:: พุทธศาสนสุภาษิตชั้นตรี ::

ทานวรรค คือ หมวดทาน

  1. ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานมาหุ :    ท่านว่า ทานและการรบ เสมอกัน
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
  2. นตฺถิ จิตเต ปสนฺนมฺหิ อปฺปกา นาม ทกฺขิณา :   เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี
    ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ
  3. วิเจยฺย ทานํ สุคตปฺปสตฺถํ :    การเลือกให้ อันพระสุคตทรงสรรเสริญ
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
  4. พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ :   คนพาลเท่านั้น ย่อมไม่สรรเสริญทาน
    ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ
  5. ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ : ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
  6. ททํ ปิโย โหติ ภชนฺติ นํ พหู :  ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก คนหมู่มากย่อมคบเขา
    อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต
  7. ททมาโน ปิโย โหติ : ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก
    อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต
  8. สุขสฺส ทาตา เมธาวี สุขํ โส อธิคจฺฉติ :  ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข
    อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต
  9. มนาปทายี ลภเต มนาปํ :  ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ
    อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต
  10. เสฏฺฐนฺทโท เสฏฺฐมุเปติ ฐานํ :  ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ
    อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต
  11. อคฺคสฺส ทาตา ลภเต ปุนคฺคํ : ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก
    อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต
  12. ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ : เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น
    ฑีฆนิกาย มหาวรรค
  13. ทเทยฺย ปุริโส ทานํ : คนควรให้ของที่ควรให้
    ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ

ศีลวรรค คือ หมวดศีล

  1. สีลํ ยาว ชรา สาธุ  :  ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จตราบเท่าชรา
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
  2. สุขํ ยาว ชรา สีลํ : ศีลนำสุขมาให้ตราบเท่าชรา
    ขุททกนิกาย ธรรมบท
  3. สีลํ กิเรว กลฺยาณํ : ท่านว่าศีลนั่นเทียว เป็นความดี
    ขุททกนิกาย ชาดก เอกนิบาต
  4. สีลํ โลเก อนุตฺตรํ :  ศีลเป็นเยี่ยมในโลก
    ขุททกนิกาย ชาดก เอกนิบาต
  5. สํวาเสน สีลํ เวทิตพฺพํ : ศีลพึงรู้ได้เพราะอยู่ร่วมกัน
    ขุททกนิกาย อุทาน
  6. สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร : ความสำรวมในที่ทั้งปวง เป็นดี
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
  7. สญฺญมโต เวรํ น จียติ :  เมื่อคอยระวังอยู่ เวรย่อมไม่ก่อขึ้น
    ฑีฆนิกาย มหาวรรค
  8. สีลํ รกฺเขยฺย เมธาวี : ปราชญ์พึงรักษาศีล
    ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ

ปาปวรรค คือ หมวดบาป

  1. มลา เว ปาปกา ธมฺมา อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ :  บาปธรรมเป็นมลทินแท้ ทั้งในโลกนี้ ทั้งในโลกอื่น
    อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต
  2. ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย : ความสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้
    ขุททกนิกาย ธรรมบท
  3. ปาปานํ อกรณํ สุขํ : การไม่ทำบาป นำสุขมาให้
    ขุททกนิกาย ธรรมบท
  4. ปาปํ ปาเปน สุกรํ : ความชั่วอันคนชั่วทำง่าย
    วินัยปิฎก จุลวรรค
  5. ปาเป น รมตี สุจิ :  คนสะอาดไม่ยินดีในความชั่ว
    วินัยปิฎก จุลวรรค
  6. สกมฺมุนา หญฺญฺติ ปาปธมฺโม : คนมีสันดานชั่ว ย่อมลำบากเพราะกรรมของตน.
    มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
  7. ตปสา ปชหนฺติ ปาปกมฺมํ : สาธุชนย่อมละบาปกรรมด้วยตปะ
    ขุททกนิกาย ชาดก อัฏฐกนิบาต
  8. ปาปานิ กมฺมานิ กโรนฺติ โมหา : คนมักทำบาปกรรมเพราะความหลง
    มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
  9. นตฺถิ ปาปํ อกุพฺพโต : บาปไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ.
    ขุททกนิกาย ธรรมบท
  10. ธมฺมํ เม ภณมานสฺส น ปาปมุปลิมฺปติ : เมื่อเรากล่าวธรรมอยู่ บาปย่อมไม่แปดเปื้อน
    ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต
  11. นตฺถิ อการิยํ ปาปํ มุสาวาทิสฺส ชนฺตุโน : คนมักพูดมุสา จะไม่พึงทำความชั่ว ย่อมไม่มี
    ขุททกนิกาย ธรรมบท
  12. ปาปานิ ปริวชฺชเย  : พึงละเว้นบาปทั้งหลาย.
    ขุททกนิกาย ธรรมบท
  13. น ฆาสเหตุปิ กเรยโย ปาปํ : ไม่ควรทำบาปเพราะเห็นแก่กิน
    ขุททกนิกาย ชาดก นวกนิบาต

บุญวรรค คือ หมวดบุญ

  1. ปุญฺญํ โจเรหิ ทูหรํ. :  บุญอันโจรนำไปไม่ได้
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
  2. ปุญฺญํ สุขํ ชีวิตสงฺขยมฺหิ : บุญนำสุขมาให้ในเวลาสิ้นชีวิต
    ขุททกนิกาย ธรรมบท
  3. สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย : ความสั่งสมขึ้นซึ่งบุญ นำสุขมาให้.
    ขุททกนิกาย ธรรมบท
  4. ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ : บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
  5. ปุญฺญานิ กยิราถ สุขาวหานิ : ควรทำบุญอันนำสุขมาให้
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

สติวรรค คือ หมวดสติ

  1. สติ โลกสฺมิ ชาคโร : สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก.
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
  2. สติ สพฺพตฺถ ปตฺถิยา : สติจำปรารถนาในที่ทั้งปวง
    สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพญาวชิรญาณวโรรส
  3. สติมโต สทา ภทฺทํ : คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
  4. สติมา สุขเมธติ : คนมีสติ ย่อมได้รับความสุข
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
  5. สติมโต สุเว เสยฺโย : คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน
    สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
  6. รกฺขมาโน สโต รกฺเข : ผู้รักษา ควรมีสติรักษา
    สมเด็จพระสังฆราช (สา)