินดีชั่ว ซึ่งวิธีคิดนี้ เรียกว่า โยนิโสมนสิการ 
  14. กาลามสูตร 10 ได้แก่่อะไรบ้าง
    1. อย่าเชื่อเพราะได้ยินได้ฟังตามกันมา
    2. อย่าเชื่อเพียงการบอกต่อกันมา
    3. อย่าเชื่อเพียงเพราะข่าวที่รำลือกันมา
    4. อย่าเชื่อเพราะมีอยู่ในตำรา
    5. อย่าเชื่อเพราะตามหลักตรรกศาสตร์ 
    6. อย่าเชื่อเพียงเพราะด้วยการคาดคะเน
    7. อย่าเชื่อเพราะด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
    8. อย่าเชื่อเพราะเข้ากันได้กับทฤษฏีของตน
    9. อย่าเชื่อเพราะเห็นว่าผู้พูดเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ
    10. อย่าเชื่อเพราะนับถือท่านสมณะนี้ว่าเป็นครูของเรา
  15. วิธีคิดแบบปถมนสิการ คืออะไร ได้แก่อะไรบ้าง
    • เป็นการคิดพิจารณาต้องทำให้ถูกทาง คิดได้ตลอดต่อเนื่องกันเป็นลำดับ เป็นความสามารถที่จะคิดในแนวทางที่ถูกต้อง ฉุดรั้งในแนวคิดให้เข้ามาในแนวทางที่ถูกต้อง พิจารณาเหตุผล และสืบค้นได้ถึงต้นเค้า ได้แก่
      • คิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย
      • คิดแบบแยกแยะส่วนประกอบ
      • คิดแบบสามัญลักษณ์
      • คิดแบบแก้ปัญหา
      • คิดแบบพิจารณาหลักการกับความมุ่งหมาย
  16. ความสัมพันธ์ของเหตุปัจจัย เกี่ยวข้องกับหลักธรรมใดบ้าง
    • ปฏิจจสมุปบาท คือ สิ่งทั้งหลายย่อมอาศัยซึ่งกันและกัน
    • อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ
    • องค์ประกอบของการแก้ปัญหา ได้แก่ ปัญญา กรรม และวิริยะ
  17. ปฏิจจสมุปบาท คืออะไร
    • ปฏิจจสมุปบาท คือ สิ่งทั้งหลายย่อมอาศัยซึ่งกันและกัน ถ้าเป็นกฏธรรมชาติที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบบางทีเรียกว่า อิทัปปัจจยตา ย่อมหมายถึง ความเป็นเหตุผลซึ่งกันและกัน จำแนกได้ 12 ประการ ได้แก่ อวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ ตัณหา อุปทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ
  18. อริยสัจ 4 คืออะไร
    • ความจริงอันประเสริฐ ได้แก่
      • ทุกข์ คือ ความไม่สบายกาย ใจ
      • สมุทัย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
      • นิโรธ คือ สภาวะที่ทุกข์ดับ
      • มรรค คือ หนทางดับทุกข์ 
  19. องค์ประกอบของการแก้ปัญหาคืออะไร
    • องค์ประกอบของการแก้ปัญหา ได้แก่ 
      • ปัญญา คือ ความรู้ความเข้าใจว่าปัญหาที่แท้จริงคือสิ่งใด
      • กรรม คือ การลงมือกระทำ
      • วิริยะ คือ ความพากเพียร 
  20. ลักษณะประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนาได้แก่อะไร
    • เหตุผลเป็นใหญ่ หรือธรรมาธิปไตย
    • การไม่บังคับ
    • การยินยอมพร้อมใจ
    • การรับฟังความเห็น
    • การกระจายอำนาจ
    • มติเอกฉันทฺ์
    • การตรวจสอบอำนาจ 
  21. การบริหารพระพุทธศาสนามีลักษณะอย่างไร
    • พระพุทธเจ้ามอบความเป็นใหญ่ให้แก่คณะสงฆ์
    • พระพุทธเจ้าเคารพในมติของคณะสงฆ์
    • พระภิกษุต้องเข้าร่วมในกิจกรรมของคณะสงฆ์
    • พระภิกษุทุกรูปที่เข้าร่วมประชุมมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น
    • ในกรณีที่ภิกษุรูปใดจำเป็นต้องออกจากที่ประชุม จะต้องให้ฉันทะก่อน
    • การทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ ยึดถือประโยชน์สุขส่วนรวมและความถูกต้อง
  22. การศึกษาในทัศนะของพระพุทธศาสนาได้แก่อะไรบ้าง
    • การฝึกอบรมตนเองให้เจริญงอกงาม ทาง กาย ศีล จิตใจ และปัญญา
  23. ขั้นตอนในการศึกษาตามแนวทางพระพุทธศาสนา
    • มี 3 ขั้น ได้แก่ ศีลสิกขา จิตสิกขา และปัญญาสิกขา 
  24. อธิปไตย 3 ได้แก่อะไรบ้าง
    • อัตตาธิปไตย
    • โลกาธิปไตย
    • ธรรมาธิปไตย
  25. อปริหานิยธรรม 7 ได้แก่อะไรบ้าง เป็นหลักธรรมที่เกียวข้องกับการเมืองการปกครองให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 
    • การหมั่นประชุมเป็นเนืองนิตย์
    • การพร้อมเพียงกันประชุม
    • ไม่บัญญัติสิ่งใหม่ๆ ตามอำเภอใจ
    • เคารพนับถือผู้อาวุโสและรับฟังคำแนะนำของท่าน 
    • ไม่ข่มเหงหรือล่วงเกินสตรี
    • เคารพสักการะบูชาปูชนียสถาน วัตถุ 
    • ให้ความคุ้มครองพระสงฆ์
  26. สังคหวัตถุ 4 ได้แก่อะไรบ้าง
    • เป็นหลักธรรมช่วยให้สังคมมีความรักสามัคคีต่อกัน ได้แก่ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตา
  27. สารณียธรรม 6 ได้แก่อะไรบ้าง เป็นหลักธรรมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ได้แก่
    • เมตตากายธรรม
    • เมตตาวจีกรรม
    • เมตตามโนกรรม
    • ศาธารณโภคึ
    • ศีลสามัญญตา
    • ทิฏฐิสามัญญตา
  28. ทศพิธีราชธรรม 10 ได้แก่อะไรบ้าง
    • ทาน
    • ศีล
    • บริจจาคะ
    • มัททวะ
    • อาชชวะ
    • ตบะ
    • อักโกธะ
    • อวิหิงสา
    • ขันติ
    • อวิโรธนะ
  29. พระพุทธศาสนามีความสัมพันธ์กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร
    1. มุ่งให้ประชาชนดำเนินชีวิตตามทางสายกลาง  ปฏิบัติตามหลักมรรคองค์ 8 
    2. มุ่งให้พึ่งตนเองเป็นหลัก 
    3. ส่งเสริมให้ศึกษาหาความรู้ ใช้ปัญญาในการคิดไตร่ตรองเรื่องต่างๆ 
    4. สอนให้ไม่โลภ ตรงกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มีการสร้างภูมิคุ้มกันในการลงทุน 
  30. พุทธจริยวัตรในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน พระพุทธเจ้าทรงดำเนินการอย่างไร
    1. บัญญัติวินัยสงฆ์
    2. กำหนดหน้าที่ให้พุทธบริษัทนำไปปฏิบัติ เรียกว่า พุทธปณิธาน 4
    3. ชี้แนะให้ทำสังคายนาพระธรรมวินัย
    4. ทรงเตือนถึงเหตุแห่งความเจริญและเสื่อมในหลักคำสอนที่มาจาก ความเคารพในพระรัตนตรัย เคารพในการศึกษา เคารพในความไม่ประมาท
  31. พุทธปณิธาน 4 ได้แก่อะไร
    1. ศึกษาพระธรรมให้ชัดเจน
    2. นำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง
    3. อธิบายขยายความให้คนอื่นเข้าใจ
    4. ปกป้องพระศาสนาเมื่อมีคนบิดเบือนหลักคำสอน

Leave a comment

Filed under :: ศาสนาช่วงชัันที่ 4 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s