:: มารยาทไทย ::

การรับความเคารพ

เมื่อผู้น้อยมาทำความเคารพ ควรรับ ความเคารพด้วยการประนมมือหรือค้อมศีรษะรับตาม ควรแก่กรณี

การยืนเคารพธงชาติ เพลงชาติ หรือธงชัยเฉลิมพลในที่สาธารณะ
การยืนเคารพธงชาติ หรือเพลงชาติ ให้ยืนตรงแสดงคารวะโดยหันหน้าไปทางธง ชาติเมื่อเพลงจบให้ค้อมศีรษะคำนับ

สำหรับการ เคารพธงชัยเฉลิมพลในพิธีต่าง ๆ เช่น พิธีสาบาน ธงงานราชวัลลภ บุคคลทั่ว ไปเมื่อจะผ่านธงชัย เฉลิมพลให้หยุดและยืนแสดงคารวะหรือเมื่อมี การเชิญธงชัยเฉลิมพลผ่านก็ให้ยืนตรงแสดง ความเคารพเช่นเดียวกัน

การยืนถวายความเคารพสมเด็จพระสังฆราช
1. เมื่อสมเด็จพระสังฆราชเสด็จ มาถึงมณฑลพระราชพิธีก่อนพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว หรือพระบรมวงศ์ชั้นสูง ผู้ที่ มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ ณ ที่นั้น ถวายความเคารพโดยการยืนประนมมือไหว้ เมื่อเสด็จ ผ่านแล้วจึงนั่งลง

2. ในกรณีที่ สมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาถึงภายหลัง (ซึ่งโดย ปรกติน่าจะไม่ปรากฏ) ให้ถวายความเคารพโดย วิธีนั่งประนมมือไหว้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมวงศ์
1. การยืนรับเสด็จฯ นอกพระที่นั่ง อาคาร หรือแนวทางลาดพระบาทที่เสด็จ ถ้าเป็นข้าราชการจัดให้ยืนเรียงแถวตามลำดับยศ ตำแหน่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งกำหนดการเฝ้าฯ เป็นงาน ๆ เช่น แต่งเครื่องแบบเต็มยศครึ่งยศปกติ โดยปฏิบัติตามระเบียบของเจ้าหน้าที่หรือผู้รับผิดชอบแนะนำ

ถ้าแต่งเครื่องแบบสวมหมวกทั้งชายและ หญิงให้ยืนถวายความเคารพด้วยการทำวันทยหัตถ์

หากไม่สวมหมวกข้าราชการชาย ทหาร ตำรวจ พลเรือนและหญิงที่แต่งเครื่องแบบทหาร ตำรวจ ให้ถวายคำนับโดยก้มศีรษะลงช้า ๆ ต่ำพอสมควร กระทำครั้งเดียวแล้วยืนตรง ถ้าเป็นราชการหญิงฝ่ายพลเรือนหรือพยาบาลที่แม้จะสวมหมวก ให้ย่อเข่าที่เรียกกันทั่วไปว่า ” ถอนสายบัว” ตามแบบข้าราชการฝ่ายใน สำนักพระราชวัง

ส่วนบุคคลทั่วไปที่มีโอกาสได้เฝ้าฯแต่มิได้แต่งเครื่องแบบ ชาย ให้ถวายคำนับ ดังกล่าวข้างต้น หญิงถวายความเคารพ แบบย่อเข่าที่เรียกว่าถอนสายบัว ในกรณีต่างจังหวัด ชนบท พสกนิกร จะยกมือประนม ก้มศีรษะไหว้แบบไทยก็ได้ทั้งชายและหญิง

ถ้าสวมหมวกที่ไม่ใช่เครื่องแบบที่ทางราชการ กำหนดให้ถอดหมวกแล้วถวายความเคารพเหมือนผู้ที่ ไม่ได้แต่งเครื่องแบบ ยกเว้นผู้ที่โพกผ้า หรือสวมหมวกตามลัทธิศาสนาของตน

2.การยืนเฝ้าฯ รับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมวงศ์ให้ยืนถวายความเคารพตามข้อ 1 แล้วยืนตรงจนกว่าจะเสด็จ ฯ เลยไป เมื่อประทับพระราชอาสน์หรือพระเก้าอี้ เรียบร้อยแล้ว ถวายความเคารพอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึง เคลื่อนที่ได้และลงนั่งเก้าอี้ตามลำดับตำแหน่ง

ในกรณีที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจงานพระ ราชพิธีต่าง ๆ เช่น เสด็จฯ ไปทรงจุดธูป เทียนบูชาพระรัตนตรัย หรือพระราชทานพระบรมราโชวาท ให้ยืนตรงจนกว่าทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ นั้นเสร็จ ประทับพระราชอาสน์พระเก้าอี้แล้วจึงถวาย ความเคารพแล้วนั่ง

ผู้ที่นั่งเฝ้าฯ อยู่ในงานพิธีการต่าง ๆ เมื่อมีกิจจำเป็นจะต้องไปจากที่นั้น ให้ยืนถวายความเคารพก่อนแล้วจึงออกไปเมื่อกลับมาต้องถวายความเคารพอีกครั้งแล้วจึงนั่งลง

ในกรณีการเฝ้าฯ ที่ไม่ได้จัดให้นั่งเก้าอี้เฝ้าฯ เช่น งานสโมสรสันนิบาต งานเสด็จออกมหาสมาคม ผู้เฝ้า ฯ จะต้องยืนตลอดเวลาจนกว่าจะเสด็จฯ กลับ

3. การยืนเคารพในพิธีที่มีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสรรเสริญพระบารมีบรรเลงเพื่อถวายความเคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หรือผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เป็นผู้แทนพระองค์

การยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในกรณีที่มิได้ อยู่ในที่เฝ้าฯ เช่น เมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมี บรรเลงเป็นการเปิดหรือปิดงาน หรือเมื่อมหรสพเริ่ม หรือเลิก ควรทำความเคารพด้วยการยืนตรง เมื่อ เพลงจบให้คำนับโดยก้มศีรษะทั้งชายและหญิง

การยืนในพิธีต่าง ๆ
1. การยืนเคารพในพิธีที่มีการบรรเลงเพลงมหาฤกษ์และเพลงมหาชัย

  • เพลงมหาฤกษ์ ใช้บรรเลงในการเปิดงานที่เป็นพิธีใหญ่ เช่น พิธีเปิดสถานทำการของรัฐบาล พิธีเปิดทางคมนาคมที่สำคัญ ๆ และงานที่เป็นมงคลทั่วไป
  • เพลงมหาชัย ใช้บรรเลงต้อนรับประธานของงานผู้มีเกียรติสูง นับตั้งแต่สมเด็จพระบรมราชกุมาร พระบรมวงศานุวงศ์ นายกรัฐมนตรี หรือเมื่อผู้เป็นประธานของงานกล่าวคำปราศรัยจบก็จะบรรเลงเพลงมหาชัยเป็นพิเศษ หรือบรรเลงในงานรับรองบุคคลสำคัญ งานสโมสรสันนิบาต เป็นต้น

เมื่อได้ยินเพลงมหาฤกษ์ หรือเพลงมหาชัยบรรเลงให้ยืน ตรงจนกว่าจะจบเพลง ในกรณีที่เป็นพิธี ของทางราชการผู้เป็นทหารหรือข้าราชการ พลเรือนที่อยู่ในเครื่องแบบให้ปฏิบัติตามระเบียบ ของราชการทหาร หรือราชการพลเรือนแล้วแต่ กรณี

2. การยืนเคารพในพิธีให้เกียรติ แก่ผู้ล่วงลับ

ให้ยืนแสดงความเคารพเมื่อได้ ยินเสียงแตรเดี่ยว เป่าเพลงนอน หรือเมื่อประธานวาง เครื่องขมาหรือจุดเพลิงเผาศพ ไม่ว่าจะมี เพลงประโคมหรือไม่ก็ตาม และเมื่อการเชิญศพ ผ่านให้ยืนตรงแสดงความเคารพด้วย

3. การยืนเมื่อประธานในพิธีเดินผ่าน

ทุกคนในที่นั้นลุกขึ้นยืนตรงหันหน้าไปทางประธาน ที่กำลังเดินผ่านปล่อยมือไว้ข้างตัว

4. การยืนฟังโอวาท

ให้ยืนตรง ชิดเท้า ปล่อยมือไว้ข้างตัว หันหน้าไปทางผู้ให้โอวาท ยกเว้นใน กรณีที่ถือประกาศนียบัตร หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ฯลฯ อยู่ ถ้าถือมือเดียวให้ถือด้วยมือขวาแนบไว้กับ อกหรือระดับตั้งฉากกับลำตัวแล้วแต่ทาง พิธีจะกำหนด ถ้าถือสองมือให้ถือระดับตั้ง ฉากกับลำตัว

5. การยืนกล่าวคำปฏิญาณ

โอกาสที่กล่าวคำปฏิญาณ เช่น กล่าวคำปฏิญาณต่อ ธงชัยเฉลิมพล ถวายสัตย์ปฏิญาณแด่พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ให้ยืนตรง ชิดเท้า หันหน้าไป ทางธงหรือพระองค์ท่าน กล่าวคำปฏิญาณของครู นักเรียนและกลุ่มบุคคลต่างๆ อาทิ ไทยอาสาป้องกันชาติ ลูกเสือ เนตรนารี ให้ผู้ที่กล่าวคำปฏิญาณ ปฏิบัติตามพิธีที่กำหนดไว้ของสถาบันนั้นๆ

การยืนเคารพธงชาติ เพลงชาติ หรือธงชัยเฉลิมพลในที่สาธารณะ
การยืนเคารพธงชาติ หรือเพลงชาติ ให้ยืนตรงแสดงคารวะโดยหันหน้าไปทางธง ชาติเมื่อเพลงจบให้ค้อมศีรษะคำนับ

สำหรับการ เคารพธงชัยเฉลิมพลในพิธีต่าง ๆ เช่น พิธีสาบาน ธงงานราชวัลลภ บุคคลทั่ว ไปเมื่อจะผ่านธงชัย เฉลิมพลให้หยุดและยืนแสดงคารวะหรือเมื่อมี การเชิญธงชัยเฉลิมพลผ่านก็ให้ยืนตรงแสดง ความเคารพเช่นเดียวกัน

การยืนถวายความเคารพสมเด็จพระสังฆราช

1. เมื่อสมเด็จพระสังฆราชเสด็จ มาถึงมณฑลพระราชพิธีก่อนพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว หรือพระบรมวงศ์ชั้นสูง ผู้ที่ มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ ณ ที่นั้น ถวายความเคารพโดยการยืนประนมมือไหว้ เมื่อเสด็จ ผ่านแล้วจึงนั่งลง

2. ในกรณีที่ สมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาถึงภายหลัง (ซึ่งโดย ปรกติน่าจะไม่ปรากฏ) ให้ถวายความเคารพโดย วิธีนั่งประนมมือไหว้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระบรมวงศ์
1. การยืนรับเสด็จฯ นอกพระที่นั่ง อาคาร หรือแนวทางลาดพระบาทที่เสด็จ ถ้าเป็นข้าราชการจัดให้ยืนเรียงแถวตามลำดับยศ ตำแหน่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งกำหนดการเฝ้าฯ เป็นงาน ๆ เช่น แต่งเครื่องแบบเต็มยศครึ่งยศปกติ โดยปฏิบัติตามระเบียบของเจ้าหน้าที่หรือผู้รับผิดชอบแนะนำ

ถ้าแต่งเครื่องแบบสวมหมวกทั้งชายและ หญิงให้ยืนถวายความเคารพด้วยการทำวันทยหัตถ์

หากไม่สวมหมวกข้าราชการชาย ทหาร ตำรวจ พลเรือนและหญิงที่แต่งเครื่องแบบทหาร ตำรวจ ให้ถวายคำนับโดยก้มศีรษะลงช้า ๆ ต่ำพอสมควร กระทำครั้งเดียวแล้วยืนตรง ถ้าเป็นราชการหญิงฝ่ายพลเรือนหรือพยาบาลที่แม้จะสวมหมวก ให้ย่อเข่าที่เรียกกันทั่วไปว่า ” ถอนสายบัว” ตามแบบข้าราชการฝ่ายใน สำนักพระราชวัง

ส่วนบุคคลทั่วไปที่มีโอกาสได้เฝ้าฯแต่มิได้แต่งเครื่องแบบ ชาย ให้ถวายคำนับ ดังกล่าวข้างต้น หญิงถวายความเคารพ แบบย่อเข่าที่เรียกว่าถอนสายบัว ในกรณีต่างจังหวัด ชนบท พสกนิกร จะยกมือประนม ก้มศีรษะไหว้แบบไทยก็ได้ทั้งชายและหญิง
ถ้าสวมหมวกที่ไม่ใช่เครื่องแบบที่ทางราชการ กำหนดให้ถอดหมวกแล้วถวายความเคารพเหมือนผู้ที่ ไม่ได้แต่งเครื่องแบบ ยกเว้นผู้ที่โพกผ้า หรือสวมหมวกตามลัทธิศาสนาของตน

2.การยืนเฝ้าฯ รับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมวงศ์ให้ยืนถวายความเคารพตามข้อ 1 แล้วยืนตรงจนกว่าจะเสด็จ ฯ เลยไป เมื่อประทับพระราชอาสน์หรือพระเก้าอี้ เรียบร้อยแล้ว ถวายความเคารพอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึง เคลื่อนที่ได้และลงนั่งเก้าอี้ตามลำดับตำแหน่ง

ในกรณีที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจงานพระ ราชพิธีต่าง ๆ เช่น เสด็จฯ ไปทรงจุดธูป เทียนบูชาพระรัตนตรัย หรือพระราชทานพระบรมราโชวาท ให้ยืนตรงจนกว่าทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ นั้นเสร็จ ประทับพระราชอาสน์พระเก้าอี้แล้วจึงถวาย ความเคารพแล้วนั่ง

ผู้ที่นั่งเฝ้าฯ อยู่ในงานพิธีการต่าง ๆ เมื่อมีกิจจำเป็นจะต้องไปจากที่นั้น ให้ยืนถวายความเคารพก่อนแล้วจึงออกไปเมื่อกลับมาต้องถวายความเคารพอีกครั้งแล้วจึงนั่งลง

ในกรณีการเฝ้าฯ ที่ไม่ได้จัดให้นั่งเก้าอี้เฝ้าฯ เช่น งานสโมสรสันนิบาต งานเสด็จออกมหาสมาคม ผู้เฝ้า ฯ จะต้องยืนตลอดเวลาจนกว่าจะเสด็จฯ กลับ

3. การยืนเคารพในพิธีที่มีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสรรเสริญพระบารมีบรรเลงเพื่อถวายความเคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หรือผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เป็นผู้แทนพระองค์

การยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในกรณีที่มิได้ อยู่ในที่เฝ้าฯ เช่น เมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมี บรรเลงเป็นการเปิดหรือปิดงาน หรือเมื่อมหรสพเริ่ม หรือเลิก ควรทำความเคารพด้วยการยืนตรง เมื่อ เพลงจบให้คำนับโดยก้มศีรษะทั้งชายและหญิง

การเดินในกรณีที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์
การเดินนำเสด็จฯ

เมื่อพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ หรือสมเด็จพระบรมวงศ์เสด็จฯ มาถึง ประธานจัดงานหรือเจ้าภาพที่คอยรับเสด็จฯ ถวายความเคารพกราบบังคมทูลแล้วถวายรายงานใน โอกาสนี้จะเบิกผู้ที่สมควรเข้าเฝ้าด้วย ก็ได้ แล้วจึงเดินนำเสด็จฯ ไปยังสถาน ที่ที่กำหนดโดยปฏิบัติดังนี้

– เดิน เยื้องไปข้างหน้าไว้ระยะห่างพอสมควรจะอยู่ ด้านใดแล้วแต่สถานที่จะอำนวยแต่โดย ปกติผู้นำเสด็จจะอยู่ด้านซ้ายของพระองค์ ท่าน ในการเสด็จพระราชดำเนินบนลาดพระบาท ผู้นำเสด็จต้องไม่เดินบนลาดพระบาท

– ขณะที่เดิน ผู้นำเสด็จจะต้องเดิน ในลักษณะสำรวม

– เมื่อถึงที่ประทับผู้ นำเสด็จถวายความเคารพก่อนจะถอยออกไป ผู้ นำเสด็จถวายความเคารพอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อจะ นั่งที่ต้องถวายความเคารพอีกครั้งหนึ่ง

หมายเหตุ การถวายความเคารพนั้น ให้ผู้นำเสด็จปฏิบัติ ตามความเหมาะสมแก่เครื่องแบบและเพศของตน

ในกรณีที่ผู้นำเสด็จต้องกราบบังคมทูล ถวายคำอธิบายให้ทรงทราบเรื่องเกี่ยวกับสถานที่ หรือการแสดง ควรปฏิบัติดังนี้

– เดิน เยื้องไปข้างหน้าไว้ระยะห่างพอสมควร พอ ได้ยินพระราชกระแสและกราบบังคมทูลชี้แจง ในเรื่องที่ตรัสถาม ผู้นำเสด็จจะอยู่ด้าน ใดแล้วแต่สถานที่จะอำนวย แต่โดยปกติจะ อยู่ด้ายซ้ายของพระองค์ท่านในการนี้ผู้ นำเสด็จควรศึกษาเรื่องราวมาล่วงหน้า หรือกราบ บังคมทูลเบิกตัวผู้ใดผู้หนึ่งที่มีความ รู้ในเรื่องนี้ให้ถวายคำอธิบาย

– ผู้นำเสด็จจะต้องเดินในลักษณะสำรวมไม่เดิน เสมอพระองค์ท่าน

การเดินตามเสด็จ ทั้งชายและหญิงให้เดินเบื้องหลังพระองค์ท่าน ในลักษณะสำรวมไม่ยิ้มหัว ทักทายหรือทำความ เคารพผู้อื่น ถ้ามีลาดพระบาทผู้ที่เดิน ตามเสด็จไม่ควรเดินบนลาดพระบาท

การเดินในบริเวณที่ประทับ โดยปกติถ้าพระ องค์ท่านประทับอยู่ ไม่ควรเดินผ่านที่ประทับเว้น แต่มีความจำเป็นก็ต้องเดินอย่างสำรวมระวัง ที่สุด

การเดินผ่านหน้าหรือหลังที่ประทับ ต้องอยู่ในระยะห่างและพึงกระทำในกรณีที่ จำเป็นที่สุด โดยถวายความเคารพดังนี้

  • – ลุกจากที่นั่ง
  • – ผ่านที่ประทับ
  • – กลับเข้าที่ก่อนนั่งลง

การเดินไปทำธุระกิจใด ๆ ในบริเวณที่ เฝ้า เช่นยก หรือเลื่อนสิ่งของ พึงถวายความเคารพ ตามลำดับดังนี้

  • – ลุกจากที่นั่ง
  • – ถึงที่จะทำกิจธุระ
  • – ทำกิจธุระเสร็จแล้วจะกลับที่นั่งเดิม
  • – กลับเข้าที่แล้วก่อนนั่งลง

การเดินขึ้นและลงเมรุเผาศพ พึงถวายความ เคารพตามลำดับ ดังนี้

  • – ลุกจากที่นั่ง
  • – ผ่านที่ประทับแล้วขึ้นเมรุ
  • – ลงจากเมรุถึงพื้น
  • – ผ่านที่ประทับ
  • – ก่อนนั่ง ณ ที่ของตน

ทั้งสามกรณีดังกล่าว ผู้ปฏิบัติพึงระวังไม่ หันหลังไปทางพระองค์ท่าน ยกเว้นเฉพาะผู้ ยืนถวายอารักขาเท่านั้น

การเดินในพิธีทางศาสนา
การเดินเวียนเทียนหรือทำประทักษิณ ในวัน สำคัญทางพระพุทธศาสนาหรือในโอกาสอื่นเพื่อแสดง คารวะต่อพระรัตนตรัย ปูชนียวัตถุ หรือปูชนียสถาน เดินเวียนขวา 3 รอบ โดยให้มีปูชนียวัตถุ หรือปูชนียสถานอยู่ทางขวามือของผู้เดิน และพึงปฏิบัติดังนี้

1. เดินประนมมือ โดยมีดอกไม้ ธูปเทียนพร้อม (ในถิ่นกันดารหา ดอกไม้ ธูปเทียนยากจะเพียงเดินประนมมือก็ได้

2. ขณะเดินควรระมัดระวังอย่าให้ธูปเทียน ที่จุดไฟอยู่ไปถูกผู้อื่น

3. ขณะเดินควรระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระ สังฆคุณ (ที่แนะไว้นี้พอเป็นแนวปฏิบัติ แต่ถ้าผู้ใดจะบำเพ็ญจิตภาวนากำหนดกรรมฐานอย่าง อื่น หรือพระไตรลักษณ์คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็ ได้ )

การเดินในพิธีต่าง ๆ
1. การเดินตามศพเวียนเมรุ ให้เดินในลักษณะ สำรวมเดินเวียนซ้าย 3 รอบ โดยให้เมรุอยู่ทาง ซ้ายของผู้เดิน

2. การเดินขึ้นและ ลงเมรุเผาศพ ให้เดินเรียงแถวตามลำดับอย่าง มีระเบียบ ไม่แย่งกันขึ้นหรือลง รวมทั้งไม่ แย่งกันรับของที่ระลึก

3. การเดิน ในขบวนแห่ ได้แก่ ขบวนแห่ในพิธีต่าง ๆ เช่น แห่องค์กฐิน แห่เทียนพรรษา และแห่พระศพ ฯลฯ ให้เดินอย่างมีระเบียบและถูกต้องตามกฎ จราจร

4. การเดินเข้า-ออกระหว่างการ ประชุม โดยมารยาททั่วไปผู้ที่มีความจำเป็น ต้องเดินเข้าหรือออกระหว่างที่กำลังมีการประชุม ควรแสดงความเคารพประธานของที่ประชุมทุกครั้งด้วย การไหว้หรือคำนับเมื่อลุกจากที่นั่ง และเมื่อ เข้าสู่ที่ประชุม

การเดินผ่านผู้ใหญ่
ขณะที่ผ่านผู้ใหญ่ไม่ควรเดินลงส้น หรือมีเสียงดัง และต้องผ่านในระยะห่างพอสมควร

1. ขณะผู้ใหญ่ยืน ทั้งชาย และหญิงให้เดินผ่านในลักษณะสำรวมเคาะ 3 เคาะปล่อยมือไว้ข้างตัวและค้อมตัวเมื่อใกล้ถึงผู้ใหญ่
2. ขณะผู้ใหญ่นั่งเก้าอี้ ทั้งชายและหญิงให้เดินผ่านในลักษณะสำรวม ปล่อย มือไว้ข้างลำตัว ค้อมตัวพร้อมกับย่อเข่า เมื่อใกล้ถึงผู้ใหญ่
นั่งเก้าอี้อยู่แต่ถ้าเป็นในบ้านอาจจะใช้วิธีเดินเข่าก็ได้
3. ขณะผู้ใหญ่นั่งหรือนอนกับพื้น ทั้งชายและหญิงให้เดินผ่านในลักษณะสำรวมเมื่อถึงที่ผู้ใหญ่นั่งอยู่ให้ทรุดตัวลงเดินเข่า เมื่อผ่าน
ผู้ใหญ่ไปแล้วค่อยลุกขึ้นเดิน

วิธีการเดินเข่า ให้คุกเข่าปลายเท้าตั้ง แล้วค่อยสืบเข่าออกทีละข้างเหมือนกับการเดิน และค้อมตัวลงเล็กน้อยเมื่อใกล้จะถึง ผู้ใหญ่

การเดินนำหรือเดินตามผู้ใหญ่
1. การเดินนำ เดินระยะห่างพอสมควรจะอยู่ด้านใดแล้วแต่สถานที่จะอำนวย แต่โดยปกติผู้เดินจะอยู่ทางซ้ายของผู้ใหญ่ เดินลักษณะสำรวม
2.การเดินตาม เดินเบื้องหลัง เยื้องไปทางซ้ายของผู้ใหญ่เดินลักษณะสำรวมระยะห่างพอสมควร

การเดินโดยทั่วไป
การเดินที่ไม่เกี่ยวกับพิธี ได้แก่ เดินการกุศล เดินในที่สาธารณะเดินกับเพื่อน เดินตามถนน เดินข้ามถนน ถ้าเดินในที่สาธารณะ
หรือเดินกับเพื่อน ให้เดินโดยไม่กีดขวางทางหรือก่อความรำคาญแก่ผู้อื่น ถ้าเดินตามถนนให้เดินบนทางเท้า เมื่อจะข้ามถนนให้ปฏิบัติ
ตามกฎจราจรควรใช้สะพานลอยหรือทางข้าม (ทางม้าลาย) แม้การเดินในทางข้ามก็ควรระมัดระวังพอสมควร

การนั่งพับเพียบ

คือ การนั่งราบกับพื้น พับขา ให้ขาขวา ทับขาซ้าย หรือขาซ้ายทับขาขวา อาจแบ่ง ออกได้เป็น 4 อย่าง
ดังต่อไปนี้
1. การนั่งพับเพียบธรรดา คือ การนั่งพับเพียบวางมือไว้บนหน้าขาหรือเอามือ ท้าวพื้นก็ได้ โดยให้ปลายนิ้วมือเหยียดไปข้างหน้า
ถ้านั่งขาขวาทับขาซ้ายให้ใช้มือซ้ายท้าวพื้น ถ้านั่งขาซ้ายทับขาขวาให้ใช้มือขวาท้าวพื้น อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่สะดวกและเหมาะสม
ใช้ในการนั่งสนทนากับเพื่อนหรือนั่งอยู่ตามลำพัง

2 . การนั่งพับเพียบต่อหน้าผู้ใหญ่ อาจนั่งท่าใดท่าหนึ่ง ตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรเท้าแขน สายตาทอดลงเล็กน้อยและไม่จ้องตา
ผู้ใหญ่จนเสียกิริยา การนั่งลักษณะนี้ใช้ได้ทั้งชายและหญิง คือ

นั่งพับเพียบ ตัวตรง เก็บปลายเท้าโดย เบนปลายเท้าเข้าหาสะโพก มือทั้งสองข้างประสาน กันวางไว้บนหน้าขา ถ้านั่งพับเพียบขาขวา
ทับขาซ้ายวางมือที่ประสานบนหน้าขาซ้าย ถ้านั่งพับเพียบขาซ้ายทับขาขวาวาง มือที่ประสานบนหน้าขาขวาหรือบริเวณหน้าขา จุดใด
จุดหนึ่งที่เหมาะสมและสวยงาม

วิธีประสานมือ ให้ปฏิบัติในอาการสำรวมอาจใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
-ใช้มือซ้ายหงายมือขวาคว่ำทับหรือมือขวาหงายมือซ้ายคว่ำทับ

– ใช้มือทั้งสองคว่ำทับกันจะเป็นมือใด ทับมือใดก็ได้

– สอดนิ้วระหว่างช่องนิ้วของแต่ละมือ คล้ายการประนมมืออย่างหลวมๆ

ถ้าเป็นการเข้าพบผู้ใหญ่เพื่อนำของไป ให้หรือเมื่อสนทนากับผู้ใหญ่แล้วผู้ใหญ่ให้ของ ควรจะนั่งพับเพียบขาขวาทับขาซ้าย
เพื่อสะดวกในการรับของจากผู้ใหญ่ หรือส่งของให้ผู้ใหญ่เพราะเราจะส่งของหรือรับของกันด้วยมือขวา

นั่งพับเพียบค้อมตัวเก็บปลายเท้าวาง แขนทั้งสองข้างลงบนหน้าขามือประสานกัน อย่างใดอย่างหนึ่ง
3. การนั่งพับเพียบประนมมือ คือ การนั่งพับเพียบโดยประนมมือให้ นิ้วมือแนบชิดกัน ฝ่ามือราบ ปลายนิ้วตั้ง ขึ้น แขนแนบตัว
ระดับอก ไม่กางศอก
การนั่งลักษณะนี้ใช้ในโอกาสที่นั่งฟัง พระเทศน์ ฟังพระสวดมนต์เมื่อตนเองสวดมนต์รับ ฟังโอวาทหรือรับพรจากผู้ใหญ่
ใช้ได้ทั้งชาย และหญิง

4. การนั่งพับเพียบในพิธีการ คือ การนั่งพับเพียบในอาการสำรวมตลอดเวลา

หมายเหตุ ขณะที่นั่งพับเพียบดังกล่าว ตามข้อ 2,3,4, ข้างต้นไม่ควร พูดคุยหรือส่งเสียงดัง ถ้านั่งนานและประสงค์ จะเปลี่ยน
ท่านั่งให้ใช้มือทั้งสองข้างเท้า พื้นหรือเข่า ปล่อยนิ้วมือเหยียดไปข้างหน้า กดเข่าทั้งสองกับพื้นแล้วเปลี่ยนท่านั่งตามสะดวก

การนั่งขัดสมาธิ (สะ-หมาด) คือการนั่งตามสบายอย่างหนึ่ง และ การนั่งแบบทำสมาธิ
1. การนั่งขัดสมาธิธรรมดา คือ การนั่งบนพื้นคู้เข่าทั้งสองข้างหาตัว แนบขาลงที่พื้น โดยให้ขาข้างหนึ่งซ้อน ทับอยู่บนขาอีกข้างหนึ่ง
ส้นเท้าทั้งสองข้าง จะสัมผัสกับขาเป็นอิริยาบถที่ใช้นั่งตามลำพังสบายๆ หรือสำหรับชายนั่งกับพื้นรับประทานอาหาร

การนั่งขัดสมาธิที่ใช้ในศาสนามี 2 แบบ คือ การนั่งขัดสมาธิราบ และขัดสมาธิเพชร

การนั่งขัดสมาธิราบ คือ การนั่งขัดสมาธิสองชั้นโดยเอาขาซ้อนทับกัน เอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ให้นิ้วหัวแม่มือจรดกันตั้งกายส่วนบนให้ตรง การนั่งขัดสมาธิราบนี้ใช้นั่งในการเจริญภาวนา ทำจิตใจให้สงบ ซึ่งเป็นการปฏิบัติกรรมฐาน เมื่อ นั่งแบบนี้
จะมีผลให้เนื้อหนังและเอ็น ไม่ขด แม้นั่งนานทุกขเวทนาก็จะไม่เกิดขึ้น การบำเพ็ญภาวนาทางจิตใจจะได้ผล

การนั่งขัดสมาธิเพชร คือ การนั่งขัดสมาธิโดยคู้ เข่าทั้งสองข้าง เอาฝ่าเท้าทั้งสองขัดหรือ ไขว่ขึ้น วางบนหน้าขาท่านั่งขัดสมาธิ
แบบน ี้ต้องใช้การฝึกหัดให้เกิดความชำนาญโดย การหัดนั่งขัดสมาธิราบหรือขัดสมาธิสองชั้น ได้ชำนาญแล้ว

วิธีฝึกหัด ให้นั่งลงบนพื้นปล่อยให้ขาพักอยู่ตรงหน้าแล้วจึง ค่อยดึงขาซ้ายงอทำมุมฉากกับร่างกาย ใช้ส้นเท้าซ้ายนั้นพักอยู่บนพื้น แล้วจับ เท้าขวาขึ้นวางบนต้นขาซ้าย ให้ส้นเท้า ขวาชิดกับหน้าขา อย่าให้เท้าขวาเป็นที่ทรมาน หรืออึดอัด ขยับเข่าซ้ายที่งออยู่ให้เข้ามา ชิดตัว ยกข้อเท้าซ้ายขึ้นแล้ววาง หลังมือซ้ายลงบนต้นขาขวาให้ส้นเท้า จรดกับหน้าขาขวา เมื่อขัดสมาธิแบบนี้ได้ แล้วยืดกายท่อนบนให้ตรง แบบนั่งขัดสมาธิราบ นั่งขัดสมาธิแบบนี้เรียกว่า “ขัดสมาธิเพชร” หรือเรียกว่า “นั่งท่าดอกบัว” ( ปัทมาสนะ) ใช้นั่งบริกรรมภาวนาหรือปฏิบัติโยคะ

การนั่งหมอบ นั่งพับเพียบเก็บปลายเท้า หมอบลงไปให้ศอกข้างใดข้างหนึ่งลงถึงพื้น ถ้าขาข้างใดแนบพื้นก็ให้ศอกข้างนั้นลงถึงพื้นด้วย มือประสานกันไม่ก้มหน้า สายตาทอดลงต่ำ
การนั่งลักษณะนี้ใช้ได้ทั้งชายและหญิง เมื่อเข้าเฝ้า หรือรอรับเสด็จแบบไทย

การนั่งคุกเข่า คือ การนั่งย่อเข่าลง ให้ติดพื้นมี 4 แบบ ดังนี้คือ
1 . การนั่งคุกเข่าปลายเท้าตั้ง นั่งตัวตรง ปลายเท้าตั้ง นั่งลงบนส้นเท้า มือทั้งสองข้าง วางคว่ำบนหน้าขาทั้งสองข้าง (แบบเทพบุตร )

การนั่งลักษณะนี้ใช้นั่งเมื่อผู้ชาย จะกราบพระแบบเบญจางคประดิษฐ์ หรือใช้นั่งในท่าถวายบังคมทั้งชายและหญิง

2. การนั่ง คุกเข่าปลายเท้าราบ นั่งตัวตรง ปลายเท้าราบ นั่งลงบนฝ่าเท้า มือทั้งสองข้างวางคว่ำบน หน้าขาทั้งสองข้าง (แบบเทพธิดา)

การนั่งลักษณะนี้ใช้นั่งเมื่อผู้หญิงจะกราบพระ แบบเบญจางคประดิษฐ์

3. การนั่งคุกเข่าประนมมือ คือ การนั่งคุกเข่าแบบเทพบุตร หรือนั่งคุกเข่าแบบเทพธิดา โดยประนมมือระดับอก ให้นิ้วมือแนบชิดกัน ไม่กางศอก

การนั่งลักษณะนี้ใช้เมื่อกราบพระแบบเบญจางคประดิษฐ์ในจังหวะ 1 ของชายและหญิง การนั่งคุกเข่าประนมมืออีกวิธีหนึ่งคือ การนั่งคุกเข่าแบบเทพบุตร โดยประนมมือเหนืออกให้นิ้วมือ แนบชิดกัน ไม่กางศอก

การนั่งลักษณะนี้ ใช้ได้ทั้งชายและหญิง เมื่อถวายบังคมในจังหวะที่ 1

4. การนั่งคุกเข่าแบบลูกเสือ (ถวายราชสดุดี) คือ การนั่งคุกเข่าตามแบบที่ลูกเสือปฏิบัติอยู่ เมื่อประธานมีคำสั่งให้ถวายราชสดุดี แล้วก็ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าครึ่งก้าว คุกเข่าลง ตั้งเข่าซ้าย นั่งลงบนส้นเท้าขวา มือขวา แบคว่ำลงบนเข่าขวา แขนซ้ายวางพาด บนเข่าซ้ายเอียงไปทางขวาเล็กน้อย เมื่อร้อง เพลงราชสดุดีให้ก้มหน้าเล็กน้อย และให้เงยหน้าขึ้นตามเดิมเมื่อเพลงจบ (ถ้าถือหมวกอยู่ด้วยให้ปฏิบัติตามคู่มือ ระเบียบแถวของสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ)

การนั่งเก้าอี้
1. การนั่งเก้าอี้โดยทั่วไป คือ นั่งตามสบายถ้าเป็นเก้าอี้ที่มีเท้าแขน จะเอาแขนวางพาดก็ได้ ไม่ควรนั่งโยกเก้าอี้ นั่งได้ทั้งชายและหญิง เมื่อสนทนาอยู่กับเพื่อนหรือนั่งในที่ต่างๆ ที่ไม่เป็นพิธีการ

2. การนั่งเก้าอี้ต่อหน้าผู้ใหญ่ เป็นการนั่งโดยสำรวมกิริยาและสายตาตามสมควร ไม่ ก้มหน้านั่งท่าใดท่าหนึ่งดังต่อไปนี้

นั่งเก้าอี้ตัวตรง หลังไม่พิงพนักเก้าอี้มือ ทั้งสองข้างประสานกันวางบนหน้าขา
ชาย เข่าห่างกันเล็กน้อย ส้นเท้าชิด ปลายเท้าแยก เล็กน้อย

หญิง ก่อนนั่งใช้มือจัดกระโปรงจาก ด้านหลังเพื่อให้นั่งได้เรียบร้อย เข่าและปลาย เท้าชิดกัน หรือปลายเท้าชิดกันหรือปลายเท้าเหลื่อมกันเล็กน้อย

นั่งเก้าอี้ค้อมตัว ใช้แขนท่อนล่างทั้งสองข้างวางบนหน้าขาทั้งสอง มือประสานกัน
3. การนั่งเก้าอี้ประนมมือ คือการนั่งตัวตรง หลังพิงพนักเก้าอี้ นั่งใน ลักษณะสำรวมกิริยา โดยประนมมือระดับอก ให้นิ้วมือแนบชิดกัน ไม่กางศอก
การนั่งลักษณะนี้ ใช้ได้ทั้งชายและหญิง เช่น นั่งฟังพระเทศน์ หรือฟังพระสวดมนต์ในศาสนพิธี

4 . การนั่งเก้าอี้ในพิธีการ คือ การนั่งตัวตรง ด้วยอาการสำรวม ไม่นั่งไขว่ห้าง ไม่กระดิกเท้า ไม่สูบบุหรี่และไม่คุยกัน

การนั่งลักษณะนี้ใช้ได้ทั้งชายและหญิง เช่น นั่งในงานพระราชพิธี รัฐพิธี นั่งในที่ประชุม

ในกรณีที่มีการสวดถวายอติเรก หรือ ถวายพระพรลาผู้อยู่ในที่เฝ้าไม่ต้องประนมมือ เพราะเป็นการสวดถวายพระพรที่เจาะจงเฉพาะ พระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

การนั่งเล่นหรือนั่งพักผ่อน คือ การนั่งในกิริยาบถตามสบาย จะนั่งในลักษณะใดก็ได้ตาม ความพอใจ เช่น นั่งกับพื้น แต่เมื่อผู้ใหญ่ผ่านเข้ามาในที่นั้นควรนั่งสำรวม ไม่ไขว่ห้าง ไม่กระดิกเท้าหรือเหยียดเท้าไปทางผู้ใหญ่

การรับส่งของแบ่งได้เป็นหัวข้อได้ดังนี้
1. การทูลเกล้าฯถวายของและการรับพระราชทานของ
2. การประเคนของแด่พระสงฆ์
3. การรับของจากผู้ใหญ่และการส่งของให้ผู้ใหญ่

การทูลเกล้าฯ ถวายของและการรับพระราชทานของ
1. การทูลเกล้าฯ ถวายของ

– พัสดุหรือ สิ่งของที่ยกถือเชิญอันเป็นของเบา เรียก ว่าทูลเกล้าถวาย ผู้เข้าเฝ้าฯ ชายหรือหญิง เมื่อจะทูลเกล้าฯ ถวายในขณะประทับพระราช อาสน์ พระเก้าอี้ หรือประทับยืนจะต้องมีภาชนะ เช่น พานรองรับสิ่งของนั้น ผู้ถวายควรถือคอ พานประคอง 2 มือ ก่อนจะเข้าไปเฝ้าฯ ถวาย ต้องทำความเคารพตามเพศ (คำนับ-ถอนสาย บัว) แล้วย่อตัวลง โดยก้าวเท้าขวาไป ข้างหน้า เข่าซ้ายลงจรดพื้นแล้วยกพานภาชนะ ที่รองรับสิ่งของนั้น ๆ ทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อทรงหยิบของในพานแล้ว ให้ลุกขึ้นถือ ภาชนะหรือพานลดต่ำพร้อมกับถอยเท้าขวากลับ ถวายความเคารพแล้วเดินถอยหลังออกไป 3- 4 ก้าวถวายความเคารพแล้วกลับไปยืนหรือนั่ง เฝ้าฯ ที่เดิม

ในกรณีที่ทูลเกล้าฯ ถวายทั้งพาน เมื่อทรงรับแล้ว ผู้ถวายลุกขึ้น ยืนในท่าตรง มือปล่อยตามปรกติ ถอยหลังเล็ก น้อย ถวายความเคารพแล้วเดินถอยหลังออกไป 3 -4 ก้าว ถวายความเคารพ กลับไปยืนหรือนั่ง เฝ้าฯ ที่เดิม
เมื่อจะทูลเกล้าฯ ใน ขณะประทับราบกับพื้น ให้ถวายความเคารพก่อนแล้ว จึงคลานเข้าไปจนใกล้ที่ประทับห่างพอประมาณ ยกของนั้นขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ทรงรับแล้ววาง พาน ถวายความเคารพโดยหมอบกราบ รอจังหวะ หากมี พระราชดำรัสด้วยให้ประนมมือสดับพระราชกระแส และการกราบบังคมทูลตอบแล้ว จึงถวายความเคารพ อีกครั้งหนึ่งก่อนคลานถอยหลังกลับ

การประเคนของแด่พระสงฆ์และการรับของจากพระสงฆ์
1. การ ประเคนของแด่พระสงฆ์ หมายถึง การถวายของโดย ส่งให้ตามวิธีการทางพระวินัย การประเคนของ แด่พระสงฆ์ ถ้าเป็นของที่พอยกได้ใช้ สองมือยกแล้วประเคนในระยะหัตถบาส ถ้าเป็น ของใหญ่เกินกว่าที่จะยกได้ เช่น เรือ รถ หรือกุฎิ ก็ไม่ต้องยกเพียงกล่าวคำถวาย หรือถวายเอกสารประกอบสิ่งของนั้นก็พอแล้ว

วิธีการประเคนของ ชายและหญิงปฏิบัติดังนี้ คือ ถ้าพระสงฆ์นั่งกับพื้นถือของเดินเข่าเข้า ไปได้ระยะหัตถบาส แล้วยกของขึ้นประเคน ชาย จะประเคนของแด่พระสงฆ์ในลักษณะมือต่อมือ ได้เลย ส่วนหญิงจะต้องวางบนผ้าที่พระ สงฆ์ทอดออกมา จะไหว้หรือกราบแล้วแต่กาลเทศะ ถอยโดยวิธีเดินเข่า เมื่อห่างพอประมาณค่อยๆ ลุก ขึ้นหันตัวกลับ ในกรณีพระสงฆ์นั่งบนเก้าอี้ หรืออาสน์สงฆ์ไม่ต้องเดินเข่า แต่เข้าไปให้ ได้ระยะหัตถบาส และประเคนตามวิธีดังกล่าวข้าง ต้น ถ้ามีของถวายหลายอย่าง ควรประเคนทีละ อย่าง แต่ถ้ามีถาดหรือภาชนะใส่ไว้แล้ว ก็ ประเคนทั้งถาดหรือภาชนะได้ แต่ไม่ควรยกโต๊ะ อาหารประเคนทั้งโต๊ะ เพราะเป็นของใหญ่หรือหนักเกิน ประมาณ ซึ่งผิดพระวินัย

2. การรับของ จากพระสงฆ์ การรับของจากพระสงฆ์ ชายและ หญิงปฏิบัติดังนี้คือ ก่อนรับของให้เข้าไป ใกล้ในระยะพอสมควร แล้วแสดงความเคารพจะ กราบหรือไหว้สุดแต่กาละของเบา ชายยื่น มือขวารับ ของหนัก ยื่นสองมือรับแล้วถอย กลับ ส่วนหญิงพระจะวางของไว้ตรงหน้า ของ เบาให้เอื้อมมือขวาไปหยิบด้วยอาการนอบน้อม สำรวม ของหนักให้ยกทั้งสองมือแล้วถอยกลับ

การรับของจากผู้ใหญ่และการส่งของให้ผู้ใหญ่
ของที่จะรับหรือส่ง มี สองลักษณะ คือ ของหนักและของเบา ของหนักให้ ถือสองมือ ของเบาให้ถือมือเดียว โดยถือ ด้วยมือขวา มือซ้ายปล่อยข้างตัวของที่จะ รับหรือส่งควรถือตามขวาง ถ้าเป็นสมุดหรือ หนังสือควรหันทางสันออกนอกตัว

1. การรับของและส่งของอย่างเป็นพิธีการ

คำว่า พิธีการในที่นี้คือ การกระทำ ที่เป็นพิธี มีการกำหนดนัดหมาย และมีระเบียบ ปฏิบัติซึ่งอาจไม่เหมือนกับวิธีปฏิบัติที่เป็นส่วน ตัว

1.1 การรับของ

– ขณะผู้ใหญ่ยืน

ชาย เดินเข้าไปห่าง จากผู้ใหญ่พอสมควร (ประมาณ 3 ก้าว) ยืนตรงคำนับแล้วก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าพร้อม กับค้อมตัวเล็กน้อย รับของเสร็จแล้วชักเท้า ขวากลับ คำนับอีกครั้งหนึ่ง ถอยพอประมาณแล้วหัน กลับ อีกแบบหนึ่งยืนไหว้ครั้งเดียว แทนการคำนับ ก่อน รับของแล้วไม่ต้องไหว้อีก

หญิง เดินเข้าไปห่างจากผู้ใหญ่พอสมควร ( ประมาณ 3 ก้าว) ย่อตัวไหว้ตามอาวุโส ของผู้ ส่งของให้ แล้วก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าพร้อม กับย่อตัวรับของเสร็จแล้วชักเท้าขวากลับ ถอยพอประมาณ หันกลับ

– ขณะผู้ใหญ่นั่งเก้าอี้
ชาย เดินเข้าไปห่างจากผู้ใหญ่ พอสมควร ยืนตรง คำนับก้าวเท้าขวาไปข้าง หน้าแล้วคุกเข่าซ้าย รับของ เสร็จแล้วถอยเท้าขวา พร้อมกับลุกขึ้นยืนตรง คำนับอีกครั้งหนึ่ง ถอย พอประมาณ หันกลับอีกแบบหนึ่งค้อมตัวไหว้ครั้ง เดียวแทนการคำนับก่อนรับของ

หญิง เดิน เข้าไปห่างจากผู้ใหญ่พอสมควร ยืนตรง ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าแล้วคุกเข่าซ้าย และไหว้ ตามอาวุโสของผู้ส่งของให้ รับของแล้วถอย เท้าขวาพร้อมกับลุกขึ้นยืน ถอยพอประมาณ หัน กลับ

– ขณะผู้ใหญ่นั่งกับพื้น

ชายและหญิงปฏิบัติเหมือนกัน ถ้าเป็นผู้ใหญ่ ที่มีพระคุณหรืออาวุโสมาก ให้เข้าไปใกล้ ผู้ใหญ่พอประมาณ แล้วจึงเดินเข่าเข้าไปห่าง จากผู้ใหญ่ประมาณ 3 ก้าว นั่งพับเพียบกราบผู้ ใหญ่ 1 ครั้ง แล้วรับของ วางของทางขวามือ เหนือเข่าเล็กน้อย ถ้าผู้ใหญ่ปราศรัยด้วยก็นั่ง ในลักษณะสำรวมเสร็จแล้วกราบอีก 1 ครั้ง ถือของ เดินเข่าถอยพอประมาณลุกขึ้นหันกลับ

1.2 การส่งของ
– ขณะผู้ใหญ่ ยืน

ชาย ถือของเดินเข้าไปห่างจาก ผู้ใหญ่พอสมควร ยืนตรงคำนับ แล้วก้าวเท้า ขวาไปข้างหน้า พร้อมกับค้อมตัวเล็กน้อย ส่ง ของเสร็จแล้วชักเท้าขวากลับ คำนับอีกครั้งหนึ่ง ส่งของเสร็จแล้วซักเท้าขวากลับคำนับอีกครั้ง หนึ่ง ถอยพอประมาณ หันกลับอีกแบบหนึ่ง ใช้การ ยืนแทนการคำนับไหว้ครั้งเดียวแทนการคำนับเมื่อ ส่งของให้ผู้ใหญ่แล้ว
หญิง ถือของ เดินเข้าไปห่างจากผู้ใหญ่พอสมควรยืน ตรงแล้วก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับย่อ ตัวเล็กน้อยส่งของเสร็จแล้วไหว้ในขณะที่ ย่อตัวอยู่แล้วชักเท้าขวากลับ ถอยพอประมาณ หันกลับ

ในกรณีที่มีภาชนะรองรับของ เช่น พาน ให้จับคอพานทั้งสองมือเดินเข้า ไปให้ได้ระยะพอสมควร ค้อมตัว ยกพาน ส่งของให้ เมื่อผู้ใหญ่รับของไปแล้วถือ พานด้วยมือขวา ชายคำนับแล้วถอยกลับ หญิงย่อ ตัวเล็กน้อย ถอยกลับ
– ขณะผู้ใหญ่นั่งเก้าอี้
ชาย ถือของเดินเข้าไปห่างจาก ผู้ใหญ่พอสมควร ยืนตรงคำนับ ก้าวเท้าขวา ไปข้างหน้าแล้วคุกเข่าซ้ายส่งของเสร็จแล้วถอย เท้าขวากลับพร้อมลุกขึ้น ยืนตรง คำนับอีกครั้ง หนึ่งถอยพอประมาณ หันกลับ อีกแบบหนึ่งใช้การ ค้อมตัวไหว้ครั้งเดียวแทนการคำนับ เมื่อส่งของ ให้ผู้ใหญ่แล้ว
หญิง ถือของเดินเข้า ไปห่างจากผู้ใหญ่พอสมควร ยืนตรงก้าว เท้าขวาไปข้างหน้าแล้วคุกเข่าซ้ายส่งของ เสร็จ แล้วไหว้ตามอาวุโสของผู้รับ แล้วถอยเท้าขวา พร้อมกับลุกขึ้นยืนถอยพอประมาณหันกลับ

ในกรณีที่มีภาชนะรองรับของ เช่น พาน ให้ จับคอพานทั้งสองมือเดินเข้าไปให้ได้ ระยะพอสมควร คุกเข่าลงเดินเข้าไปพอประมาณ นั่งพับเพียบวางพานแล้วกราบ 1 ครั้ง แล้วยก พานส่งของให้เมื่อผู้ใหญ่รับของไปแล้ว วางพานทางขวามือ เหนือเข่าเล็กน้อยแล้วกราบ 1 ครั้ง ยกพานขึ้นเดินเข่าถอยกลับ
– ขณะผู้ใหญ่นั่งกับพื้น
ชายและหญิงปฏิบัติเหมือน กัน ถ้าเป็นผู้ใหญ่ผู้มีพระคุณหรือผู้ มีอาวุโสมากให้ผู้ที่เข้าไปส่งของเดิน เข่าถือของเข้าไป ห่างจากผู้ใหญ่พอประมาณ นั่งพับเพียบวางของทางขวามือเหนือเข่าเล็ก น้อย แล้วกราบผู้ใหญ่ 1 ครั้ง ส่งของให้ผู้ ใหญ่ ถ้าผู้ใหญ่ปราศรัยด้วยก็ให้นั่งลักษณะสำรวม เมื่อจะลากลับกราบอีก 1 ครั้ง ถอยโดยวิธี เดินเข่า ห่างจากผู้ใหญ่พอประมาณลุกขึ้นยืน หันกลับ

2. การรับของและส่งของ อย่างไม่เป็นพิธีการ

การรับของและ ส่งของอย่างไม่เป็นพิธีการนั้นหมายถึง การ รับของและส่งของเป็นการส่วนตัวขณะที่ ผู้ใหญ่ยืนอยู่หรือนั่งเก้าอี้รับแขก หรือนั่ง บนพื้นในบ้าน ทั้งชายและหญิงควรปฏิบัติด้วย อาการนอบน้อมด้วยการทำความเคารพคือ เมื่อจะ รับของก็ไหว้ท่านแล้วจึงรับ เมื่อจะส่ง ของให้ท่านก็ส่งของก่อนแล้วจึงไหว้ ทั้ง นี้พึงปฏิบัติให้เหมาะสมตามกรณี เมื่อจะลา ท่านก็ให้ไหว้อีกครั้งหนึ่ง

หมายเหตุ การ รับของหรือการส่งของเมื่อผู้ใหญ่นั่งกับ พื้น ถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่อาวุโสไม่มาก เช่น พี่ น้า อา เป็นต้น ให้ใช้วิธีการนั่งพับเพียบไหว้ การเข้าและออกให้ใช้วิธีเดินเข่า

Leave a comment

Filed under :: มารยาทไทย ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s