:: ประวัติศาสตร์ ม.6 การปรับตัวของสังคมไทยสมัยรัชกาลที่ 4 ::

การปรับตัวของสังคมไทยสมัยรัชกาลที่ 4

จากสังคมแบบจารีตลักษณ์ หรือลักษณะสังคมแบบเดิม ( Traditi0nal Society ) เป็นแบบสังคมนวลักษณ์หรือสังคมแบบตะวันตก (Modern Society )

  1. ลดการเกณฑ์แรงงานไพร่ แล้วใช้วิธีการจ้างแรงงานทำงานต่าง ๆแทน ทำให้ราษฎรมีโอกาสทำงานของตนเองและมีอิสระในการประกอบอาชีพอื่นได้อย่างกว้างขวาง เกิดอาชีพต่างๆตามมาในสังคม
  2. เริ่มลดพระราชอำนาจและลดความเป็นสมมติเทพของพระมหากษัตริย์ โดยพระมหากษัตริย์น์ทรงถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ที่ถือน้ำพระพิพัฒนาสัตยาคือเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง ข้าราชการ เพื่อให้เห็นว่ากษัตริย์คือผู้หนึ่งที่มีส่วนในการบริหารประเทศต้องทำด้ายความสุจริตด้วย
  3. พระองค์ไม่ทรงใช้พระราชอำนาจยึดครองที่ดินและที่อยู่อาศัยของราษฎรมาโดยพลการเหมือนแต่ก่อน แต่ทรงโปรดเกล้าให้ตราพระราชบัญญัติกำหนดอำนาจและขอบเขตของพระมหากษัตริย์ในการยึดครองที่ดินของราษฎรเพื่อสาธารณประโยชน์เท่านั้น มิได้ริบทรัพย์เป็นของหลวงแล้วยกให้ผู้ใดตามความพอใจอย่างแต่ก่อนหากจำเป็นต้องไล่ที่หรือขอที่คืนจะมีการจ่ายค่าที่ดินและจัดหาที่ใหม่ให้เป็นการทดแทน
  4. งดเว้นการเกณฑ์ผู้หญิงมาหัดละคร โดยให้หัดเฉพาะบุตรหลานข้าราชการที่บิดามารดาและญาตินำมาถวายตัว นับว่าเป็นการให้เสรีภาพแก่สตรี
  5. มีการอนุญาตห้ามราชการฝ่ายในทูลลาออกจากราชการได้ คือ อนุญาตให้เจ้าจอมลาออกจากพระราชวังได้ หากว่าหญิงคนใดไม่สมัครใจมาถวายตัว จะขอกลับไปอยู่กับบิดามารดาได้
  6. อนุญาตให้เจ้านายมหาดเล็กในวังหรือบุตรขุนนางที่พอใจหญิงในวังหรือผู้หญิงที่หัดละครให้มาบอก มาสารภาพโดยไม่ต้องเกรงพระอาญา หากเป็นความเต็มใจเห็นว่าเหมาะสมก็ทรงยกให้
  7. อนุญาตให้ราษฎรเข้าเฝ้าเวลาเสด็จพระราชดำเนิน มิต้องหลบซ่อนตัวอย่างแต่ก่อน แต่ให้คอยเฝ้ารับเสด็จ
  8. ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 

การเปลี่ยนแปลงภายหลังจากการดำเนินนโยบายเพื่อพัฒนาประเทศให้เป็นสังคมแบบใหม่

  1. ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้คณะผู้สอนศาสนาสตรี 3 คน คือ นางแดน บรัดเล   นางเอส แมททูนา นางจอห์น เทเลอร์โจน ไปสอนภาษาอังกฤษในวัง เป็นเวลา 3 ปี ทำให้สตีชาววังมีโอกาสได้ศึกษาหาความรู้มากกว่าเดิม ต่อมาในปีพ.ศ.   2404 โปรดเกล้าให้จ้างนางแอนนา เลียวโนเวลส์ ชาวอังกฤษมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้พระราชโอรสและพระราชธิดา
  2. ทรงให้ตั้งโรงเรียนขึ้นในพระราชวังเพื่อให้พระราชโอรสพระราชธิดาและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ได้ศึกษาภาษาอังกฤษ ละศึกษาวิชาการแขนงต่างๆกว้างขวางขึ้นเช่น คณิต วิทย์ ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์
  3. ส่งข้าราชการไปศึกษาดูงานในต่างประเทศหลายคน เช่นนายหวาด บุนนาค ศึกษาวิชาการทหารเรือ
  4. ส่งนักเรียนไปศึกษาที่ยุโรปและได้กลับมารับราชการในสมัยรัชกาลที่ 5 มี 3 คน คือ เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒน์ศักดิ์ ( โต บุนนาค ) พระยาราชานุประพันธ์ ( สุดใจ บุนนาค ) เรียนภาษาอังกฤษและหลวงดำรงสุรินทรฤทธิ์ ไปเรียนฝรั่งเศส
  5. ให้การศึกษาและเผยแพร่ความรู้สมัยใหม่ให้แก่ราษฎรได้เข้าใจตามหลักวิชา ความรู้ที่เผยแพร่ในขณะนั้นได้แก่ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยการอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเช่น ฝนแล้ง ฝนชุก การเกิดฝน การหมุนของดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ โลกการเกิดสุริยุปราคาว่าเป็นการเกิดขึ้นตามการหมุนเวียนของธรรมชาติ มิใช่การกระทำของเทวดาหรือภูตผีปีศาจจึงเป็นความเชื่อดั้งเดิม โดยเฉพาะการเกิดสุริยุปราคา ซึ่งพระองค์ทรงทำนายการเกิดสุริยุปราคาที่ตำบลหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้แม่นยำ จึงทรงได้รับการเทิดพระเกียรติเป็น พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย
  6. ด้านสาธารณสุข เริ่มดำเนินการสาธารณสุขแบบใหม่เพื่อพัฒนาด้านสุขภาพของประชาชนเช่น ทรงแนะนำให้ราษฎรนำบุตรหลานไปปลูกฝีป้องกันโรค มีการตั้งสถานพยาบาลเรียกว่า โรงหมอ มียาจำหน่ายและมีที่อยู่สำหรับคนไข้พัก ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของการตั้งโรงพยาบาล
  7. ด้านการคมนาคม มีการสร้างถนนแบบใหม่แทนทางเกวียนแบบเดิม เพิ่มทางสัญจรเพื่อการเดินทางติดต่อค้าขายได้สะดวกขึ้นโดยเฉพาะถนนสายหลักในกรุงเทพ ได้แก่ ถนนเจริญกรุง ถนนบำรุงเมือง ถนนสีลม ถนนเฟื่องนคร   การค้าขายทางบกขยายตังตามมา เกิดเป็นห้างร้านและย่านการค้าขายที่สำคัญ ราษฎรได้เปลี่ยนแปลงจากความนิยมตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำ  มาตั้งอยู่บริเวณสองฝากฝั่งถนนกันมากขึ้น เกิดเป็นสังคมในชุมชนเมือง 
    •  การสร้างถนนในหัวเมือง มีการขยายตัวตามเมืองใหญ่หลายแห่ง เช่น การสร้างถนนจากเมืองสงขลาไปจนถึงเขตแดนไทรบุรีของมาเลเซีย กรุงเทพฯ-เชียงใหม่
    • ทางน้ำมีการขุดคลอง มีการสร้างสะพานข้ามคลอง มีการเดินทางไปต่างประเทศด้วยเรือกลไฟ เป็นครั้งแรก
  8. การเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมและประเพณีให้เหมาะสมกับกาลสมัย
  • การให้ข้าราชการและขุนนางสวมเสื้อเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์
  • อนุญาตให้ชาวต่างประเทศเข้าเฝ้าและเปลี่ยนวิธีการเข้าเฝ้าของชาวตะวันตกจากหมอบกราบมาเป็นนั่งเก้าอี้
  • อนุญาตให้คนไทยไปรับจ้างทำงานกับชาวยุโรป เป็นการให้สิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ
  • เปลี่ยนแปลงวิธีการรายงานข่าวความเป็นอยู่ของราษฎร จากการให้ขุนนางข้าราชการชั้นสูงเป็นผู้ถวายรายงาน ให้ราษฎรมีส่วนรับผิดชอบต่อบ้านเมืองช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมืองด้วยกันเอง
  • มีการประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรนำไปปิดให้ทาบโดยทั่วกันแทนการตีฆ้องร้องป่าว เพราะมีการพิมพ์เกิดขึ้นแล้ว
  • พระองค์ได้เสด็จประพาสในพระนครและตามหัวเมืองต่างๆ เพื่อให้ใกล้ชิดกับราษฎร รับฟังเรื่องราวของราษฎร ปัญหาของราษฎร
  • เปิดโอกาสให้ราษฎรได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดพระยุคลบาท อนุญาตให้ราษฎรถวายฎีการ้องทุกข์ต่อพระองค์เมื่อมีความเดือดร้อน ทำให้ผู้ปกครองและผู้มีอำนาจต้องระวังตัวมากขึ้น ไม่กล้าใช้อิทธิพลหรือำนาจข่มเหงราษฎรเพราะกลัวพระราชอาญา

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง

         เมื่อเปิดประตูสู่ตลาดการค้าเสรีและรับการหลั่งไหลเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ต่อไปนี้

  1. ทำให้กิจการการอุตสาหกรรมพื้นบ้านพื้นเมืองของไทยได้แก่อุตสาหกรรมน้ำตาล อุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้รับผลกระทบตามมา เพราะรัฐส่งเสริมการผลิตข้าวเพื่อส่งออกขายต่างประเทศ ทำให้ราษฎรมุ่งผลิตข้าวแทนอาชีพอื่น ทำให้อุตสาหกรรมน้ำตาลและสิ่งทอขาดวัตถุดิบป้อนโรงงานทำให้มีผลผลิตลดลง โรงงานหลายแห่งต้องปิดกิจการ มีสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาด ราษฎรหันไปนิยมน้ำตาลและสิ่งทอจากต่างประเทศแทน
  2. ผลกระทบต่อสังคมแบบเดิม เพราะจากการเป็นผู้ผลิตและบริโภคเองกลายเป็นผู้บริโภคอย่างเดียว
  3. จากการที่มีการค้ากับต่างประเทศส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น
  4. ลักษณะความสัมพันธ์ของคนในสังคมแบบเดิมที่พึ่งพาอาศัยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนกัน เปลี่ยนไปเป็นการใช้เงินตราเป็นสื่อในการซื้อขาย  เงินกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต
  5. ความนิยมของใช้จากต่างประเทศโดยเฉพาะจากชาติตะวันตกเริ่มเข้ามา เช่น ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ เครื่องเรือน เริ่มเป็นที่นิยมของบรรดาขุนนาง ข้าราชการ เชื้อพระวงศ์ชั้นสูง คหบดีผู้มั่งคั่ง
  6. วัฒนธรรมความเป็นอยู่เริ่มนิยมแบบตะวันตกมากขึ้น เช่น นิยมจัดงานเลี้ยง งานวันเกิด นัดรับประทานเลี้ยงตามบ้านขุนนางข้าราชการชั้นสูงและคหบดี จัดงานเลี้ยงครบรอบอายุเป็นช่วงๆ อาหารและแบบการจัดงานเลี้ยงก็เป็นแบบตะวันตก สิ่งเหล่านี้ในขณะนั้นยังจำกัดในแวดวงสังคมชั้นสูง แต่นับว่าเริ่มเป็นรากฐานให้มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนไทยในเวลาต่อมา
  7. จากสภาพการค้าขายขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ระบบเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงไป เกิดปัญหาสังคมตามมา ได้แก่ การเปิดบ่อนการพนัน การขายฝิ่น โจรผู้ร้ายปล้นชิงทรัพย์ ลักขโมย ลักพาเรียกค่าไถ่ มีการตั้งโรงจำนำเป็นครั้งแรก เพื่อให้นำทรัพย์สินแลกเป็นเงิน เพราะมีคนติดฝิ่นและติดการพนันมากขึ้น

Leave a comment

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s