:: เรื่อง เศรษฐกิจ ::

1.  งานโยธาในสมัยอยุธยาส่วนใหญ่รัฐบาลได้แรงงานมาอย่างไร

ก.  เกณฑ์แรงงานเชลยศึกและทาส

ข.  เกณฑ์แรงงานไพร่สมและไพร่ส่วย

ค.  เกณฑ์แรงงานไพร่หลวง

ง.  จ้างแรงงานชาวจีน

2.  เศรษฐกิจสุโขทัยและอยุธยาแตกต่างกันอย่างไร

ก.  สุโขทัยค้าเสรี อยุธยาผูกขาดการค้า

ข.  สุโขทัยผลิตยังชีพ อยุธยาส่งออกเป็นหลัก

ค.  สุโขทัยไม่มีการเก็บภาษี อยุธยาเก็บภาษี

ง.  สุโขทัยทำการค้ากับจีน อยุธยาค้ากับอินเดีย

3.  ข้อใดไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงจากสนธิสัญญาเบาริง

ก.  การเลิกระบบผูกขาดการค้าและเริ่มการค้าเสรี

ข.  การปลดปล่อยไพร่และทาสเป็นแรงงงานเสรี

ค.  การขยายตัวของเศรษฐกิจเงินตราและการค้าตะวันตก

ง.  การเริ่มเข้ามามีบทบาทการค้ากับจีน

4.  ปัจจัยที่ทำให้การค้าของไทยสมัยอยุธยาเจริญได้แก่

ก.  มีสัมพันธภาพอันดีกับประเทศจีน

ข.  ระบบพระคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ

ค.  ระบบผูกขาดทางการค้าของพระมหากษัตริย์

ง.  ได้ชาวจีนที่ชำนาญทางการค้าเป็นเจ้าพนักงาน

5.  วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยสมัยรัชกาลที่ 7 มีสาเหตุสำคัญที่สุดจากอะไร

ก.  การปฏิวัติ พ.ศ.2475

ข.  ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

ค.  ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ

ง.  เพราะความยุ่งยากทางการเมืองจากรัฐบาลไม่มีเวลาในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

6.   ระบบผูกขาดโดยพระคลังสินค้าในสมัยอยุธยาก่อให้เกิดผลสำคัญอย่างไร

ก.  การค้ากับต่างประเทศลดปริมาณลง

ข.  รัฐเอาใจใส่ควบคุมกำลังคนและจัดเก็บส่วยมากขึ้น

ค.  รัฐเผชิญกับปัญหาการเก็บภาษีท้องถิ่นต่างๆ

ง.  รัฐควบคุมการผลิตเพื่อการค้าให้เหมาะสม

7.  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไร

ก.  ทำให้การวางแผนเศรษฐกิจเป็นระบบและได้ผลดี

ข.  เป็นการส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจภาคเอกชนและรัฐ

ค.  สนับสนุนและส่งเสริมกิจการรัฐวิสาหกิจให้พัฒนาขยายตัวมากขึ้น

ง.  ช่วยกระจายรายได้และสร้างความเป็นธรรมทางการเมืองและสังคม

8.  รายได้หลักของไทยสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์มาจากทางใด

ก.  การผูกขาดโดยพระคลังสินค้า

ข.  การค้ากับต่างประเทศ

ค.  การเก็บส่วย

ง.  การเกณฑ์แรงงานจากไพร่

9.  ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของพระคลังสินค้า

ก.  การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาประมูลภาษี

ข.  ราษฏรกับพ่อค้าไม่สามารถติดต่อค้าขายได้โดยตรง

ค.  การผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยรัฐ

ง.  การยินยอมให้ไพร่นำผลผลิตส่วนเกินทื่รัฐไม่

ต้องการออกขายได้

10. ข้อใดแสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากสนธิสัญญาเบาริงจากระบบเศรษฐกิจแบบยังชีพมาเป็นเศรษฐกิจแบบการค้า

ก.  ขาวนาเลิกผลิตข้าว สิ่งของเครื่องใช้หันมาซื้อแทน

ข.  ชาวนาผลิตข้าวมากขึ้นเพื่อขายแต่เพียงอย่างเดียว

ค.  ชาวนาหันมาทำนาโดยใช้วิทยาการแบบตะวันตก

ง.  ชาวนาเลิกจ่ายภาษีเป็นหางข้าวแต่จ่ายเป็นเงินแทน

11. เพราะเหตุใดไทยจึงร่ำรวยจากการค้ากับต่างประเทศจนเป็นรายได้หลักของแผ่นดินนับแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยต้นรัตนโกสินทร์

ก.  รัฐบาลมีชาวจีนช่วยในการค้าขาย

ข.  รัฐบาลผูกขาดการค้าเพียงผู้เดียว

ค.  รัฐบาลให้เสรีภาพในการค้าอย่างเต็มที่

ง.  รัฐบาลมีสินค้าต้องห้ามสำหรับขายมาก

12. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการกำหนดสินค้าต้องห้ามสมัยอยุธยา

ก.  พระคลังสินค้าต้องการกำหนดราคาสินค้าเอง

ข.  พระคลังสินค้าต้องการเป็นตัวกลางในการค้าขาย

ค.  พระคลังสินค้าต้องการกำจัดการนำเข้าสินค้าประเภทอาวุธ

ง.  พระคลังสินค้าต้องการเลิกจัดเรือสำเภาไปค้าขายกับต่างประเทศ

13.  การเก็บภาษีผ่านด่าน โดยเก็บร้อยละ 3 หรือ สิบหยิบหนึ่งเป็นวิธีการเก็บภาษีแบบใดและเกิดสมัยใด

ก.  ส่วย สุโขทัย

ข.  จังกอบ อยุธยา

ค.  ฤชา ธนบุรี

ง.  อากร รัตนโกสินทร์

14.  นโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจของจอมพล ป.พิบูลสงครามก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร

ก.  ส่งเสริมการผลิตในรูปแบบสหกรณ์

ข.  สนับสนุนให้คนไทยประกอบธุรกิจมากขึ้น

ค.  รัฐเข้าดำเนินการธุรกิจภายในประเทศลดลง

ง.  เปิดโอกาสให้เอกชนแข่งขันกันลงทุนอย่างเสรี

15.  ระบบการค้าเสรีซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้นเป็นการเปิดศักราชใหม่ในการค้าของไทย และยังก่อให้เกิดผลดีต่อไทยอย่างไร

ก.  การลงทุนทางด้านอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น

ข.  ทำให้รัฐบาลไทยมีรายได้ประจำเพิ่มขึ้น

ค.  อังกฤษขัดขวางฝรั่งเศสมิให้ทำรุนแรงกับไทย

ง.  ทำให้เกิดตลาดแรงงานขึ้น

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s