:: การใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม ::

การตัดสินใจและใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม

นักเรียนเคยพบปัญหาเช่นนี้หรือไม่

-เมื่อพบเหตุการณ์บางอย่างที่ต้องตัดสินใจ นักเรียนตัดสินใจได้ หรือกว่าจะตัดสินใจได้ เหตุการณ์นั้นก็ผ่านไปแล้ว-เมื่อต้องตัดสินใจว่า
อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรผิด อะไรถูก นักเรียนก็ไม่อาจตัดสินใจได้หรือเมื่อตัดสินใจไปแล้ว คนอื่นก็ไม่เห็นด้วย-เมื่อมีปัญหาโต้แย้งกับคนอื่น ทั้งที่แน่ใจว่าความคิดของเราถูก แต่เราก็ไม่อาจทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจ หรือเห็นด้วย
ดังนั้น การตัดสินใจของนักเรียน อาจเป็นที่ถูกใจตัวเอง แต่ไม่ถูกต้อง จึงทำให้เกิดความขัดแย้งและวุ่นวายมีความเดือดร้อนตามมาภายหลัง
อะไร…? ที่ทำให้นักเรียนไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ … เพราะนักเรียนไม่อาจตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
การมีเหตุผลที่ดี จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ทำอย่างไร? จึงจะเป็นผู้ที่มีเหตุผลที่ดี

ให้นักเรียนอ่านต่อไป จะได้พบคำตอบที่น่าพอใจ

เรื่องที่ 1 การพูดความจริง

นักเรียนไม่ได้ทำการบ้านส่งอาจารย์ เพราะหนีเรียนในชั่วโมงก่อน จึงไม่เข้าใจบทเรียน แต่ไม่กล้าถามคุณครู กลัวเพื่อนจะหัวเราะเยาะ และกลัวคุณครูดุ
แต่เมื่อคุณครูซักถามถึงเหตุผลของการไม่ส่งการบ้าน นักเรียนก็จะบอกคุณครูตามความเป็นจริง

เหตุผลเพราะ………..จะตัดสินใจเลือกคำตอบไหนดีเอ่ย

ก. ถ้าโกหกแล้วถูกจับได้ นักเรียนคงถูกลงโทษ

ข. คงไม่มีประโยชน์แก่นักเรียน หากพูดโกหก

ค. หากนักเรียนเป็นคุณครู คงไม่ชอบนักเรียนที่พูดโกหก

นักเรียนเลือกข้อ ก.

ถ้าโกหกแล้วถูกจับได้ นักเรียนคงถูกลงโทษ

การที่เราไม่กระทำผิดเนื่องจากกลัวถูกลงโทษนั้น หมายความว่า ถ้าเราทำสิ่งที่ไม่ดีแล้ว ไม่มีใครรู้ใครเห็นเราทำ เพราะไม่มีใครมาลงโทษเรา แต่ถ้ามีคนรู้คนเห็น เรากลัวเขาจะลงโทษ เช่น ดุด่า เฆี่ยนตี หักคะแนน ปรับ กักขัง จำคุก ฯลฯ เราจึงไม่ทำความผิด

ดังนั้น คนที่ไม่ทำความผิดเพราะกลัวถูกลงโทษนี้ จะเป็นคนที่ทำผิดได้ ถ้าไม่มีคนอื่นคอยควบคุมอยู่

เหตุผลนี้จึงไม่เหมาะสม เพราะแสดงถึงจิตใจที่ยังเป็นเด็กอยู่มาก ต้องพึ่งคนอื่นให้ควบคุมอยู่เสมอ

นักเรียนเลือก ข้อ ข.

คงไม่มีประโยชน์แก่นักเรียน หากพูดโกหก

เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่แสดงว่า นักเรียนคิดเพียงผลที่เกิดขึ้นแก่ตัวนักเรีนยเท่านั้นหากผู้ใดทำอะไรที่หวังผลประโยชน์ส่วนตัว เช่น ให้ได้รับของกิน ของใช้ที่ตนต้องการ หรือทำให้ตนเอง สบายกาย สบายใจ แต่คนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่าง คนที่ไม่คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้อื่น หรือส่วนรวมเช่นนี้ เราเรียกคนนั้นว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว

เชื่อว่านักเรียนคงไม่ทำอย่างคนเห็นแก่ตัวเช่นนี้บ่อยเกินไป ถ้าทำบ่อยควรเปลี่ยนแปลงตัวเองนะค่ะ

นักเรียนเลือก…..ค.หากนักเรียนเป็นคุณครู คงไม่ชอบนักเรียนที่โกหก

ยินดีด้วยที่นักเรียนเลือกเหตุผลนี้

คนเราจะติดต่อเกี่ยวข้องกันได้ดี ถ้าเราทำตามที่เขาพอใจ และเขาก็ทำอย่างที่เราพอใจ การรู้จักทายใจคนอื่น ว่าเขาชอบอะไร เกลียดอะไร ได้อย่างถูกต้องเป็นความสามารถของคนที่โตแล้ว ความสามารถคาดคะเนใจผู้อื่น หรือสามารถคิดเอาใจเขามาใส่ใจเราได้เป็นสิ่งที่จำเป็นในการอยู่รว่มกับผู้อื่น เพราะจะทำให้เราเข้าใจผู้อื่นได้ดี ช่วยป้องกัน แก้ไขความไม่เข้าใจกันได้ ในกรณีนี้หากนักเรียนทำผิดแล้วยอมรับผิด ยอมรับความจริง คุณครูคงพอใจมาก

ถ้าเรารู้ใจเขา และอยากให้เขารักใคร่ชอบพอเรา เราก็ต้องทำตามที่เขาพอใจบ้าง ถ้ารู้ว่าเขาชอบอะไร แต่เราไม่ทำ แปลว่าเราไม่อยากคบกับเขาอีกต่อไป การลดความเห็นแก่ตัวแล้วเห็นแก่ผู้อื่นที่ใกล้ชิดบ้าง จะช่วยให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อไปอีกนาน

เรื่องที่ 2 มือถือเครื่องใหม่ของวิวัฒน์

วิวัฒน์และวินัยเป็นพี่น้องกัน วิวัฒน์เป็นพี่เรียนอยู่ชั้น ปี 1 ในมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐ วินัยเป็นน้องเรียนอยู่ชั้น ม.4 เนื่องจากวินัยเป็นน้อง พ่อแม่มักตามใจวินัยเสมอ ในวันเกิดของวิวัฒน์ แม่ได้ซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้ แต่วินัยไม่ยอม บอกว่าเขาต้องการมือถือเครื่องใหม่เช่นกัน ให้วิวัฒน์ใช้เครื่องเก่าไปก่อน หากวินัยไม่ได้เครื่องใหม่ วินัยจะไม่ยอมไปโรงเรียน แม่จึงถามวิวัฒน์ว่าจะยอมให้มือถือเครื่องใหม่แก่น้องได้หรือไม่

หากนักเรียนเป็นวิวัฒน์ อยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น นักเรียนก็ยอมให้มือถือใหม่แก่น้องได้เหมือนกัน

เหตุผลเพราะ…เลือกคำตอบข้อไหนดีน้าาา

ก. แม้จะไม่ได้มือถือเครื่องใหม่ แม่ก็คงซื้อของใหม่ๆ อื่นๆ ให้แทน
ข. นักเรียนต้องการเป็นคนดีของพ่อ แม่ ต้องการเป็นที่รักของแม่และน้อง
ค. ถ้าไม่ยอมให้ แม้และน้องคงโกรธ และอาจถูกแม่ทำโทษได้

นักเรียนเลือกข้อ ก แม้จะไม่ได้รถคันใหม่ แม่ก็คงซื้อของใหม่อื่นๆ ให้แทน

หากนักเรียนคิดเช่นนี้แสดงว่า นักเรียนกระทำลงไปโดยหวังผลตอบแทน คือให้มือถือเครื่องใหม่แก่น้อง โดยหวังว่าอย่างไรเสีย แม้ก็คงซื้อของใหม่อย่างอื่นให้แทน ซึ่งถ้าหากแม่ซื้อให้จริงๆ ก็คงจะดี แต่ถ้าหากแม่ไม่ได้ซื้อให้ นักเรียนก็คงไม่พอใจและก่อให้เกิดความยุ่งยากขึ้นได้

การคิดแบบนี้ ถ้าพิจารณาให้ดี ก็คือการคิด โดยยึดตัวเองเป็นสำคัญ ยึดประโยชน์ของตนเป็นใหญ่ ซึ่งหากการคิดเช่นนี้มีในสังคมมากๆ จะไม่ดีเลย เพราะจะเป็นว่าทุกคนทำอะไรก็เพื่อตอบแทน หรือผลที่ตนเองควรจะได้รับ ไม่มีใครคิดจะทำเพื่อคนอื่น เพื่อส่วนรวมเลย เรียกว่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัว

ดังนั้น หากนักเรียนต้องการที่จะทำให้สังคมในครอบครัวของเราอยู่รวมกันได้อย่างมีความสุข นักเรียนควรคิดถึงประโยชน์ของตัวเองให้น้อยลง คิดถึงการทำเพื่อผู้อื่น เพื่อส่วนรวมให้มากๆ

นักเรียนเลือก ข้อ ข.
นักเรียนต้องการเป็นคนดีของพ่อแม่ ต้องการเป็นที่รักของแม่และน้อง

นักเรียนเลือกเหตุผลนี้ เป็นการแสดงว่า นักเรียนตัดสินใจลงไปโดยไม่ได้มองเฉพาะประโยชน์ที่ตนจะได้รับเท่านั้น แต่นักเรียนได้ให้ความสำคัญแก่ผู้อื่นที่เกี่ยวข้องด้วย คือ พ่อ แม่ น้อง นักเรียนตัดสินใจให้มือถือเครื่องใหม่แก่น้อง โดยคิดว่า พ่อ แม่ น้องคงพอใจ และเมื่อเป็นเช่นนี้ แสดงว่านักเรียนเป็นคนดีของ พ่อแม่ และเป็นที่รักของน้องด้วย

ซึ่งจะเห็นว่า การที่เราเสียสละที่เราจะได้เพียงเล็กน้อย เพื่อความพอใจและเพื่อความสุขของผู้อื่น ทั้งตัวเองและผู้อื่นต่างก็มีความสบายใจและมีความสุข แสดงว่านักเรียนเป็นคนที่มีจิตใจประเสริฐ สูงส่ง น่าสรรเสริญ เป็นอย่างยิ่ง

นักศึกษาเลือก ค. ถ้าไม่ยอมให้ แม่และน้องจะโกรธ และอาจถูกทำโทษได้

เลือกข้อนี้ แสดงว่านักเรียนจะทำอะไรก็ตาม ทำเพื่อไม่ให้ตนถูกลงโทษ แสดงว่านักเรียนคิดเฉพาะผลที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเองเท่านั้น ถือเอาตนเองเป็นสำคัญ ซึ่งการคิดเช่นนี้ บางทีจะทำให้เราอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ลำบาก เพราะการที่เราทำเพียงเพื่อหนีการถูกลงโทษหรือทำโดยเห็นความสำคัญเฉพาะตัวเรา อาจเป็นการกระทำที่เกิดผลเสียต่อผู้อื่น หรือผู้อื่นไม่ชอบ ไม่เห็นด้วยกับเราได้ และถ้าเป็นเช่นนั้น แม้เราจะไม่เจ็บตัวจากการถูกลงโทษหรือไม่ถูกดุด่า ก็อาจไม่มีใครชอบ หรือไม่มีใครคบเราก็ได้
การที่เราจะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข เราจะต้องคิดถึงคนอื่น ให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่านี้

เรื่องที่ 3 เจ้าของอยู่ไหน

ในวันลงทะเบียนภาคเรียนที่ 1 นางสาวดรุณี มั่งมี นักเรียนเก็บกระเป๋าเงินได้ มีเงินอยู่ประมาณ 2000 บาท แล้วส่งให้คุณครูประกาศหาเจ้าของ และต่อมา นายศรัญญู แจ้งกระจ่าง นักเรียนชั้น ม.6 เก็บโทรศัพท์มือถือได้ แล้วมอบให้คุณครูประกาศหาเจ้าของ

และหากว่านักเรียนเก็บกระเป๋าเงิน หรือของมีค่าได้ ก็จะประกาศหาเจ้าของและมอบของคืนให้เช่นกัน

เหตุผลเพราะ………ตัดสินใจเลือกข้อไหนดีน้าาาา..

ก. นักเรียนอาจได้รับคำชมเชยจากคุณครู
ข. นักเรียนอาจได้รางวัล หรือสิ่งตอบแทนจากเจ้าของ
ค. เจ้าของจะต้องดีใจเมื่อได้ของคืน

นักเรียนเลือก ข้อ ก

นักเรียนอาจได้รับคำยกย่อง ชมเชย จากคุณครู

เหตุผลนี้ เป็นเหตุผลที่แสดงว่า นักเรียนคิดเพียงเพื่อหวังจะได้รับคำชมเชยเท่านั้น แต่ถ้าหากนักเรียไม่ได้รับคำยกย่อง ชมเชย หรือไม่มีใครสนใจ นักเรียนก็อาจหมดกำลังใจที่จะทำความดี อาจเลิกทำความดีก็ได้ เรียกว่าทำความดีเพื่อเอาหน้า ถ้าไม่มีคนรู้คนเห็น ไม่มีใครยกย่อง ก็จะไม่ทำความดี หรือจงใจทำความดี เฉพาะต่อหน้าที่มีคนเห็นเท่านั้น

ดังนั้น การทำความดี โดยคิดเพียงให้คนเห็นความสำคัญของตน หรือเพื่อประโยชน์ที่ตนได้รับ โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น นับเป็นความคิดที่แคบ และไม่เหมาะสมกับการอยู่ร่วมกับคนอื่น อาจพูดได้ว่า เป็นคนใจไม่สูงก็ได้

นักเรียนเลือก ข้อ ข.

นักเรียนตัดสินใจด้วยเหตุผลนี้ แสดงว่านักเรียนทำความดีครั้งนี้ เพียงหวังจะได้รับรางวัลตอบแทน บุคคลที่ทำอะไรโดยหวังผลประโยชน์หรือผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวนี้ก็เข้าลักษณะคนเห็นแก่ตัวเช่น กัน เป็นคนใจแคบ ไม่มีน้ำใจต่อผู้อื่น คนประเภทนี้มักจะทำในสิ่งที่ผิด สิ่งที่เลวได้ง่าย เพืยงเพื่อหวังผลตอบแทน หรือค่าจ้างที่ตนจะได้รับ

หากนักเรียนคิดที่จะเป็นคนดีที่สังคมต้องการแล้ว ต้องคิดถึงประโยชน์ของคนอื่น หรือส่วนรวมให้มากๆ เพราะการอยู่ร่วมกับคนอื่นนั้น ต้องมีความเห็นอกเห็นใจ ไม่ควรยึดถือแต่ประโยชน์ หรือความพอใจของตนเองเท่านั้น ควรคิดถึงประโยชน์ หรือความพอใจของคนอื่นมาก ๆ จึงจะดี

นักเรียนเลือกข้อ ค.เจ้าของจะต้องดีใจเมื่อได้ของคืน

ดีใจจัง ที่นักเรียนเลือกข้อนี้ เพราะ…….

แสดงว่า นักเรียนได้คิดถึงจิตใจของคนอื่น รู้สึกสงสารในความเดือดร้อนของเขา เขาคงรักและเสียดายของที่หายไป เพราะถ้าหากเป็นของเรา เราก็เสียดายเช่นกัน บางทีเขาอาจจะมีความจำเป็นจะต้องใช้เงินจำนวนมากนี้ก็ได้ ถ้าเขาได้เงินคืน เขาต้องดีใจไม่น้อย

การคิดหยั่งใจผู้อื่น เพราะคาดคะเนใจของเขาว่า เขาคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร เรียกว่า การคิดแบบเอาเอาใจเขามาใส่ใจเรา จะสามารถทำให้เราเข้าใจผู้อื่นได้ดี การกระทำของเราเป็นสิ่งที่พอใจของผู้อื่น เราเองก็เป็นสุข ผู้อื่นก็เป็นสุข ถ้าในสังคมมีคนอย่างนี้มากๆ และประพฤติเช่นนี้ต่อกันสังคมก็จะเป็นสุข

ขอแสดงความยินดี ที่นักเรียนเป็นผู้มีจิตใจสูง ที่ลดความเห็นแก่ตัวลงและมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

เรื่องที่ 4 ส่วนตัวหรือส่วนรวม

ในวันพรุ่งนี้จะเป็นวันคล้ายวันเกิดโรงเรียน นักเรียนทุกห้องได้รับมอบหมายให้ทำจัดกิจกรรมในวันสำคัญนี้ หลังจากเลิกเรียนแล้ว เพื่อนๆ ทุกๆ คนกำลังเร่งรีบจัดเตรียมงานกันอยู่ วนิดาบอกเพื่อนๆ ว่า วันนี้จะไม่อยู่ช่วยงาน เพราะบ้านอยู่ไกล และต้องรีบกลับไป ช่วยคุณแม่ทำขนมส่งตลาด

หากนักเรียนเป็นวนิดา จะไม่กระทำเช่นนี้แน่นอน เหตุผลเพราะ

ฝึกตัดสินใจให้รวดเร็วนะค่ะ แล้วเลือกคำตอบเลยค่ะ

ก. เพื่อนๆ จะได้เห็นว่านักเรียนเป็นคนดีมีน้ำใจ
ข. นักเรียนละอายใจที่เอาเปรียบเพื่อนๆ
ค. เป็นหน้าที่ของนักเรียนที่ต้องให้ความร่วมมือต่อส่วนรวม

นักเรียนเลือก….ข้อ ก. เพื่อนๆ จะได้เห็นว่านักเรียนเป็นคนดีมีน้ำใจ

การที่นักศึกษาเลือกเหตุผลนี้ แสดงว่านักเรียนมองเฉพาะผลที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองคิดว่าถ้าหากทำดีจะมีคนเห็น จะมีคนชม คิดว่าตัวเองจะมีคุณค่าก็ต้องทำความดีให้คนอื่นเห็น ดังนั้น การทำความดีก็เพื่อหวังผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง มิได้ตั้งใจกระทำเพื่อต้องการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้อื่น

ดังนั้น เหตุผลนี้จึงไม่เหมาะ เพราะแสดงออกให้เห็นว่าใจแคบ คิดถึงแต่ความรู้สึกหรือความพอใจส่วนตัว ไม่ได้เกิดความรู้สึกสงสารเห็นอกเห็นใจผู้อื่น หากว่าทุกคนในสังคมต่างมีความเห็นแก่ตัวหรือมีใจแคบ ไม่คิดสงสารและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันเช่นนี้แล้ว สังคมนั้นคงไม่เจริญอย่างแน่นอน

ดังนั้นเหตุผลนี้จึงไม่เหมาะ เพราะแสดงออกให้เห็นว่าเป็นคนใจแคบ คิดถึงแต่ความรู้สึกหรือความพอใจส่วนตัว ไม่ได้เกิดความรู้สึกสงสารเห็นอกเห็นใจผู้อื่น หากว่าทุกคนในสังคมต่างมีความเห็นแก่ตัว หรือมีใจแคบ ไม่คิดสงสารและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันเช่นนี้แล้ว สังคมนั้นคงไม่เจริญแน่นอน

นักเรียนเลือก ข้อ ข.

นักเรียนละอายใจที่เอาเปรียบเพื่อนๆ

นักเรียนเลือกเหตุผลนี้ แสดงว่านักเรียนมีความสำนึกดี รู้ตัวว่าตัวเองทำไม่ถูกไม่ควร รู้จักคาดคะเนความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่นว่าเขาคงไม่ชอบในการกระทำของเรา และมีความละอายต่อพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องของตัวเอง

แต่เหตุผลนี้ยังไม่ดีที่สุด เพราะแสดงถึงความมีใจคับแคบอยู่นั้นเอง คิดคำนึงเฉพาะผลที่จะเกิดกับตัวเองในแวดวงระหว่างตัวเองกับเพื่อนๆ เท่านั้น มิได้มองให้ไกลออกไปถึงสังคมส่วนรวม การอยู่ร่วมกันในสังคม ถ้าทุกคนมัวคิดถึงความพอใจส่วนตัวกันหมด ก็จะไม่มีใครคิดถึงส่วนรวม หรือคิดถึงส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ความร่วมมือร่วมใจก็ไม่เกิดขึ้น ปัญหาความขัดแย้งและความไม่เข้าใจกันย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย

นักเรียนเลือก…ข้อ ค. เป็นหน้าที่ของนักเรียน ต้องให้ความร่วมมือกับส่วนรวม

ยินดีมากค่ะ ที่นักเรียนเลือกข้อนี้

การให้ความร่วมมือต่องานของส่วนรวม จะทำให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน การร่วมมือกันทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม จะนำมาซึ่งความพร้อมเพรียงและสามัคคีในหมู่คณะ จะทำให้ทุกคนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข

การรับผิดชอบต่องานของส่วนรวม หรือการร่วมมือร่วมใจกัน โดยละวางความเห็นแก่ตัวให้น้อยลง และเสียสละให้มากขึ้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ทุกคนในสังคมควรปฏิบัติ

ขอแสดงความชื่นชมที่นักเรียนเป็นผู้มีจิตใจสูง รู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบต่อสังคม และหากทุกๆ คนในสังคมรู้หน้าที่ของตนเองเช่นนี้ คงจะเกิดสันติสุขทั่วหน้ากัน

จุด พัก เหนื่อย
จากการฝึกมา 4 เรื่อง นักเรียนคงเข้าใจเหตุผลเช่นไร เป็นเหตุผลที่ดี สำหรับการตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ แม้เรื่องจะแตกต่างกันไป แต่หลักการตัดสินใจที่ดีนั้น คล้ายกัน หรือยึดหลักเดียวกัน เช่น

เหตุผลที่ดี
คือ เหตุผลที่นักเรียนได้คิดแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดถึงผู้อื่นว่าเขาคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร หรือเป็นเหตุผลที่นักเรียนตัดสินใจทำลงไปด้วยความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เป็นเหตุผลที่แสดงว่านักเรียนทำเพื่อให้คนอื่นเข้าใจ ทำเพื่อผู้อื่นมากกว่าเพื่อตนเอง จะทำให้เราอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ราบรื่น ไม่มีข้อขัดแย้งขุ่นเคืองกัน

สำหรับเหตุผลที่ไม่ดี
คือเหตุผลที่สนับสนุนแต่การทำเพื่อตัวเองเป็นสำคัญ เป็นเหตุผลที่คิดเพียงว่าตนจะได้รับผลประโยชน์จากการกระทำนั้นๆ หรือไม่ จะได้รับผลตอบแทนเพียงใด ทำตามที่คิดว่าตนเองพอใจ หรือทำเพื่อหวังให้ตนเองสบาย

เมื่อเราอยู่ร่วมกับคนในสังคม แต่เราคิดเห็นเพียงความสำคัญของตน หรือคิดถึงประโยชน์ที่ตนจะได้รับ โดยมิได้คำนึงถึงผู้อื่นที่อยู่ในเหตุการณ์ร่วมกับเรา ซึ่งเขาอาจไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย หรือการกระทำของเราอาจทำให้เขาเสียหาย ทำให้เขาเดือดร้อน

ดังนั้น การกระทำ โดยคิดเพียงความสำคัญของตน จึงไม่เหมาะสมสำหรับการอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคม

อ่านตรงนี้สักนิด..ก่อนฝึกต่อไป
4 เรื่องที่ผ่านมา เป็นเรื่องระหว่างนักเรียนกับคนใกล้ชิดคุ้นเคยกันมาก่อน เราใช้เหตุผลที่คิดตัดสินใจแสดงพฤติกรรมต่อคนอื่นแบบ เอาใจเขามาใส่ใจเรา

ก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป ต้องคำนึงถึงจิตใจและความรู้สึกของคนอื่น คิดเอาใจเขามาใส่ใจเราว่าคนอื่นเขาคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร

การคิดแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นสิ่งจำเป็นมาก ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

เพราะจะทำให้เราและผู้อื่นเข้าใจกันได้ดี จะช่วยป้องกันและแก้ไข ความไม่เข้าใจกันได้

ในเรื่องที่จะฝึกต่อไปนี้ จะเป็นเรื่องระหว่างนักเรียนกับกลุ่มคนที่กว้างออกไปอันได้แก่ กลุ่มคนในชุมชน ในสังคม ซึ่งบางคนนักเรียนอาจไม่รู้จัก

การตัดสินใจและใช้เหตุผลที่นักเรียนเคยใช้ได้ดีกับเรื่องที่ผ่านมา อาจจะยังไม่ดีพออาจมีเหตุผลอื่นๆ ที่ดีกว่าก็ได้ หลักการใช้เหตุผลแบบใดจะดีที่สุด ขอให้นักเรียนจำหลักการไว้จะเป็นประโยชน์มาก หากนักเรียนจะนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันจริงๆ

เรื่องที่ 5 ความหิวเป็นเหตุ
ชายผู้น่าสงสารคนหนึ่ง ได้เข้าไปขออาหารกินในร้านขายอาหารแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีใครให้ เขาจึงคว้าหมูทอดชิ้นหนึ่งซึ่งวางอยู่ที่หน้าร้านแล้ววิ่งหนีไป เจ้าของร้านและลูกน้องช่วยกันไล่กวดจับจนทัน และด้วยความโมโห เจ้าของร้านและพวกจึงได้ซ้อมชายผู้นั้นจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนภรรยาเจ้าของร้านกล่าวกับสามีว่า ไม่สมควรซ้อมผู้ชายคนนี้

ในเรื่องนี้ หากนักเรียนเป็นเจ้าของร้าน ก็จะไม่ซ้อมชายผู้นั้นเช่นกัน

เหตุผลเพราะ………

ก. การซ้อมชายผู้นั้น นักเรียนไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา
ข. การซ้อมเป็นการทำร้ายร่างกายผู้อื่น ซึ่งผิดกฏหมาย
ค. ใครๆ ก็คงไม่เห็นด้วย ถ้าหากนักเรียนจะซ้อมผู้ชายคนนั้น

นักเรียนเลือก ข้อ ก. การซ้อมผู้ชายผู้นั้น นักเรียนไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้น

การทำ หรือการไม่ทำสิ่งใด โดยคิดแต่ตนเองจะได้รับประโยชน์ หรือไม่เท่านั้นนับว่าเป็นความคิดที่ยังยึดตัวเองเป็นสำคัญอยู่ ในเรื่องนี้นักเรียนไม่ทำร้ายผู้อื่น เพราะคิดไม่ได้ประโยชน์ คิดอย่างนี้แสดงว่า ถ้าได้รับประโยชน์แล้ว นักเรียนอาจจะซ้อมเขาก็ได้ คนอื่นๆ คงจะต้องเดือดร้อน เพราะการกระทำของนักเรียน และผลที่ตามมาก็คือ นักเรียนคงไม่มีใครชอบ มีแต่ศัตรู แม้จะได้สิ่งที่พอใจก็คงจะหาความสุขไม่ได้ นักเรียนคงไม่ต้องการเช่นนี้ใช่ไหมค่ะ

นักเรียนเลือก ข้อ ข. การซ้อมเป็นการทำร้ายร่างกายผู้อื่น ซึ่งผิดกฏหมาย

นักเรียนไม่ซ้อมชายผู้นี้ เพราะเห็นว่า การกระทำที่ผิดกฏหมายแสดงว่านักเรียนมีความเข้าใจกฏ ระเบียบของสังคมเป็นอย่างดี กฏระเบียบต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่ร่วมกันของคน เพราะคนย่อมมีนิสัยใจคอและการกระทำต่างกัน บางคนอาจเห็นว่าการกระทำอย่างหนึ่งดี แต่บางคนอาจเห็นว่าไม่ดี การตัดสินใจกระทำโดยยึดความคิดของแต่ละคนอาจเกิดขัดแย้งกันขึ้นได้ การตัดสินใจที่ดีคือยึดตามความเห็นชอบของคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ชิด

แต่ในสังคมของเราประกอบด้วยคนหลายกลุ่ม หลากพวก การตัดสินใจโดยยึดความพอใจของคนกลุ่มหนึ่ง อาจไปขัดแย้งกับกลุ่มอื่นได้ ดังนั้นในสังคมที่ประกอบด้วยคนหลาๆ กลุ่ม จึงต้องมีข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น ได้แก่ กฏ กฏหมาย ระเบียบต่างๆ ซึ่งเมื่อทุกคนปฏิบัติตามข้อตกลงเหล่านี้อย่างเคร่งครัด ก็ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน ไม่ขัดแย้งกัน หากใครละเมิดข้อตกลงเหล่านี้ ถือว่าผิด

ดังนั้น การตัดสินใจ โดยยึดกฏ ระเบียบต่างๆ ซึ่งถือเป็นข้อตกลงของสังคม จึงนับได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และเป็นการใช้เหตุผลที่ดีมาก

นักเรียนเลือก ข้อ ค. ใครๆ ก็คงไม่เห็นด้วย ถ้านักเรียนซ้อมชายผู้นั้น

แสดงว่านักเรียนได้คิดถึงจิตใจ หรือความรู้สึกของผู้อื่น ประกอบด้วยว่าที่นักเรียนจะทำลงไปนั้น คนอื่นๆ จะเห็นด้วยหรือไม่ การคิดเช่นนี้โดยปกติแล้วน่าจะดี เพราะแสดงว่าเราทำในสิ่งที่ใครๆ เห็นว่าถูกต้อง แต่ความคิดเห็นของคนอื่นๆ นั้นอาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะความคิดของบางคน อาจลำเอียงเข้าข้างกันได้ เช่น กรณีนี้ถ้านักเรียนซ้อมชายผู้นั้น ญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ ของนักเรียนอาจเห็นว่านักเรียนทำถูก ทั้งนี้เพราะเขาเป็นพวกของนักเรียน แต่หากเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนของชายผู้นั้นอาจไม่พอใจและโกรธมาก

การคิดเพียงว่า คนอื่นเห็นด้วยหรือไม่ พอใจหรือไม่ ยังไม่พอ ควรจะต้องคำนึงถึงความถูกต้องในสังคมส่วนรวมด้วย เพราะเรามิได้อยู่เพียงกับกลุ่มคนใกล้ชิดเท่านั้น แต่เรายังอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

รื่องที่ 6 บนรถโดยสารประจำทาง

ชายผู้หนึ่งโดยสารรถประจำทางไปต่างจังหวัด เนื่องจากรถแน่นเขาจึงต้องยืนไป พอดีมีชายคนหนึ่งลงระหว่างทาง ชายผู้นั้นเห็นที่นั่งว่าง เขาจึงรีบนั่งลง ทั้งๆ ที่ในรถคันนั้นก็มีเด็กและผู้หญิงยืนอยู่

หากนักเรียนเป็นชายผู้นั้น นักเรียนจะไม่นั่งที่นั่งนั้น

เหตุผลเพราะ….

ก. ถ้านั่ง คนอื่นเห็นอาจตำหนินักเรียนได้
ข. นักเรียนพอใจที่จะยืนมากกว่า
ค. ในสังคม คนที่แข็งแรงควรช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า

นักเรียนเลือก ข้อ ก. ถ้านั่ง คนอื่นเห็นอาจตำหนินักเรียนได้

การคิดเช่นนี้ แสดงว่านักเรียนมิได้คิดถึงเฉพาะความพอใจของตนเท่านั้น แต่ได้คิดถึงความรู้สึก หรือความพอใจของคนอื่นด้วย นักเรียนไม่ทำเพราะกลัวคนอื่นไม่พอใจ กลัวเขาตำหนิ การคิดเช่นนี้นับว่าดี สำหรับเมื่อนักเรียนอยู่กับคนที่รู้จัก หรือใกล้ชิดกัน เช่น ญาติหรือเพื่อนๆ แต่เมื่ออยู่กับคนมากๆ เช่น ในสังคมแล้ว นักเรียนจะพบว่า ความพอใจของคนแต่ละพวกแต่ละกลุ่มก็แตกต่างกันไป บางกลุ่มอาจพอใจกับการทำดีแต่บางกลุ่มอาจพอใจกับการทำชั่ว การละเมิดกฏเกณฑ์ของสังคม เช่น กลุ่มโจร หรือคนบางกลุ่มชอบตำหนิ และกลั่นแกล้งคนทำถูก ทำดี ซึ่งถ้าเรายึดความพอใจหรือความชอบ หรือไม่ชอบเป็นหลักแล้ว ก็อาจทำให้เราทำในสิ่งที่ผิดได้

ดังนั้น เมื่อยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมากๆ มีคนหลายกลุ่ม หลายพวก จึงจำเป็นต้องมีข้อตกลง หรือหลักเกณฑ์บางอย่างที่จะช่วยให้คนได้รู้ว่า เขาควรทำอย่างไร และไม่ควรทำอย่างไร

นักเรียนเลือก ข้อ ข. นักเรียนพอใจที่จะยืนมากกว่า

การที่คนเราจะทำอะไร โดยยึดความพอใจของตนเป็นสำคัญเพียงอย่างเดียว นับว่าเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว เผอิญที่ความพอใจของนักเรียนในเรื่องนี้ เป็นความพอใจในการทำดีไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่ผิดกฏระเบียบของสังคม จึงไม่เกิดผลเสียหายอย่างไร แต่หากนักเรียนทำความตามความพอใจของตนอยู่เสมอ ในเรื่องอื่นๆ ด้วยก็มีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายขึ้นได้ เช่น นักเรียนเกิดทำในสิ่งที่ผิดกฏ ระเบียบหรือข้อตกลงของสังคมเข้า นักเรียนจะต้องมีความผิดแน่

จงจำไว้ว่า อย่าทำอะไร โดยคิดแต่ว่าเป็นสิ่งที่ตนพอใจเท่านั้น ต้องคิดให้กว้างออกไปอีกว่า สิ่งที่ตนพอใจนั้น ขัดกับสิ่งที่สังคมยอมรับ หรือไม่ จงทำในสิ่งที่สังคมยอมรับ หรือไม่ขัดกับข้อตกลงต่างๆ ของสังคมนั้น

นักเรียนเลือก….ข้อ ค. ในสังคม คนที่แข็งแรงควรช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า
นักเรียนเลือกเหตุผลข้อนี้ นับว่าดีมาก ทุกวันนี้เรามิได้อยู่ตัวคนเดียว และเราก็มิได้อยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตลอดเวลา ฉะนั้นการทำตามความพอใจของตน หรือการทำตามที่ผู้อื่นพอใจหรือเห็นว่าถูกต้อง จะใช้ได้ในกลุ่มน้อยๆ ที่คุ้นเคยกันดี หากนักเรียนต้องติดต่อเกี่ยวข้องกับตนทั่วไปในสังคมแล้ว การทำในสิ่งที่สังคมยอมรับว่าถูกต้อง หรือทำในสิ่งที่เป็นข้อตกลงของสังคม น่าจะถูกต้องเหมาะสมที่สุด

การที่คนแข็งแรง ช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า โดยไม่จำเป็นต้องเป็นญาติหรือคนเคยรู้จักกันมาก่อน เป็นหลักที่สังคมของเรายกย่องว่า เป็นความดีงาม เป็นผู้มีจิตใจสูง การช่วยเหลือกันเช่นนี้จึงได้ชื่อว่า ทำในสิ่งที่สอดคล้องกับข้อตกลงของสังคมด้วย

เรื่องที่ 7 มะม่วงลูกดก

บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่นักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังปฏิบัติงานเกษตรอยู่ซึ่งติดกับใกล้บ้านพักของคุณครูสาโรช ซึ่งมีต้นมะม่วง ซึ่งขณะนั้นมะม่วงกำลังออกลูกดก สุกน่ากิน ขณะที่ทุกคนกำลังทำงานอยู่ สมชายแอบเด็ดเอามะม่วงใส่กระเป๋าจนเต็มเพื่อเอาไปกินที่บ้าน แล้วกล่าวชวนให้สมนึกทำตาม

ถ้านักเรียนเป็นสมนึก นักเรียนจะไม่เด็ดมะม่วงของคุณครูสาโรช ตามคำชี้ชวนของสมชาย

เหตุผลเพราะ

ก. เป็นการละเมิดระเบียบของสังคมที่เอาของผู้อื่น ไปเป็นของตัวเอง
ข. ถ้าคุณครูเห็น จะถูกลงโทษ
ค. การที่นักเรียนทำเช่นนี้ ไม่มีใครว่าดี

นักเรียนเลือก ข้อ ก. เป็นการละเมิดระเบียบสังคม ที่เอาของผู้อื่นไปเป็นของส่วนตัว

ดีใจด้วยที่นักเรียนเลือกเหตุผลข้อนี้

คนที่คิดอย่างนี้ เรียกว่าเป็นคนฉลาด และจะสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมได้ นักเรียนคงเข้าใจดีว่า การเอาของที่เจ้าของไม่ได้อนุญาตก็คือการขโมย การขโมยมะม่วงถือว่าเป็นการทำผิดกฏหมาย เพราะเป็นการหยิบเอาของผู้อื่นไปเป็นส่วนตัว โดยไม่ได้อนุญาต และยังเป็นการผิดต่อวินัยของพระพุทธศาสนา ผิดศีลข้อ 2 อีกด้วย

การตัดสินใจโดยยึดความถูกต้องตามระเบียบของสังคมนี้ ที่ว่าดีก็เพราะระเบียบกฏเกณฑ์ของสังคมเป็นข้อตกลงที่คนส่วนใหญ่ในสังคมร่วมมือกันสร้างขึ้น และถือปฏิบัติตามการทำตามข้อตกลงดังกล่าว แม้บางครั้งจะขัดแย้งกับความพอใจ หรือขัดผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม แต่ก็ช่วยให้เกิดประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ได้มากกว่า

การทำตามระเบียบและข้อตกลงของสังคม จึงนับว่าถูกต้องที่สุด

นักเรียนเลือก ข้อ ข.ถ้าคุณครูเห็น จะถูกลงโทษ

นักเรียนใช้เหตุผลข้อนี้ แสดงว่านักเรียนคืดที่จะทำดีเฉพาะเมื่อมีคนมองเห็นเท่านั้น ถ้าไม่มีใครเห็น ก็จะทำอะไรตามใจที่ตนอยากทำ คนที่คิดเช่นนี้แสดงว่ายึดเอาตัวเองเป็นสำคัญ เป็นคนใจแคบ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวฝ่ายเดียว

การกระทำของนักเรียนครั้งนี้ หากคุณครูมองไม่เห็น นักเรียนก็ไม่เดือดร้อนไม่ถูกลงโทษ ก็รอดตัวไป แต่ผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนก็คือ จะทำให้นักเรียนคิดกำเริบ คิดฉวยโอกาสอยู่ร่ำไป นานๆ ไปก็ติดนิสัยเป็นคนคดโกง คอรับชั่น คิดฉวยโอกาสเบียดบังผลประโยชน์ของผู้อื่นอยู่ร่ำไป

หากนักเรียนเป็นคนเช่นนี้ จะไม่มีใครยอมรับ เป็นบุคคลที่สังคมรังเกียจ ดังนั้น หากนักเรียนต้องการที่จะทำให้ตัวเรามีความสุข และสามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมเป็นสุขได้ นักเรียนควรคิดถึงผลประโยชน์ของตัวเองให้น้อยลง คิดถึงการกระทำของผู้อื่น และส่วนรวมให้มาก

นักเรียนเลือก ข้อ ค.

การที่นักเรียนทำเช่นนี้ ไม่มีใครว่าดี
เป็นเหตุผลที่ถูกต้อง เพราะการอยู่ร่วมกันในสังคม เราไม่ควรยึดตามความพอใจของเราแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับความพอใจของคนในสังคมด้วย

เรื่องที่ 8 เพื่อนเกเร

ธีระเป็นคณะกรรมการนักเรียน ได้รับมอบหมายจากคุณครูให้สอดส่องดูแลความประพฤติของนักเรียน แล้วรายงานให้ฝ่ายกิจการนักเรียนทราบ วันหนึ่งเพื่อนคนหนึ่งของธีระทำผิดร้ายแรง คือหนีโรงเรียนไปดื่มสุราแล้วมีเรื่องชกต่อยกัน ธีระจึงนำเรื่องนี้รายงานให้คุณครูฝ่ายกิจการนักเรียนทราบ

ถ้านักเรียนเป็นธีระ ก็จะรายงานให้คุณครูทราบเช่นกัน

ก.นักเรียนอาจได้รางวัล จากการทำดีครั้งนี้
ข. เป็นหน้าที่ที่นักเรียนได้รับมอบหมาย ต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์
ค. ใครๆ ก็คงยอมรับว่านักเรียนทำได้ถูกต้อง

นักเรียนเลือก ข้อ ก. นักเรียนอาจได้รับรางวัล จากการทำความดีครั้งนี้

ที่เลือกเหตุผลนี้ นักเรียนรายงานความผิดของเพื่อน เพื่อหวังที่จะได้รับรางวัลหรือสิ่งตอบแทน หากไม่คิดจะได้รับรางวัลก็คงไม่รายงานใช่ไหม เสียใจด้วย หากนักเรียนคิดเช่นนี้ ใครก็ตามที่ทำอะไรเพียงเพื่อหวังผลตอบแทน หวังรางวัลหรือหวังว่าตนจะได้รับประโยชน์ คนผู้นั้นอาจเป็นผู้ที่ทำความผิดได้ง่าย เพราะเขาอาจทำอะไรก็ได้เพื่อรางวัล หากผู้ใดเป็นคนทอะไรเพื่อหวังรางวัลแต่เด็กๆ แล้ว เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่อาจเป็นอันตรายต่อสังคม เช่น อาจมีคนจ้างไปทำทุจริต จ้างไปทำร้ายหรือฆ่าคน กระทั่งจ้างไปทำสิ่งที่เป็นภัยต่อประเทศชาติ หากนักเรียนเคยเป็นคนที่ทำอะไรเพื่อหวังรางวัล จงเลิกเสีย เมื่อนักเรียนโตเป็นผู้ใหญ่ควรต้องมีเหตุผลที่ดี จะทำอะไรควรต้องคำนึงถึงสังคม หรือส่วนรวมให้มากอย่ามัวคิดถึงตัวเราเองฝ่ายเดียว

ทำดี เอาหน้า

นักเรียนเลือก ข้อข. เป็นหน้าที่ ที่นักเรีนยได้รับมอบหมาย ต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์

นักเรียนเลือกเหตุผลข้อนี้ แสดงว่านักเรียนต้องคำนึงถึงหน้าที่ที่ตนทำอยู่ และพยายามที่จะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ ซึ่งนับว่าเป็นเหตุผลที่ดีมาก นับว่านักเรียนเป็นคนดีที่ปฏฺบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การกระทำตามหน้าที่นี้นับว่าเป็นความสำคัญมากสำหรับการอยู่ร่วมกันในสังคม เพราะในสังคมทุกคนต้องมีหน้าที่รับผิดขอบร่วมกัน เช่น พ่อ แม่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อลูก ครู อาจารย์มีหน้าที่รับผิดชอบต่อนักเรียน นักเรียนเมื่ออยู่บ้านก็ต้องทำหน้าที่ต่อพ่อ แม่ ต่อพี่น้อง เมื่ออยู่ในโรงเรียนก็ต้องมีหน้าที่ต้องกระทำต่อเพื่อนๆ ต่อคุณครู ต่อโรงเรียน หากใครคนหนึ่งไม่ทำตามหน้าที่สังคมอาจเกิดความยุ่งยาก หากนักเรียนไม่รายงานให้คุณครูทราบ เพื่อนคนอื่นๆ ของนักเรียนอาจทำผิดอีกโดยโรงเรียนไม่ทราบ ผลเสียจะเกิดขึ้นแก่ส่วนรวม

การทำตามหน้าที่ของเราอาจทำให้คนบางคน หรือคนบางกลุ่มไม่พอใจเรา แต่ก็ไม่มีใครว่าเราได้ เพราะการกระทำนั้นมีผลดีต่อคนส่วนใหญ่ ต่อสังคมมากกว่า

ฉะนั้นการทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จึงนับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และสังคม

สังคมเราจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและเจริญได้ ก็โดยที่ทุกคนรู้จักหน้าที่ และทำตามหน้าที่ของตนให้สมบรูณ์

นักเรียนเลือก ข้อ ค. ใครๆ ก็คงยอมรับว่านักเรียนทำถูกต้อง

เลือกเหตุผลนี้ แสดงว่านักเรียนเป็นคนรอบคอบพอสมควร เพราะได้คำนึงถึงความเห็น หรือจิตใจของคนอื่น พยายามทำอย่างที่คนอื่นคิดว่าถูกต้อง แต่ความคิดความเห็นของคนอื่นอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป กรณีนี้หากคนอื่นๆ ที่กระทำความผิดนี้เป็นญาติ หรือเป็นเพื่อนสนิทของนักเรียน เขาคงเห็นว่านักเรียนไม่ควรรายงานแก่ฝ่ายกิจการนักเรียน และถ้านักเรียนทำตามที่พวกเขาคิด ก็จะทำให้นักเรียนมิได้ทำในสิ่งที่ควรทำ

การตัดสินเหตุการณ์ในสังคม จะใช้แต่ความพอใจของคนบางคน หรือคนบางกลุ่มบางพวกไม่ได้ นักเรียนจะต้องมีหลักการตัดสินใจที่แน่นอน และเชื่อว่าถูกต้องสำหรับสังคมโดยส่วนรวม คือทำในสิ่งที่ถูกต้องดีกว่าทำในสิ่งที่ถูกใจ

สรุป การอยู่ร่วมกันในสังคม หากเราทำหรือไม่ทำอะไรามความพอใจของเรา และทำหรือไม่ทำอะไรตามความพอใจของคนบางกลุ่มบางพวกนั้น อาจเป็นสิ่งที่ถูกใจ แต่อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง อาจเป็นการเอารัดเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ อาจเป็นการเบียดบังผลประโยชน์ของส่วนรวม หรืออาจผิดศีลธรรม ผิดกฏหมาย หรือขัดต่อระเบียบ และข้อตกลงของสังคม

ดังนั้น การที่นักเรียน จะตัดสินใจทำอะไรลงไปควรหาหลักที่จะช่วยตัดสินใจได้ถูกต้อง เพื่อจะได้ไม่ทำให้ตัวเราเองเดือดร้อน ผู้อื่นเดือดร้อน และสังคมเดือดร้อน

เหตุผลที่ดี ในการตัดสินใจก็คือ

จะต้องตัดสินใจโดยการยึดเอากฏเกณฑ์ต่างๆ ของสังคมเป็นหลัก กฏเกณฑ์เหล่านนั้นได้แก่ ระเบียบ ข้อบังคับ กฏหมาย ประเพณี ศีลธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ บุคคลในสังคมได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา และบุคคลทุกคนจะต้องยึดถือและปฏิบัติตาม ฉะนั้นถ้าเราตัดสินใจเพื่อทำหรือไม่ทำ สิ่งใด โดยพิจารณาให้เป็นไปตามกฏเกณฑ์ของสังคม การกระทำของเราจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และสังคมยอมรับ

ขอยกนิ้วให้.. เป็นหนึ่ง… ที่ศึกษามาจนจบ..

เอกสารอ้างอิง: บทเรียนสำเร็จรูป เอกสารประกอบการสอนวิชาการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม กุหลาบ มงคล,ชุดผลงานทางวิชาการของข้าราชการครู ฉบับเฉลิมพระเกียรติ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ

Leave a comment

Filed under :: พระพุทธศาสนา ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s