:: การสร้างชาติของอาณานิคมในทวีปอเมริกาใต้ ::

ทวีปอเมริกาใต้ (กลุ่มประเทศลาตินอเมริกา) ดินแดนอาณานิคมในลาตินอเมริกาได้รับเอกราชจากสเปน ในช่วง ค.ศ 1810-1825 และใช้รูปแบบการปกครองแบบสาธารณรรัฐทั้งหมด ในระหว่างค.ศ1825-1880 เกิดความไม่มั่นคงทางการเมืองของลาตินอเมริกา เนื่องจากการแย่งชิงอำนาจระหว่างผู้นำชั้นสูงที่ต้องการผูกขาดอำนาจปกครอง รวมทั้งปัญหาความแตกแยกระหว่างประชาชนในส่วนต่างๆ ของประเทศ ช่วง ค.ศ 1880 ถึงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เกิดความรู้สึกชาตินิยมทางการเมืองและเศรษฐกิจของคนรุ่นใหม่ไปสู่การต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยม โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่ขยายอิทธิพลเข้ามาในเขตอเมริกากลางและหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน

ลัทธิชาตินิยมของกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา ก่อให้เกิดการผนึกกำลังภายในชาติและการกำหนดเขตแดนของแต่ละประเทศ โดยมีการรบพุ่งระหว่างประเทศน้อยครั้ง ลักษณะสำคัญของลัทธิชาตินิยมของดินแดนละตินอเมริกานำไปสู่การสร้างความเข้มแข้งของกองทัพ บ่อยครั้งประเทศเหล่านี้ปกครองด้วยคณะรัฐบาลทหารที่มีแนวโน้มในทางนิยมความเด็ดขาดของลัทธินาซีและลัทธิฟาสซิสต์

สภาพการเมืองของดินแดนลาตินอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

  1. อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาต่อดินแดนลาตินอเมริกา เริ่มตั้งแต่สหรัฐอเมริกาประกาศใช้หลักการมอนโร ในค.ศ.1823 คือ ห้ามประเทศอื่นใดแสวงหาอาณานิยมในเขตซีกโลกตะวันตก อันหมายรวมถึงดินแดนลาตินอเมริกา การประกาศหลักการมอนโรเป็นการอ้างเอกสิทธิของอเมริกาเหนือดินแดนลาตินอเมริกาและกีดกันมิให้ประเทศอื่นเข้ามามีอิทธิพลในดินแดนดังกล่าว
  2. บทบาทของสหรัฐอเมริกาในลาตินอเมริกาเด่นชัดขึ้นในยุคสงครามเย็น โดยสหรัฐอเมริกาเข้าแทรกแซงในกิจการภายในประเทศลาตินอเมริกาโดยตรงหลายประเทศ ตลอดจนเกี่ยวข้องในการล้มรัฐบาลของบางประเทศ เช่น รัฐบาลประธานาธิบดีซัลวาดอร์ อาเยนเดของชิลี เป็นต้น
  3. การขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์และแนวคิดสังคมนิยม เริ่มจากคิวบาเป็นประเทศแรกในลาตินอเมริกาที่เป็นคอมมิวนิสต์ แนวคิดทั้งสองแพร่หลายไปทั่วทวีป และได้รับการยอมรับจากสหพันธ์กรรมกรและปัญญาชนของประเทศต่างๆ ความแตกต่างกันอย่างมากในระดับเศรษฐกิจทำให้แนวคิดนิยมซ้าย (ใช้ในความหมายแนวคิดนิยมลัทธิสังคมนิยมและลัทธิคอมมิวนิสต์ ในขณะที่แนวคิดนิยมขวา หมายถึง แนวคิดนิยมลัทธิเสรีประชาธิปไตย) และการต่อต้านรัฐบาลที่มักเป็นเผด็จการได้รับการสนับสนุนจากคนทั่วๆ ไป ในบางประเทศกลุ่มฝ่ายซ้ายได้รับความนิยมมากจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลปกครองประเทศได้ บ้างก็มีกำลังที่ท้าทายรัฐบาลจนยากแก่การปราบปราม
  4. บทบาทรัฐบาลทหารในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา ทหารเป็นกลุ่มผลประโยชน์เพียงกลุ่มเดียวที่มีการบริหารองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเข้ามาเป็นรัฐบาลในหลายวาระในหลายประเทศ รัฐบาลทหารมักใช้การปกครองอย่างเฉียบขาดเป็นเผด็จการทหาร กลุ่มประเทศที่มีรัฐบาลทหารมักเป็นประเทศเล็ก ซึ่งไม่ค่อยมีบทบาทในวงการเมืองระหว่างประเทศ เช่น สาธารณรัฐโดมินิกัน กัวเตมาลา เฮตี ฮอนดูรัส นิการากัว และปารากวัย ส่วนกลุ่มประเทศที่มีรัฐบาลทหารเป็นครั้งคราว ได้แก่ อาร์เจนตินา โบลีเวีย บราซิล ชิลี โคลัมเบีย เปรูและเวเนซูเอลา ส่วนคอสตาริกาและอุรุกวัย ซึ่งมีความมั่นคงในการเมืองระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจ ไม่เคยมีรัฐบาลทหารปกครอง
  5. การเมืองระหว่างประเทศในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา กลุ่มประเทศลาตินอเมริกาพยายามรวมกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ และเพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพิงชาติมหาอำนาจตะวันตก เช่น จัดตั้งตลาดร่วมแห่งอเมริกากลาง จัดตั้งสมาคมการเสรีเสรีของลาตินอเมริกา หรือ LAFTA และตั้งกลุ่มสนธิสัญญาแอนดีน เป็นต้น

 

Leave a comment

Filed under :: เหตุการณ์ปัจจุบัน ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s