บทบาทของมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

บทบาทของประเทศอภิมหาอำนาจ : สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต

การสูญเสียอำนาจและอิทธิพลทางการเมืองและทางเศรษฐกิจของประเทศในยุโรป เปิดเวทีการเมืองโลกให้แก่สองประเทศอภิมหาอำนาจ คือสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต

สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศซึ่งเสียหายน้อยกว่าประเทศคู่สงครามในยุโรป ทั้งยังเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสูง ประกอบกับเป็นประเทศแรกที่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีความต้องการเป็นผู้นำเพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งวิถีประชาธิปไตยและเสรีภาพของโลก

ส่วนสหภาพโซเวียต ซึ่งแม้จะบอบช้ำจากสงครามโลก แต่ก็ฟื้นตัวจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีพื้นที่กว้างใหญ่ มีทรัพยากรมาก ต่อมาก็สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ และประสบความสำเร็จในการขยายลัทธิคอมมิวนิสต์สู่กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก พร้อมต้องการเป็นผู้นำในการปฏิวัติโลกเพื่อสถาปนาลัทธิคอมมิวนิสต์

บทบาทของอภิมหาอำนาจของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต มีดังนี้

  1. สหรัฐอเมริกา เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง สหรัฐอเมริกาอยู่ในฐานะที่มีเศรษฐกิจมั่นคั่งมากได้เข้าไปช่วยเหลือประเทศที่เสียหายจากภัยสงคราม เป็นผู้นำฝ่ายโลกเสรีประชาธิปไตย และเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของสหภาพโซเวียตที่เป็นผู้นำฝ่ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งกำลังมีนโยบายจะขยายอำนาจและอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์เข้าไปยังส่วนต่างๆ ของโลก เช่น สหภาพโซเวียต เข้าไปมีบทบาทและควบคุมประเทศในยุโรปตะวันออก เป็นต้น สหรัฐฯ จึงดำเนินนโยบายสกัดกั้นลัทธิคอมมิวนิสต์
  2. ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1947 เฮนรี่ เอส. ทรูแมน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศ “วาทะทรูแมน” (Truman Doctrine) ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศต่างๆ เพื่อรักษาเอกราช และอธิปไตยให้พ้นจากการคุกคามของคอมมิวนิสต์ วาทะทรูแมนนี้เอง ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นของสงครามเย็น และได้จัดตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน แอตแลนติกเหนือ หรือเรียกว่า “นาโต้” ขึ้น เพื่อสร้างความร่วมมือทางทหารต่อต้านคอมมิวนิสต์ สหรัฐฯ เริ่มเข้าไปติดตั้งขีปนาวุธให้กับยุโรปตะวันตก และตั้งแนวป้องกันลัทธิคอมมิวนิสต์ทั่วโลก
  3. ในปี ค.ศ. 1962 สหภาพโซเวียตพยายามจะเข้าไปมีบทบาทและอิทธิพลในเลบานอน สหรัฐฯ ก็ส่งกองกำลังของตนมาประจำที่ชายหาดของเบรุตเพื่อผลักดันให้สหภาพโซเวียตถอนตัวออกไป และในปีเดียวกัน เครื่องบินจารกรรมของสหรัฐฯ ค้นพบฐานยิงจรวดของสหภาพโซเวียตบนเกาะคิวบา สหรัฐฯ ก็บีบให้โซเวียตถอนฐานจรวดออกไปจากคิวบา โดยให้สัญญาว่า เมื่อถอนออกไปแล้ว สหรัฐฯ จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคิวบาอีก
  4. ในปี ค.ศ. 1950 สหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่มีระบบป้องกันการถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อมิให้เกิดการถล่มกันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ และเป็นการสกัดกั้นการทดลองนิวเคลียร์ สหรัฐฯ สหภาพโซเวียต และอังกฤษ ได้ลงนามในสัญญาห้ามการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ และตกลงกันว่าจะเลิกทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ในบรรยากาศสำหรับภูมิภาคอินโดจีน นับตั้งแต่ฝรั่งเศสได้ถอนตัวออกไป เนื่องจากพ่ายแพ้สงครามที่เดียนเบียนฟู
  5. ในปี ค.ศ. 1954 เวียดนามถูกแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ เวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ ซึ่งต่อมาแต่ละส่วนมีระบอบการปกครองแตกต่างกัน ไม่อาจรวมกันได้ตามสัญญาที่เคยทำไว้ จนกลายมาเป็นสงครามลัทธิ สหรัฐฯ เข้าไปช่วยเหลือเวียดนามใต้ เพื่อป้องกันการคุกคามของ เวียดนามเหนือที่ปกครองแบบคอมมิวนิสต์ สงครามได้ยืดเยื้อมาเป็นเวลายาวนาน สหรัฐฯ ทุ่มเท ทั้งกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และการเงินจำนวนมหาศาล เวียดนามใต้อ่อนแอเกินกว่าจะป้องกันตนเองได้ ขณะเดียวกัน ผู้นำก็ไม่มีความจริงใจ กลับหาผลประโยชน์ใส่ตนกับพวกพ้อง สหรัฐฯ ต้องขอเจรจาเพื่อถอนกำลังออกจากเวียดนามใต้ เมื่อสหรัฐฯ ถอนตัวออกไป เวียดนามใต้ก็ตกอยู่ในอำนาจของเวียดนามเหนืออย่างสิ้นเชิง ก็เท่ากับเป็นการพ่ายแพ้ของสหรัฐฯ ในการป้องกัน การคุกคามของคอมมิวนิสต์ หลังจากความพ่ายแพ้ในสงครามเวียดนาม สหรัฐฯ เริ่มดำเนินนโยบายผ่อนคลายกับ สหภาพโซเวียต แต่ในอินโดจีนในช่วงนั้น นับว่าเป็นความโชคดีของสหรัฐฯ และกลุ่มโลกเสรีประชาธิปไตย เช่น ประเทศไทย นั่นคือ ฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้แตกคอกันและต่อสู้กันเอง เพื่อเข้าไปมีอำนาจและอิทธิพลในกัมพูชาและลาว เรียกว่า คอมฯ พิฆาตคอมฯ หมายถึง สหภาพโซเวียตกับจีนต่อสู้กัน สหรัฐฯ ไม่ขัดขวางการเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติของจีน
  6. ในปี ค.ศ. 1972 ริชาร์ด นิกสัน เดินทางไปเยือนจีนเพื่อทำสันถวไมตรี ต่อจากนั้นก็เดินทางไปเจรจาสันติภาพกับสหภาพโซเวียต ครั้นถึงสมัยของประธานาธิบดี โรแนลด์ เรแกน สหภาพโซเวียตได้ยกกองกำลังบุกอัฟกานิสถาน สหรัฐฯ ไม่พอใจกับการกระทำของสหภาพโซเวียตอย่างมาก จนทำให้ความสัมพันธ์ของประเทศ ทั้ง 2 เสื่อมลง สหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจด้วยการประท้วงสหภาพโซเวียต ในช่วงต่อมา ไม่ว่าสหรัฐฯ หรือสหภาพโซเวียตต้องประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง หากทั้ง 2 ต้องทุ่มงบประมาณในด้านผลิตอาวุธ แข่งขันด้านแสนยานุภาพ และเข้าไปโอบอุ้มประเทศบริวารต่อไปแล้ว ประชาชนภายในประเทศก็จะต้องอดอยาก
  7. ในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1985 สหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตก็จัดประชุมสุดยอดเพื่อลดการแข่งขันทางด้านอาวุธนิวเคลียร์ และมีความร่วมมือกันมากขึ้น นายมิคาอิล กอร์บาชอฟถึงกับเปลี่ยนนโยบายของสหภาพโซเวียต โดยนำเอานโยบายเปเรสทรอยก้าและกลาสนอสต์มาใช้ ต่อมาก็เปิดประชุมสุดยอดอีกครั้ง ณ กรุงวอชิงตัน ระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตมีการลงนามในสัญญา 2 ฉบับ เพื่อลดการ แข่งขันด้านอาวุธ จนกระทั่งการล่มสลายของสหภาพโซเวียต สงครามเย็นจึงสิ้นสุดลง ก่อนที่เรแกนจะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกานั้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อยู่ในภาวะตกต่ำ ซึ่งสาเหตุมาจากการทุ่งเงินไปในการทำสงคราม พอเรแกนเข้ามาก็เกิดภาวะเงินเฟ้อ เรแกนพยายามแก้ปัญหาด้วยการลดภาษีและปฏิรูปโครงสร้างทางภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่ผลกลับทำให้ภาครัฐฯ เริ่มขาดดุลจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เรแกนก็ให้ความสำคัญในด้านทหารมาก เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย สหรัฐฯ ก็ยังมีอำนาจและอิทธิพล เป็นผู้พิทักษ์และจัดการเกี่ยวกับระเบียบของโลก
  8. ในปี ค.ศ. 1983 สหรัฐฯ ส่งหน่วยกำลังเฉพาะกิจบุกเกรนาด้า และร่วมกับสัมพันธมิตร 3 ประเทศของยุโรปที่คงกองกำลังรักษาสันติภาพไว้ใน กรุงเบรุตและเลบานอน ในสมัยของประธานาธิบดียอร์ชบุช ก็ยังคงรักษาสถานภาพอำนาจทางทหารอยู่ต่อมา แม้จะมีปัญหาการขาดดุลการเงินมากทั้งการขาดดุลงบประมาณและดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง ประธานาธิบดีบุช แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจด้วยการตัดงบประมาณทางทหารลงพยายาม ลดความตึงเครียดของสงครามเย็น ด้วยการสนับสนุนการปฏิรูปสังคมแบบคอมมิวนิสต์ให้เป็นประชาธิปไตยของสหภาพโซเวียตและกลุ่มประเทศในยุโรปตะวันออกระหว่างปี ค.ศ. 1989-1990 ได้จัดประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีมิคาอิล กอร์บาชอฟแห่งสหภาพโซเวียต ผลการเจรจาของ ผู้นำทั้ง 2 สามารถทำให้สงครามเย็นยุติลงได้ ในปี ค.ศ. 1990 สงครามอ่าวเปอร์เซียเกิดขึ้น สหประชาชาติได้ลงมติให้อิรักถอนกำลังทหารที่บุกเข้าไปยึดครองคูเวตออกจากคูเวต แต่อิรักไม่ยอมปฏิบัติตามมติของสหประชาชาติ สหรัฐฯ ร่วมกับนานาชาติในนามทหารของสหประชาชาติ ส่งกองกำลังเข้าขับไล่กองกำลังของอิรักออกไปจากดินแดนของคูเวต
  9. ในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1990 บุชได้รับความนิยมชมชอบจากชาวอเมริกันมากในกรณีนี้ แต่บุชไม่อาจแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ให้กระเตื้องขึ้นมาได้ ในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประชาชนชาวอเมริกันจึงหันไปเลือกนายบิล คลินตัน ผู้เสนอแนวการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ให้ตัดภาษีเงินได้จากชนชั้นกลางลงร้อยละสิบ และสร้างแรงจูงใจด้านภาษีสำหรับการลงทุนในภาคธุรกิจ เมื่อคลินตันได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีแล้ว เขาให้ความสนใจกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก นโยบายระยะสั้นเขาเพิ่มรายจ่ายให้แก่ภาครัฐบาลด้วยการเสนอเงินงบประมาณ 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากสภาคองเกรส เพื่อนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน การฝึกอบรมคน ที่ว่างงาน เพิ่มงบเพื่อการศึกษา ลดรายจ่ายด้านการทหารลงปีละ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ปิดฐานทัพ 60 แห่ง ในสหรัฐฯ และอีก 14 แห่ง ที่ตั้งอยู่นอกประเทศลดภาระในการป้องกัน ทางทหารให้แก่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ให้ทั้ง 2 ประเทศ รับภาระทางทหารป้องกันตนเอง ยุติการให้ความช่วยเหลือกรีซ อิตาลี อังกฤษ และเยอรมันนีลง แล้วนำงบประมาณส่วนนี้มาปรับปรุงทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมภายในประเทศและนานาประเทศด้วย การช่วยเหลือของสหรัฐฯ ในสมัยของคลินตันเปลี่ยนจากการช่วยเหลือด้านทหารและ การช่วยเหลือที่เป็นเม็ดเงินมาเป็นการช่วยเหลือในรูปแบบของการค้า การลงทุนรวมไปถึงการ ผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแต่ละภูมิภาค สำหรับนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน รัฐบาลของนายคลินตันได้ ปรับเปลี่ยนใหม่ โดยเน้นที่พื้นฐานของความถูกต้องและการเคารพอธิปไตย และสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น เช่น สหรัฐฯ ใช้ความพยายามผลักดันให้อิสราเอลและองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (พีแอลโอ) ลงนามในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในเรื่องเขตแดนการผลักดันเป็นผลสำเร็จจริงจัง มีขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1994 นับได้ว่าเป็นการระงับความขัดแย้งที่ดำเนินมาเป็นเวลา ยาวนานให้เกิดสันติภาพขึ้นได้ระดับหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากทั้ง 2 ฝ่าย ลงนาม กันแล้ว จะเหลือเพียงความเห็นที่แตกต่างบางประเด็น เช่น การกำหนดเวลา จำนวนเจ้าหน้าที่ของ ปาเลสไตน์จะเข้าไปรับหน้าที่แทนทหารอิสราเอล การปล่อยนักโทษ เป็นต้น

Leave a comment

Filed under :: เหตุการณ์ปัจจุบัน ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s