กัมพูชา

กัมพูชา

หากจะกล่าวว่า การเลือกตั้งในกัมพูชาเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพแล้ว นับจากวันนั้นมาถึงวันนี้ ก็เป็นเวลา 4 ปีพอดี สิ่งที่มองเห็นก็คือ คำว่าสันติภาพก็มิได้ปรากฏชัดออกมากกว่าที่ผ่านมาในอดีตแต่อย่างใด การสู้รบระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับเขมรแดง ก็ยังคงดำเนินต่อไป แม้รัฐบาลจะพยายามทำลายขวัญของฝ่ายเขมรแดงด้วยการทำลายฐานบัญชาการใหญ่จนถึงขั้นยึดเมืองไพลิน ซึ่งเป็นกองบัญชาการสำคัญ แต่ฝ่ายเขมรแดงก็ช่วงชิงกลับไปได้อีก ไม่เพียงเท่านั้น ฝ่ายเขมรแดงยังไม่ยอมเปิดการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลไม่ยอมรับข้อเสนอให้ร่วมรัฐบาลแบบมีเงื่อนไขให้วางอาวุธและสลายกองกำลังก่อนอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังสำทับว่าหากให้เข้าร่วมรัฐบาลก็ต้องกระทำอย่างไม่มีเงื่อนไขเท่านั้น

แม้การเลือกตั้งในกัมพูชาซึ่งมีขึ้นในเวลา 6 วัน เมื่อกลางเดือน พ.ค.1993 จะทำให้ประชาชนกว่าร้อยละ 90 ออกมาลงคะแนนเสียง และได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่สำคัญที่สุดในการปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ

แต่ขณะนี้เมื่อจำนวนทหารสหประชาชาติที่เข้าไปรักษาสันติภาพในกัมพูชา ลดลงจากกว่า 2 หมื่น 2 พันนายเหลือเพียงแค่ 3 นาย และเขมรแดงสามารถสู้รบช่วงชิงพื้นที่ไปจากการควบคุมของรัฐบาลกัมพูชาได้มากกว่าก่อนการเลือกตั้งที่เขมรแดงต่อต้านมาตลอด

ฝ่ายต่างๆ เริ่มมองกัมพูชาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยบริเวณที่มีการสู้รบอย่างหนักหน่วงและระเบิดขึ้นแทบจะตลอดเวลาก็คือบริเวณภาคตะวันตกเฉียงเหนือเป็นผลให้ประชาชนกว่า 4 หมื่นครอบครัว ต้องอพยพหลบหนีภัยการสู้รบเข้าสู่ชายแดนประเทศไทย แม้กองกำลังของเจ้าสีหนุ ซีงแต่เดิมเป็นปฏิปักษ์ต่อกองกำลังของรัฐบาลฮุน เซนจะยุติความขัดแย้งซึ่งกันและกัน และร่วมกันผนึกกำลังกันเป็นกองกำลังกัมพูชา อันแข็งแกร่ง แต่ความเป็นจริงก็ได้พิสูจน์ออกมาแล้วว่า ความแข็งแกร่งของกองทัพทั้งสองฝ่ายเมื่อรวมกันแล้ว ยังไม่อาจเอาชนะความเชี่ยวชาญในการรบของเขมรแดงได้ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถยึดฐานบัญชาการใหญ่ของเขมรแดงไว้ได้เกิน 1 เดือน ไม่วาจะเป็นอัลลอง เองหรือไพลิน ก็ตาม ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถยึดเมืองทั้งสองได้เท่านั้น หากแต่ยังต้องสูญเสียรี้พลอาวุธยุทโธปกรณ์ไปเป็นจำนวนมหาศาลอีกด้วย

เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือจากต่างชาติที่ทุ่มเทความพยายามมาเป็นเวลาหลายปีที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์ประเทศกัมพูชาขึ้นมาใหม่ ต้องยืนมองดูสิ่งที่สร้างมากับมือต้องพังทลายลงไปในพริบตานั้นเอง โอกาสที่จะสร้างสันติภาพขึ้นโดยถาวร ไม่เพียงเท่านั้นทุ่นระเบิดและกับระเบิดที่ประมาณกันว่ายังอยู่ภายใต้พื้นดินของกัมพูชามากกว่า 10 ล้านลูกนั้นยังถูกเขมรแดงเร่งระดมวางเพิ่มอีกนับไม่ถ้วนในขณะนี้ บ้านเรือน ประชาชน โรงสี ไร่นาในเมืองพระตะบอง ที่เริ่มจะพลิกฟื้นคืนสู่ความสงบสุขได้ไม่นานก็ต้องมาย่อยยับไปกับตา ทำให้ดินแดนที่คาดหวังกันว่าจะเป็นหัวหอกนำความเจริญ มั่งคั่งกลับคืนสู่ประเทศกัมพูชาต้องกลายสภาพเป็นสมรภูมิไปอย่างน่าเสียดายแม้จะมีความพยายามของเจ้านโรดมสีหนุที่จะจัดการประชุม สันติภาพระหว่างรัฐบาลกัมพูชากับเขมรแดงที่กรุงเปียงยางนครหลวงของเกาหลีเหนือและตั้งความหวังไว้ว่าจะมีการลงนามร่วมกันระหว่างเขมรแดงกับรัฐบาลเพื่อยุติข้อขัดแย้งนั้น ฝ่ายรัฐบาลยินดีที่จะกระทำตามคำปรารภของสมเด็จนโรดมสีหนุ พระประมุขของกัมพูชา แต่เขมรแดงก็ยังคงสงวนท่าทีเช่นเคย

สำหรับความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ของกัมพูชาอันเกิดจากความพยามยามอย่างน่าชมเชยของเจ้าหน้าที่หน่วยช่วยเหลือนานาชาติตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ก็ได้สร้างความเจริญก้าวหน้าในด้านเศรษฐกิจจนทำให้สถาบันการเงินของโลกเช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ และธนาคารโลกเห็นควรให้การสนับสนุนทางด้านเศรษฐกิจแก่กัมพูชาด้วยการให้กู้ยืมเงินอย่างเต็มที่ ซึ่งนับเป็นครั้งแค่ในรอบ 20 ปี ทั้งนี้เนื่องจากประทับใจในแผนการปฏิรูปทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชานั่นเอง

ในการพัฒนาและบูรณะปฏิสังขรณ์กัมพูชานั้น เงินช่วยเหลือจากต่างชาติเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น โรงเรียน วัด โรงพยาบาล ตลอดจนถนนหนทางหรือสะพานต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบทั้งในอดีตและปัจจุบันนั้น จะได้รับการซ่อมแซมและทะนุบำรุงก็เฉพาะในเขตที่ห่างไกลจากการสู้รบเนื่องจากหน่วยช่วยเหลือจากต่างชาติจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือก็เฉพาะในเขตที่ไมี่มีการก่อการร้ายเท่านั้น เนื่องจากไม่ต้องการเสี่ยงอันตรายหรือตกเป็นเหยื่อการลักพาตัวนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ปรากฏชัดในขณะที่สันติภาพยังเป็นเพียงภาพลวงตาอันเลือนรางก็คือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของกัมพูชาจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้หากปัญหาขัดแย้งทางการเมืองไม่อาจหาข้อสรุปหรือลงตัวกันได้

ทั้งนี้เนื่องจากนักลงทุนจากต่างชาติที่เป็นหัวใจในการพัฒนาเศรษฐกิจของกัมพูชานั้นจะไม่ยอมลงทุนในโครงการใหญ่ๆ อย่างเด็ดขาด ตราบใดที่สันติภาพยังไม่ปรากฏชัดเจน ที่สูญเสียที่สุดเห็นจะได้แก่ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เริ่มจะดีขึ้นและทำท่าจะกลายเป็นรายได้หลักของประเทศภายหลังทรุดฮวบลงทันที หลังจากเขมรแดงโหมก่อการร้ายมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความหวังที่จะเกิดความฟื้นตัวทางเศรษฐกิจต้องล่าช้าออกไป

4 ปีที่ผ่านมาของกัมพูชานั้นนอกจากสันติภาพจะยังไม่มาถึงแล้วการลืมตาอ้าปากของประชาชนก็ดูเหมือนจะยิ่งห่างไกลออกไปอีกด้วย และประกอบกับมีหนังสือแนะนะการท่องเที่ยวของกัมพูชาซึ่งตีพิมพ์ในสหรัฐอเมริกาได้เขียนบรรยายว่า กัมพูชาเป็นประเทศที่อันตรายที่สุดระดับ 5 ดาวทำให้กิจการการท่องเที่ยวของกัมพูชาตกต่ำลงไปอีก

ปัญหาในกัมพูชาขณะนี้สมควรต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีอะไรเกิดขึ้นได้ตลอดเวลารวมทั้งการเข่นฆ่า หรือสงครามกลางเมือง เพราะผู้นำต่างๆ ในกัมพูชาแตกแยกมุ่งช่วงชิงอำนาจหักล้างกันเอง โดยเฉพาะ 2 กลุ่มสำคัญ คือ เจ้ารณฤทธิ์ กับนายฮุนเซน ส่วนเจ้าสีหนุก็แทบไม่มีความหมาย เพราะในขณะนี้สถานการณ์ในประเทศตึงเครียดก็มักจะเสด็จไปอยู่เมืองจีน อ้างสุขภาพไม่ดีต้องไปถวายการรักษา สำหรับเจ้าสิริวุฒิก็อยากกลับมากัมพูชา แต่ก็โดนขัดขวางจากนายฮุนเซน เพราะนายฮุนเซนมีอิทธิพลมากที่สุดสามารถกำจัดเจ้าสิริวุฒิให้กลับไปอยู่ฝรั่งเศสตามเดิม การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะมีขึ้น หลายฝ่ายเชื่อกันว่าฝ่ายฮุนเซนจะครองเสียงข้างมาก เพราะพลังงอำนาจของฮุนเซนยังมีอยู่ทั่วประเทศหลังจากเคยครองกัมพูชามากว่า 10 ปี มีฐานอำนาจทั่วไป ส่วนเจ้ารณฤทธิ์บารมีไม่มากพอ และยังมีศัตรูเต็มไปหมด จำเป็นต้องรีบหากลุ่มพรรคการเมืองเล็กๆ เพื่อผนึกกำลังได้เสียงข้างมากในรัฐสภากัมพูชา แต่คงทำได้ยากเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีสหประชาชาติมาหนุนอยู่แบบครั้งที่แล้ว การแตกแยกของหัวหน้ากลุ่มผู้นำเขมรแดงถึงขั้นลงมือสังหารกันเองระหว่างนายพลพตกับนายซอนเซน ก็เป็นเรื่องที่อาจจะทำให้สถานการณ์ภายในกัมพูชาแปรเปลี่ยนไปได้อีก

Leave a comment

Filed under :: เหตุการณ์ปัจจุบัน ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s