แอลจีเรีย

แอลจีเรียมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา อดีตเคยเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส ตั้งอยู่เหนือสุดของกาฬทวีป ด้านเหนือติดชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประชากรราว 28 ล้านคน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามน้ำมันปิโตรเลียมคือ ทรัพยากรธรรมชาติที่แอลจีเรียมีมาก ทำเงินตราต่างประเทศได้มากที่สุดและองค์การประเทศผู้ค้าน้ำมันปิโตรเลียมเป็นสินค้าออก (โอเปค) ยอมรับแอลจีเรียเข้าเป็นสมาชิก แต่ประชาชนแอลจีเรียกลับตกอยู่ในฐานะอดอยากยากจน เพราะสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองและความเชื่อในศาสนาอย่างบ้าคลั่งของคนบางกลุ่ม ได้นำประเทศตกในสภาพ สงครามกลางเมือง บรรดากลุ่มก๊กทั้งหลายเล่นการเมือง นอกกฏกติกามารยาทจนไร้ระเบียบไปหมด เช่น การเลือกตั้งทั่วไป เมื่อเดือน ม.ค.1992 กลุ่มแนวร่วมฟื้นฟูศาสนาอิสลาม(เอฟเอเอส)ได้คะแนนเสียงนำคู่แข่งจากพรรคอื่นๆ แต่ไม่เป็นที่สบอารมณ์ฝ่ายทหาร ทางกองทัพก็เลยออกมายึดอำนาจ ยกเลิกการเลือกตั้ง แล้วก็จำกัดการเคลื่อนไหวทางการเมืองของฝ่ายตรงข้ามในทุกรูปแบบ การเลือกตั้งครั้งต่อไปที่รัฐบาลทหารชุดปัจจุบันบอกว่าจะเปิดให้มีขึ้นในโอกาสต่อไปข้างหน้าก็ตัดสิทธิ์กลุ่มเอฟไอเอส ส่งตัวแทนลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกด้วย

ขบวนการมุสลิมหัวรุนแรงกลุ่มอื่นๆ ที่โดนปราบอย่างหนักได้แก่กองทัพฟื้นฟูอิสลาม (เอไอเอส) และกลุ่มอิสลามติดอาวุธ (จีไอเอ) ซึ่งกลุ่มจีไอเอนี้เปิดศึกต่อต้านไม่เพียงแค่กับรัฐบาลทหารเท่านั้น หากตั้งป้อมอาละวาดไปถึงชาวต่างประเทศในแอลจีเรียด้วย

นับตั้งแต่ทหารเข้าไปยกเลิกผลการเลือกตั้งปี 1992 เป็นต้นมา ศึกกลางเมืองได้คร่าชีวิตผู้คนแล้วนับหมื่นศพ ตัวเลขของทางการรัฐบาลกรุงแอลเจียร์ แจ้งว่ามีคนเสียชีวิตประมาณ 10,000 ศพ แต่แหล่งวงการฑูตต่างประเทศระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วไม่น้อยกว่า 30,000 ศพทั้งชาวแอลจีเรียและชาวต่างประเทศ

นักการฑูตประเทศตะวันตกยืนยันว่าแอลจีเรียกลายเป็นดินแดนอันตรายและป่าเถื่อนเกินคำบรรยาย ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน ความน่าสะพึงกลัวล่าสุด ได้แก่ คำประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรภาษาเยอรมัน ที่ปรากฏในแถลงการณ์ของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงจีไอเอขีดเส้นตายให้บรรดาสถานฑูตต่างประเทศในกรุงแอลเจียร์ ซึ่งขบวนการจีไอเอถือว่าประเทศนั้นเป็นปรปักษ์ต้องปิดลงและถอนเจ้าหน้าที่กลับบ้านภายในวันที่ 7 ม.ค.1995

ประเทศใดฝ่าฝืน นักการฑูตและเจ้าหน้าที่ของสถานฑูตแห่งนั้น จะต้องถูกสังหารโหดอย่างเลือดเย็น ประชาชนคนของประเทศที่จีไอเอถือว่าเป็นพวกนอกศาสนา หรือพวกนอกรีตในทรรศนะของจีไอเอก็จะถูกฆ่าตายด้วย

กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ (จีไอเอ) เคยยื่นคำขาดขับไล่ชาวต่างชาติแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือน พ.ย.1993 โดยให้ชาวต่างชาติรีบเดินทางออกจากแอลจีเรีย ภายในวันที่ 1 ธ.ค.1993 ใครขัดขืนจะโดนสังหาร ซึ่งครั้งนี้ชาวต่างชาติต้องหนีออนอกประเทศหลายพันคน พวกที่อยู่ต่อหรือมีภารกิจไม่อาจหนีได้โดนทำร้ายเสียชีวิตเกือบ 70 คน

พลเมืองต่างชาติที่จำเป็นต้องเสี่ยงตายอยู่ในแอลจีเรีย ส่วนมากเป็นคนของประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งมีผลประโยชน์ผูกพันอยู่กับดินแดนเถื่อนแห่งนี้ แต่ละประเทศจึงหามาตรการคุ้มครองชีวิตคนของตนเอาเอง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเหล่าประเทศมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมไม่ยอมอ่อนข้อตกการข่มขู่และไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล้างของขบวนการก่อการร้ายหากยอมตายก็เท่ากับแก๊งนิยมลัทธิก่อการร้ายได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ เชื่อว่าพวกนั้นจะต้องเหิมเกริมยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักการฑูตบางคนให้ความเห็นว่า ชาวต่างชาติที่กล้าอยู่ในแอลจีเรีย ได้แก่ ผู้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มแข็งเพียงพอเท่านั้น ประเทศไหนไม่อาจทุ่มเทปกป้องคนของตัวได้ มักจะแนะนำให้ล่าถอย

ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจหลายราย เช่น ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ เยอรมัน และอิตาลี ต่างก็ส่งกำลังทหารในรูปกองกำลังรักษาความปลอดภัยของตนไปปฏิบัติหน้าที่แทนหน่วยรักษาความปลอดภัยของแอลจีเรียเสียเลย เพื่อป้องกันสมาชิกขบวนการมุสลิมหัวรุนแรงของแอลจีเรียแอบแฝงเข้าไปในหน่วยอารักขาที่ใช้ชาวแอลจีเรียเป็นกำลังพล ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และเดนมาร์ก ได้ปิดสถานฑูตของตนในนครแอลเจียร์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่มีประชากรหนาแน่นริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

นายอาแลง จุ๊ป อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส ยอมรับว่าคำขู่ของขบวนการจีไอเอมีผลกระทบกระเทือนต่อผลประโยชน์ของฝรั่งเศสในแอลจีเรียไม่น้อย เนื่องจากฝรั่งเศสเป็นประเทศยุโรปที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจกับแอลจีเรียมากที่สุด ชาวฝรั่งเศสและคนในบังคับฝรั่งเศสที่อยู่ในประเทศนี้ก็มากกว่าชาติตะวันตกรายอื่น จึงต้องเร่งเพิ่มกำลังคุ้มครองชาวฝรั่งเศสอย่างเร่งด่วน

กรณีสลัดเวหามุสลิมแอลจีเรียจี้ไอพ่นแอร์บัสของแอร์ฟรานซ์ในปี 1995 เมื่อเทศกาลคริสต์มาสบังคับนักบินให้นำเครื่องออกจากท่าอากาศยานกรุงแอลเจียร์ไปลงสนามบินเมืองมาร์เซลล์ ภาคใต้ ฝรั่งเศส คนร้ายได้สังหารผู้โดยสาร 3 คน ก่อนที่หน่วยคอมมานโด ฝรั่งเศสบุกเข้าไปในเครื่องยิงสลัดอากาศตายทั้ง 4 คน ช่วยตัวประกันที่เหลือได้ทั้งหมด แต่ก็มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน

การจี้เครื่องบินส่งท้ายปีเก่าและการข่มขู่ของกลุ่มมุสลิมจีไอเอ กลายเป็นตัวทำลายภาพพจน์ของแอลจีเรียและส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจประเทศนี้อย่างแรง เพราะฝรั่งเศสคู่ค้ารายใหญ่ตัดการติดต่อทางการบินพาณิชย์และทางเรือกับแอลจีเรีย

ด้านการติดต่อกับโลกภายนอกทางบกปรากฏว่าพรมแดนต่อเขตแอลจีเรียกับเพื่อนบ้านคือโมร็อกโกก็ถูกปิด ส่วนการติดต่อกับตูนีเซีย เพื่อนบ้านอีกประเทศ ทำได้ด้วยความลำบาก เนื่องจากต้องผ่านท้องที่อิทธิพลของกองโจรมุสลิม หันไปทางลิเบีย เพื่อนบ้านรั้วติดกันอีกราย พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ปัญหาอันเกิดจากการทะเลาะเบาะแว้งกันเองของคนในชาติแอลจีเรีย กำลังนำไปสู่การปิดประตูประเทศฆ่าตัวตายของประเทศอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำมันแห่งนี้อย่างไม่มีใครช่วยเหลือได้

ส.ค.1995 ประเทศฝรั่งเศสถูกวางระเบิดกลางกรุงปารีส 3ครั้งทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ ทางการฝรั่งเศสคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือ พวกมุสลิมในแอลจีเรียอีกเข่นกัน

Leave a comment

Filed under :: เหตุการณ์ปัจจุบัน ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s