:: อาณาจักรโบราณ ::

อาณาจักรโบราณในประเทศไทย (พุทธศตวรรษที่ 12 – 19)

อาณาจักรโบราณในภาคกลาง อยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รวมไปถึงทางภาคตะวันตกและภาคตะวันออกของลุ่มน้ำ มีแคว้นสำคัญ ดังนี้

  1. แคว้นทราวดี ช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 – 16 มีเมืองศูนย์กลาง 2 เมือง คือ เมืองนครไชยศรี (นครปฐมโบราณ) และเมืองละโว้ (ลพบุรี) ได้รับอิทธิพลอารยธรรมอินเดีย เช่น ระบบการปกครอง ศาสนา ศิลปกรรมต่าง ๆ รับศาสนาพุทธนิกายหินยาน เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ไปยังแคว้นอื่น ๆ รวมทั้งทำให้เกิดศิลปะแบบทราวดี เช่น พระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่ พระธรรมจักรศิลากับกวางหมอบ พระพุทธรูปปูนปั้น พระพิมพ์ต่าง ๆ เสมาหิน ภาพปูนปั้นสตรีเล่นดนตรี ลูกปัดทำด้วยแก้ว หิน ดินเผา
  2. แคว้นละโว้ เมื่อแคว้นทราวดีเสื่อมอำนาจในพุทธศตวรรษที่ 16 เนื่องจากอาณาจักรกัมพูชา แผ่อำนาจมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางในประเทศไทย ละโว้จึงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัมพูชา และได้รับอิทธิพลคติความเชื่อ ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู และพุทธมหายาน
  3. แคว้นอโยธยา เมืองอโยธยาเป็นเมืองหนึ่งในแคว้นทราวดี ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำเบี้ย ฝั่งตะวันออกเมืองอยุธยาปัจจุบัน ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 มีการติดต่อค้าขายกับจีน อินเดีย เปอร์เซีย และมีความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร ทำให้อโยธยามีเศรษฐกิจดี การรับศิลปวัฒนธรรมจากละโว้ทำให้ อโยธยาสามารถสร้างพระพุทธรูป “พระไตรรัตนนายก” ที่วัดพนัญเชิงใต้ ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 1893 ถึง 26 ปี
  4. แคว้นสุพรรณภูมิ มีขอบข่ายพื้นที่อยู่ฟากตะวันตกของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เจริญรุ่งเรืองในพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 เมืองสำคัญในแคว้นได้แก่ เมืองแพรกศรีราชา (ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อยในจังหวัดชัยนาทปัจจุบัน) เมืองราชบุรี สิงห์บุรี และเพชรบุรี ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญที่คุมเส้นทางการติดต่อค้าขายกับบ้านเมืองทางภาคใต้ เช่น แคว้นนครศรีธรรมราช ศิลปวัฒนธรรมได้รับสืบทอดมาจากนครชัยศรี จึงนับถือพุทธศาสนานิกายหินยานเป็นหลัก แคว้นสุพรรณภูมิมีความเข้มแข็งทางการทหาร อาณาจักรอยุธยาที่ก่อเกิดขึ้นใน พ.ศ.1893 ได้รับการสนับสนุนด้านพื้นฐานกำลังทหารจากแคว้นสุพรรณภูมิ ซึ่งมีความโยงใยการเป็นเครือญาติโดยการแต่งงาน และเจ้านายแคว้นสุพรรณภูมิมีส่วนร่วมในการปกครองอาณาจักรที่ก่อเกิดขึ้นนี้

อาณาจักรโบราณในภาคเหนือ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14 – 19

  1. แคว้นหริภุญชัย ช่วงพุทธศตวรรษที่ 14 ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงตอนบนและขยายถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำวัง สร้างเมือง เขลางค์นคร หรือลำปาง แคว้นนี้มีเมืองลำพูนเป็นศูนย์กลาง ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมทราวดี นับถือศาสนาพุทธหินยาน มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหัวเมืองมอญในพม่าทั้งในด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
  1. แคว้นล้านนา เกิดจากการรวมตัวของชุมชนและเมืองต่าง ๆ บริเวณแม่น้ำปิง แม่น้ำกก และแม่น้ำโขงจาก 2 กลุ่มชน คือ ลัวะ หรือละว้า หรือสางจก และพวกไทยลื้อเป็น “ยวน” ในพุทธศตวรรษที่ 13 เมืองสำคัญคือ เมืองหิรัญนคร เงินตง หรือเงินยางเชียงแสน ในปี 1839 พญามังราย พ่อขุนรามคำแหงและพญางำเมือง สร้าง “เมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” แคว้นล้านนาจึงก่อเกิดขึ้นในปีนี้ มีเมืองเชียงใหม่เป็นราชธานี แต่ได้สิ้นอำนาจตกเป็นเมืองขึ้นของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองใน พ.ศ. 2101
  1. แคว้นสุโขทัย มีรากฐานของการก่อเกิดเริ่มเมื่อพุทธศตวรรษที่ 18 ในบริเวณภาคเหนือตอนล่างแถบลุ่มแม่น้ำปิง ยม และน่าน มีเมืองสำคัญ คือ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย สระหลวง และสองแคว เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งราชวงศ์ศรีนาวนำถุมปกครอง ต่อมาขอมสมาดโขลญลำพงยึดอำนาจปกครองไป พ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราดและสหายคือพ่อขุนบางกลางหาวเจ้าเมืองบางยาง ช่วยกันยึดสุโขทัยกลับคืนมาได้แล้วให้พ่อขุนบางกลางหาวปกครองสุโขทัย มีพระนามว่า “พ่อขุนศรีอินทราทิตย์” ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง ส่วนพ่อขุนผาเมืองเสด็จไปครองเมืองราด เหตุการณ์เกิดขึ้นใน พ.ศ. 1792 สุโขทัยตกเป็นประเทศราชของอยุธยาใน พ.ศ. 1981 แล้วรวมเข้ากับอยุธยา พ.ศ. 2006 โดยได้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมแก่อาณาจักรอยุธยา ที่สำคัญยิ่งคือ ตัวอักษรไทย (พ.ศ. 1826) ที่ช่วยเสริมความเป็นเอกภาพในกลุ่มชนชาวไทย

อาณาจักรโบราณในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 – 19 แคว้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือครอบคลุมดินแดนสองฝั่งแม่น้ำโขงตั้งแต่เมืองอุดร หนองคาย เวียงจันทร์ นครพนม จรดอุบลราชธานี ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองนครพนม รวมเป็น “แคว้นโคตรบูร” เดิมกลุ่มชนในพื้นที่นี้นับถือผีสางเทวดา ต่อมา นับถือศาสนาที่แพร่จากแคว้นทวารวดี ในระยะแรกก่อตั้ง มีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับแว่นแคว้นทางภาคกลาง แล้วเปลี่ยนมาใกล้ชิดกับวัฒนธรรมกัมพูชาหรือขอม ที่แผ่อำนาจเข้าไปภาคอีสานเมื่อราวกลางพุุทธศตวรรษที่ 16 และในสมัยอยุธยา มีข้อมูลกฎมณเฑียรบาลระบุว่า โคตรบูรเป็นประเทศราชของอยุธยา กลุ่มเมืองอื่น ๆ เมื่ออาณาจักรกัมพูชาแผ่อำนาจเข้ามาในภาคอีสานในกลางพุทธศตวรรษที่ 16 ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในเมืองแถบนี้ รวมทั้งได้ความเจริญทางเทคโนโลยีเข้ามาด้วย เช่น การวางผังเมือง การชลประทาน

อิทธิพลวัฒนธรรมกัมพูชาเสื่อมไปในพุทธศตวรรษ 19 ในสมัยอยุธยา ชุมชนเมืองในภาคอีสานหลายเมืองถูกทิ้งร้าง มีประชากรไม่มากในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (พุทธศตวรรษที่ 24) กลุ่มเมืองเหล่านี้ได้ฟื้นตัวขึ้นใหม่จากการอพยพเข้ามาของกลุ่มชนลาว – เขมร ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีการจัดตั้งเมืองต่าง ๆ และรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐประชาชาติไทยหลังการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5

อาณาจักรโบราณในภาคตะวันออก
อาณาจักรโบราณในภาคตะวันออกมีขอบเขตพื้นที่ที่ในปัจจุบันคือ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ตราด รวมไปถึงปราจีนบุรี นครนายก เป็นดินแดนเก่าแก่ที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 16 – 19 บ้านเมืองในภาคนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอาณาจักรกัมพูชา จนกระทั่งอยุธยามีชัยชนะเหนือเขมรอย่างเด็ดขาดใน พ.ศ. 1974 จึงผนวกดินแดนแถบนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาได้สำเร็จ และมีความสำคัญในฐานะเมืองท่าค้าขายในเส้นทางการขายอยุธยากับจีนและญวน ทั้งบ้านเมืองอื่นในภาคตะวันออกด้วย บทบาททางเศรษฐกิจได้สืบเนื่องต่อมาจนถึงสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเป็นต้นมา บ้านเมืองในแถบนี้ได้เพิ่มความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ในแนวชายแดนไทย – เขมร และความสัมพันธ์ ไทย – ญวนด้วย ปัจจุบันรัฐบาลได้มีนโยบายพัฒนาเมืองฉะเชิงเทราเป็นประตูสู่ภาคอีสาน เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคอีสานและหัวเมืองชายทะเลตะวันออกเพื่อการพัฒนาให้เจริญได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

อาณาจักรโบราณในภาคใต้ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 – 20
             ภาคใต้ของไทยมีแคว้นสำคัญคือ “แคว้นตามพรลิงค์” ซึ่งตั้งขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13  และได้พัฒนาต่อมาเป็น “แคว้นนครศรีธรรมราช” เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 18 แล้วผนวกเข้าส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาในพุทธศตวรรษที่ 20 แคว้นตามพรลิงค์ ก่อเกิดขึ้นจากพื้นฐานการเป็นทางผ่านการเดินเรือเพื่อการค้าหรือการอื่นจากอินเดียไปจีน หรือจากจีนไปอินเดีย จึงได้รับอิทธิพลอารยธรรมอินเดียและจีนโบราณ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 แคว้นนครศรีธรรมราชเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางการปกครอง การค้า และศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ รวมทั้งมีอำนาจทางการเมืองครอบคลุมเมืองต่าง ๆ 12 เมือง เรียกว่า เมือง 12 นักษัตร ในด้านศาสนาและความเชื่อมีทั้งศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู พุทธมหายาน และพุทธหินยาน ในด้าน ความสัมพันธ์ได้สมาคมติดต่อกับบ้านเมืองในภาคกลางและภาคเหนือของไทย เช่น ละโว้ สุพรรณภูมิ สุโขทัย หริภุญชัย รวมทั้งกับลังกาด้วย จึงได้รับศาสนาพุทธลัทธิลังกาวงศ์เป็นแห่งแรกในดินแดนประเทศไทย แล้วแพร่ไปยังสุโขทัย ล้านนา และหัวเมืองอื่น ๆ

ในพื้นที่ภาคใต้ของไทยยังพบหลักฐานทางโบราณคดีสมัยศรีวิชัยเป็นจำนวนมาก อาณาจักรศรีวิชัยดำรงอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 – 18 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาคพื้นทะเลแถบชวา เกาะสุมาตรา คาบสมุทรมลายู ในช่วงเจริญรุ่งเรืองระหว่างพุทธศตวรรษที่ 13 – 16 นั้นได้แผ่ขยายอาณาเขตมาถึงบางส่วนทางภาคใต้ของไทยด้วย เมืองไชยา (อำเภอไชยา จ.สุราษฎร์ธานี) เป็นเมืองสำคัญ อาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมสลายไปในพุทธศตวรรษที่ 18

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s