จีนกับฮ่องกง

ฮ่องกง เป็นเกาะในทะเลจีนใต้ ตั้งอยู่ติดกับทิศตะวันออกเฉียงใต้ มณฑลกวางตุ้ง เดิมเป็นดินแดนส่วนหนึ่งในสมัยจักรพรรดิ ต่อมาเมื่อจีนพ่ายแพ้อังกฤษในสงครามฝิ่น เมื่อ ค.ศ.1842 ได้มีการทำสนธิสัญญานานกิง มีผลให้ฮ่องกงกลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษโดยไม่มีกำหนดเวลา
ฮ่องกงเป็นประเด็นหนึ่งเรื่องบูรณภาพแห่งดินแดน ซึ่งในประเด็นของฮ่องกงนี้จีนเองก็มี นโยบายที่แน่ชัดคือ ถือว่าฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีน ซี่งอยู่ในมณฑลกวางตุ้งและให้ความสำคัญกับฮ่องกงไม่แพ้ประเด็นไต้หวัน หากจะกล่าวถึงฮ่องกงแล้วก็มิได้หมายความเฉพาะเพียงฮ่องกงเท่านั้น หากแต่ประกอบไปด้วยดินแดน 3 ส่วนที่จีนเสียให้แก่อังกฤษ ตามสนธิสัญญาที่ทำในวาระต่างๆ ดังนี้

  1.  เกาะฮ่องกง มีเนื้อที่ 83 ตารางกิโลเมตร เสียให้แก่อังกฤษ เนื่องจากแพ้สงครามฝิ่น โดยมีสนธิสัญญานานกิง ยกเกาะฮ่องกงให้อังกฤษโดยไม่มีกำหนดเวลา
  2.  เกาะเกาลูนและสโตนคัลเตอร์ เสียให้แก่อังกฤษหลังจากแพ้สงครามฝิ่นครั้งที่ 2 โดยมีอนุสัญญากรุงปักกิ่ง ยกดินแดนดังกล่าวให้อังกฤษอย่างไม่มีกำหนดเช่นกัน
  3. ดินแดนใหม่ เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดโดยมีเนื้อที่ถึง 409 ตารางไมล์หรือร้อยละ 92 ของเกาะฮ่องกงทั้งหมด จีนได้ทำสัญญาอนุสัญญากรุงปักกิ่งครั้งที่ 2 ให้สิทธิเช่าแก่อังกฤษเป็นเวลา 99 ปี โดยสัญญานั้นจะหมดอายุในปี 1997 ซึ่งต่างจากในสองส่วนแรกที่ถือว่าเป็นการที่จีนยกให้อังกฤษเลย

สนธิสัญญาเหล่านี้ที่จีนทำกับอังกฤษ ทางจีนถือว่าเกิดจากนโยบายเรือเป็น ของจักรวรรดินิยมตะวันตกที่
เข้ามาบังคับเอาดินแดนไปจากจีน ดังนั้นสนธิสัญญาเหล่านี้ จึงเป็นสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการเจรจาถึงอนาคตของฮ่องกงระหว่างจีนกับอังกฤษอย่างจริงจัง จนได้ผลสรุปออกมาถึงเป็นคำประกาศว่าปี 1984 ซึ่งมีใจความพอสรุปได้ว่า ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.1997 เป็นต้นไป กรรมสิทธิ์และอำนาจปกครองอังกฤษที่มีต่อฮ่องกงจะสิ้นสุดลงทุกประการ และฮ่องกงจะกลับคืนเป็นดินแดนภายใต้การปกครองของจีน เหมือนฮ่องกงจะมีสถานภาพดังเดิมที่เป็นอยู่ คือ จะมีการก่อตั้งฮ่องกงให้เป็นเขตปกครองพิเศษเขตสองระบบ ขึ้นในจีน คืออยู่ภายใต้จีนแต่มีระบบที่แตกต่างกันคือจะยอมให้มีเสรีภาพในการพูด การโฆษณา การชุมนุม การเข้าสมาคม การท่องเที่ยว รวมทั้งสิทธิที่จะหยุดงานและสิทธิในการนับถือศาสนา สำหรับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ บางส่วนจะมีการแต่งตั้งมาจากจีนแผ่นดินใหญ่โดยฮ่องกงจะมีระบบการเงินและมีการออกเอกสารเดินทางเอง

ฮ่องกงมีประชากรประมาณ 7 ล้านคน ในพื้นที่ประมาณ 1000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีพื้นที่น้อยกว่ากรุงเทพ เศรษฐกิจฮ่องกงรุ่งเรืองมาก ในปลายปี 1995 ได้มีการจัดอันดับประจำปี โดยมูลนิธิมรดก ซึ่งมีศูนย์กลางที่อยู่ที่กรุงวอชิงตันดี.ซี ปรากฏว่าฮ่องกงอยู่ในระดับนำของบรรดาประเทศต่างๆ 142 แห่งที่มีการจัดอันดับดัชนีเสรีภาพแห่งเศรษฐกิจ

ปี 1996 คณะกรรมาธิการคัดเลือก ผู้บริหารสูงสุด ของฮ่องกงจำนวน 400 คน ซึ่งแต่งตั้งโดยจีนได้ลงคะแนนเสียงรอบสุดท้ายเลือก นายถัง ชี วา เป็นผู้บริหารสูงสุดด้วยคะแนนถึง 320 คะแนนจาก 400 คะแนน

นายถัง ชี วา จะมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกงคนใหม่ ภายใต้การปกครองของจีน ในวันที่ 1 ม.ค.1997 แทนที่นายคริสโตเฟอร์ แพทเทิน ข้าหลวงของอังกฤษประจำฮ่องกงคนสุดท้ายก่อนคืนฮ่องกงให้จีน นายถัง ชี วา เกิดที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ในปี 1937 บิดาดำเนินกิจการขนส่งทางเรือ และเป็นเจ้าของกิจการเดินเรือหนึ่งในสิบของโลก เขาได้ย้ายตามบิดาไปอยู่ที่ฮ่องกงภายหลังจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองใน 1949 ได้ศึกษาปริญญาตรีที่อังกฤษและได้เดินทางไปทำงานที่สหรัฐอเมริกาเป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี จากนั้น เดินทางกลับมาช่วยบิดาทำธุรกิจในฮ่องกงในปี 1969 จนถึงปัจจุบัน

นายถัง ชี วา มีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งจีนและไต้หวันและเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับจากทั้งสองฝ่าย ดังนั้นจึงมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาระหว่างจีนกับไต้หวันในอนาคตต่อไป นอกจากนี้เขายังได้ใกล้ชิดสัมพันธ์เป็นมิตรทีดีของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และข้าหลวงใหญ่ของฮ่องกงคนสุดท้าย ซึ่งเคยพยายามชักชวนให้เขาเข้ารับตำแหน่งกรรมการของคณะบริหารที่รัฐบาลฮ่องกง เมื่อปีแรกที่นายคริสโตเฟอร์ แพทเทิน มาทำงานที่ฮ่องกงด้วย ปัจจุบัน นายถัง ชี วา ยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของศูนย์นโยบายต่างประเทศศึกษาแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญมากต่อการวางแผนต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา

ปี 1987 ถึงปัจจุบัน ชาวฮ่องกงได้ขออพยพโยกย้ายไปอยู่ประเทศต่างๆ เพราะไม่มั่นใจในการที่จีนปกครองฮ่องกง ประเทศที่นิยมไปอยู่ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สิงค์โปร์ อังกฤษและสหรัฐอเมริกา ทางรัฐบาลจีนก็ประกาศอยู่เสมอว่า จีนจะปฏิบัติตามกฏหมายพื้นฐาน ที่เปรียบเสมือนรัฐบาลฮ่องกงที่ปฏิบัติกันอยู่ ในปัจจุบัน จีนยอมรับหนึ่งประเทศ สองระบบ ที่จะนำมาใช้และจีนก็ไม่ได้บีบบังคับให้ทุกคนต้องอาศัยอยู่ฮ่องกง ใครอยากจะไปอยู่ที่ใดก็ไม่ว่ากัน ถือหลักว่า ถ้าไม่ชอบใจที่จะอยู่ ก็จงไป

หากมีคำถามว่าชาวฮ่องกงจะทิ้งประชาธิปไตยไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์จีน โดยเฉพาะพวกที่ร่ำรวยทำธุรกิจเศรษฐกิจใหญ่โตที่นั่นได้อย่างไร คงต้องย้อนกลับไปสู่คำตอบที่ว่า คนรวยนักธุรกิจการค้าอุตสาหกรรมทำไมไม่ไปลงทุนในจีน ซึ่งที่นั่นปกครองโดยระบบคอมมิวนิสต์โดยตรง สำหรับฮ่องกงจะว่าไปก็ยังกึ่งๆ กลางๆ และจีนเองก็ไม่อยากออกปกครองฮ่องกงเท่าใดนัก จำเป็นต้องตั้งคนฮ่องกงที่จงรักภักดีต่อปักกิ่งปกครองกันเองและเป็นที่น่าเสียดายที่ เติ้งเสี่ยวผิง ผู้ประกาศล่วงหน้ามานับสิบๆ ปีว่า ฮ่องกงจะเป็นดังที่ที่เป็นไป อีก 50 ปีโดยรัฐบาลจีนจะไม่แทรกแซงยังคงให้ชาวฮ่องกงปกครองกันเอง แต่มีข้อแม้คือปักกิ่งเป็นผู้เลือกผู้ปกครองและตัวแทนเหล่านั้น ไม่ได้มีโอกาสเห็นสิ่งที่ท่านรอคอยเพราะท่านได้ล่วงลับไปแล้วในวัย 93 ปี เมื่อวันที่ 19 ก.พ.1997

Leave a comment

Filed under :: เหตุการณ์ปัจจุบัน ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s