ข้อสอบพุทธประวัติ

1. บุคคลในข้อใดที่คือพระบิดา และพระมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ

ก. พระเจ้าพิมพิสาร พระนางเรวดี
ข. พระเจ้าอโศกมหาราช พระนางพิมพา
ค. พระเจ้าพรหมทัต พระนางสุชาดา
ง. พระเจ้าสุทโธทนะ พระนางสิริมหามายา

2. ก่อนประสูติ พระมารดาของพระพุทธเจ้าทรงสุบินว่ามีสิ่งใดเข้าสู่พระครรภ์
ก. หงส์ขาวบินเข้าพระครรภ์
ข. พญาช้างเผือกชูดอกบัวขาวเข้าพระครรภ์
ค. กวางทองเดินเข้าพระครรภ์
ง. งูเหลือมเลื้อยเข้าพระครรภ์

3. สถานที่ใดเป็นที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
ก. ใต้ต้นสาละ
ข. ใต้ต้นไทร
ค. ใต้ต้นโพธิ์
ง. ใต้ต้นรังคู่

4. สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าคือข้อใด
ก. สวนพฤกษศาสตร์
ข. สวนวโนทยาน
ค. สวนลุมพินีวัน
ง. สวนสาธารณะ

5. เหตุการณ์ไม่คาดฝันขณะที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ ได้แก่ข้อใด
ก. ลมพัดแรงมาก
ข. แสงอาทิตย์ถูกเฆมบัง
ค. ฝนตกชั่วขณะ
ง. แผ่นดินไหว

6. วันและปีที่พระพุทธเจ้าประสูติตรงกับข้อใด
ก. วันพฤหัสบดี ปีขาล
ข. วันศุกร์ ปีจอ
ค. วันอังคาร ปีฉลู
ง. วันจันทร์ ปีมะโรง

7. พระพุทธเจ้ามีพระนามว่าอะไร
ก. เจ้าชายเทวราช
ข. เจ้าชายสุททนะ
ค. เจ้าชายสิทธิศักดิ์
ง. เจ้าชายสิทธัตถะ

8. หลังจากประสูติได้ 7 วันพระมารดาได้สวรรคต ใครเป็นผู้เลี้ยงดูพระพุทธเจ้า
ก. นางปชาบดีโคตรมี
ข. นางวิสาขา
ค. นางสุชาดา
ง. นางมัลลิกา

9. ข้อใดไม่ใช่อภินิหารพระมหาบุรุษ
ก. พอประสูติทรงเสด็จดำเนินไปได้ 7 ก้าว
ข. ขณะอยู่ในพระครรภ์บริสุทธิ์ปราศจากมลทินเครื่องแปดเปื้อน
ค. ขณะอยู่ในพระครรภ์นั่งขัดสมาธิ พระมารดาสามารถทอดพระเนตรได้
ง. พอประสูติแล้วมีสมองเท่าคนอายุ 15 ปี

10. เมื่อพระชนมายุได้ 7 พรรษาพระพุทธเจ้าได้ศึกษาสิลปวิทยาที่สำนักใด
ก. โรงเรียนเจ้านาย
ข. สำนักวิศวามิตร
ค. สำนักอาฬารดาบส
ง. สำนักอุทกดาบส

11. เจ้าชายสิทธัตถะทรงอภิเษกสมรสเมื่อพระชนมายุได้เท่าไร
ก. 15 พรรษา
ข. 16 พรรษา
ค. 17 พรรษา
ง. 18 พรรษา

12. เจ้าชายสิทธัตถะทรงอภิเษกสมรสกับใคร
ก. พระนางพิมพา
ข. พระนางสิริมหามายา
ค. พระนางอมิตตา
ง. พระนางวิสาขา

13. บุคคลในข้อใด คือ พระโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะ
ก. สุภัทธะกุมาร
ข. จุลกุมาร
ค. เทวทัตกุมาร
ง. ราหุลกุมาร

14. อะไรเป็นมูลเหตุแห่งการตัดสินพระทัยออกผนวช
ก. ความเบื่อหน่าย
ข. ความสุขส่วนพระองค์
ค. เทวทูตทั้ง 4
ง. ราชสมบัติ

15. บุคคลในข้อใด มิได้ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะตัดสินพระทัยออกผนวช
ก. เด็กเล็ก
ข. คนแก่
ค. คนเจ็บ
ง. สมณะ

16. ม้าที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงไปออกผนวช คือข้อใด
ก. อาชาไนย
ข. เวชนัย
ค. ฉันนะ
ง. กัณฐกะ

17. มหาดเล็กที่ติดตามเจ้าชายไปออกผนวชมีชื่อว่าอะไร
ก. อาชาไนย
ข. เวชนัย
ค. ฉันนะ
ง. กัณฐกะ

18. เจ้าชายสิทธัตถะทรงผนวชที่ริมฝั่งแม่น้ำใด
ก. แม่น้ำเนรัชรา
ข. แม่น้ำอโนมา
ค. แม่น้ำคงคา
ง. แม่น้ำพรหมบุตร

19. การบวชของเจ้าชายสิทธัตถะ เรียกว่าอะไร
ก. ติสรณคม
ข. ไตรสรณคม
ค. มหาภิเนษกรมณ์
ง. เอหิภิกขุอุปสัมปทา

20. หลังจากผนวชแล้วเจ้าชายสิทธัตถะได้ไปศึกษาที่สำนักใด
ก. สำนักวิศวามิตร
ข. สำนักปัญจวัคคีย์
ค. สำนักฤาษีดัดตน
ง. สำนักอาฬารดาบส อุทกดาบส

21. การค้นหาความจริงโดยวิธีทรมานตนของเจ้าชายสิทธัตถะ เรียกว่าอะไร
ก. ทุกกรกิริยา
ข. ภาวนากิริยา
ค. สมถะกิริยา
ง. การบำเพ็ญเพียร

22. ขั้นตอนใด มิใช่ การทรมานร่างกายของเจ้าชายสิทธัตถะ
ก. อดอาหาร
ข. ยืนขาเดียว
ค. กลั้นลมหายใจ
ง. กัดฟัน

23. สถานที่ใดเป็นสถานที่บำเพ็ญทุกกรกิริยาของ เจ้าชายสิทธัตถะ
ก. สวนวโนทยาน
ข. อุรุเวลาเสนานิคม
ค. ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
ง. เมืองโกสัมพี

24. ขณะบำเพ็ยทุกกรกิริยามีใครเป็นผู้เลื่อมใสดูแล
ก. นายฉันนะ
ข. นางสุชาดา
ค. นางวิสาขา
ง. ปัญจวัคคีย์

25. ใครเป็นผู้นำข้าวมธุปายาสมาถวายเจ้าชายสิทธัตถะก่อนนั่งบำเพ็ญภาวนา
ก. นางสุชาดา
ข. นางวิสาชา
ค. นางมัลลิกา
ง. นางภาวนา
26. เหตุบังเอิญใดเจ้าชายสิทธัตถะจึงได้รับข้าวมธุปายาส
ก. เพราะผู้ถวายคิดว่าเป็นเทวดา
ข. เพราะเห็นว่าทรงตั้งพระทัยจริง
ค. เพราะมีลักษณะท่าทางเป็นผู้มีบุญ
ง. เพราะคิดว่าจะต้องบำเพ็ญได้สำเร็จ

27. เจ้าชายสิทธัตถะทรงตรัสรู้โดยวิธีใด
ก. ทุกกรกิริยา
ข. สมถะภาวนา
ค. ศึกษาเล่าเรียน
ง. เดินจงกรม

28. เจ้าชายสิทธัตถะทรงชนะพญามารได้ด้วยบารมีสิ่งใด
ก. บารมี 5 ประการ
ข. บารมี 10 ประการ
ค. ทศพิธราชธรรม
ง. กุศลธรรม

29. ข้อใด หมายถึง เนกขัมมะ
ก. การเล่าเรียน
ข. การบวช
ค. การแต่งงาน
ง. การทำสมาธิ

30. ในการบรรลุของเจ้าชายสิทธัตถะนั้นในปฐมยามทรงบรรลุปุพเพนิวาสานุสสติญาณ คืออะไร
ก. ระลึกชาติได้
ข. มีตาทิพย์
ค. มีหูทิพย์
ง. ทายใจคนได้

31. เจ้าชายสิทธัตถะทรงบรรลุในขั้นปฏิจจสมุปบาทคือธรรมที่อาศัยกันและกันเกิดขึ้นเป็นเหตุและเป็นผลเนื่องกันเหมือนลูกโซ่จนตรัสรู้ธรรมใด
ก. มรรค 8
ข. อริยสัจ
ค. อิทธิบาท
ง. พรหมวิหาร

32. ข้อใดมิใช่ความจริงอันประเสริฐที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้
ก. กรรม
ข. สมุทัย
ค. นิโรธ
ง. มรรค

33. พระพุทธเจ้าบรรลุอาสวักขยญาณ คือ
ก. ความรู้ที่แท้จริง
ข. ความรู้เป็นเหตุสิ้นอาสวกิเลส
ค. ความเพียรพยายาม
ง. ความดับทุกข์

34. สัมมาสัมพุทโธ แปลว่าอะไร
ก. เป็นผู้ประเสริฐ
ข. เป็นผู้รู้แจ้ง
ค. ฝึกด้วยตนเอง
ง. ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง

35. สถานที่ใดเป็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ก. ใต้ต้นสาละ
ข. ใต้ต้นไทร
ค. ใต้ต้นโพธิ์
ง. ใต้ต้นรังคู่

36. พระพุทธเจ้าตรัสรู้เมื่อพระชนมายุได้เท่าไร
ก. 29 พรรษา
ข. 35 พรรษา
ค. 40 พรรษา
ง. 45 พรรษา

37. พระพุทธเจ้าทรงเปรียบคนที่ฉลาดมากเหมือนสิ่งใด
ก. ดอกกุหลาบ
ข. ดอกราตรี
ค. ดอกชงโค
ง. ดอกบัวที่พ้นน้ำ

38. หลังจากตรัสรู้แล้วพระพุทธเจ้าทรงโปรดสั่งสอนใครเป็นพวกแรก
ก. พระประยูรญาติ
ข. พระสหาย
ค. ปัญจวัคคีย์
ง. เทวดา

39. ธรรม ที่ทรงแสดงครั้งแรกเรียกว่าอะไร
ก. พรหมวิหาร 4
ข. อิทธิบาท 4
ค. กุศลกรรม
ง. ธัมมจักกัปวัตนสูตร

40. ข้อใดคือความสำคัญของธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเป็นครั้งแรก
ก. ทาน
ข. ศีล
ค. ภาวนา
ง. ทางสายกลาง

41. ในการแสดงธรรมครั้งแรกได้บังเกิดสิ่งใดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก
ก. นักบวช
ข. นักพรต
ค. พระสงฆ์
ง. ภิกษุณี

42. พระสงฆ์ องค์แรกในพระพุทธศาสนาคือใคร
ก. อัสสชิ
ข. พระอานนท์
ค. พระมหานามะ
ง. พระโกณทัญญะ

43. วันที่มีพระรัตนตรัยครบองค์ 3 ต่อมาเรียกว่าวันอะไร
ก. วิสาขบูชา
ข. มาฆบูชา
ค. อาสาฬหบูชา
ง. เข้าพรรษา

44. พระสงฆ์ที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้เรียกว่าอะไร
ก. ติสรณคม
ข. ไตรสรณคม
ค. มหาภิเนษกรมณ์
ง. เอหิภิกขุอุปสัมปทา

45. วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา คือวัดใด
ก. วัดพระแก้ว
ข. วัดพระเวฬุวัน
ค. วัดอรุณราชวราราม
ง. วัดเบญจมบพิตร

46. ใครเป็นผู้ถวายที่ให้เป็นวัดแห่งแรกให้พระพุทธเจ้า
ก. พระเจ้าพิมพิสาร
ข. พระเจ้าพรหมทัต
ค. เศรษฐีเมืองพาราณสี
ง. ยสกุมาร

47. การประชุมสงฆ์มีองค์ 4 หรือที่เรียกว่าจาตุรงคสันนิบาต ต่อมาวันนี้ถือเป็นวันอะไร
ก. วันมาฆบูชา
ข. วันวิสาขบูชา
ค. วันอาสาฬหบูชา
ง. วันเข้าพรรษา

48. หัวใจของพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเรียกว่าอะไร
ก. ธัมจักกัปปวัตนสูตร
ข. โอวาทปาติโมกข์
ค. อริยสัจ
ง. อิทธิบาท 4

49. พระพุทธเจ้าปรินิพพานเมื่อพระชนมายุได้เท่าไร
ก. 29 พรรษา
ข. 35 พรรษา
ค. 45 พรรษา
ง. 80 พรรษา

50. สถานที่ใดเป็นสถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า
ก. สวนพฤกษศาสตร์
ข. สวนวโนทยาน
ค. สวนลุมพินีวัน
ง. สวนสาธารณะ