:: ประวัติศาสตร์ หน้า 2 ::

  • การแบ่งสมาชิกของสังคมเป็นลำดับขั้นตอนระบบศักดินา มีดังนี้
    • เจ้า หมายถึง พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์
    • ขุนนาง หมายถึง บุคคลที่กฏหมายแบ่งแยกฐานะออกจากไพร่อย่างเด่นชัด โดยกำหนดเอาผู้มีศักดินาตั้งแต่ 400 ไร่ขึ้นเป็นเกณฑ์
    • ไพร่ หมายถึง บุคคลที่อยู่ในความควบคุมของชนชั้นนาย และเป็นกำลังคนส่วนใหญ่ของสังคมไทย
    • ทาส หมายถึง กลุ่มชนในชนชั้นผู้ใต้ปกครอง ซึ่งไม่มีอิสระในการดำเนินชีวิต ต้องอยู่ภายใต้ความควบคุมของนายทาส
  • พระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงสุดของสังคม ฐานะของพระมหากษัตริย์ในสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาแตกต่างกันอย่างไร

สมัยสุโขทัยพระมหากษัตริย์มีฐานะเป็นพ่อขุน ต่อมามีฐานะเป็นธรรมราชา ในสมัยพระยาลิไทตามคติที่ได้รับอิทธิพลจากพระพุทธศาสนา และสมัยอยุธยาได้รับคติและอิทธิพลจากลัทธิเทวราชาจากกัมพูชา ทำให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นเทวราช สมัยรัตนโกสินทร์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นเทวราชาอยู่แต่ทรงประพฤติพระองค์ตามหลักพระพุทธศาสนา คือ ทรงเป็นธรรมราชาด้วย

  • เจ้านายหรือพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีฐานันดรสูงศักดิ์ ได้แก่ บรรดาเจ้านายหรือพระญาติเกี่ยวดองใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์ เป็นชนชั้นที่มีการสืบสายเลือด โดยได้รับเกียรติยศและอภิสิทธิ์มาตั้งแต่เกิด เจ้านายแต่ละองค์จะมีอำนาจมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งหน้าที่การงาน กำลังคนในความควบคุมและความโปรดปรานของพระมหากษัตริย์
  • ความเป็นขุนนางจะเกิดขึ้นได้เมื่อ  พระมหากษัตริย์พระราชทานบรรดาศักดิ์ ตำแหน่ง ราชทินนามและศักดินาให้ และสามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีหรือถอดออก ขุนนางไทยไม่สืบสายโลหิต แต่ลูกหลานก็มักได้รับราชการเป็นขุนนางเหมือนบรรพบุรุษ
  • ขุนนางมีอภิสิทธิ์เหนือไพร่ คือ
    • ขุนนางได้อยู่ใกล้ชิดกับศูนย์อำนาจและได้รบส่วนแบ่งแห่งอำนาจนั้น
    • ขุนนางไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงานเหมือนไพร่
    • ได้รับสิทธิในการครอบครองไพร่ ซึ่งจะได้ประโยชน์จากไพร่ในรูปของแรงงานหรือสิ่งของทำให้ฐานะเศรษฐกิจดี
    • เมื่อต้องคดี  สามารถให้ทหารแก้ต่างคดีได้โดยตัวเองไม่ต้องมา
  • จงบอกความแตกต่างระหว่างไพร่หลวง ไพร่สมและไพร่ส่วย ไพร่มี 3 ประเภท ไพร่หลวงเป็นคนหรือข้าของรัฐโดยตรง เป็นผู้รับราชการในสังกัดของรัฐบาลและราชการในพระมหากษัตริย์  ไพร่สมเป็นไพร่ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้แก่เจ้านายและขุนนางไม่ได้สังกัดกรมกองของทางราชการ เมื่อมูลนายตายก็จะโอนเป็นไพร่หลวง หรือเป็นไพร่สมของมูลนายคนใหม่  ส่วนไพร่ส่วยคือ ไพร่ที่ไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน เนื่องจากส่งสิ่งของที่ทางราชการต้องการแทนการเกณฑ์แรงงาน
  • สถานภาพและบทบาทของไพร่ มีดังนี้
    • ไพร่เป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของสังคมทั้งชายและหญิง มีศักดินาระหว่าง 10-25 ไร่ต้องสังกัดมูลนาย มิฉะนั้นไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมาย  ไพร่มีหน้าที่รับราชการ หรือเข้าเดือนทำงานให้ทางราชการทุกปี การเกณฑ์แรงงานนี้จะอยู่อยู่จนกระทั่งอายุถึง 60 ปี
    • ฐานะของไพร่มีมาตั้งแต่เกิด  แต่จะแยกขึ้นสังกัดมูลนาย หรือกรมกองเมื่ออายุ 9 ปี ตั้งแต่สมัยธนบุรีเป็นต้นมา ไพร่จะต้องถูกสักหมายหมู่ คือ สักเลก เมื่อส่วนสูงถึงกำหนด
    • ไพร่เป็นกำลังผลิตในทางเศรษฐกิจ เป็นแรงงานให้แก่ราชการ  เป็นกำลังรบในยามสงคราม และยังเป็นฐานอำนาจทางการเมืองของมูลนาย เพราะมูลนายที่มีไพร่พลขึ้นสังกัด มาก จะทำให้มีกำลังผลิต กำลังแรงงานและกำลังรบมากขึ้นด้วย
  • ไพร่สามารถเลื่อนฐานะทางสังคมได้โดย
    • ออกบวช และศึกษาพระธรรมจนจบเปรียญแล้วลาสึกมารับราชการ
    • ออกรบถ้าได้รับชัยชนะกลับมากก็อาจได้รับการแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นขุนนางต่อไป
  • ทาสที่มากที่สุดในสังคมไทย คือ ทาสสินไถ่ คือ ทาสที่มีหนี้สินผูกพัน จะเป็นอิสระได้ต่อเมื่อนำเงินมาไถ่ตนเอง
  • จงสรุปสถานภาพและบทบาทของทาส ได้แก่
    • กฏหมายระบุให้บิดามารดามีสิทธิ๋ขายบุตร สามีมีสิทธิขายภรรยาไปเป็นทาส นาเงินมีสิทธิ์ขายทาสในครอบครอง การซื้อขายต้องมีสารกรมธรรม์ ซึ่งมีตำหนิรุปพรรณของทาสไว้ด้วย ค่าตัวของทาสจะเพิ่มขึ้นตามอายุจนถึงจุดหนึ่งจะลดลงตามลำดัีบ
    • ทาสเป็นสมบัติของนายเงินที่ยกขายให้ใครก็ได้ มีสิืทธิลงโทษทาส แต่ไม่ให้ถึงตาย ส่วนไพร่หลวงที่ขายตัวเป็นทาสนั้นต้องรับภาระที่จะต้องเข้าเดือนต่อไป ทาสอื่นๆ นั้นก็ต้องถูกเกณฑ์แรงงานหรือเสียส่วยตอบแทน คือ ปีละ 8 วัน หรือเสียเงิน 6 สลึง ทาสทั้งหลายนั้นยกเว้น ทาสเชลย สามารถไถ่ถอนตัวเองได้
  • เหตุใดจึงกล่าวว่า พระสงฆ์และชาวจีนเป็นชนชั้นพิเศษในสังคมไทย  ได้รับการยกเว้นการเกณฑ์แรงงานในระบบไพร่ตราบเท่าที่ยังบวชอยู่  เนื่องจากพระสงฆ์เป็นธรรมทายาทและเป็นผู้ได้รับการศึกษาสูงจึงได้รับการยอมรับนับถือจากคนในสังคมอย่างสูง   ส่วนชาวจีนมีบทบาทต่อสังคมไทย โดยเฉพาะด้านการค้าขาย ทำให้มีอิสระเดินทางไปทำการค้าได้ทั่วประเทศ เป็นแรงงานรับจ้างมีโอกาสดีกว่าไพร่ไทย สามารถสร้างตัวจนกลายเป็นผู้มีฐานะทางสังคมได้ ต่อมาคนจีนเหล่านี้ได้อาศัยทุนไปสร้างฐานะเป็นเจ้าภาษีนายอากรและนายทุนในสังคมไทย

Leave a comment

Filed under :: เฉลยใบงานที่ 4 ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s