พม่า

การเดินหมากการเมืองของทหารพม่า หรือ สลอร์ก (State Law and order Restoration Council : SLORC) ที่ประกาศปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี วีรสตรีประชาธิปไตย เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพวัย 50 ปี โดยไม่มีเงื่อนไข ผู้สันทัดการเมืองพม่าหลายคนเชื่อว่า ผู้อยู่เบื้องหลังอิสรภาพของนางอองซานซูจี คือ ญี่ปุ่น เนื่องจาก แหล่งข่าวของญี่ปุ่นเป็นผู้กระจายข่าวเรื่องนี้เป็นรายแรก ก่อนที่สลอร์กจะออกมาแถลง และไล่เลี่ยกัน ญี่ปุ่นประกาศแผนปล่อยเงินกู้ก้อนใหญ่ให้พม่าอีกครั้ง จากนั้นก็ประกาศอัดเงินถึง 11 ล้านเหรียญสหรัฐ ช่วยโครงการพัฒนาพม่า จึงอาจเป็นไปได้ว่าญี่ปุ่นวิ่งเต้นผลักดันเรื่องนี้

แต่นักการฑูตในกรุงร่างกุ้งจำนวนมาก ถึงกับช็อก กับข่าวนี้ เชื่อว่าสลอร์กยอมปล่อยตัวนางอองซาน ซูจีเพราะมีความมั่นใจในการเมืองภายในของตน โดยช่วงระยะเวลาผ่านมา สลอร์กสามารถสร้างเสถียรภาพและควบคุมระเบียบของชาติได้อย่างน่าพอใจ โดยสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับกบฏชนกลุ่มน้อยได้เกือบทุกกลุ่ม และเพิ่งยกเครื่องคณะรัฐมนตรีใหม่ได้ลงตัว รวมทั้งวางตัวผู้นำระดับสูงในกองทัพเรียบร้อยโดยปูทางให้สายเลือดใหม่ เข้าไปร่วมด้วย ส่วนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้นกำลังไปได้อย่างดี

แต่สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด สลอร์กอาจชั่งน้ำหนักถึงส่วนได้ส่วนเสียเรื่องนี้แล้ว โดยมั่นใจว่า การปล่อยตัว นางอองซานซูจี พม่ามีโอกาสได้มากกว่าเสีย ทั้งในเวทีการเมืองโลกและการเมืองภายในประเทศ เมื่อมีการปล่อยตัว แรงกดดันต่างๆ จะลดลงมากมาย เพราะถ้ากักตัวต่อไป สัญลักษณ์แห่งความเป็นวีรสตรี ตัวแทนแห่งการถูกกดขี่ จะเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ สร้างแรงกดดันมาก ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อระบบเผด็จการในพม่า ยิ่งกว่าการปล่อยตัวเป็นอิสระเสียอีก สลอร์กอาจเล็งเห็นว่าการปล่อยตัวเธอคงไม่ทำให้เกิดกระแสการเมืองภายในที่รุนแรงจนควบคุมไม่อยู่ และถ้าเธอออกมาเป็นจุดเชื้อแห่งความวุ่นวายอีก สลอร์กก็สามารถจับกุมขังเธอได้อีกทุกเมื่อ เพียงตั้งข้อหา เป็นภัยต่อความมั่นคงภายใน ดังที่เคยทำ

นางอองซานซูจี เกิดที่กรุงย่างกุ้ง ปี 1945 เป็นบุตรสาวนายพลอู อองซาน ผู้นำขบวนการกอบกู้เอกราฃจากการปกครองของอังกฤษ มารดาเป็นนักการฑูต ชื่อ นางเขิ่น จีน นายพลอู อองซาน ผู้บิดาเป็นวีรบุรุษประจำใจชาวพม่ามาจนทุกวันนี้ จากบทบาทผู้นำการเรียกร้องเอกราชและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน เขาถูกลอบยิงเสียชีวิตเมื่อปี 1957 ขณะมีอายุเพียง 32 และนางอองซานซูจี มีอายุเพียง 2 ขวบ ในวัยเยาว์ นางอองซาน เรียนหนังสือที่ย่างกุ้ง แล้วย้ายไปศึกษาต่อในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ในปี 1960 ตามมารดาซึ่งเป็นทูตที่นั่น นางอองซาน ซูจี มีสติปัญญาดีเลิศ ขนาดสอบได้เป็นนักเรียนทุนของออกซฟอร์ด มหาวิทยาลัยชื่อดังของอังกฤษ ในเวลาต่อมานางศึกษาจนจบปริญญาด้านการเมือง ปรัชญา และเศรษฐศาสตร์ เริ่มชีวิตการทำงานในสำนักเลขาธิการ สหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ค สมรสกับไมเคิล อารีส นักวิชาการชาวอังกฤษ มีบุตรชาย 2 คน จากนั้น นายและครอบครัวย้ายไปทำงานในหลายประเทศ ก่อนที่จะเดินทางกลับพม่าบ้านเกิด ในปี 1988 เพื่อดูแลมารดาที่ป่วยหนักใกล้เสียชีวิต

นางอองซาน ซูจี ก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองพม่าอย่างไม่ทันตั้งตัว ในปีเดียวที่นางคืนถิ่นกำเนิด ช่วงนั้นกระแสเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาลทหารพม่าของกลุ่มนักศึกษาและนักการเมืองฝ่ายค้าน กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความจริงใจ ประกอบกับบุคลิกที่เชื่อมั่นและกร้าวแกร่ง เช่นเดียวกับนายพลอู อองซานผู้พ่อ นางกลายเป็นขวัญใจของบรรดาผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยทั่วประเทศ นางอองซาน ซูจีทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน นางปราศรัยโจมตี นายพลเนวิน ที่เพิ่งเกษียณจากตำแหน่งผู้นำรัฐบาลทหารมาหมาดๆ ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้พม่าตกต่ำ นางกลายเป็นผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยหมายเลขหนึ่งของพม่าไปในที่สุด

รัฐบาลกักบริเวณ นางอองซาน ซูจีให้อยู่แต่ในบ้านห้ามพูดจาปราศรัยและพบปะผู้คนตั้งแต่ 20 ก.ค.1989 เนื่องจากเล็งเห็นว่า นางเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงในอำนาจของพวกตน การเรียกร้องประชาธิปไตยทวีความรุนแรงขึ้น จนในที่สุดทหาร ซึ่งปกครองพม่ามาตั้งแต่ปี 1962 ยอมให้มีการเลือกตั้งอ่างเสรีในปี 1990 พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งนางอองซานซูจี เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นผู้นำได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย รัฐบาลทหารไม่ยอมรับความพ่ายแพ้และไม่ส่งมอบอำนาจ กลับออกกวาดล้างจับกุมกลุ่มต่อต้านรัฐบาลอย่างโหดเหี้ยม มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ที่รอดตายก็ต้องหนีเข้าป่า หรือไม่ก็ออกนอกประเทศ

นางอองซาน ซูจีได้รับรางวัลโนเบิล สาขาสันติภาพ ปี 1991 การกักบริเวณนาง ทำให้เกิดกระแสต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าจากนานาประเทศ บุคคลสำคัญและองค์การใหญ่น้อยทั่วโลก ร่วมกันเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางอองซาน ซูจีมาโดยตลอด และเพิ่งจะประสบความสำเร็จเมื่อวันที่ 10 ก.ค.1995 รวมเวลาที่นางถูกกักบริเวณทั้งสิ้นเกือบ 6 ปีเต็ม พม่าเข้าเป็นสมาชิกสมาคมอาเซียน เมื่อเดือน ก.ค.1997

Leave a comment

Filed under :: เหตุการณ์ปัจจุบัน ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s