คลังเก็บหมวดหมู่: :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ชุดที่ 11::

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ชุดที่ 12 ::

  1. ข้อใดเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่แสดงให้เห็ฯการสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมนุษย์ยุคหินใหม่ได้ชัดเจนที่สุด
    1. ขวานหินขัด
    2. เครื่องดนตรีสำริด
    3. ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา
    4. การใช้กระดูกสัตว์
  2. ข้อใดเป็นจุดเริ่มต้นของยุคโลหะ
    1. การหลอมดีบุก
    2. การหลอมทองแดง
    3. การหลอมเหล็ก
    4. การหลอมสำริด
  3. ถ้าในปัจจุบันประเทศยังใช้ระบบศักราชแบบรัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.)ปีพุทธศักราช 2556 จะตรงกับรัตนโกสินทร์ศกใด
    1. ร.ศ.224
    2. ร.ศ.225
    3. ร.ศ.226
    4. ร.ศ.227
  4. ถ้าต้องการวิจัยเรื่องเืรือกับวิถีชีวิตชาวเล จะต้องใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในขั้นตอนใดเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์
    1. การตั้งประเด็นคำถามเรื่องราวที่อยากรู้
    2. การค้นหาและรวบรวมหลักฐาน
    3. การวิพากษ์และตีความหลักฐาน
    4. การสรุปข้อเท็จจริง
  5. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของจดหมายเหตุ
    1. เป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับศาสนา
    2. เป็นบันทึกจากการบอกเล่าต่อๆ กันมา
    3. เป็นข้อมูลที่ปราศจากความคิดเห็นของผู้บันทึก
    4. เป็นบันทึกที่มีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง
  6. การศึกษาประวัติศาสตร์แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุต้องศึกษาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ข้อใด
    1. ศึกษาพระเวท
    2. เมืองโบราณโมเฮนโจดาโและฮารัปปา
    3. มหากาพย์รามายณะ และมหาภารตะ
    4. เสาศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช
  7. ภูมิภาคใดได้รับอิทธิพลด้านการเมืองการปกครองจากอารยธรรมอินเดีย
    1. เอเซียกลาง
    2. เอเซียตะวันออก
    3. เอเซียตะวันตกเฉียงใต้
    4. เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
  8. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูศิลปวิทยา
    1. การยกย่องความสามารถมนุษย์
    2. การเน้นความเป็นปัจเจกชน
    3. การรื้อฟื้นความเชื่อทางศาสนา
    4. การคืนกลับมาของอารยธรรมกรีก
  9. สมัยสุโขทัยสามารถเทียบกับสมัยประวัติศาสตร์สากลในข้อใด
    1. สมัยแห่งการค้นพบและำสำรวจ
    2. สมัยแห่งสงครามเพโลพอนนีเซียน
    3. สมัยจักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลาย
    4. สมัยจักรพรรดิคอนสแตนตินแห่งโรมัน
  10. ประวัติศาสตร์ตะวันตกร่วมสมัยเริ่มต้นเมื่อใด
    1. ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
    2. ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
    3. ภายหลังสงครามเย็น
    4. ภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต
  11. ความตกลงเชนเกนเกี่ยวข้องกับเรื่อใดในกลุ่มสหภาพยุโรป
    1. การขอวีซ่าเข้าประเทศ
    2. การไม่จำกัดปริมาณสินค่านำเข้า
    3. การให้บริการด้านสถาบันการเงินข้ามชาติ
    4. การเคลื่อนย้ายสินค้าโดยไม่ต้องผ่านศุลกากร
  12. ไพร่ ในสังคมอยุธยามีฐานะใกล้เคียงกับบุคคลกลุ่มใดในปัจจุบัน
    1. แรงงานรับจ้าง
    2. สามัญชน
    3. ทหารเกณฑ์
    4. กระฏุุมพี
  13. ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับต่างชาติเรื่องใดที่รัฐต้องตัดสินใจใช้วิธีการทางทหารในการแก้ปัญหา
    1. กรณีหัวเมืองมลายูกับอังกฤษสมัยรัชกาลที่ 5
    2. วิกฤตการณ์ ร.ศ 112 กับฝรั่งเศสสมัยรัชกาลที่ 5
    3. ญี่ปุ่นเคลื่อนกองทัพเข้าไทยช่วงสงครามโลกคร้งที่ 2
    4. กรณีพิพาทเรื่องเขาพระวิหารในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
  14. วัตถุประสงค์ทีแท้จริงของการก่อตั้งขบวนการเสรีไทยในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ตรงกับข้อใด
    1. เพื่อต่อสู้กับกองทัพญี่ปุ่น
    2. เพื่อแสดงออกถึงความรักชาติ
    3. เพื่อแสดงตนเป็น่ฝ่ายพันธมิตร
    4. เพื่อช่วยเหลือคนไทยในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
  15. ขรัวอินโข่ง มีผลงานเด่นด้านใด
    1. การประดิษฐ์ลายปูนปั้น
    2. การวาดภาพ 3 มิติ
    3. การแกะสลักบานประตูพระอุโบสถ
    4. การปั้นพระพุทธรูป
  16. บุคคลใดมีบทบาทสำคัญในการเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาเบาริง
    1. ดร.ฟรานซิส บี แซร์
    2. ดร.แดน บีช บรัดเลย์
    3. วิลเลี่ยม คลิปตัน คอด์ด
    4. สมเด็จกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ
  17. ข้อใดเป็นลักษณะของการสร้างบ้านเรือนในภาคเหนือของไทย
    1. การสร้างบ้านโดยใช้แท่งหินเป็นฐาน
    2. การสร้างบ้านใต้ถุนสูง หน้าต่างน้อย
    3. การสร้าบ้านหลายหลังเชื่อมต่อกัน
    4. การสร้าบ้านที่มีใต้ถุนต่ำ หน้าต่างรอบ

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ชุดที่ 11::

  1. ถ้าต้องการวิจัยเรื่องเรือกับวิถีชีวิตชีวิตชาวเล จะต้องใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในขั้นตอนใด เพื่อให้ได้ข้อม฿ลที่สมบูรณ์
    1. การตั้งประเด็นคำถามเรื่องราวที่อยากรู้
    2. การค้นหาและรวบรวมหลักฐาน
    3. การวิพากษ์และตีความหลักฐาน
    4. การสรุปข้อเท็จจริง
  2. วิธีการในข้อใดที่เป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ให้เป็นเรื่องราว
    1. การค้นคว้าและการตีความ
    2. การวิเคราะห์และการสังเคราะห์
    3. การตีความและการสังเคราะห์
    4. การรวบรวมข้อมุลและการวิเคราะห์
  3. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของจดหมายเหตุ
    1. หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับศาสนา
    2. เป็นบันทึกจากการบอกเล่าต่อๆ กันมา
    3. เป็นข้อมลที่ปราศจากความคิดเห็นของผู้บันทึก
    4. เป็นบันทึกที่มีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง
  4. หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยที่เป็นลายลักษณ์อักษรข้อใดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์น้อย
    1. ศิลาจารึก
    2. หนังสือราชการ
    3. เอกสารส่วนบุคคล
    4. ตำนาน
  5. พระราชพงศาวดารสมัยอยุธยาฉบับใดที่นักประวัติศาสตร์ยอมรับว่ามีข้อมูลถูกต้องที่สุด
    1. ฉบับบริติชมิวเซียม
    2. ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)
    3. ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์
    4. ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์
  6. ธรรมจักรและกวางหมอบ เป็นโบราณวัตถุในยุคใด
    1. ฟูนัน
    2. ละโว้
    3. ศรีวิชัย
    4. ทวารวดี
  7. กุศโลบายทางการเมืองใดที่พระมหากษัตริย์สุโขทัยทรงใช้ในการดำเนินนโยบายเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นของอาณาจักร
    1. การควบคุมกำลังคนให้เป็นหมวดหมุ่
    2. การสร้างความสัมพันธ์ในระบบเครือญาติ
    3. การสถาปนารูปแบบการปกครองตามระบบศักดินา
    4. การส่งพระโอรสไปปกครองหัวเมืองประเทศราช
  8. พระราชนิพนธ์เร่องไตรภูมิพระร่วง ของพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดใดเป็นหลัก
    1. พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์
    2. พระพุทธศาสนาลัทธิวัชรยาน
    3. พระพุทธศาสนาลัทธิสยามวงศ์
    4. ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู
  9. การที่พระมหากษัตริย์ทรงมีฐานะเป้นสมมติเทพ เป็นคติความเชื่อใด
    1. พราหมณ์ ฮินดู
    2. พุทธศาสนาแบบเถรวาท
    3. พุทธศาสนาแบบมหายาน
    4. คติดั้งเดิม
  10. ข้อใดเป็นลักษณะการค้ากับต่างประเทศสมัยอยุธยา
    1. เป็นการผูกขาดโดยพระคลังสินค้า
    2. เป็นการผูกขาดโดยขุนนางระดับสูง
    3. เป็นการค้าเสรีโดยไม่กีดกันชาวต่างชาติ
    4. เป็นการค้าเสรีภายใต้การควบคุมของขุนนาง
  11. การปฏิรูปการปกครองในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถก่อให้เกิดผลที่สำคัญอย่างไร
    1. ทำให้สถาบันขุนนางมีอำนาจเข้มแข้งมากขึ้น
    2. ทำให้เกิดการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองหลังการปฏิรูปบ่อยขึ้น
    3. ทำให้กลุ่มเข้านายมีอำนาจต่อรองผลประโยชน์กับกลุ่มขุนนางมากยิ่งขึ้น
    4. ทำให้เกิดความขัดแย้งกับอาณาจักรเพื่อนบ้านของอาณาจักรอยุธยาที่อยู่โดยรอบ
  12. ระบบศักดินาส่งผลต่อสังคมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้นอย่างไร
    1. เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน
    2. เกิดระบบชนชั้นในสังคมไทย
    3. เกิดการแบ่งอำนาจการปกครอง
    4. เกิดระบบการควบคุมการใช้แรงงาน
  13. ระบบใดสะท้อนให้เห็นว่ากำลังคนเป็นทรัพยากรสำคัญในดินแดนไทยสมัยโบราณ
    1. ระบบไพร่
    2. ระบบผูกขาด
    3. ระบบอุปถัมภ์
    4. ระบบศักดินา
  14. ภายหลังไทยทำสัญญาเบาริงกับอังกฤษในพ.ศ.2398 แล้วก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยอย่างไร
    1. ไทยต้องการยกเลิกระบบผูกขาดการค้าโดยพระคลังสินค้ากับสินค้าบางประเภท
    2. มีการปรับปรุงภาษีสินค้าขาเข้าบางประเภทเป็นร้อยละ ๓
    3. เงินตราได้เข้ามามีความสำคัญมากในทุกระดับของสังคมและทุกกิจกรรม
    4. ความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์และทรัพย์สินเงินตราเริ่มลดน้อยลง
  15. การเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศสมัยรัชกาลที่ ๓ ถึงรัชกาลที่ ๕ ทำให้ไทยได้รับประโยชน์สูงสุดในเรื่องใด
    1. การเรียนรู้วิทยาการสมัยใหม่
    2. การเรียนรู้ระบบการค้ากับประเทศตะวันตก
    3. การแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
    4. การรอดพ้นจากการคุกคามของลัทธิจักรวรรดินิยม
  16. จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทย ใครเป็นผู้มีความคิดริเริ่มเรื่องการปกครองโดยพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
    1. พระมหากษัตริย์
    2. เจ้านายและขุนนาง
    3. นายทหารสัญญาบัตร
    4. ชนชั้นกลางและประชาชน
  17. เย็นเป็นลูกทาสที่เกิดใหม่ และได้รับอิสรภาพโดยสมบูรณ์ตามกฏหมายใน พ.ศ.๒๔๓๒ แสดงว่าเย้นเกิดในปีใด
    1. ปีที่รัชกาลที่ ๕ เสด็จเถลิงราชสมบัติ
    2. ปีที่รัชกาลที่ ๕ ทรงประกาศใช้พระราชบัญญัติทาส
    3. ปีที่รัชกาลที่ ๕ ทรงประกาศใช้พระราชบัญญัติการเกณฑ์ทหาร
    4. ปีที่รัชกาลที่ ๕ ทรงประกาศพระราชบัญญัติ
  18. รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองการปกครองที่มีแนวคิดที่จะให้ประชาชนชาวไทยรู้จักการปกครองตนเองมากที่สุดได้แก่เรื่องใด
    1. การจัดตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    2. การจัดตั้งเสนาบดี กระทรวง กรม แบบชาติตะวันตก
    3. การจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล
    4. การจัดตั้งสุขาภิบาล
  19. พระราชกรณียกิจใดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติก่อนพระราชกรณียกิจอื่นหลังจากขึ้นครองราชย์
    1. เสด็จประพาสต้น
    2. ตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์
    3. เสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศ
    4. ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
  20. ข้อใดไม่ใได้เกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. การปฏิรุปการศึกษา
    2. การจัดตั้งกระทรวง
    3. การปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย
    4. การประกาศใช้ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์
  21. ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนหน้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลง พ.ศ.๒๔๗๕ รัชกาลที่ ๗ ทรงมีแนวพระราชดำริทางการเมืองในการริเริ่มประชาธิปไตยอย่างไร
    1. ทรงริเริ่มให้มีการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นหลักในการปกครองประเทศ
    2. มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาลฉบับแรกใน พ.ศ.๒๔๗๔
    3. โปรดให้มีการทดลองเลือกตั้งสมาชิกสภาผุ้แทนราษฏรในบริเวณพระราชวังดุสิต
    4. ทรงจัดตั้งอภิรัฐมนตรีสภาเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
  22. นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.๒๔๗๕ เป็นต้นมาจนถึงสมัยที่ประเทศไทยต้องเข้าสุ่สงครามมหาเอเซียบูรพา รัฐบาลไทยในขณะนั้นมีแนวคิด ในการนำเศรษฐกิจแบบทุนนิยมโดยรัฐบาลใช้ เพราะเหตุใด
    1. เตรียมตัวให้พร้อมกับสถานการณ์ของโลกในขณะนั้น
    2. ต้องการขัดขวางการครอบงำทางเศรษฐกิจของหมู่ชนชั้นศักดินา
    3. เพื่อสกัดกั้นการเข้ามาครอบงำทางเศรษฐกิจและสังคมของชาวต่างชาติ
    4. ต้องการตอบแทนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับผู้คุมกำลังหน่วยทหาร
  23. ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับต่างชาติเร่่องใดที่รัฐต้องตัดสินใช้วิธีการทางทหารในการแก้ปัญหา
    1. กรณีหัวเมืองมลายูกับอังกฤษสมัยรัชกาลที่ ๕
    2. วิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒ กับฝรั่งเศสสมัยรัชกาลที่ ๕
    3. ญุ่ี่ปุ่นเคลื่อนกองทัพเข้าไทยช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒
    4. กรณีพิพาทเรื่องเขาวิหารในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒
  24. การปลุกกระแสนิยมความรักชาติ และความทันสมัย เกดขึ้นในสมัยนายกรัฐมนตรีคนใด
    1. จอมพล ป.พิบูลสงคราม
    2. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชตื
    3. จอมพลถนอม กิตติขจร
    4. จอมพลเปรม ติณสูลานนท์
  25. ประเทศไทยได้เผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกในช่วงเวลาใด
    1. หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑
    2. หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒
    3. หลังวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒
    4. หลังการลงนามในสนธิสัญญานายกรัฐมนตรี
  26. พระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมืองในระเทศไทยประกาศใช้เป้นครั้งแรก ในสมัยที่ใครเป็นนายกรับมนตรี
    1. พระยามโนปกรณ์นิติธาดา
    2. พระยาพหลพลพยุหเสนา
    3. จอมพล ป.พิบูลสงคราม
    4. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
  27. วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการตั้งขบวนการเสรีไทยระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ตรงกับข้อใด
    1. เพื่อต่อสู้กับกองทัพญี่ปุ่น
    2. เพื่อแสดงออกถึงความรักชาติ
    3. เพื่อแสดงตนเป้นฝ่ายพันธมิตร
    4. เพื่อช่วยเหลือคนไทยในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
  28. เหตุการณ์ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ มีความสัมพันธ์กับประเด็นที่สำคัญในการเมืองไทยในลักษณะใด
    1. การเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย
    2. การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มิได้มาจากสมาชิกสภาผุ้แทนราษฏร
    3. การเดินทางกลับคืนสุ่ประเทศไทยของอดีตนายกรัฐมนตรี
    4. การก่อความวุ่นวายทางการเมืองของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
  29. ขรัวอินโข่ง มีผลงานเด่นด้านใด
    1. การประดืษฐ์ลายปูนปั้น
    2. การวาดภาพ ๓ มิติ
    3. การแกะสลักประตูพระอุโบสถ
    4. การปั้นพระพุทธรูป
  30. บุคคลใดมีบทบาทสำคัญในการเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาเบาริง
    1. ดร.ฟรานซิส บี.แซร์
    2. ดร.แดน บิช บรัดเลย์
    3. วิลเลียม คลิปตัน ดอด์ด
    4. สมเด็จกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ
  31. ข้อใดคือคุณูปการของหมอบรัดเลย์ที่มีต่อสังคมไทย
    1. การบุกเบิกสิ่งพิมพ์ และการออกหนังสือพิมพ์ภาษาไทย
    2. การนำพืชสมุนไพรมารักษาโรคควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน
    3. การสอนหนังสือควบคู่ไปกับการเผยแพร่ศาสนาคริสต์
    4. การเปิดโรงพยาบาลรักษาด้วยการแพทย์สมัยใหม่
  32. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชบายในการรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติบ้านเมืองจนประสบผลสำเร็จเทียบได้กับพระบรมราโชบายของพระมหากษัตริย์พระองค์ใด
    1. สมเด้จพระนโรศวรมหาราช
    2. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
    3. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
    4. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
  33. กิจกรรมใดที่ถือว่าเป็นการปฏิวัติทางเศรษฐกิจครั้งแรกของมนุษย์
    1. การประดิษฐ์คันไถ
    2. การตั้งถิ่นฐานและเพาะปลูก
    3. การใช้เครื่องจักรในระบบการผลิต
    4. การประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ด้วยโลหะ
  34. ข้อใดเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่แสดงให้เห็นการสร้างสรรค์อันเป้นเอกลักษณ์เฉพาะของมนุษย์ยุคหินใหม่ได้ชัดเจนที่สุด
    1. ขวานหินขัด
    2. เครื่องดนตรีสำริด
    3. ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา
    4. การใช้กระดุกสัตว์เขาสัตว์เป็นอาวุธ

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: พระเจ้า่ตากสิน ::

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงมีพระราชสมภพที่พระนครศรีอยุธยาเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ.๒๒๗๗ ทรงสถาปนา กรุงธนบุรีเป็นราชธานี ครองราชย์เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๑๐ พระชนมายุ ๓๔ พรรษา พงศาวดารเรียกพระนามของพระองค์ว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรืออีกพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ ๔ เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ พระชนมายุได้ ๔๘ พรรษา

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งราชธานีใหม่ขึ้นที่เมืองธนบุรี เรียกนามว่า กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร แต่เอกสารทางราชการสมัยกรุงธนบุรียังคงเรียกนามเมืองหลวงตามเดิมว่า “กรุงเทพพระมหานครศรีอยุธยา” เจ้าตากทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ตามแบบพระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงเก่า จดหมายเหตุโหรระบุว่าเป็นวันอังคาร แรมสี่ค่ำ จุลศักราช 1129 ซึ่งตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2310 เฉลิมพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 ในขณะที่ยังมีพระชนมายุ 34 พรรษา ความสำเร็จดังกล่าวทำให้มีผู้ที่มีแนวคิดต้องการรื้อฟื้นราชอาณาจักรอยุธยาขึ้นมาใหม่มาเข้าร่วมด้วยกับชุมนุมของพระองค์เป็นอันมาก ทำให้สถานะพระมหากษัตริย์ของพระองค์เด่นชัดยิ่งขึ้น อีกทั้งพระองค์ยังทรงเริ่มประกอบพระราชกรณียกิจตามแบบอย่างพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาเพื่อแสดงถึงสิทธิธรรมการเลือกกรุงธนบุรีเป็นราชธานียังถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เสียหายจากสงครามกับพม่าด้วย

พระราชกรณียกิจที่สำคัญในรัชสมัยของพระองค์ คือ การกอบกู้เอกราชจากพม่าภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง โดยขับไล่ทหารพม่าออกจากราชอาณาจักรจนหมดสิ้น และยังทรงทำสงครามตลอดรัชสมัยเพื่อรวบรวมแผ่นดินซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของขุนศึกก๊กต่าง ๆ ให้เป็นปึกแผ่น เช่นเดียวกับขยายพระราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูประเทศในด้านต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติหลังสงคราม ทรงส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม และการศึกษา เนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อแผ่นดินไทย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 28 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหราช” และยังทรงได้รับสมัญญานาม “มหาราช” อีกด้วย

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ราชสกุลในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ::

ราชสกุลในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ๒๕ ราชสกุล ได้แก่

  • ราชสกุล สินสุข (สินศุข)
  • ราชสกุล จาตุรงคกุล
  • ราชสกุล รุ่งไพโรจน์
  • ราชสกุล อธินันทน์
  • ราชสกุล ณ ราชสีมา
  • ราชสกุล เมนะรุจิ
  • ราชสกุล รายณสุข
  • ราชสกุล กาญจนพิมาย
  • ราชสกุล พรหมนารท
  • ราชสกุล ศิลานนท์
  • ราชสกุล โกมารกุล ณ นคร
  • ราชสกุล ณ นคร
  • ราชสกุล อินทรโยธิน
  • ราชสกุล คชวงศ์ (คชวงษ์)
  • ราชสกุล มหาณรงค์
  • ราชสกุล อินทรกำแหง
  • ราชสกุล อินทโสฬส
  • ราชสกุล อินทนุชิต
  • ราชสกุล เชิญธงไชย
  • ราชสกุล เนียมสุริยะ
  • ราชสกุล นิลนานนท์ (นินนานนท์)
  • ราชสกุล พงษ์สิน
  • ราชสกุล ศิริพร
  • ราชสกุล ชูกริส (ชูกฤส)
  • ราชสกุล รัฐกิจวิจารณ์ ณ นคร

ราชสกุลทั้งหมด ทั้ง ๒๕ ราชสกุลนั้นสืบเชื้อสายโดยตรงจากสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช)

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ชุดที่ 10::

  1. หากท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ท่านจะไม่ พบสิ่งใด
    1. เครื่องประดับ                                      
    2. อาวุธหินกะเทาะ         
    3. แผ่นศิลาจารึก                                     
    4. หม้อดินเผาสามขา
  2. วิพากษ์วิธีทางประวัติศาสตร์หมายถึงวิธีการใด         
    1. การตีความ                                           
    2. การประเมิน         
    3. การวิเคราะห์                                      
    4. การสังเคราะห์
  3. การสร้างงานศิลปกรรมของโรมันมีจุดมุ่งหมายใดเป็นหลัก
    1. เพื่อประโยชน์ใช้สอย
    2. เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม
    3. เพื่อแสดงความศรัทธาต่อศาสนา
    4. เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิ
  4. นวัตกรรมใดที่ทำให้เกิดการปฏิวัติภูมิปัญญาของชาติตะวันตก         
    1. ปฏิทิน                                                  
    2. กระดาษ       
    3. แท่นพิมพ์                                            
    4. นาฬิกากลไก
  5. อาณาจักรโบราณในดินแดนสุวรรณภูมิได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมใดมากที่สุด         
    1. อารยธรรมจีน                                      
    2. อารยธรรมขอม         
    3. อารยธรรมอินเดีย                              
    4. อารยธรรมอิสลาม
  6. บุคคลใดได้รับการประกาศยกย่องจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติในสาขาปราชญ์และกวีประจำปี 2551
    1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
    2. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
    3. พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงวงษาธิราชสนิท
    4. หม่อมราโชทัย หรือหม่อมราชวงศ์กระต่าย อิศรางกูร
  7. ที่ตั้งของแคว้นตามพรลิงค์ตรงกับบริเวณใดในปัจจุบัน         
    1. ไทรบุรี                                                  
    2. ปัตตานี       
    3. สุราษฎร์ธานี                                       
    4. นครศรีธรรมราช
  8. การสถาปนากรุงศรีอยุธยาเกิดจากการรวมกันของเมืองใด         
    1. ละโว้-พิษณุโลก                                  
    2. สุพรรณภูมิ-ละโว้         
    3. พิษณุโลก-สุโขทัย                              
    4. สุโขทัย-สุพรรณภูมิ
  9. พระมหากษัตริย์พระองค์ใดทรงริเริ่มธรรมเนียมการดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยาร่วมกับขุนนางและข้าราชการ
    1. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    2. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    3. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
    4. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
  10. ความสัมพันธ์ระหว่างไพร่กับมูลนายในสังคมไทยโบราณอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด         
    1. ระบบกฎหมาย                                   
    2. ความจงรักภักดี         
    3. ค่านิยมและประเพณี                        
    4. วัฒนธรรมและกฎหมาย
  11. ข้อใดแสดงถึงอารยธรรมของเมโสโปเตเมีย         
    1. อักษรลิ่ม                                              
    2. ซิกกูแรต         
    3. กฎหมายสิบสองโต๊ะ                        
    4. ระบบการชลประทาน
  12. หลักฐานประเภทใดสนับสนุนแนวคิดที่ว่ากลุ่มชนชาติไทยอยู่ในบริเวณตอนใต้ของจีน
    1. หลักฐานทางด้านโบราณคดี            
    2. หลักฐานทางด้านภาษาศาสตร์
    3. หลักฐานทางด้านมานุษยวิทยา      
    4. หลักฐานทางด้านพันธุศาสตร์
  13. ลีโอนาร์โดดาวินชีเป็นผู้สร้างผลงานใด
    1. ภาพวาดโมนาลิซา
    2. ภาพบนเพดานวิหารซิสทีน
    3. ประติมากรรมหินอ่อนเดวิด
    4. ภาพวาดพระกระยาหารมื้อสุดท้าย
  14. เติ้งเสี่ยวผิงใช้นโยบายด้านใดในการพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัย
    1. ด้านเกษตรกรรม
    2. ด้านอุตสาหกรรม
    3. ด้านการป้องกันประเทศ
    4. ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  15. ในอดีตฟิลิปปินส์เคยอยู่ใต้การปกครองของประเทศใด         
    1. สเปน                                                   
    2. ฮอลันดา         
    3. โปรตุเกส                                              
    4. สหรัฐอเมริกา
  16. การปฏิวัติในฝรั่งเศส ค.ศ. 1789 เชิดชูหลักการใด         
    1. เสรีภาพ                                                               
    2. สันติภาพ         
    3. เสมอภาค                                             
    4. ภราดรภาพ
  17. ผู้ใดอยู่ในระบบศักดินาของสังคมไทย         
    1. กษัตริย์                                                  
    2. พระสงฆ์         
    3. วนิพก                                                   
    4. ทาส
  18. เรื่องใดเป็นผลสืบเนื่องจากการทำสนธิสัญญาเบาว์ริง
    1. เกิดการค้าแบบเสรี
    2. เกิดการขยายตัวของสินค้าหัตถกรรม
    3. เกิดการผลิตข้าวเพื่อการค้าและส่งออก
    4. เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรมทอผ้า
  19. ข้อใดปรากฏอยู่ในการปฏิรูปการปกครองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว         
    1. รัฐสภา                                                  
    2. เสนาบดีสภา
    3. รัฐธรรมนูญ                                         
    4. สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
  20. พระที่นั่งใดสร้างโดยได้รับอิทธิพลของสถาปัตยกรรมตะวันตก         
    1. จักรพรรดิพิมาน             
    2. จักรีมหาปราสาท         
    3. ดุสิตมหาปราสาท
    4. อนันตสมาคม

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: ชุดที่ 9 ::

  1. ถ้าปัจจุบันประเทศไทยยังใช้ระบบศักราชแบบรัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) ปีพุทธศักราช 2555 จะตรงกับรัตนโกสินทร์ศกใด
    1. ร.ศ. 224                                                                
    2. ร.ศ. 225
    3. ร.ศ. 227                                                                
    4. ร.ศ. 231
  2. หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในข้อใดที่บ่งบอกพัฒนาการอาณาจักรโบราณในดินแดนประเทศไทยก่อนสมัยสุโขทัย
    1. ตำนาน                                                   
    2. ศิลาจารึก
    3. พงศาวดาร                                            
    4. โบราณสถาน
  3. ข้อใดเป็นจุดเริ่มต้นยุคประวัติศาสตร์
    1. การรู้จักใช้ไฟ                                      
    2. รู้จักตั้งถิ่นฐาน
    3. รู้จักการเพาะปลูก                                                
    4. รู้จักบันทึกข้อความ
  4. ผลการศึกษาทางประวัติศาสตร์ในอดีตอาจเปลี่ยนแปลงไปได้จากปัจจัยใด
    1. การตั้งประเด็นคำถามของผู้ศึกษา และการค้นพบหลักฐานใหม่
    2. การสังเคราะห์ผลการศึกษาเดิม และการนำเสนอผลการศึกษาในรูปแบบใหม่
    3. การบูรณะแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และการตีความในมุมมองใหม่ของผู้ศึกษา
    4. การขึ้นทะเบียนโบราณสถานเป็นมรดกโลก และการศึกษาแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
  5. พระราชพงศาวดารสมัยอยุธยาฉบับใดที่นักประวัติศาสตร์ยอมรับว่ามีข้อมูลถูกต้องที่สุด
    1. ฉบับบริติชมิวเซียม                            
    2. ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)
    3. ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์                    
    4. ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์
  6. การใช้หลักฐานที่บันทึกโดยชาวต่างชาติในการศึกษาประวัติศาสตร์มีข้อจำกัดในเรื่องใด
    1. การมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันของชนชาติต่างๆ
    2. ความรู้ความเข้าใจลักษณะทางสังคมของผู้บันทึก
    3. การบันทึกในลักษณะตำนานหรือนิทานของชาติตะวันตก
    4. ความคิดเห็นที่น่าสนใจจากผู้บันทึกที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน
  7. ข้อมูลใดเป็นพื้นฐานสำคัญของแนวคิดถิ่นเดิมของชนชาติไทยอยู่ทางตอนใต้ของจีน
    1. ภาษา                                                      
    2. กายวิภาค
    3. กลุ่มเลือด                                              
    4. หลักฐานจีน
  8. แนวคิดที่ว่าถิ่นเดิมของชนชาติไทยอยู่บริเวณหมู่เกาะแถบเส้นศูนย์สูตรของภูมิภาคขัดกับหลักการทางมานุษยวิทยาในข้อใด
    1. การตั้งถิ่นฐานและการอพยพ
    2. การรวมกลุ่มและการแบ่งชนชั้น
    3. ความเป็นมาทางภาษาพูดและการประดิษฐ์ตัวอักษร
    4. ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรและการจัดการทรัพยากร
  9. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
    1. การมีแนวคิดเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของคณะราษฎร
    2. ความร่วมมือของราษฎรส่วนใหญ่ทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง
    3. การเรียกร้องประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญของพลเมือง
    4. ความพร้อมของประชาชนที่มีในการปกครองระบอบประชาธิปไตย
  10. พระราชนิพนธ์ เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง ของพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดใดเป็นหลัก
    1. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู                      
    2. พระพุทธศาสนาลัทธิวัชรยาน
    3. พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์        
    4. พระพุทธศาสนาลัทธิสยามวงศ์
  11. กฎหมายตราสามดวงเกิดจากการตรวจชำระและรวบรวมกฎหมายขึ้นใหม่ในรัชกาลใด
    1. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
    2. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
    3. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
    4. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  12. การเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายประการ ยกเว้น ข้อใด
    1. รูปแบบของรัฐ  
    2. ผู้บริหารประเทศ
    3. ระบอบการปกครอง   
    4. เจ้าของอำนาจอธิปไตย
  13. กิจกรรมในข้อใดเป็นการผสานภูมิปัญญาไทยกับสถานการณ์ปัจจุบัน
    1. การประกวดนักออกแบบผ้าไทยร่วมสมัย
    2. การจัดนิทรรศการภูมิปัญญาด้านการดำรงชีวิตของท้องถิ่น
    3. การส่งเสริมการใช้สมุนไพรในการป้องกันและรักษาโรค
    4. การศึกษาค้นคว้าด้านนาฏศิลป์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์
  14. ความนิยมงานศิลปะปูนปั้นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑประดับหน้าบันโบสถ์วิหารในสมัยอยุธยาสะท้อนคติความเชื่อในเรื่องใด
    1. ความเชื่อเรื่องภพ-ภูมิต่างๆ
    2. พระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพ
    3. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มีอิทธิพลเหนือพระพุทธศาสนา
    4. พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์เหนือเมืองประเทศราชทั้งปวง
  15. “…ถ้าเราขาดสุโขทัยอยุธยา และกรุงเทพฯ แล้วประเทศไทยก็คงไม่มีความหมาย…” พระราชดำรัสดังกล่าวส่งเสริมแนวคิดในเรื่องใด
    1. ความเป็นมาอันยาวนานของประวัติศาสตร์ไทย
    2. การมีจิตสำนึกรักชาติจากการศึกษาประวัติศาสตร์
    3. ความสำคัญของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับความเป็นชาติ
    4. การมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องของรัฐไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
  16. ศักราชแบบใดที่นิยมใช้กันแพร่หลายมากที่สุด
    1. จุลศักราช                                              
    2. พุทธศักราช
    3. คริสต์ศักราช                                        
    4. ฮิจเราะห์ศักราช
  17. สมัยประวัติศาสตร์ของโลกตะวันตกเริ่มที่แหล่งอารยธรรมใด
    1. อารยธรรมกรีก                                    
    2. อารยธรรมโรมัน
    3. อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ                   
    4. อารยธรรมลุ่มแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรทีส
  18. เริ่มสมัยอาณาจักรอยุธยา พ.ศ. 1893 ตรงกับการเกิดเหตุการณ์ใดในยุโรป
    1. การสำรวจทางทะเล                           
    2. การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
    3. โคลัมบัสค้นพบทวีปอเมริกา            
    4. การสิ้นสุดจักรวรรดิโรมันตะวันตก
  19. ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากวิธีการทางประวัติศาสตร์
    1. ได้องค์ความรู้ใหม่ที่น่าเชื่อถือกว่าเดิม
    2. ได้องค์ความรู้ใหม่ที่โดดเด่นไม่เหมือนคนอื่น
    3. ประเมินความรู้ความเข้าใจของผู้ศึกษาประวัติศาสตร์
    4. ประเมินคุณค่าของข้อมูลเดิมว่าถูกต้องน่าเชื่อถือหรือไม่
  20. เพราะเหตุใดนักประวัติศาสตร์มักตีความข้อมูลจากหลักฐานชิ้นเดียวกันแตกต่างกัน
    1. มีความเชื่อต่างกัน                              
    2. มีความสนใจต่างกัน
    3. มีจุดประสงค์ที่ต่างกัน                       
    4. มีความรู้ความสามารถต่างกัน
  21. ข้อจำกัดสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์สากลคืออะไร
    1. มีหลักฐานจำนวนมาก                        
    2. หลักฐานอยู่ที่ต่างประเทศ
    3. ขาดเพื่อนร่วมศึกษาด้วยกัน              
    4. ศึกษายากเพราะมีความรู้น้อย
  22. เพราะเหตุใดจึงถือว่าประมวลกฎหมายของพระเจ้าฮัมมูราบีเป็นมรดกทางอารยธรรมชิ้นสำคัญของโลก
    1. เป็นประมวลกฎหมายฉบับแรกของโลก
    2. มีบทลงโทษที่รุนแรงซึ่งช่วยลดจำนวนผู้เป็นภัยต่อสังคม
    3. เป็นเครื่องแสดงว่าอำนาจรัฐเข้มแข็งพอที่จะบังคับพลเมืองได้แล้ว
    4. เป็นแบบอย่างของความพยายามที่จะให้เกิดความยุติธรรมในการปกครอง
  23. สาเหตุสำคัญที่ทำให้อารยธรรมอียิปต์พัฒนาอย่างมีเอกภาพคือข้อใด
    1. มีการนับถือเทพเจ้าองค์เดียว
    2. ยึดถืออารยธรรมเดิมตามบรรพบุรุษ
    3. ไม่มีชนชาติอื่นมาปะปนในอาณาจักร
    4. มีสภาพภูมิศาสตร์ที่ป้องกันการรุกรานจากภายนอก
  24. สิ่งก่อสร้างของอารยธรรมโรมันให้ความสำคัญต่อเรื่องใด
    1. ความสวยงาม                                      
    2. ประโยชน์ใช้สอย
    3. ความเชื่อทางศาสนา   
    4. ใช้วัสดุที่ประหยัดค่าใช้จ่าย
  25. การปฏิวัติอุตสาหกรรมในเรื่องใดส่งผลให้เกิดโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน
    1. การสื่อสาร                                           
    2. การผลิตสินค้า
    3. การคมนาคม                                        
    4. การบริโภคสินค้า
  26. แม้ว่าความขัดแย้งจะก่อให้เกิดการสูญเสียมากมายแต่มีประโยชน์ในเรื่องใด
    1. ช่วยลดประชากรโลก
    2. กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาวิทยาการ
    3. ทำลายอารยธรรมเก่าๆ ที่ล้าสมัย
    4. เศรษฐกิจเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
  27. เหตุการณ์ 11 กันยายน เป็นตัวอย่างหนึ่งของการก่อการร้ายที่มีจุดประสงค์ใด
    1. เรียกค่าคุ้มครองจากสหรัฐอเมริกา
    2. ต่อต้านการใช้อำนาจของสหรัฐอเมริกา
    3. ต้องการทำสงครามศาสนากับสหรัฐอเมริกา
    4. ตอบโต้ที่สหรัฐอเมริกาปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย
  28. ข้อใดคือปัญหาความร่วมมือในอาเซียน
    1. แข่งขันกันพัฒนา                                                
    2. นับถือศาสนาต่างกัน
    3. เป็นศัตรูกันมาก่อน                            
    4. มีระบอบการปกครองต่างกัน
  29. ข้อใดคือวิธีแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่มีประสิทธิภาพที่สุด
    1. ร่วมกันปลูกต้นไม้สร้างความร่มรื่น
    2. ใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างประหยัดและคุ้มค่า
    3. ติดตั้งกระจกเพื่อสะท้อนแสงอาทิตย์กลับไป
    4. เปิดเครื่องทำความเย็นเพื่อคลายความร้อนให้โลก
  30. ข้อใด ไม่ใช่ แนวโน้มของสถานการณ์สำคัญของโลกในคริสต์ศตวรรษที่ 21
    1. เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน             
    2. การก่อการร้ายจะมีมากขึ้น
    3. ค่าครองชีพของมนุษย์จะสูงขึ้น         
    4. เกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงบ่อยครั้งขึ้น

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

-ประวัติศาสตร์ 8-

  1. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะสำคัญของการปกครองในสมัยสุโขทัย
    1. การสร้างระบบศักดินาเพื่อกำหนดฐานะของบุคคลในสังคม
    2. การถือเอาราชธานีเป็นศูนย์กลางการปกครอง
    3. การใช้คำนำหน้าพระนามพระมหากษัตริย์ว่าพ่อขุน
    4. การแบ่งระดับความสำคัญของหัวเมือง
  2. ข้อใดมีความสำคัญน้อยที่สุดที่ทำให้อยุธยาพัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติ
    1. อยู่ในเส้นทางการค้า
    2. เป็นแหล่งผลิตเครื่องเทศ
    3. ผู้ปกครองมีนโยบายที่เปิดกว้าง
    4. ไม่มีการกีดกันทางศาสนา
  3. คำขวัญ เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย มีจุดมุ่งหมายใด
    1. เพื่อกระตุ้นให้คนไทยร่วมมือต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น
    2. เพื่อกระตุ้นให้คนไทยร่วมมือต่อต้านคอมมิวนิสต์
    3. เพื่อให้คนไทยเทิดทูนสถาบันกษัตริย์
    4. เพื่อให้คนไทยทำตามนโยบายของจอมพล ป.พิบูลคราม
  4. หลักการสำคัญของการปฏิรูปการปกครองในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
    1. รวมอำนาจสู่ศูนย์กลาง และแยกหน้าที่
    2. กระจายอำนาจ และถ่วงดุลอำนาจ
    3. กระจายอำนาจ และนโยบายแยกหน้าที่
    4. รวมอำนาจสู่ส่วนกลาง และรวมหน้าที่
  5. ลุกทาสรุ่นแรกที่กลายเป็นไท คือรุ่นใด  
    1. รุ่นที่เกิดในปีที่รัชกาลที่ ๕ พระราชสมภพ
    2. รุ่นที่เกิดในปีที่รัชกาลที่ ๕ ทรงขึ้นครองราชย์สมบัติ
    3. รุ่นที่เกิดในปีที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไท
    4. รุ่นที่เกิดในปีที่มีการประกวดใช้พระราชบัญญัติทาส ร.ศ.๑๒๔
  6. การเติบโตทางเศรษฐกิจในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นผลจากปัจจัยหลากหลายยกเว้นข้อใด
    1. การสร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ
    2. การขุดคูคลองในบริเวณทุ่งรังสิต
    3. การสร้างระบบชลประทานในลุ่มน้ำบางปะกง
    4. การยกเลิกขนบระบบไพร่และระบบไพร่
  7. จอมพล ป.พิบูลสงครามใช้วิธีการใดแก้ปัญหาการครอบงำทางเศรษฐกิจของชาวต่างชาติ
    1. เร่งส่งเสริมระบบการค้าเสรีให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
    2. ออกกฎหมายห้ามชาวต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดิน
    3. จัดตั้งรัฐวิสาหกิจเพื่อดำเนินการผลิตและการค้า
    4. ออกกฎหมายโอนอุตสาหกรรมการผลิตของชาวต่างชาติเป็นของรัฐ
  8. ผลโดยตรงที่เกิดขึ้นทันที่เมื่อมีการยกเลิกระบบไพร่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. เกิดแรงงานเสรี
    2. เกิดการลดทอนอำนาจขุนนาง
    3. ได้เพิ่มผลผลิตเพื่อการค้า
    4. เกิดระบบทหารอาชีพ
  9. ปัจจัยสำคัญที่สุดทีส่งเสริมให้กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองท่าที่เป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติ คือข้อใด
    1. ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์
    2. ตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน
    3. ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปาวอ่าว เรือสินค้าเข้าถึงสะดวก
    4. เป็นที่รวมสินค้าของป่าจากหัวเมืองที่อยู่ภายใน
  10. การกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย เริ่มต้นเมื่อใด
    1. เมื่อมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
    2. เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒
    3. เมื่อมีการเสนอเค้าโครงเศรษฐกิจของนายปรีดี พนมยงค์
    4. เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  11. ข้อใดไม่ใช่ผลที่เกิดจากการรวมดินแดนสุโขทัยเข้ากับอาณาจักรอยุธยา
    1. ราชวงศ์พระร่วงยุติบทบาทในการปกครองอาณาจักรสุโขทัย
    2. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงจัดระเบียบการปกครองอาณาเขตเสียใหม่
    3. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงตราพระอัยการตำแหน่งนาทหาร พลเรือน
    4. การเกิดสงครามระหว่างอยุธยากับล้านนาในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ
  12. ข้อใดไม่ใช่มูลเหตุของการทำสงครามระหว่างไทยกับพม่าในสมัยอยุธยาตอนกลาง
    1. กษัตริย์พม่าต้องการเป็นจักรพรรดิราช
    2. พม่าต้องการยึดครองดินแดนมอญทั้งหมด
    3. พม่าต้องการกำลังคนไปเพิ่มในอาณาจักรของตน
    4. พม่าต้องการควบคุมเส้นทางการค้าในบริเวณนี้
  13. พระมหากษัตริย์สมัยอยุธยาทรงมีนโยบายเกี่ยวกับการควบคุมคนต่างชาติอย่างไร
    1. ให้อยู่ได้อย่างอิสระ ภายใต้การควบคุมของขุนนางไทย
    2. ให้รวมกันอยู่ตามเชื้อชาติ ภายใต้การควบคุมของขุนนางไทย
    3. ให้รวมกันอยู่ตามเชื้อชาติ ภายใต้การควบคุมของหัวหน้าชาวต่างชาติ
    4. ให้อยู่ใต้อย่างอิสระ ภายใต้การควบคุมของหัวหน้าชาวต่างชาติ
  14. ข้อใดไม่ใช่ผลของสนธิสัญญาเบาริง
    1. ความรุ่งเรืองของการค้าสำเภา
    2. ความเป็นอยู่ของราษฏรทีดีขึ้น
    3. การบุกเบิกที่ดินเพื่อขยายการทำนา
    4. การแพร่หลายของเศรษฐกิจแบบเงินตรา
  15. ในการปลดปล่อยทาสให้เป็นไทแก่ตัวเอง รัชกาลที่ ๕ ทรงมีนโยบายที่จะช่วยเหลือให้ทาสสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างไร
    1. จัดสรรที่ดินทำกินให้ตามความจำเป็น
    2. ให้ทำงานกับนายโดยได้รับเงินเดือน
    3. จัดการศึกษาเพื่อเป็นช่องทางหาเลี้ยงชีพได้ต่อไป
    4. รัฐให้เงินช่วยเหลือในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
  16. การแก้ปัญหาเศรษฐไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีลักษณะที่สำคัญอย่างไร
    1. จัดสรรที่ทำกินให้ตามความจำเป็น
    2. ให้ทำงานกับนายโดยได้รับเงินเดือน
    3. จัดการศึกษาเพื่อเป็นข่องทางหาเลี้ยงชีพได้ต่อไป
    4. รัฐให้เงินช่วยเหลือในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
  17. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีลักษณะที่สำคัญอย่างไร
    1. ตัดงบประมาณรายจ่าย ลดจำนวนข้าราชการ
    2. ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น
    3. กู้เงินจากต่างประเทศเพื่อมาสร้างงานให้กับคนไทย
    4. กีดกันการค้าขายของคนต่างด้าวทำธุรกิจการค้าในประเทศไทย
  18. พระมหากษัตริย์หรือบุคคลใดเป็นผู้กำหนดให้ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหลักของประเทศ
    1. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยุ่หัว
    2. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
    3. จอมพล ป.พิบูลสงคราม
    4. คณะราษฏร
  19. การที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแก้ไขปรับปรุงระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินก่อให้เกิดผลข้อใด
    1. มีความเสมอภาคในสังคมไทย
    2. มีการกระจายอำนาจการปกครอง
    3. เอกภาพในการควบคุมบังคับบัญชา
    4. ลดภัยคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยม
  20. ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการดำเนินการในข้อใดที่ถือว่าเป็นการปูพื้นฐานการปกครองแบบประชาธิปไตย
    1. การจัดตั้งกระทรวง
    2. การจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล
    3. การจัดตั้งดุสิตธานี
    4. การเลิกทาส
  21. วัง ในการปกครองแบบจตุสดมภ์ ทำหน้าที่คล้ายกระทรวงใดในปัจจุบัน
    1. กระทรวงพาณิชย์
    2. กระทรวงมหาดไทย
    3. กระทรวงยุติธรรม
    4. กระทรวงกลาโหม
  22. การปกครองของไทยสมัยอยุธยา พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ผู้รั้ง เป็นผู้ช่วยดูแลในการปกครอง ผู้รั้งอาจเปรียบเทียบได้กับตำแหน่งใดในปัจจุบัน
    1. ผู้ว่าราชการจังหวัด
    2. ปลัดจังหวัด
    3. รัฐมนตรี
    4. อธิบดี

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: ประวัติศาสตร์ -7-::

  1. ข้อใดไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของไทยสมัยรัชกาลที่ ๔ หลังการทำสนธิสัญญาเบาริง
    1. การขุดคลองขยายพื้นที่การเพาะปลูก
    2. การมีโอกาสเป็นเจ้าของที่ดินของสามัญชน
    3. การเคลื่อนย้ายแรงงานจากหัวเมืองเข้าสุ่เมืองหลวง
    4. การตั้งโรงสีข้าวและโรงเลื่อยจักรริมแม่น้ำเจ้าพระยา
  2. สาเหตุสำคัญที่ทำให้การค้าข้าวของไทยเติบโตอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ ๔
    1. ชาวนาได้รับกรรมสิทธิ์ที่ดินทั่วประเทศ
    2. ไทยเปิดประเทศให้มีการค้าขายโดยเสรี
    3. มีการขยายพื้นที่การทำนาอย่างมาก
    4. ไทยต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญากับต่างประเทศ
  3. สิทธิสภาพนอกอาณาเขตมีความหมายตรงกับข้อใด
    1. ชาวต่างชาติได้รับการยกเวินไม่ต้องเสียภาษี
    2. ชาวต่างชาติได้รับการยกเว้นไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน
    3. ชาวต่างชาติได้รับพิจารณาคดีในศาลกงสุลตามกฏหมายของตน
    4. สิทธิอำนาจของเมืองแม่เหนือดินแดนขึ้น
  4. การปฏิรปทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อการเสริมความมั่นคงให้แก่สถาบันกษัตริย์ในตอนต้นรัชกาลที่ ๕ คือข้อใด
    1. การเริ่มจัดทำงบประมาณแผ่นดิน
    2. การยกเลิกระบบเจ้าภาษีนายอากร
    3. การจ่ายเงินเดือนแก่ข้าราชการ
    4. การจัดตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์
  5. ความล้มเหลวด้านการคลังของไทยสมัยรัชกาลที่ ๖ และ ๗ ประกอบด้วยสาเหตุต่างๆ ยกเว้นข้อใด
    1. รัฐบาลมุ่งลงทุนเฉพาะด้านความมั่นคงของประเทศ
    2. รัฐบาลไม่สามารถหาแหล่งรายได้ใหม่มาเพิ่มเติม
    3. รัฐบาลใช้จ่ายเงินสูงกว่ารายรับ
    4. รัฐบาลไม่ได้จัดระบบการเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ
  6. ปัญหาเศรษฐกิจการคลังที่เกิดขึ้นในรัชกาลที่ ๗ เกิดจากสาเหตุสำคัญที่สุดในข้อใด
    1. ข้าราชการมีจำนวนมากเกินไป
    2. ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
    3. รัฐบาลใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย
    4. งบประมาณด้านการป้องกันประเทศสูงเกินไป
  7. เมืองที่รายล้อมราชะานีถูกลดฐานะจากเมืองลูกหลวงลงเป้นหัวเมืองชั้นในในสมัยใด
    1. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑
    2. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
    3. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
    4. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
  8. การปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ ๕ เกิดจากสาเหตุใด
    1. ความเสื่อมของระบบมูลนายไพร่
    2. เหตุการณ์วุ่นวายภายในประเทศ
    3. โครงสร้างการปกครองเดิมล้าสมัย
    4. การคุกคามจากจักรวรรดินิยม
  9. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุสำคัญของการปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ ๕
    1. ความวุ่นวายภายในประเทศ
    2. ความเสื่อมของระบบมูลนาย ไพร่
    3. ภัยคุกคามจากมหาอำนาจตะวันตก
    4. โครงสร้างการปกครองล้าหลัง
  10. อภิรัฐมนตรีสภา ตั้งขึ้นในสมัยใดและด้วยเหตุผลใด
    1. รัชกาลที่ ๕ ทรงต้องการสร้างกลุ่มคนหนุ่มเพื่อถ่วงดุลอำนาจกับกลุ่มสยามเก่า
    2. รัชกาลที่ ๕ ทรงต้องการที่ปรึกษาในการบริหารบ้านเมือง
    3. รัชกาลที่ ๖ ทรงต้องการฝึกให้ขุนนางรุ่นใหม่รู้จักการปกครองระบอบประชาธิปไตย
    4. รัชกาลที่ ๗ ทรงต้องการผู้เชี่ยวชาญมาร่วมบริหารราชการ
  11. ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.๒๔๗๕ แล้ว สังคมไทยเป็นอย่างไร
    1. คนไทยทุกคนมีความเสมอภาคภายใต้กฏหมายเดียวกัน
    2. ตณะราษฏรเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจมากตามรัฐธรรมนูญ
    3. สตรีไทยไม่มีสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งจนถึงสงครามโลกครั้งที่ ๒
    4. พระภิกษุสงฆ์มีสิทธิออกเสียงในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฏร จนถึง พ.ศ.๒๕๐๐
  12. การเมืองการปกครองของไทย ในช่วงระหว่าง พ.ศ.๒๔๘๐ ถึง ๒๕๑๔ มีลักษณะอย่างไร
    1. ฝ่ายการเมืองบริหารตามระบอบประชาธิปไตย
    2. ฝ่ายทหารมีบาทบาทในระบบอำนาจนิยม
    3. ข้าราชการพลเรือนควบคุมการบริหารราชการ
    4. กลุ่มนักธุรกิจการเมืองมีบทบาทในการบริหารประเทศ
  13. วิกฤตการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ก่อให้เกิดผลดีด้านการเมืองที่สำคัญหลายประการยกเว้นข้อใด
    1. กลุ่มอาชีพต่างๆ เคลื่อนไหวเรียกร้องประโยชน์และเสรีภาพ
    2. มีการเลือกตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยตามที่ระบุในรัฐธรรมนูญใหม่
    3. มีการร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๑๗
    4. ทหารและกอลทัพลดบทบาทการเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองในปัจจุบัน
  14. ศิลปะไทยแบบดั้งเดมเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ทางด้านใดโดยตรง
    1. การค้า
    2. กฏหมาย
    3. การสืบทอดภูมิปัญญา
    4. การประกอบอาชีพ
  15. วัฒนธรรมอินเดียในข้อใดที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไทยน้อยที่สุด
    1. การเมืองและการปกครอง
    2. ศาสนาและพิธีกรรม
    3. ลัทธินับถือภูติผีและวิญญาณ
    4. ภาษาและวรรณคดี
  16. ลักษณะเด่นที่สุดของสังคมวัฒนธรรมไทยตรงกับข้อใด
    1. มีลักษณะเชื่อมโยงระหว่างสังคมเมืองกับสังคมชนบท
    2. เป็นความสัมพันธ์กันระหว่างสังคมเกษตรกรรมกับสังคมอุตสาหกรรม
    3. รับเอาสังคมสังคมวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามาในสังคมไทยในลักษณะถูกบังคับจากมหาอำนาจ
    4. การเปลี่ยนแปลงสังคมและวัฒนธรรมไทยเกิดขึ้นเฉพาะในเมืองหลวงเท่านั้น
  17. การเปลี่ยนแปลงสังคมและวัฒนธรรมไทย ซึ่งเกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว มีลักษณะที่สำคัญอย่างไร
    1. รับวัฒนธรรมของโลกคะวันตกที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย
    2. ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมของโลกตะวันตกเท่าที่จำเป็น
    3. รับเอาสังคมวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามาในสังคมไทยในลักษณะถูกบังคับจากมหาอำนาจ
    4. การเปลีย่นแปลงสังคมและวัฒนธรรมไทยเกิดขึ้นเฉพาะในเมืองหลวงเท่านั้น
  18. เหตุการณ์ใดที่ทำให้บางประเทศคืนสิทธิสภาพนอกอาณาเขตไทย
    1. รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินเยือนนานาประเทศในยุโรป
    2. การเจรจาของสมเด็จฯ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ
    3. ไทยยอมเสียดินแดนบางส่วนให้แก่อังกฤษและฝรั่งเศส
    4. รัชกาลที่ ๖ ส่งทหารเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ ๑
  19. ไทยถุกเรียกร้องให้ดำเนินการอย่างไรหลังสงครามโลกครั้ง ๒ สิ้นสุดลง
    1. บริจาคข้าวจำนวนหนึ่งแก่อังกฤษ
    2. เสียเงินค่าปฏิิกรรมสงครามให้ฝ่ายสัมพันธมิตร
    3. ยอมให้บริษัทต่างชาติเข้ามาควบคุมธุรกิจภายใน
    4. ส่งทหารไปร่วมรบในสงครามเก่าหลี
  20. การเปลี่ยนแปลงด้านใดตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมาส่งผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่เข้าที่สุด
    1. ตัวสังคม
    2. ด้านเศรษฐกิจ
    3. ด้านวัฒนธรรม
    4. ด้านการปกครอง
  21. ทาสในข้อใดที่ไม่อาจไถ่ถอนตนเองให้เป้นอิสระได้
    1. นางสีถูกพ่อนำมาขายใช้หนี้พนันแก่นายอากรเส็ง
    2. นายหม่องถูกจับเป็นเชลยศึกสงครามสงครามเก้าทัพ
    3. นายยิ้มขายตนเองแก่ขุนนางตอนนาล่ม
    4. หลวงวิเศษมอบนางขำให้แก่ธิดาของตนเมื่ออกเรือน
  22. ข้อใดไม่ตรงกับพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวตามพระราชดำรัสที่ว่า “เราไม่ได้มาเรียนเป้นฝรั่ง เราเรียนเพื่อจะได้เป็นคนไทยที่มีความรู้เสมอด้วยฝรั่ง”
    1. ต้องการพัฒนาประเทศให้สามารถต่อต้านจักรวรรดิ
    2. ต้องการพัฒนาประเทศให้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศ
    3. ต้องการพัฒนาประชาชนให้มีความรู้เท่าเทียมกับชาวตะวันตก
    4. ต้องการพัฒนาประชาชนให้สามารถนำความรู้มาพัฒนาประเทศ
  23. ข้อใดเป็นวิธีการเก็บภาษีในระบบเจ้าภาษีนายอากรในรัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. การจัดเก้บภาษีดยยการชักส่วนสินค้า
    2. การเก็บภาษีเป็นสิ่งของตอบแทน
    3. การให้เอกชนมีสิทธิในการเก็บภาษีแทนรัฐ
    4. การตั้งหน่วยงานกลางเพื่อเก็บภาษีอย่างเป็นระบบ
  24. ข้อใดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ.๒๔๗๕
    1. การลงทุนจำนวนมากในการพัฒนาเส้นทางคมนาคม
    2. คุ้มครองอุตสาหกรรมของคนไทย
    3. กีดกั้นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
    4. ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรสำหรับคนยากจน
  25. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครองสมัยอยุธยา
    1. ผู้รั้ง
    2. จตุสดมภ์
    3. ยกกระบัตร
    4. สมหเทศาภิบาล
  26. ในวิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ไทย ข้อใดคล้ายคลึงกับการให้สัมปทานมากทีสุด
    1. ะบบไพร่
    2. ระบบกรรมสิทธิ์ทีีดิน
    3. ระบบการค้าแบบบรรณาการ
    4. ระบบเจ้าภาษีนายอากร
  27. การเปลี่ยนแปลงในด้านใดที่เกิดขึ้นหลังสุด
    1. ทาสกลายเป้นเสรีชน
    2. ไพร่เปลียนแปลงเป็นสามัญชน
    3. เด็กทุกคนต้องเรียนหนังสือ
    4. ชายไทยต้องถูกเกณฑ์ทหาร
  28. ระบบศักดินาของไทยและโลกตะวันตกมีความคล้ายคลึงกันอย่างไร
    1. ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นไปตามระบบอุปถัมถ์
    2. ขุนนางมีอำนาจลดหลั่นกันตามกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ถือครอง
    3. ฐานะของทาสจะผูกติดกับที่ดินโดยไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
    4. พระมหากษัตริย์ทรงเป็นเจ้าชีวิตและจอมทัพผู้มีอำนาจสูงสุด
  29. จุดมุ่งหมายใดมีความสำคัญที่สุดต่การปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาคในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยม
    2. เพื่อแก้ปัญหาการกบฏที่ทวีความรุนแรงขึ้นภายในภูมิภาคต่างๆ
    3. เพือวางรากฐานการมีส่วนร่วมในการปกครองของประชาชน
    4. เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างอำนาจการปกครองของฝ่ายทหารและพลเรือน
  30. ข้อใดคือวัตถุประสงค์สำคัญของการเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมบางประการในรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงครามช่วงแรก
    1. การสร้างชาติให้เป็นมหาอำนาจ
    2. การสร้างระเบียบวินัยในสังคมไทย
    3. การสร้างความเป็นธรรมในสังคม
    4. การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน
  31. ข้อใดเป็นแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
    1. การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการป้องกันประเทศ
    2. การฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้า และการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
    3. การทำสงครามตอบโต้ข้าศึก และการขยายอำนาจ
    4. การขยายอำนาจ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้า
  32. การยกเลิกระบบไพร่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเกิดขึ้นเพราะเหตุใด
    1. ระบบไพร่เป็นอุปสรรคต่อการยกเลิกทาส
    2. ระบบไพร่เป็นอุปสรรคที่สำคัญในการปรับปรุงประเทศ
    3. มหาอำนาจตะวันตกบีบบังคับให้ไทยยกเลิกระบบไพร่
    4. พระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ไม่สามารถควบคุมไพร่ได้
  33. นโยบายเศรษฐกิจไทยในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์เป็นนายกรัฐมนตรี มีลักษณะที่สำคัญอย่างไร
    1. ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ
    2. คุ้มครองอุตสาหกรรมของคนไทย
    3. กีดกั้นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
    4. ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรสำหรับคนยากจน
  34. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะดั้งเดิมของสังคมไทย
    1. นับถือผีและธรรมชาติ
    2. ยึดมั่นในระบบครอบครัว
    3. เคารพและยกย่องคนรวย
    4. ช่วยเหลือกันดานแรงงาน
  35. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการปฏิรูปการปกครองในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
    1. การรวมอำนาจเข้าที่ศูนยืกลาง
    2. การผนึกกำลังเพื่อปราบปราบอาณาจักรสุโขทัย
    3. การแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างฝ่ายทหารและพลเรือน
    4. การถ่วงดุลอำนจกับกลุ่มเจ้านายและกลุ่มขุนนาง
  36. สินค้าสำคัญในการค้าระหว่างไทยกับชาติตะวันตกในสมัยอยุธยาคืออะไร
    1. ของป่าไทยและสินค้าญี่ป่น
    2. ของป่าไทยและสินค้าจีน
    3. ข้าวไทยและสินค้าจีน
    4. ข้าวไทยและสินค้าญี่ปุ่น
  37. สมุดปกเหลือง ที่พิมพ์ขึ้นภายหลังการเปลี่ยง พ.ศ.๒๔๗๕ ไม่เกี่ยวกับเรื่องใด
    1. อุดมการณ์ของคณะราษฏร
    2. แถลงการณ์โจมตีคณะราษฏร
    3. นโยบายทางการเมืองของรัฐบาล
    4. เค้าโครงการเศรษฐกิจ
  38. เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อนที่ไทยจะเข้าร่วมรบเป็นฝ่ายญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ ๒
    1. การรณรงค์เพื่อรัฐนิยม ของจอมพล ป.พิบุลสงคราม
    2. การเรียกร้องดินแดนเขมรส่วนในคืนจากฝรั่งเศส
    3. การก่อตั้งขบวนการเสรีไทย
    4. การสร้างทางรถไฟสายมรณะ
  39. กระทรวงมุรธาธิการในสมัยรัชกาลที่ ๕ มีหน้าที่รับผิดขอบเรื่องใด
    1. ราชทัณฑ์
    2. การชำระคดี
    3. ระเบียบสรรบรรณ
    4. ไปรษณียโทรเลข
  40. เพราะเหตุใดประชากรของประเทศไทยจึงเพิ่มขึ้นมากในระยะหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒
    1. อัตราการเกิดเพิ่มขึ้นมาก อัตราการตายค่อนข้างคงที่
    2. อัตราการเกิดค่อนข้างคงที่ อัตราการตายลดลงมาก
    3. อัตราการเกิดเพิ่มขึ้นมาก อัตราการตายลดลงมาก
    4. อัตราการเกิดเพิ่มขึ้น อัตราการตายลดลง และอัตราการอพยพเข้าเพิ่มขึ้น
  41. นโยบายที่คณะราษฏรประกาศใช้ในการปกครองประเทศเพื่อแสดงความเป็นประชาธิปไตยเรียกว่าอะไร
    1. สมุดปกขาว
    2. สมุดปกเหลือง
    3. หลัก ๖ ประการ
    4. ธรรมนูญการปกครอง
  42. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการปกครองสมัยอยุธยา
    1. ศักดินา
    2. สมมติเทพ
    3. อเนกนิกรสโมสรสมมติ
    4. สมบูรณาญาสิทธิราช
  43. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เลขที่ ๖๖/๒๕๒๓ ประกาศขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาใด
    1. ความแห้งแล้งในภาคอีสาน
    2. ความขัดแย้งในพื้นที่ ๔ จังหวัดภาคใต้
    3. ความขัดแย้งในกองทัพ
    4. ความขัดแย้งทางการเมืองกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
  44. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งเสริมให้กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีที่เจริญมั่งคั่งเป้นระยะเวลายาวนาน
    1. กษัตริย์อยุธยาทุกพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ
    2. อยุธยาเป็นเมืองท่านานาชาติและศูนย์กลางการค้า
    3. นโยบายขันติธรรมและเอื้อเฟื้อต่อชนต่างชาติ
    4. อยุธยามีชัยภูมิที่เหมาะสมด้านยุทธศาสตร์
  45. ข้อใดไม่ได้รวมอยู่ในนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจในสม้ยรัชกาลที่ ๕
    1. การตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์
    2. การทำงบประมาณแผ่นดิน
    3. การใช้เงินตราต่างประเทศเป็นเงินทุนสำรอง
    4. การจ้างผู้เชี่ยวชาญอังกฤษมาช่วยราชการ
  46. สนธิสัญญาเบาริงมีผลต่อเศรษฐกิจไทยในระยะแรกอย่างไร
    1. ข้าวมีราคาแพงเพราะขาดแคลน
    2. อุตสาหกรรมในครัวเรือนที่เคยมีมาแต่เดิมเริ่มถูกทำลาย
    3. ทุนสำหรับการผลิตตกอยู่ในมือของขุนนางโดยสิ้นเชิง
    4. มีการขยายพื้นที่ปลูกข้าวสำหรับการส่งออกอย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร
  47. พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงษ์ทรงนำวรรณกรรมเรื่องมาดามบัตเตอร์ฟายมาดัดแปลงเป็นเรื่องอะไร
    1. ความพยาบาท
    2. สาวเครือฟ้า
    3. มัทนะพาธา
    4. เวนิสวานิส
  48. ประเทศไทยเริ่มส่งเสริมอุตสาหกรรมอย่างจริงจังเมื่อใด
    1. เมื่อมีการปฏิรูปประเทศแบบตะวันตก
    2. เมื่อมีการจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
    3. เมื่อรัฐบาลประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรก
    4. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย
  49. วรรณกรรมเรื่องใดที่มีอิทธิพลต่อคติการดำเนินชีวิตของขาวไทยเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องบุญ
    1. เมื่อมีการปฏิรูปประเทศแบบตะวันตก
    2. เมื่อมีการจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
    3. เมื่อรัฐบาลประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรก
    4. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย
  50. ศักดินาในอดีตหมายถึงข้อใด
    1. สิทธิในการครอบครองที่ดิน
    2. การได้รับบรรดาศักดิ์ของขุนนาง
    3. การควบคุมกำลังคนของมูลนาย
    4. การกำหนดสิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบตามสถานภาพในสังคม 

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: ประวัติศาสตร์ 6 ::

  1. กฏหมายตราสามดวง สะท้อนให้เห็นถึงแนวพระรราชดำริของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชอย่างไร
    1. สร้างระเบียบให้บ้านเมืองและสังคม
    2. สร้างความยุติธรรมทางการศาลให้แก่ประชาชน
    3. สร้างหลักการปกครองโดยกฏหมายที่ชอบธรรม
    4. สร้างความเสมอภาคให้แก่ประชาชนในด้านลัทธิ
  2. ข้อความใดที่ไม่ปรากฏในคำกราบบังคมทูลของเจ้านายและข้าราชการ ร.ศ.103
    1. ให้มีการปกครองระบอบสาธารณรัฐ
    2. ให้มีการกำหนดผู้ที่จะสืบราชสมบัติให้ชัดเจน
    3. เสนาบดีอำนาจในการตัดสินใจดำเนินงานต่างๆ ได้
    4. ให้มีการปกครองแบบพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
  3. การปฏิรูปประเทศในทศวรรษแรกของรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีเหตุผลสำคัญอย่างไร
    1. การรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง
    2. การควบคุมหัวเมืองอย่างใกล้ชิด
    3. การทำให้สถาบันกษัตริย์มีความเข้มแข็ง
    4. การให้ราษฏรมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง
  4. ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้รัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูปครงสร้างการปกครองอย่างขนานใหญ่ตั้งแต่ พ.ศ.2475 เป็นต้นมาคืออะไร
    1. การเตรียมรับมือกับการล่าอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส
    2. การถูกมหาอำนาจตะวันตกบีบในเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
    3. การดึงอำนาจจากลุ่มขุนนางเก่ามาขึ้นกับสถาบันพระมหากษํตริย์
    4. ความสับสน ซ้ำซ้อน และไร้ประสิทธิภาพของระบอบการปกครองแบบจตุสดมภ์
  5. การปฏิรูปโครงสร้างการปกครองทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของรัชกาลที่ 5 มีความสัมพันธ์กับข้อใดน้อยที่สุด
    1. การสร้างทหารอาชีพ
    2. การสร้างระบบโรงเรียน
    3. การเลิกระบบไพร่และทาส
    4. การวางพื้นฐานอุดมการณ์ประชาธิปไตย
  6. ผลของการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2435 ที่สำคัญที่สุดได้แก่ข้อใด
    1. การยกเลิกหัวเมืองชั้นในและเมืองเอก โท ตรี
    2. การยกเลิกการบริหารระบบกรม และเกิดกระทรวงขึ้นมาแทน
    3. ทำให้เกิดการรวมอำนาจการปกครองที่ศูนย์กลางอย่างแท้จริง
    4. มีการจัดตั้ง โรงเรียน ขึ้นมาสร้างคนเพื่อสนองความต้องการของราชการ
  7. ผลการปฏิรูปการปกครองในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร
    1. ชนชั้นกลางเริ่มเข้ามามีบทบาทในการปกครอง
    2. มีการกระจายการปกครองไปสู่ส่วนภูมิภาค
    3. อำนาจการปกครองมีศูนย์รวมอยู่ที่สถาบันกษัตริย์
    4. เกิดการขัดแย้งทางการเมืองในหมู่พระราชวงศ์และขุนนาง
  8. แนวคิดเกี่ยวกับการมีรัฐธรรมนูญในสังคมไทยมีมาตั้งแต่สมัยใด
    1. รัชกาลที่ 3
    2. รัชกาลที่ 4
    3. รัชกาลที่ 5
    4. รัชกาลที่ 6
  9. ข้อใดคือผลของการปฏิรูปการปกครองในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. อำนาจทางการเมืองขึ้นกับสถาบันพระมหากษัตริย์ฺ
    2. ข้าหลวงเทศาภิบาลมีอำนาจในการกินเมือง
    3. มณฑลเทศาภิบาลมีอิสระในการปกครองตนเอง
    4. พระมหากษัตริย์ถ่ายโอนอำนาจการปกครองในกับเสนาบดีสภา
  10. ข้อใดที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการพัฒนาการเมืองไทย
    1. การปฏิรูปการปกครองแผ่นดินสมัยรัชกาลที่ 5
    2. ความพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครอง  ร.ศ.130
    3. การกราบบังคมทูลขอพระราชทานรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2427
    4. การสร้างดุสิตธานี เพื่อทดลองการปกครองแบบประชาธิปไตย
  11. อะไรคือปรากฏการณ์แรกสุดที่บ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญต่อสิทธิเสรีภาพของราษฏรอันเป็นกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยในสังคมไทย
    1. การยกเลิกระบบไพร่และทาส
    2. การให้ความเสมอภาคทางการศึกษา
    3. การให้เสรีภาพแก่ราษฏรในการนับถือศาสนา
    4. การห้ามมิให้สามีขายภรรยาและบุตรเป็นทาส
  12. ความคิดทางประชาธิปไตยของไทยเริ่มปรากฏอย่างชัดเจนในข้อใด
    1. ข้อเสนอในบทความของเทียนวรรณ
    2. ข้อคิดเห็ฯของอัศวพาหุ และรามจิตติ
    3. คำกราบบังคมทูลของเจ้านายและข้าราชการ ร.ศ.103
    4. ข้อเสนอของที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ ชื่อ นายเรมอนต์ บี สตีเวนส์
  13. ข้อใดเป็นผลงานของเทียนวรรณ
    1. การเข้าร่วมในการกบฏ ร.ศ.130
    2. การเสนอแผนพัฒนาการเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5
    3. การเข้าร่วมในการเสนอเค้าโครงร่างรัฐธรรมนูญในสมัยรัชกาลที่ 6
    4. การเสนอความเห็นเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนในสมัยรัชกาลที่ 5
  14. ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการดำเนินงานหลยอย่างที่เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ยกเว้นเรื่องใด
    1. การตั้งดุสิตธานี
    2. กบฏ ร.ศ.130
    3. การให้เสรีภาาพแก่หนังสือพิมพ์
    4. การที่บุคคลกลุ่มหนึ่งถวายบันทึกขอให้เปลี่ยนแปลงการปกครอง
  15. การเคลือนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ในข้อใดมีรูปแบบคล้ายคลึงกับความเคลื่อนไหวในหมู่นักคิดชาวยุโรปสมัยคริสตศตวรรษที่ 17-18
    1. การรวมกลุ่มการเมืองภายใต้ชื่อยังเติรก
    2. เทียนวรรณออกหนังสือพิมพ์เพื่อเสนอความคิดเห็ฯวิพากษ์วิจารณ์สังคม
    3. การก่อกบฏ ร.ศ.130 ในสมัยรัชกาลที่ 6
    4. คณะเจ้านายและข้าราชการเสนอคำกราบบังคมทูลให้เปลี่ยนแปลงการปกครองใน ร.ศ.103
  16. การเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย พ.ศ.2475 โดยไม่นองเลือดเพราะเหตุใด
    1. คณะราษฏรสามารถควบคุมกำลังอำนาจของกองทัพได้ทั้งหมด
    2. ประชาชนชาวไทยให้การสนับสนุนคณะราษฏร
    3. รัชกาลที่ 7 มีพระราชดำริที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญให้กับประชาชน
    4. ผู้นำเห็นความเจริญจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองของญี่ปุ่นในระบอบรัฐธรรมนูญ
  17. อุดมการณ์ที่มีผลถาวรของการปฏิวัติของคณะราษฏร ปี พ.ศ.2475 คืออะไร
    1. ต่อต้านกลุ่มเจ้าและขุนนาง
    2. แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม
    3. เพื่อให้เกษตรกรอยู่ดีกินดีขึ้น
    4. ล้มเลิกระบบสมบูรณาญาสิทธิราช
  18. เป้าหมายอะไรของคณะราษฏรที่รัฐบาลไทยสมัยต่อๆ มาดำเนินงานได้สมบูรณ์ที่สุด
    1. เอกราชทางการศาล
    2. การปกครองโดยประชาชน
    3. ให้การกศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฏร
    4. โครงการเศรษฐกิจให้ราษฏรได้กินดีอยู่ดี
  19. หลังจากฉลอง 150 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์แรก
    1. กบฏผูั้มีบุญ
    2. กบฏวังหลัง
    3. กบฏบวรเดช
    4. การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
  20. สมานขอให้สมรอธิบายเหตุการณ์ที่สำคัญที่แสดงถึงความตืนตัวของนิสิตนักศึกษา ในการเรียกร้องประชาธิปไตย สมรจะเลือกเหตุการณ์ใดมาอธิบาย
    1. 14 ตุลาคม 2516
    2. 6 ตุลาคม 2519
    3. 23 กุมภาพันธ์ 2534
    4. 17 พฤษภาคม 2535
  21. นโยบายต่างประเทศของไทยในสมัยสงครามโลกคร้้งที่ 1 คืิอข้อใด
    1. เป็นกลางในระยะแรก แล้วประกาศตนเป็ฯฝ่ายสัมพันธมิตร
    2. เป็นกลางในระยะแรก แล้วประกาศตนเป็ฯฝ่ายมหาอำนาจกลาง
    3. เป็นฝ่ายสัมพันธมิตรตั้งแต่แรกเริ่มจนสิ้นสงคราม
    4. เป็นฝ่ายมหาอำนาจกลางตั้งแต่แรกเริ่มจนสิ้นสงคราม
  22. ความตกลงสมบูรณ์แบบ ระหว่างไทยกับอังกฤษ และอินเดียเมื่อ พ.ศ.2489 นั้นมีสาระสำคัญประการหนึี่งว่า
    1. คำประกาศสงครามของไทยต่ออังกฤษเป็นโมฆะ
    2. ไทยจะต้องขายข้าวสารให้อังกฤษในราคาพิเศษ
    3. ไทยรับรองว่าจะไม่ขุดคอคลอดกระโดยไม่ได้รับยินยอมจากอังกฤษก่อน
    4. จะต้องคืนดินแดนที่ยึดไว้ให้แก่ฝรั่งเศส
  23. ไทยประสบความสำเร็๗ในการรักษาตัวให้รอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมของตะวันตกได้ เพราะเหตุใด
    1. ยอมเปิดสัมพันธไมตรีกับชาติมหาอำนาจ
    2. การปฏิรูปการปกครองของรัชกาลที่ ๕
    3. การยอมเสียดินแดนส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้
    4. การเข้าร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ ๒
  24. ประเทศไทยเข้าร่วมสงครามกับฝายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ ๑ เพราะเหตุใด
    1. ไทยต้องการเอาใจประเทศสหรัฐอเมริกาที่เข้าช่วยอังกฤษ
    2. พระมหากษัตริย์ของไทยทรงเคยได้รับการศึกษาจากอังกฤษ
    3. มหาอำนาจกลางได้ละเมิดความเป็นกลางของไทย
    4. คาดว่าฝ่ายประเทศสัมพันธมิตรจะประสบชัยชนะในที่สุด
  25. การที่รัฐบาลไทยต้องลงนามในความตกลงสมบูรณ์แบบกับอังกฤษที่สิงคโปร์เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๙
    1. อังกฤษได้ให้เงินกู้เพื่อบูรณะประเทศแก่ไทยจำนวนมหาศาล
    2. การอุตสาหกรรมได้ฟื้นตัวและขยายตัวอย่างรวดเร็ว
    3. ไทยสามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกประเภทยาง ดีบุกและข้าว
    4. เกิดการขาดแคลนข้าวสำหรับบริโภคภายในประเทศอย่างหนัก
  26. การที่ไทยต้องยกมณฑลบูรพาให้แก่ฝรั่งเศสใน พ.ศ.๒๔๙๙ นั้นมีจุดประสงค์สำคัญอย่างไร
    1. เพื่อให้ฝรั่งเศสช่วงถ่วงดุลอำนาจของอังกฤษ
    2. เพื่อมิให้ฝรั่งเศสยึดครองไทยเป็นอาณานิคม
    3. เพื่อแลกเอาจันทบุรีกลับคืนมาจากฝรั่งเศส
    4. เพื่อให้ได้สิทธิทางการศาลกลับคืนมา
  27. เซอร์จอหน์ เบาริงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสยามนุกูลกิจ ด้วยเหตุใด
    1. เป็นเอกอัครราชฑูตของไทยคนแรกประจำยุโรป
    2. ช่วยให้ไทยและอังกฤษตกลงกันทำสนธิสัญญาจนสำเร็จ
    3. เป็นที่ปรึกษาคณะฑูตไทยไปเจริญทางไมตรีกับอังกฤษ
    4. ด้วยพระราชประสงค์ที่จะเพิ่มพูนทางพระราชไมตรีกับอังกฤษ
  28. เพราะเหตุใดไทยจึงประกาศสงครามต่อฝ่ายสัมพันธไมตรีสงครามโลกครั้งที่ ๒
    1. ถูกญี่ปุ่นบีบบังคับให้เข้าเป็นพันธมิตรกับตน
    2. ต้องการดินแดนคืนจากอังกฤษและฝรั่งเศส
    3. เจ็บแค้นประเทศตะวันตกที่เคยบีบบังคับไทย
    4. ไทยกับญี่ปุ่นมีสนธิสัญญาเป็นพันธมิตรกันมาก่อน
  29. ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ สภาพความขัดแย้งและปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำมีผลกระทบต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไทยอย่างมาก และอาจกล่าวได้ว่าเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติการณ์ข้อใด
    1. ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ
    2. การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเอง
    3. การดำเนินนโยบายชาตินิยมรุนแรง
    4. การกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
  30. ไทยมีการติดต่อสัมพันธ์กับจีนเป็นครั้งแรก และยุติความสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายในสมัยรัชกาลใด
    1. ฮั่น หมิง
    2. ฮั่น แมนจู
    3. มองโกล หมิง
    4. มองโกล แมนจู
  31. ข้อใดเป็นผลประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑ กับฝายสัมพันธมิตร
    1. ได้รับการยกเลิกข้อจำกัดในการเก็บภาษีเข้าร้อยละ ๓
    2. ได้รับการยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
    3. ได้รับเงินค่าปรับสงคราม
    4. ได้ดินแดนที่เสีย ร.๕ กลับคืนมา
  32. เหตุการณ์ใดที่ทำให้ผู้นำไทยเริ่มตระหนักถึงอันตรายจากมหาอำนาจตะวันตกจนเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อมา
    1. สงครามฝิ่นหว่างจีนและอังกฤษ
    2. สงครามระหว่างอังกฤษกับพม่าครั้งที่ ๑
    3. อังกฤษระดมยิงเมืองตรังกานูของไทย
    4. ฝรั่งเศสเรียกร้องเอาดินแดนเขมรจากไทย
  33. การเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่ออะไร
    1. ให้ฝรั่งเศสคืนดินแดนที่ยึดไปจากในเหตุการณ์ ร.ศ.๑๑๒
    2. ให้อังกฤษและฝรั่งเศสยอมแก้ไขสนธิสัญญาเบาริง
    3. ให้ต่างชาติยอมรรับว่าไทยมีเกียรติยศเสมอนานาอารยประเทศ
    4. ให้ต่างชาติยอมรรับว่าไทยต้องการรักษาความเป็นกลาง
  34. เหตุการณ์ใดที่ทำให้ประเทศกลายเป็นฐานทัพปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกา
    1. สงครามเกาหลี
    2. สงครามเวียดนาม
    3. วิกฤตการ์ทางการเมืองในประเทศลาว
    4. การเคลื่อนไหวของขบวนการคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย
  35. ประเทศพม่าได้ยุติการทำสงครามกับไทยในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นเพราะเหตุใด
    1. กองทัพพม่าขาดความสามัคคีกันจนไม่แข็งแกร่งพอ
    2. กองทัพพม่าขาดผู้นำที่น่าเชื่อถือไม่มีความกล้าหาญ
    3. พม่าถูกอังกฤษเข้าแทรกแซง
    4. พม่าต้องบูรณะประเทศหลังการทำสงครามกับไทยมานาน
  36. ขบวนการเสรีไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด
    1. ชี้ให้เห็นว่าการประกาศสงครามกับพันธมิตรของไทยเป็นโมฆะ
    2. ให้ความร่วมมือกับฝ่ายพันธมิตรและต่อต้านญี่ปุ่น
    3. เป็นการแสดงประชามติคัดค้านการกระทำผิดกฏหมายของรัฐบาลไทย
    4. ก่อวินาศกรรมทำลายที่ตั้งกองทหารญี่ปุ่นผู้รุกราน
  37. ข้อใดอธิบายถึงการค้าต่างประเทศสมัยกรุงศรีอยุธยาอย่างถูกต้องที่สุด
    1. สเปนเป็นชาติตะวันตกที่เข้ามาค้าขายยังอยุธยา
    2. การค้าระหว่างอังกฤษและราชสำนักอยุธยาเป็นการติดต่อโดยตรงกับรัฐบาลอังกฤษ
    3. สมเด็จพระเจ้าปราสาททองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชาวฝรั่งเศสมากกว่ากษัตริย์อยุธยาองค์อื่นๆ
    4. มีชาวจีนและแขกเข้ามารับราชการในราชสำนักอยุธยาในตำแหน่งขุนนางและบางคนมีตำแหน่งสูงระดับเจ้าเมืองด้วย
  38. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายหลักของชาติตะวันตกในการเข้ามาติดต่อกับอาณาจักรอยุธยา
    1. เผยแพร่แนวคิดเรื่องเสรีภาพ
    2. การค้าและเผยแพร่ศาสนา
    3. ใช้อยุธยาเป็นศูนย์ซ่อมเรือ
    4. ต้องการยึดครองดินแดน
  39. การจัดระเบียบสังคมไทยสมัยอยุธยาเกี่ยวกับเรื่องใดน้อยที่สุด
    1. ความมั่นคงของอาณาจักร
    2. กำลังแรงงานของทางราชการ
    3. ความเจริญของบ้านเมือง
    4. ความสัมพันธ์ระหว่างไพร่กับมูลนาย
  40. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสามัญชนในโครงสร้างชนชั้นของสังคมไทยดั้งเดิม
    1. สตรีต้องรับภาระดูแลบุตรหลานและประกอบอาชีพเลี้ยงดูครอบครัว
    2. ผู้ที่บวชเป็นพระภิกษุถ้าสึกออกมารับราชการจะมีสถานภาพที่สูงขึ้น
    3. ชายฉกรรจ์ต้องถูกเกณฑ์แรงงานเพื่อเป็นทหารหรือช่วยงานราชการอื่นๆ
    4. สถานภาพของบุคคลยึดถือตามชาติกำเนิดและสืบทอดต่อไปถึงบุตร
  41. การเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยด้านใด ที่ไม่ได้เป็นผลมาจากยกเลิกระบบไพร่
    1. เกิดการฝึกหัดทหารอาชีพเข้ารับราชการประจำ
    2. ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศมากขึ้น
    3. ประชาชนมีโอกาสเลื่อนสถานภาพทางสังคม
    4. ประชาชนมีอิสระในการตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพ
  42. การพัฒนาสังคมในสมัยรัชกาลที่ ๖ ในลักษณะใดที่เกิดประโยชน์สูงสุด
    1. กำหนดเกณฑ์การเข้าเรียนหนังสือสำหรับเด็กไทย
    2. ยกเลิกการเกณฑ์แรงงานเปลี่ยนเป้นการเกณฑ์ทหาร
    3. ส่งเสริมความรู้สึกชาตินิยมผ่านทางงานวรรณกรรม
    4. สนับสนุนบทบาทและความสำคัญของกลุ่มเสือป่า
  43. สาเหตุใดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมและวัฒนธรรมไทยในสมัยแรกที่จอมพล ป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี
    1. แนวคิดเรื่องชาตินิยมของผู้นำประเทศ
    2. เพื่อร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นในการทำสงครามมหาเอเซียบูรพา
    3. โลกตะวันตกกำลังบ่อนทำลายวัฒนธรรมของไทย
    4. เศรษฐกิจโลกกำลังตกต่ำอย่างรุนแรงและขยายตัวไปทั่วโลก
  44. นโยบาย รัฐนิยม ของจอมพล ป.พิบูลสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ คือข้อใด
    1. การปลูกฝังเรื่องค่านิยมของคนไทย
    2. การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตบางประการของคนไทย
    3. การรณรงค์ให้ประชาชนเสื่อมใสเชื่อฟังผู้นำ
    4. การส่งเสริมให้ประชาชนมีค่านิยมแบบตะวันตก
  45. ปัจจุบันข้อใดที่สำคัญน้อยที่สุดในการส่งเสริมให้อยุธยามีความรุ่งเรืองทางการค้ากับนานาชาติ
    1. คุมลำน้ำที่เป็นเส้นทางคมนาคม
    2. มีการจ้างชาวต่างชาติมารับราชการ
    3. มีที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์จึงปลูกข้าวได้ดี
    4. อยุ่ใกล้ทะเลเหมาะแก่การเป็นเมืองท่าได้สะดวก
  46. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของชาวจีนต่อพัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    1. การผลิตสินค้าเกษตรกรรมประเภทใหม่ เช่น น้ำตาลทราย
    2. การเข้าประมูลเป็นเจ้าภาษีนายอากร
    3. การเป็นพ่อค้าคนกลางกระจายอยู่ทั่วประเทศ
    4. การตั้งชุมชนค้าขายเฉพาะบริเวณเมืองท่าชายฝั่ง
  47. ข้อใดไม่ใช่ผลที่เกิดจากการมีระบบเจ้าภาษีนายอากร
    1. ชนชั้นสูงของไทยเป็นนายทุนรุ่นแรกอย่างมีประสิทธิภาพ
    2. ชาวจีนมีโอกาสเป็นนายทุนรุ่นแรกในประเทศไทย
    3. รัฐบาลลดภาระการจัดเก็บภาษี
    4. รัฐบาลควบคุมการจัดเก็บภาษีได้ไม่ทั่วถึง
  48. เพราะเหตุใดพ่อค้าชาวตะวันตกจึงไม่พอใจกับสภาพการค้าของไทยก่อนการทำสนธิสัญญาเบาริง
    1. มีการผูกขาดโดยพระคลังสินค้า
    2. มีการเก็บภาษีขาเข้าในอัตราสูง
    3. ไทยไม่เข้าใจธรรมเนียมการค้าของชาวตะวันตก
    4. ไทยใช้สิทธิพิเศษทางการค้าแก่ชาวตะวันออกมากกว่าชาวตะวันตก
  49. ภายหลังที่ไทยตกลงทำสนธิสัญญาเบาริงกับอังกฤษในปี พ.ศ.๒๓๙๖ และกับประเทศต่างๆ ในยุโรปอีกหลายประเทศในเวลาต่อมา ก่อให้เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างไร
    1. คนไทยเริ่มดำเนินชีวิตในลักษณะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากขึ้น
    2. ระบบผูกขาดของพระคลังสินคัาตกอยู่ในกำมือของชาวตะวันตก
    3. ระบบการผลิตทางการเกษตรได้เปลี่ยนเป็นระบบการผลิตทางอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว
    4. ระบบการผลิตแบบพึ่งตนเองเริ่มเสื่อมลง โดยระบบการผลิตเพื่อการส่งออกเริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น
  50. ผลสำคัญที่สุดที่เกิดจากการทำสนธิสัญญาการค้ากับชาติตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ ๕ คือข้อใด
    1. ไทยกลายเป็นผู้ผลิตสินค้าขั้นปฐมภูมิของตลาดโลก
    2. กรุงเทพ เป็นที่ชุมนุมสินค้าภายในและภายนอก
    3. ไทยเริ่มระบบเศรษฐกิจแบบใช้เงินตราและการค้าเสรี
    4. รัฐบาลเร่งปฏิรูปการเงินการคลังของประเทศ
  51. เหตุกาารณ์ในวันที่ 14 ตุลาคม 2516 มีความสัมพันธ์กับประเด็นที่สำคัญในทางการเมืองไทยในลักษณะใด
    1. การเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย
    2. การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มิได้มาจากสมาชิกสภาผุ้แทนราษฏร
    3. การเดินทางกลับสู่ประเทศไทยของอดีตนายกรัฐมนตรีที่เป็นเผด็จการ
    4. การก่อความวุ่นวายทางการเมืองของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: ประวัติศาสตร์ 5 ::

  1. ข้อใดเป็นอุดมการณ์ของสด กูรมะโรหิต ที่สะท้อนออกในนวนิยายหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง ระย้า
    1. การส่งเสริมระบบสหกรณ์
    2. การเผยแพร่ระบบสังคมนิยม
    3. การต่อต้านลัทธิคอมนิวนิสต์
    4. การเชิดชูระบอบประชาธิปไตย
  2. ถ้าท่านจะชมงานศิลปะที่มีความผสมผสานระหว่างศิลปะไทยกับศิลปะตะวันตก ท่านจะเลือกนำชมสิ่งใด
    1. พระราชวังสราญรมย์
    2. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวราราม
    3. พระที่นั่งอนันตสมาคม
    4. ภาพเขียนฝาผนังวัดสุทัศน์เทพวราราม
  3. ศิลปินที่มีแนวความคิดเรื่อง ศิลปะเพื่อชีวิต มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญอย่างไร
    1. เพื่อความสุนทรีของชีวิ ต
    2. เพื่อการปรับปรุงสังคม
    3. เพื่อสนองความต้องการของชีวิต
    4. เพื่อความรื่นรมย์ของชีวิต
  4. รูปแบบเฉพาะของสถาปัตยกรรมอยุธยาคือข้อใด
    1. เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง
    2. เจดีย์ทรงกลม
    3. เจดีย์ทรงเหลี่ยม
    4. พระปรางค์
  5. ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชนิยมในศิลปะใหม่ๆ หลายประการยกเว้นข้อใด
    1. การสร้างเจดีย์ทรงกลมแบบลังกา
    2. การประดับหน้ารบันโบสถ์ด้วยถ้วยจีน
    3. การวาดภาพเขียนจีนในจิตรกรรมฝาผนัง
    4. การปั้นพระพุทธรูปให้เหมือนมนุษย์มากขึ้น
  6. ตัวอย่างของโบสถ์วิหารแบบพระราชนิยมในรัชสมัยพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หาชมได้ที่ไหน
    1. วัดราชบพิตร
    2. วัดราชประดิษฐ์
    3. วัดราชโอรสาราม
    4. วัดเบญจมบพิตร
  7. วัฒนธรรมไทยในปัจจุบันได้รับการส่งเสริมด้วยวิธีการอย่างไร
    1. ส่งเสริมให้คนไทยทั่วประเทศรักษาวัฒนธรรมแนวเดียวกัน
    2. ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้เป็นสากลมากขึ้น
    3. ส่งเสริมให้วัฒนธรรมท้องถื่นของชุึมชนแต่ละแห่งอย่างทั่วถึง
    4. ส่งเสริมวัฒนธรรมของชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง
  8. ลักษณะเด่นของศีลปะแบบรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์หรือแบบพระราชนิยม คือ
    1. รับอิทธิพลของศิลปะจีนไว้อย่างมาก
    2. เป็นการนำอิทธิพลของศีลปะสุโขทัยมาใช้อีก
    3. รักษารูปแบบศิลปะอยุธยาเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
    4. มีการจัดองค์ประกอบและใช้สีแบบตะวันตก
  9. ข้อใดจับคู่ระหว่างวรรณกรรมกับหลักฐานประวัติศาสตร์ที่ให้ความรู้เรื่องเมืองไทยในแต่ละสมัยได้อย่างถูกต้อง
    1. ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์-สมัยสุโขทัย
    2. คู่กรรม – สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
    3. นายขนมต้ม – สมัยต้นรัตนโกสินทร์
    4. สี่แผ่นดิน – สมัยรัชกาลที่ 4-7
  10. ในสมัยรัชกาลที่ 5 และ 6 แนวคิดและวิถีชีวิตของคนตะัวันตกก่อให้เกิดนาฏศิลปประเภทใด
    1. ละครใน
    2. ละครนอก
    3. ละครฟ้อนรำ
    4. ละครพันทาง
  11. ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจแบบใดในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างศิลปกรรมแบบ ฐานอ่อนโค้ง โบสถ์ิวิหารไม่ปรากฏช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์
    1. การผลิตน้ำตาล
    2. การค้าสำเภา
    3. การปลูกข้าว
    4. การทอผ้า
  12. เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์และพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชเป็นศิลปกรรมที่สร้างขึ้นตามคติพระพุทธศาสนาลัทธิอะไร
    1. มคธวงศ์
    2. ลังกาวงศ์
    3. สยามวงศ์
    4. อุบาลีวงศ์
  13. สนธิสัญญาฉบับแรกที่ไทยทำกับชาวยุโรปในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เข้ามาเจรจาและทำสัญญาคือ
    1. มาควิส เฮสติงส์
    2. เฮนรี่ เบอร์นี่
    3. จอห์น ครอว์เฟิด
    4. จอห์น เบาริง
  14. มณฑลบูรพาที่ไทยต้องเสียให้ฝรั่งเศสใน พ.ศ.2449 ประกอบด้วยเมืองอะไรบ้าง
    1. ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส
    2. พระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ
    3. มโนไพร และจำปาศักดิ์
    4. ทวาย มะริด และตะนาวศรี
  15. รัชกาลที่ 3 ทรงยอมทำสนธิสัญญาเบอร์นี่ เพราะเหตุใด
    1. ทรงเกรงกลัวอำนาจของอังกฤษ ซึ่งเข้ายึดครองพม่าทั้งประเทศแล้ว
    2. ทรงทราบว่า จีนพ่ายแพ้อังกฤษในสงครามฝิ่น
    3. เป็นสนธิสัญญาที่เสมอภาคกันทั้งสองฝ่าย
    4. ไทยต้องการคบกับอังกฤษเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้าและจะอาศัยกำลังของอังกฤษเพื่อรบกับพม่า
  16. อะไรคือข้อเสียเปรียบที่สุดที่ไทยได้รับสนธิสัญญาทางไมตรีและพาณิชย์ที่ทำกับอังกฤษ
    1. สัญญาไม่ได้กำหนดอายุ
    2. ไทยต้องยกเลิกพระคลังสินคัา
    3. คนต่างชาติได้รับสิทธิไม่ต้องขึ้นศาลไทย
    4. ไทยเก็บอัตราภาษีอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 3
  17. ราชฑูตอังกฤษคนแรกที่เข้ามาใน ร.4 คือ
    1. จอห์น ครอว์เฟิด
    2. เซอร์เจมส์ บรุ๊ค
    3. เฮนรี่ เบอร์นี่
    4. เซอร์จอหน์ เบาริง
  18. เหตุผลสำคัญในการที่ไทยเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกคร้งที่ 1 คือ
    1. นายทหารคนสำคัญๆ หลายคน ได้รับการศึกษาจากอังกฤษ
    2. คนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่ามหาอำนาจกลางจะแพ้สงคราม
    3. ประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับฝ่ายสัมพันธมิตร
    4. ประเทศไทยต้องมีส่วนในการรักษาความชอบธรรมและสันติภาพของโลก
  19. ข้อใดเป็นนโยบายด้านการต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. ปิดประตูอยู่โดดเดี่ยว
    2. ไม่ติดต่อเจรจาทำสัมพันธไมตรีใดๆ กับประเทศตะวันตก
    3. ติดต่อเจรจาทำสัมพันธไมตรีกับจีนเท่านั้น
    4. พยายามรักษาสถานะเดิมของประเทศเท่านั้นที่จะทำได้ในเวลานั้น
  20. บรรดาชนชาติตะวันตกที่เข้ามาติดต่อกับไทยสมัยรัตนโกสินทร์นั้น ชนชาติใดที่สามารถผูกไมตรีจิตมิตรภาพกับคนไทยทุกระดับชั้นได้มากที่สุด เพราะเหตุใด
    1. อังกฤษ เพราะเซอร์จอหน์ เบาริง ผูกพระทัยรัชกาลที่ 4 ไว้ถึงกับรับสั่งเป็นมหามิตรของพระองค์
    2. อเมริกัน เพราะมีฐานะร่ำรวยช่วยเหลือคนไทยได้จึงพอใจคบหามากกว่าฝรั่งชาติอื่น
    3. อังกฤษ แม้เป็นมหาอำนาจแต่มิืได้แสดงท่าทีคุกคามอธิปไตยในดินแดนไทยเลย
    4. อเมริกัน เพราะมิชชันนารี พ่อค้า ฑูต มิได้มีพฤติกรรมใดที่เป็นภัยต่อคนไทย และอธิปไตยของชาติเลย
  21. ถ้าศึกษาถึงเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกี่ยวกับความวุ่นวายภายในของอินโดจีนเอง ซึ่งมีผลกระทบกระเทือนต่อไทยด้วยกัน จะเห็นได้ว่ามีความใกล้เคียงกับเหตุการณ์ในรัชสมัยใดในอดีตมากที่สุด
    1. รัชสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
    2. รัชสมัยพรพุทธเลิศหล้านภาลัย
    3. รัชสมัยพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
    4. รัชสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  22. วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 คือเหตุการณ์ใด
    1. การเสียดินแดนมณฑลสิบสองจุไทยและหัวพันทั้งห้าทั้งหก
    2. กลุ่มทหารหนุ่มก่อการกบฏ
    3. ไทยเสียดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง
    4. ฝรั่งเศสได้ดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง
  23. เพราะเหตุใดการปกครองในสมัยสุโขทัยจึงเรียกว่า การปกครองแบบ พ่อปกครองลูก
    1. ได้รับอิทธิพลการปกครองจากเขมร
    2. ผู้ปกครองและประชาชนมีความสัมพันธ์คล้ายเครือญาติ
    3. ผู้ปกครองคือพ่อขุนรามคำแหงสามารถสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชน
    4. ผู้ปกครองช่วยระงับข้อพิพาทระหว่างประชาชนทำให้เกิดความเป็นธรรม
  24. ข้อใดไม่ใช่ผลที่เกิดจากการใช้ระบบการปกครองในสมัยพ่อขุนรามคำแหง
    1. เกิดความสามัคคีภายในชาติ
    2. พระมหากษัตริย์ทรงมีฐานะเป็นสมมติเทพ
    3. ผู้ปกครองและผู้อยู่ใต้ปกครองมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
    4. ทำให้เกิดการวางรากฐานเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนชาวไทย
  25. ข้อใดคือความหมายของเมืองพระยามหานครในสมัยสุโขทัย
    1. เป็นเมืองไกลจากราชธานี พระมหากษัตริย์ทรงตั้งเจ้านายออกไปปกครอง
    2. เป็นเมืองหน้าด่านทางด้านเหนือ พระมหากษัตริย์ทรงตั้งสมุหนายกปกครอง
    3. เป็นเมืองหน้าด่านทางใต้ พระมหากษัตริย์ทรงตั้งเจ้าพระยากลาโหมปกครอง
    4. เป็นเมืองอยู่นอกราชอาณาจักร พระมหากษัตริย์ทรงตั้งเจ้าราชวงศ์พื้นเมืองปกครอง
  26. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการปกครองในสมัยอยุธยา
    1. พระมหากษัตริย์เป็นเจ้าชีวิตของประชาชน
    2. พระมหากษัตริย์ต้องทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม
    3. พระมหากษัตริย์กับประชาชนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
    4. ระบอบการปกครองมีลักษณะผสมระหว่างการปกครองแบบไทยกับแบบเขมร
  27. การปกครองในสมัยสุโชทัยกับสมัยอยุธยา มีลักษณะที่เหมือนกันในเรื่องใด
    1. สถานภาพของผู้ปกครอง
    2. กฏหมายและกระบวนการยุติธรรม
    3. ศูนย์กลางการใช้อำนาจในการปกครอง
    4. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับประชาชน
  28. ถ้าเปรียบเทียบการปกครองของไทยสมัยอยุธยา กับสมัยปัจจุบันจะพบข้อแตกต่างในข้อใดเด่นชัดที่สุด
    1. สมัยอยุธยาไม่มีการจัดระเบียบการปกครอง แต่การปกครองสมัยปัจจุบันมีการจัดระเบียบอย่างมีแบบแผน
    2. การปกครองสมัยอยุธยาขึ้นอยู่กับความเชื่อและประเพณี แต่ในสมัยปัจจุบันการปกครองวางอยู่บนพื้นฐานของกฏหมาย
    3. สมัยอยุธยาไม่มีกฏเกณฑ์ที่กำ่หนดบทบาทและสถานภาพของประชาชน แต่สมัยปัจจุบันมีรัฐธรรมนูญกำหนดสิ่งดังกล่าวของประชาชนไว้อย่างชัดเจน
    4. อำนาจของพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยามีขอบเขตไม่จำกัด พระองค์เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด แต่อำนาจของพระมหากษัตริย์ในสมัยปัจจุบันถูกกำหนดขอบเขตไว้โดยรัฐธรรมนูญ
  29. การปกครองในสมัยสุโขทัยกับสมัยอยุธยามีความแตกต่างกันในเรื่องใด
    1. ระบอบการปกครอง
    2. ลักษณะการปกครอง
    3. อำนาจของผู้ปกครอง
    4. ศูนย์กลางของอำนาจการปกครอง
  30. การปกครองของประเทศไทยในสมัยสุโขทัยและอยุธยา มีความแตกต่างกันในเรื่องใดจากข้อ ก – จ ดังต่อไปนี้
      • ก. ระบอบการปกครอง
      • ข. ศูนย์กลางของอำนาจ
      • ค. ฐานะของพระมหากษัคริย์
      • ง. การปกครองเมืองประเทศราช
      • จ. ความสัมพันธ์ของพระมหากษัตริย์กับประชาชน
    1. ก และ ข
    2. ข และ ค
    3. ค และ จ
    4. ง และ จ
  31. ข้อใดถูกต้องสำหรับการปกครองในสมัยอยุธยา
    1. เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่ได้รับอิทธิพลจากสมัยสุโขทัย
    2. เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่พระมหากษัตริย์มีอำนาจไม่จำกัด
    3. เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่พระมหากษัตริย์ทรงอยุ่ในฐานะธรรมราชา
    4. เป็นประชาธิปไตยอยู่บ้างเพราะพระมหากษัตริย์ต้องอยู่ภายใต้หลักทศพิธราชธรรม
  32. กิจกรรมใดเป็นการเริ่มวางรากฐานการปกครองแบบประชาธิปไตยในประเทศไทย
    1. การเลิกทาส
    2. การจัดตั้งสุขาภิบาล
    3. การจัดตั้งรัฐมนตรีสภา
    4. การจัดตั้งเมืองดุสิตธานี
  33. การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ให้ผลในด้านใดมากที่สุด
    1. ประชาชนมีความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน
    2. ทำให้ประเทศไทยได้รับการพัฒนาทัดเทียมอารยประเทศ
    3. การได้มาซึ่งประชาธิปไตยของปวงชนชาวไทยมีความเป็นไปได้สูงขึ้น
    4. เกิดเอกภาพในการควบคุมบังคับบัญชาและในการบริหารราชการทั่วประเทศ
  34. หน้าที่สำคัญขององคมนตรีสภา ในรัชกาลที่ 5 คืออะไร
    1. เป็นผู้พิจารณาร่างกฏหมาย
    2. เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    3. เป็นผู้พิจารณาระเบียบราชการ
    4. เป็นที่ปรึกษาราชการส่วนพระองค์
  35. ผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูประเบียบการปกครองทุกระดับในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวคือข้อใด
    1. มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
    2. มีการรวมอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง
    3. มีความเสมอภาคในหมู่ประชาชน
    4. มีแนวนโยบายของการบรรจุข้าราชการ
  36. กระทรวงใดในปัจจุบันที่ยังคงใช้ชื่อเดิมซึ่งตั้งมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. มหาดไทย กลาโหม การคลัง พาณิชย์
    2. มหาดไทย กลาโหม การคลัง ยุติธรรม
    3. มหาดไทย กลาโหม ศึกษาธิการ การคลัง
    4. มหาดไทย กลาโหม ต่างประเทศ ยุติธรรม
  37. สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยมีบทบาทสำคัญในการรักษาเอกราชของชาติ มีส่วนในการเปลีย่นปลงการเมืองและสังคมให้ดำเิินินไปโดยราบรื่น นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำในการพัฒนาและปรับปรุงการปกครองประเทศให้ทันสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงวางรากฐานการปฏิรูปการปกครอง โดยการจัดตั้งอะไรขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2417 อันอาจนับได้ว่าเป็นการวางรากฐานการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทย
    1. รัฐสภา
    2. รัฐธรรมนูญ
    3. สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    4. สภาปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน
  38. ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การปฏิรุปการปกครองในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวคือข้อใด
    1. สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่ตกต่ำ
    2. การขยายอิทธิพลของมหาอำนาจตะวันตก
    3. การขาดกำลังคนในการบริหารราชการแผ่นดิน
    4. การแพร่พระจายของแนวความคิดแบบประชาธิปไตย
  39. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเริ่มวางรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบเป็นขั้นตอนและค่อยเป็นค่อยไปโดยวิธีการใด
    1. ทรงจัดตั้งสภาปกครองท้องถิ่น
    2. ทรงจัดตั้งคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    3. ทรงจัดตั้งคณะที่ปรึกษาสูงสุดและคณะที่ปรึกษารัฐบาล
    4. ทรงจัดตั้งคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและองคมนตรีสภา
  40. ข้อความในข้อ ก-จ ข้างล่างนี้ ข้อใดถูกต้องถ้าพิจารณาในแง่ของการใช้อำนาจอธิปไตย
      • ก. กรมวังเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจนิติบัญญัติ
      • ข. เทศาภิบาลเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตุลาการ
      • ค. องคมนตรีสภาเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจบริหาร
      • ง. กระทรวงธรรมการเี่กี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตุลาการ
      • จ. พระธรรมศาสตร์เีกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจนิติบัญญัติ
    1. ก  และ ค
    2. ค และ จ
    3. ข และ ง
    4. ก และ ง
  41. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุสำคัญที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศไทยระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ.2475
    1. ความเหลื่อมล้ำในทางสังคมระหว่างชนชั้นต่างๆ
    2. ความตกต่ำทางเศรษฐกิจซึ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อน
    3. ความตื่นตัวทางการเมืองที่อยากให้มีการการเปลี่ยนแปลง
    4. ความต้องการให้ประชาชนมีการศึกษาโดยเท่าเทียมกัน
  42. ข้อใดไม่ใช่ สาเหตุของการเปลียนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475
    1. การตื่นตัวทางการเมืองของชนชั้นกลาง
    2. พระบรมวงศานุวงศ์ทรงได้รับการศึกษาสมัยใหม่จากประทเศในยุโรปมากขึ้น
    3. วิธีการของรัฐบาลในการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นของประเทสเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
    4. เกิดการขัดแย้งแตกแยกกันในด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกองทัพระหว่างกลุ่มผู้มีอำนาจ
  43. พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ใดที่ทรงเริ่มนำหลักธรรมของพระพุทธศาสนาเป็นหลักในการปกครอง
    1. พ่อขุนรามคำแหง
    2. พระมหาธรรมราชาที่ 1
    3. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
    4. สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
  44. แม้ว่าไทยจะรับลัทธิเทวราชาจากเขมรแต่พระมหากษัตริย์ไทยก็ไม่ได้มีลักษณะเป็นเทวราชที่สมบุรณ์ เพราะสาเหตุใด
    1. การนับถือพระพุทธศาสนา
    2. อิทธิพลของพราหมณ์ปุโรหิต
    3. พื้นฐานการเป็นประเทศเกษตรกรรม
    4. การที่ถือว่ากษัตริย์เป็นหัวหน้าครอบครัวใหญ่
  45. ฐานะของพระมหากษัตริย์ไทยภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชแตกต่างจากภายใต้ระบอบประชาธิปไตยในข้อใด
    1. ความเป็นเทวราชา
    2. ความเป็นธรรมราชา
    3. ความเป็นผู้นำการพัฒนาประเทศ
    4. ความเป็นศูนย์รวมน้ำใจของคนในชาติ
  46. การขยายอำนาจออกไปครอบครองสุโขทัยและเขมรของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แสดงให้เห็นว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ตามแนวคิดใด
    1. เทวราชา
    2. ธรรมราชา
    3. สมมติเทพ
    4. จักรพรรดิราช
  47. พระมหากษัตริย์พระองค์แรก ที่ทรงดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยาและสาบานตนว่า จะซื่อสัตย์ต่อพสกนิกรคือพระองค์ใด
    1. พระบาทสมเด็๗พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
    2. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
    3. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    4. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  48. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของเมืองลูกหลวงในสมัยสุโขทัย
    1. เป็นเมืองหน้าด่าน
    2. มีขุนนางเป็นเจ้าเมือง
    3. อยู่ล้อมรอบเมืองหลวงทั้ง 4 ทิศ
    4. ห่างจากเมืองหลวงเดินด้วยเท้า 2 วัน
  49. สมเด็จพระบรมไตรโลกทรงจัดระเบียบการปกครองขึ้นใหม่เพื่อให้เกิดความสะดวกในเรื่องใด
    1. การจัดเก็บภาษี
    2. การปกป้องเขตแดน
    3. การเรียกเกณฑ์แรงงาน
    4. กรควบคุมเมืองลูกหลวง
  50. ข้อใดไม่ใช่สาระสำคัญของการปฏิรูปการปกครองสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
    1. การดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง
    2. การยกเลิกระบบเมืองลุกหลวง
    3. การขยายเจตการปกครองของราชธานี
    4. การแบ่งเขตการปกครองระหว่างสมุหกลาโหมและสมุหนายก

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: ประวัติศาสตร์ ๔ ::

  1. การปฏิรูปการคลังสมัยรัชกาลที่ ๕ ในการจัดตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน ใน พ.ศ.๒๔๑๖ นั้น ได้ส่งผลที่สำคัญที่สุดคือข้อใด
    1. ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นจำนวนมากมาย
    2. ทำให้การจัดเก็บเงินภาษีเป็นระบบเพิ่มขึ้น
    3. ทำให้ขุนนางส่วนกลางควบคุมมิให้ขุนนางท้องถิ่นมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากดังแต่ก่อน
    4. พระมหากษัตริย์สามารถควบคุมรายได้ผลประโยชน์ของประเทศได้ทั่วถึง
  2. ระบบเศรษฐกิจแบบเิงินตราก่อให้เกิดผลในขั้นแรกในข้อใด
    1. เป็นการทำลายโครงสร้างสังคม
    2. เป็นการทำลายระบบการผลิตแบบดั้งเดิม
    3. เป็นจุดเริ่มต้นของการแตกสลายของชุมชน
    4. เป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตเพื่อการตลาด
  3. การทำสนธิสัญญาในปี พ.ศ.๒๓๙๘ กับอังกฤษก่อให้เกิดผลอย่างไร
    1. ทำให้อังกฤษได้รับการผูกขาดภาษีเป็นชาติแรก
    2. ทำให้อังกฤษสามารถซื้อข้าวจากไทยได้
    3. ทำให้มีการกำหนดอัตราภาษีอย่างชัดเจน
    4. ทำให้ไทยสามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น
  4. ข้อใดเป้นผลของสนธิสัญญาเบาริง
    1. หนานน้อยชาวเชียงใหม่เป็นคนในบังคับของอังกฤษต้องขึ้นศาลอังกฤษเมื่อทะเลาะกับเจ้าเมืองเชียงใหม่
    2. ผ้าและเครื่องปั่นดินเผาเป็นสินค้าหัตถกรรมที่ต่างประเทศต้องการมากขึ้น
    3. มีการเกณฑ์ไพร่เข้ามาทำงานมากขึ้นเพื่อเพิ่มผลผลิตโดยเฉพาะการปลูกอ้อยทำน้ำตาล
    4. อังกฤษเป็นชาติเดียวที่สามารถซื้อน้ำตาลและพริกไทยจากกรมพระคลังสินค้าได้
  5. ชาติที่ทำการค้ากับไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมากทีสุดคือข้อใด
    1. จีน
    2. อาหรับ
    3. พม่า
    4. อินเดีย
  6. ภาษีประเภทใดที่สามารถทำรายได้ให้กับรัฐในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    1. ภาษีฝิิ่น
    2. ภาษีข้าว
    3. ภาษีดีบุก
    4. ภาษีบ่อนเบี้ย
  7. ผลที่เกิดขึ้นอย่างเด่นชัดมากในระยะแรกๆ หลักงการเปิดประเทศใน พ.ศ.2398 คือข้อใด
    1. ปริมาณการค้ากับต่างประเทศเพิ่มขึ้น
    2. การคุกคามจากต่างชาติรุนแรงขึ้น
    3. การผลิตสินค้าหัตถกรรมถูกทำลาย
    4. ส่งข้าวออกไปขายมากจนเกิดความขาดแคลน
  8. การกำหนดแนวการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ ทุนนิยมโดยรัฐ ตรงกับสมัยใด
    1. นายปรีดี พนมยงค์
    2. จอมพล ป.พิบูลสงคราม
    3. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
    4. จอมพลถนอม กิตติขจร
  9. รายได้หลักของไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ก่อนการลงนามในสนธิสัญญาเบาริงมาจากวิธีใด
    1. การเก็บส่วย
    2. การเก็บภาษีอากร
    3. การส่งข้าวออก
    4. การค้ากับต่างประเทศ
  10. ผลกระทบที่สำคัญประการหนึ่งของสนธิสัญญาเบาริงคือข้อใด
    1. การส่งข้าวออกลดน้อยลง
    2. ส่งเสริมให้เกิดการค้าในระบบเสรี
    3. ส่งเสริมการค้าในระบบผูกขาด
    4. ส่งเสริมการพัฒนาหัตถกรรมพื้นบ้าน
  11. สาเหตุการเกิดภาวะขาดดุลการค้าครั้งแรกของไทย ใน พ.ศ.2463 คืออะไร
    1. อุทกภัยและฝนแล้งติดต่อกันหลายปี
    2. สินค้าข้าวไม่เป็นที่ต้องการของตลาดโลก
    3. ต่างชาติใช้นโยบายตั้งกำแพงภาษีสินค้า
    4. อังกฤษประกาศลดค่าเงินปอนด์
  12. ข้อใดที่มิืใช่สาระสำคัญของระบบเศรษฐกิจแบบยังชีพ
    1. เป็นการผลิตเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน
    2. เป็นการผลิตโดยพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก
    3. เป็นการผลิตสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
    4. เป็นการผลิตเพื่อการค้าในท้องถิ่น
  13. สนธิสัญญาเบาริงที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเกษตรกรรมของไทยหลายประการยกเว้นข้อใด
    1. มีชาวจีนอพยพมารับจ้างทำงานในไร่สวนทั่วประเทศ
    2. เกิดธุรกิจโรงสีข้าวขยายตัวทั้งในกรุงเทพ และปริมณฑล
    3. เกิดระบบการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนบุคคล
    4. มีการขยายพื้นที่ปลูกข้าวบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง
  14. การปฏิรูปการคลังของไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการดำเนินการหลายประการยกเว้นข้อใด
    1. การจัดตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์
    2. การจัดทำงบประมาณแผ่นดิน
    3. การกำหนดอัตราเงินเดือนประจำข้าราชการ
    4. การจัดเก็บภาษีขาเข้า – ขาออกให้สอดคล้องกับความจำเป็นของประเทศ
  15. ข้อใดเกี่ยวข้องกับการผลิตเพื่อขายในสมัยรัตนโกสินทร์
    1. การขุดคลองมหาสวัสดิ์
    2. การจัดตั้งระบบเจ้านายภาษีอากร
    3. การยกเลิกหอรัษฏากรพิพัฒน์
    4. พ่อค้าต่างชาติสามารถซื้อสินค้าไปขายต่างประเทศได้ทุกชนิด
  16. การผูกขาดการค้า หมายถึง การกำหนดให้
    1. ชาวต่างชาติขายกระสุนดินดำให้พระคลังสินค้าเท่านั้น
    2. พ่อค้าตะวันตกเข้ามาซื้อกระสุนดินดำกับกรมท่าเพียงที่เดียว
    3. พ่อค้าตะวันตกเข้ามาซื้อขายกับพระคลังสินค้าเท่านั้น ส่วนคนจีนสามารถซื้อขายได้อย่างเสรี
    4. กรมพระคลังแต่เพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้นที่จะทำหน้าที่ออกไปซื้อขายินค้าจากดินแดนต่างๆ
  17. การผูกขาด ในสมัยอยุธยามีลักษณะอย่างไร
    1. ชาวจีนได้สัมปทานจากรัฐเพื่อซื้อ ขายสินค้ากับต่างชา่ติ
    2. รัฐอนุญาตให้พ่อค้าฮอลันดาชาติเดียวเข้ามาค้าขายได้
    3. กรมพระคลังสินค้าแต่ผู้เดียวที่มีสิทธิ์ซื้อขายสินค้าต้องห้าม
    4. เสนาบดีกรมท่าเท่านั้นที่สามารถค้าขายกับต่างชาติได้
  18. การผูกปี้ข้อมือจีนในสมัยรัชกาลที่ 3 ในอัตราค่าผูก 5 บาทต่อ 3 ปี นั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องใด
    1. การเปลี่ยนแปลงสัญชาติชาวจีนในไทย
    2. การควบคุมแรงงานชาวจีนเื่พื่อเกณฑ์ไปใช้ในไทย
    3. การรับขวัญชาวจีนที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น
    4. การแสดงว่าคนจีนผู้นั้นได้เสียภาษีแล้ว
  19. ข้อใดเรียงลำดับพัฒนาการทางเศรษฐกิจไทยได้อย่างถูกต้อง
    1. เครื่องสังคโลก หอรัษฏากรพิพัฒน์ พระคลังสินค้า
    2. เครื่องสังคโลก พระคลังสินค้า หอรัษฏากรพิพัฒน์
    3. พระคลังสินค้า เครื่องสังคโลก หอรัษฏากรพิพัฒน์
    4. หอรัษฏากรพิพัฒน์ เครื่องสังคโลก พระคลังสินค้า
  20. กิจกรรมทางเศรษฐกิจใดที่ขยายตัวเป็นอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 5
    1. อุตสาหกรรมน้ำตาล เหมืองแร่
    2. การค้าของป่า การทำป่าไม้
    3. อุตสาหกรรมน้ำตาล การทำนา
    4. การทำนา การทำป่าไม้
  21. ข้อใดเป็นรูปแบบการค้าต่างประเทศของไทยก่อนการทำสัญญาเบาริง  ตอบ ข้อ 2Untitled-2
  22. สินค้าใดที่ทำให้อยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้นประสบความมั่งคั่งตอลดมาในการค้ากับต่างประเทศ
    1. ช้าง
    2. ข้าว
    3. ของป่า
    4. สังคโลก
  23. รัฐบาลดำเนินการอย่างไร สภาพเศรษฐกิจไทยภายหลังการปฏิวัติ พ.ศ.2475 จึีงมีเสถียรภาพมากขึ้น
    1. เก็บภาษีเงินได้
    2. ออกพันธบัตรเงินกู้
    3. ส่งออกข้าวได้มากขึ้น
    4. ออกระเบียบให้ข้าราชการออมเงินให้กับธนาคาร
  24. ภูมิประเทศแบบใดเป็นสาเหตุให้อาณาจักรสุโขทัยสร้างสรีดภงส์และตระพังต่างๆ
    1. ลานตะพักน้ำ
    2. ที่ราบเชิงเขา
    3. หุบเขาลุ่มน้ำ
    4. ที่ลุ่มน้ำขัง
  25. ในสมัยรัตนโกสินทร์มีคนไทยพยายามที่จะเรียนภาษาอังกฤษ ศิลปศาสตร์และรับวัฒนธรรมตะวันตกบางอย่างมาเริ่มใช้แต่สมัยใด
    1. รัชกาลที่ 1
    2. รัชกาลที่ 2
    3. รัชกาลที่ 3
    4. รัชกาลที่ 4
  26. สมมติว่าท่านน้ำชาวต่างประเทศเข้าชมพระบรมมหาราชวัง ชาวต่างประเทศแสดงความสนใจเรีอนยอดบนหลังคาพระที่นั่งต่างๆ เป็นพิเศษ ในฐานะที่ท่านเป็นคนไทยท่านควรอธิบายโดยสรุปได้ในข้อใด เพื่อให้เขาเข้าใจในวัฒนธรรมการสร้างปราสาทราชวังให้ตรงกับความสนใจเขามากที่สุด
    1. สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 และได้ซ่อมแซมมาหลายรัชกาล มีอายุได้ 196 ปีมาแล้ว
    2. เรีอนยอดบนหลังคาพระที่นั่งต่างๆ เป็นศิลปะทางสถาปัตยกรรมของไทยแต่โบราณ
    3. วัฒนธรรมไทยถือว่าเรือนยอดเป็นของสูง สร้างขึ้นเป็นที่ประทับของกษัตริย์และราชวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น
    4. เรือนยอดเป็นของสูงใช้สำหรับเป็นที่ประทับของกษัตริย์และที่ประดิษฐานสำหรับการศาสนาเท่านั้น
  27. ถ้าท่านไปฟังการบรรเลงดนตรีไทยตามหัวข้อต่อไปนี้ ่ท่านคิดว่าข้อใดเป็น วงมโหรี ตามแบบแผนของดนตรีไทย
    1. วงเครื่องสายกับปี่ชวา
    2. วงปี่พาทย์กับวงเครื่องสาย
    3. วงปี่พาทย์กับปี่ชวา
    4. วงเครื่องสายแต่มีปี่เป็นประธาน
  28. วัดราชโอรสซึ่งสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็๗พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบอะไร
    1. จีน
    2. จีนปนฝรั่ง
    3. จีนปนฝรั่งปนไทย
    4. จีนปนไทย
  29. กลุ่มคำต่อไปนี้ กลุ่มใดมีความสัมพันธ์กัน
    1. รัชกาลที่ 1 การสังคายนาพระไตรปิฏก- พระราชพิธีอาพาธพินาศ
    2. รัชกาลที่ 2-สุนทรภู่ -พระเทพโมลี
    3. รัชกาลที่ 3-ธรรมยุติกนิกาย -พระนิรันตราย
    4. รัชกาลที่ 4 -ปราสาาทพระเทพบิดา-พระที่นั่งอนันตสมาคม
  30. การแสดงอะไรต่อไปนี้ของไทยที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก
    1. ลิเก
    2. โขน
    3. ละครดึกดำบรรพ์
    4. ละครผู้หญิง
  31. งานสร้างสรรค์ทางศิลปวัฒนธรรมของไทยประเภทใดที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลวัฒนธรรมจีนมากที่สุด
    1. สถาปัตยกรรม ประติมากรรม
    2. วรรณกรรม นาฏศิลป์
    3. สถาปัตยกรรม ดุริยางคศิลป์
    4. จิตรกรรม วรรณกรรม
  32. การรับอิทธิพลตะวันตกในระยะแรกเริ่มนั้น วัฒนธรรมตะวันตกที่มีผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างรวดเร็วและมากที่สุดคืออะไร
    1. ภาษาอังกฤษและศิลปแบบโกธิค
    2. ระบบบริหารราชการแบบกระทรวง ทบวง กรม
    3. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    4. แนวความคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตย
  33. สถาปัตยกรรมแบบประจำชาติที่ได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งสมัยรัตนโกสินทร์คืออะไร
    1. พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
    2. พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
    3. พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
    4. ตึกคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  34. ขรัวอินโข่ง มีชื่อเสียงด้านใด
    1. การวาดภาพแบบที่มีการแรงเงาและความลึก
    2. แต่งวรรณกรรมเกี่ยวกับพุทธศาสนาหลายเรื่อง
    3. เขียนภาพเวสสันดรที่พระอุโบสถวัดราชาธิวาส
    4. ดัดแปลงสถาปัตยกรรมตะวันตกมาใช้ในสถาปัตยกรรมไทย
  35. ทุ่งมหาราช เป็นวรรณกรรมเกี่ยวกับด้านใด
    1. ประวัติศาสตร์
    2. ชาตินิยม
    3. เชิดชูีวีรกรรมวีรบุรุษ
    4. ชีวิตชนบท การต่อสู้ของมนุษย์กับธรรมชาติ
  36. ผลกระทบที่สำคัญของการเปิดสัมพันธไมตรีกับประเทศตะวันตกต่อต้านวรรณกรรมมีอย่างไร
    1. วรรณกรรมและงานเขียนของประเทศตะวันตกเป็ฯที่รู้จักกันมากขึ้น
    2. มีการตั้งวรรณคดีสโมสร และรางวัลวรรณกรรมต่างๆ
    3. งานเขียนและความรู้ต่างๆ แพร่กระจายสู่สามัญชน
    4. งานแปลและงานเขียนแบบร้อยแก้วแพร่หลายและพัฒนามากขึ้น
  37. พระประธานที่พุทธมณฑลเป็นปางใด และอยู่ในสกุลช่างศิลปะใด
    1. ปางโปรดสัตว์ รัตนโกสินทร์ตอนต้น
    2. ปางเสด็จจากสวรรค์ อยุธยา
    3. ปางลีลา สุโขทัย
    4. ปางประทับยืน เชียงแสน
  38. วรรณกรรม ปริศนา ของ ว.ณ.ประมวลมารคให้ภาพพจน์ของสังคมไทยในสมัยใดและอย่างไร
    1. ความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นในสมัยใหม่มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ
    2. สถานะของสตรีดีขึ้นเมื่อสังคมไทยได้รับอิทธิพลตะวันตกแล้ว
    3. หลีกหนีภาวะบีบคั้นทางเศรษฐกิจและจิตใจภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
    4. ระดับการศึกษาของสตรีไทยสูงขึ้นภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475
  39. ข้อใดเป็นตัวอย่างงานศิลปะที่ดีเด่นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    1. วัดสุทัศน์เทพวราราม เรือสำเภาจีนที่วัดยานนาวา ลิลิตโองการแช่งน้ำ
    2. พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม พระพุทธรูปสำริด บทละครเรื่องรามเกียรติ์
    3. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระที่นั่งจักรมหาปราสาท บทละครอุณรุททคำฉันท์
    4. วัดพระพายหลวง ภาพพุทธประวัติและชาดกในพระที่สั่งพุทไธสวรรค์ บทละครอิเหนา
  40. อาคารสถานแห่งแรกของไทยที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและสถาปัตยกรรมตะวันตกได้แก่ข้อใด
    1. พระที่นั่งบรมพิมาน
    2. พระที่นั่งอนันตสมาคม
    3. พระที่นั่งจักรมหาปราสาท
    4. พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
  41. การสร้างวัฒนธรรมไทยให้ทันสมัยตามแบบตะวันตกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ของสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ปรากฏชัดเจนในวรรณกรรมเรื่องใด
    1. สี่แผ่นดินของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
    2. เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ของแถมสุข นุ่มนนท์
    3. ผู้่ดีของดอกไม้สด
    4. ละครแห่งชีวิตของ ม.จ.อากาศดำเกิง รพีพัฒน์
  42. ข้อใดเป็นลักษณะของละครใน
    1. ละครที่นิยมเล่นและดูกันในหมู่ขุนนางและชาวบ้านผู้แสดงเป็นหญิงล้วน
    2. ละครที่นิยมเล่นในหมู่เจ้านาย ผู้แสดงเป็นหญิงล้วนและเวลาแสดงไม่ร้องบทเอง
    3. ละครที่นิยมในราชสำนัก  ผู้แสดงเป็นหญิงล้วน แต่หากจำเป็นจะใช้ชายแสดงบ้างก็ได้
    4. ละคนที่นิยมเล่นเฉพาะในพระราชฐาน นิยมกันในหมู่เจ้าเมืองทางต้ ผู้แสดงเป็นหญิงล้วน
  43. เหตุใดสถาปัตยกรรมแบบเรือนไทย จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างแท้จริง
    1. เพราะวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง
    2. เพราะช่างฝีมือที่ใช้ในการก่อสร้าง
    3. เพราะกรรมวิธีที่ใช้ในการก่อสร้าง
    4. เพราะลักษณะการใช้งานเป็นที่อยู่อาศัย
  44. ลักษณะการแสดง เรื่องไกรทอง เป็นศิลปประเภทใด
    1. ลิเก
    2. ละครนอก
    3. ละครชาตรี
    4. ละครพันทาง
  45. ข้อใดเป็นตัวอย่างสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมไทยแบบสากล
    1. พระราชวังสราญรมย์ และพระที่นั่งปราสาทพระเทพบิดร
    2. พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
    3. ตึกคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวัดเบญจมบพิตร
    4. พระที่นั่งอนันตสมาคม และที่ทำการกระทรวงมหาดไทย
  46. วรรณกรรมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็ฯยอดของความเรียงอธิบาย และมีคุณค่าทางการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธณรมเป็นอย่างยิ่ง คือเรื่องใด
    1. ไกลบ้าน
    2. พระราชพิธีสิบสองเดือน
    3. เที่ยวเมืองพระร่วง
    4. นิทานโบราณคดี
  47. วรรณกรรมข้อใดที่แสดงถึงอิทธิพลของวรรณกรรมอินเดียว
    1. อิเหนา อุณรุท
    2. รามเกียรติ์ ขุนช้างขุนแผน
    3. ศกุลตลา รามเกียรติ์
    4. ราชาธิราช อิเหนา
  48. ข้อใดที่ถือได้ว่าเป็นศิลปการละครไทยที่เลียนแบบละครโอเปร่าของตะวันตก
    1. ละครพูด
    2. ละครร้อง
    3. ละครพันทาง
    4. ละครดึกดำบรรพ์
  49. ความแตกต่างระหว่างละครในกับละครนอกคืออะไร
    1. ละครในเล่นเองร้องเอง ละครนอกเล่นตามบทพากษ์
    2. ละครในผู้แสดงเป็นหญิงล้วน ละครนอกผุ้แสดงเป็ฯชายจริงหญิงแท้
    3. ละคนในเล่นเรื่องไทยแท้ ละครนอกเล่นเรื่องที่นำมาจากต่างประเทศ
    4. ละครในเน้นความสวยงาม ละครนอกเ้น้นความสนุกสนาน
  50. ลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมของพระที่นั่่งจักรีมหาปราสาทคือข้อใด
    1. เป็นแบบไทยสมัยอยุธยา
    2. เป็นแบบผสมผสานระหว่างสุโขทัยกับอยุธยา
    3. เป็นแบบผสานผสานระหว่างไทยกับตะวันตก
    4. เป็นแบบยุโรปสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: ประวัติศาสตร์ 3 ::

  1. ระบบเจ้าภาษีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีจุดมุุ่งหมายสำคัญประการหนึ่งคือข้อใด
    1. พระคลังสินค้ามีอำนาจผู้กขาดการค้ามากขึ้น
    2. ส่งเสริมให้เกิดการค้าเสรี
    3. เจ้าภาษีนายอากรผูกขาดการค้าแทนพระคลังสินค้า
    4. รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นและแน่นอน
  2. สิทธิสภาพนอกอาณาเขต หมายถึงอะไร
    1. การยกดินแดนให้ต่างประะเทศ
    2. สิทธิพิเศษของชาวต่าชาติในทางเศรษฐกิจ
    3. สิทธิพิเศษของชาวต่างชาติในทางศาสนา
    4. สิทธิพิเศษของชาวต่างชาติในทางศาล
  3. แหล่งรายได้ใหญ่ของแผ่นดินสมัยอยุธยาคือข้อใด
    1. กำไรจากการค้าผูกขาดภายในประเทศ
    2. เจ้าภาษีนายอากร
    3. รายได้จากผลประโยชน์ในที่ดินของกษัตริย์และมูลนาย
    4. รายได้จากการค้าขายกับต่างประเทศ
  4. การเปิดประเทศทำการค้าขายติดต่อกับต่างประเทศภายในหลังจากสนธิสัญญาเบาริงปี พ.ศ.๒๓๙๘ นั้นมีผลทางเศรษฐกิจมากมาย ข้อความใดที่ไม่ถูกต้อง
    1. อุตสาหกรรมในครัวเรือนพังทลาย
    2. มีการใช้เงินตรากันอย่างแพร่หลาย
    3. ต่างชาติเข้ามาลงทุน
    4. ประเทศเป็นอิสระทางเศรษฐกิจมากขึ้น
  5. เค้าโครงเศรษฐกิจแห่งชาติของนายปรีดี พนมยงศ์ มีลักษณะที่สำคัญอย่างไร
    1. เป็นระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม
    2. เป็นระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์
    3. เป็นระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม
    4. เป็นระบบเศรษฐกิแบบผสมผสานระหว่างสังคมนิยมกับเสรีนิยม
  6. สนธิสัญญาฉบับแรกที่ไทยทำกับประเทศตะวันตกในสมัยรัตนโกสินทร์ คือข้อใด
    1. สนธิสัญญาครอว์เฟิด
    2. สนธิสัญญาเบาริง
    3. สนธิสัญญาเบอร์นี่
    4. สนธิสัญญาเจมส์ บรุ๊ค
  7. ในสมัยอยุธยาไทยส่งสินค้าประภทใดออกมากเป็นพิเศษ
    1. ช้าง
    2. ผลิตภัณฑ์
    3. ผ้า
    4. ของป่า
  8. รัฐบาลในสมัยรัชกาลที่ ๔ ตอบสนองแรงกระตุ้นในทางเศรษฐกิจที่สนธิสัญญาเบาริ่งก่อให้เกิดขึ้นอย่างไร
    1. เลิกและลดพิกัดอัตราภาษีสินค้าหลายชนิด
    2. เก็บภาษีสินค้าขาเข้าเพียงร้อยละ ๓
    3. ขุดคลองเจดีย์บูชา
    4. ส่งพระยามนตรีศรีสุรยวงศ์เป็นราชฑูตไปยังลอนดอน
  9. จุดประสงค์สำคัญของเศรษฐกิจแบบชาตินิยมของจอมพล ป.พิบูลสงคราม คืออะไร
    1. กำจัดอิทธิพลทางเศรษฐกิจของต่างชาติ
    2. ออกพระราชบัญญัติจัดหางานให้ผู้ไรอาชีพ
    3. ออกพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร
    4. ให้อำนาจเด็ดขาดแก่รัฐบาลในพระราชบัญญัติมอบอำนาจให้รัฐบาลในภาวะคับขัน พ.ศ.๒๔๘๕
  10. การผูกขาดการเก็บภาษีอากรของไทยโดยระบบ เจ้าภาษีนายอากร ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของราษฏรไทยอย่างไร
    1. คนไทยมีความขยันในการประกอบอาชีพมากขึ้น
    2. อาชีพค้าขายของคนไทยถูกคนจีนแย่งไปครอบครอง
    3. คนไทยมีรายได้สูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
    4. คนไทยมีโอกาสชำระภาษีน้อลง
  11. ภายหลังสนธิสัญญาเบาริ่งที่ไทยตกลงกับอังกฤษแล้ว ปรากฏว่าไทยมีรายได้แผ่นดินลดลงเป็นเพราะเหตุใด
    1. จีนซึ่งเป็นตลาดการค้าสำคัญของไทยเกิดสงครามกับต่างชาติ
    2. ไทยเก็บภาษีขาเข้าได้เพียงร้อยละ ๓ ของราคาสินค้าเท่านั้น
    3. ชาติตะวันตกส่งเรือมาค้าขายในจำนวนน้อยลงกว่าเดิม
    4. การค้ากับต่างชาติตกอยู่ในกำมือของชาวจีนเป็นส่วนใหญ่
  12. ข้อใดเป็นผลที่เกิดขึ้นที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ไทยได้ทำสนธิสัญญาเบาริง พ.ศ.๒๓๙๘
    1. ไทยต้องเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต และเรียกเก็บภาษีขาเข้าได้เพียงร้อบละ ๓
    2. ไทยถูกยกเลิกการค้าผูกขาดของพระคลังสินค้า
    3. ไทยได้ชื่อว่ารักษาเอกราชของชาติไว้ได้จากการยอมเสียดินแดนส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่
    4. ไทยกลายเป็นประเทศผลิตสินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดภายนอก เช่น ข้าว
  13. หลังจากไทยทำสัญญาเบาริงได้ไม่นานก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโดยส่วนรวมข้อใดที่เห็นเด่นชัดที่สุด
    1. มีการขยายพื้นที่การทำเป็นอย่างมาก และข้าวกลายเป็นสินค้าออกที่สำคัญที่สุดของไทย
    2. เกิดการขาดแคลนแรงงาน รัฐบาลจึงมีนโยบายสนับสนุนคนจีนให้เข้ามาตั้งหลักแหล่งในประเทศ
    3. คนไทยทุกภาคจะทิ้งงานหัตถกรรมหันไปซื้อสินค้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ
    4. รายได้ของรัฐบาลลดลงอย่างมากเพราะถูกจำกัดด้วยภาษีร้อยชักสาม
  14. ข้อความใดที่แสดงให้เห็นลักษณะเฉพาะทางเศรษฐกิจในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. การค้าขายกับประเทศจีน
    2. การผูกขาดการค้าโดยพระคลังสินค้า
    3. การค้าขายกับประเทศตะวันตก
    4. การประมูลผุกขาดการเก็บภาษีอากร
  15. ข้อใดที่อธิบายหน้าที่พระคลังสินค้าได้ถูกต้องที่สุด
    1. พระคลังสินค้าดูแลการค้าภายในประเทศ
    2. พระคลังสินค้าทำหน้าที่เก็บรักษาสินค้าทุกประเภท
    3. พระคลังสินค้าค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนเท่านั้น
    4. พระคลังสินค้าเท่านั้นทำหน้าที่ควบคคุมตรวจตราสินค้าออกสินค้าเข้า
  16. ข้อใดไม่ใช่อุปสรรคของชาวตะวันตกในการติดต่อการค้ากับไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์
    1. การค้าของไทยเป็นระบบผูกขาด
    2. รัฐบาลไทยไม่อนุญาตให้นำเข้าสินค้าบางประเภท
    3. การเก็บภาษีไม่เท่าเทียมกันและอัตราไม่แน่นอน
    4. รัฐบาลเลือกซื้อสินค้าก่อน ที่เหลือจึงได้นำไปขายประชาชนได้
  17. การที่สามัญชนในสมัยอยุธยาถึงต้นรัตนโกสินทร์ไม่ค่อยมีบทบาทด้านการค้าภายในประเทศเท่ากับคนจีน เพราะ
    1. คนจีนไม่ถูกควบคุมโดยระบบไพร่
    2. คนจีนขยันกว่าคนไทย
    3. คนไทยไม่นิยมทำการค้า
    4. คนไทยไม่ได้รับการสนับสนุนให้ค้าขาย
  18. รัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงครามดำเนินนโยบาย ชาตินิยมทางเศรษฐกิจ นโยบายนี้มีลักษณะอย่างไร
    1. รัฐบาลส่งเสริมให้เอกชนลงทุนด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น
    2. รัฐบาลอนุญาตให้เฉพาะประเทศประชาธิปไตยเข้ามาลงทุนในประเทสไทยได้
    3. รัฐบาลลงทุน ควบคุมและบริหารธุรกิจภายในประเทศเอง
    4. รัฐบาลออกกฏหมายห้ามคนต่างด้าวทำธุรกิจบางประเทศ
  19. การเก็บภาษีอากรโดยวิธีการประมูลผูกขาดในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องจากสาเหตุสำคัญคือ
    1. รัฐบาลต้องการรายได้ที่แน่นอน
    2. การทำสนธิสัญญาเบาริงกับอังกฤษ
    3. การทำสนธิสัญญาเบอร์นี่กับอังกฤษ
    4. การปฏิรูปการเงินการคลัง
  20. เศรษฐกิจสุโขทัยและอยุธยาแตกต่างกันอย่างไร
    1. สุโขทัยมีการค้าอย่างเสรี อยุธยามีการผุกขาดการค้า
    2. สุโขทัยมีการผลิตแบบพอยังชีพเป็นหลัก อยุธยามีการผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก
    3. สุโชทัยไม่มีการเก็บภาษีอากรใดๆ อยุธยามีการเก็บภาษีอากรหลายประเภท
    4. สุโขทัยทำการค้ากับจีนมากทีสุด อยุธยาทำการค้ากับอินเดียมากที่สุด
  21. การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจเข้าสู่แบบสมัยใหม่ของไทย เริ่มจากสนธิสัญญาฉบับใดและในรัชกาลใด
    1. เบอร์นี่ รัชกาลที่ ๓
    2. เบาริง รัชกาลที่ ๓
    3. เบาริง รัชกาลที่ ๔
    4. เบอร์นี่ รัชกาลที่ ๔
  22. ข้อใดไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงอันเป็นผลเนื่องจากสนธิสัญญาเบาริง
    1. การเลิกระบบผูกขาดการค้าและเริ่มระบบการค้าเสรี
    2. การปลดปล่อยไพร่และทาสเป้นแรงงานเสรี
    3. การขยายตัวของเศรษบกิจเงินตราและการขยายตัวของการค้ากับตะวันตก
    4. การเริ่มเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจของคนจีนและเริ่มส่งข้าวเป้นสินค้าออก
  23. ข้อใดไม่ใช่่ปัญหาของไทยในช่วงรัชกาลที่ ๔ ถึง พ.ศ.๒๔๗๕
    1. ลดประโยชน์ทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือนายทุนจำนวนน้อยที่เป็ฯชาวจีนและตะวันตก คนไทยส่วนใหญ่ยากจน
    2. การเลิกระบบไพร่และทาสทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน รัฐบาลต้องจ้างแรงงานชาวจีนมาก จนประสบปัญหาด้านการเงินและการคลัง
    3. มีความขัดแย้งทางความคิดอันนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างผู้นำของประเทศกับปัญญาชนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาแบบตะวันตก
    4. มีปัยหาทางเศรษฐกิจเพราะไร่นาเสียหายจากอุทกภัย ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และความฟุ่มเฟือยในการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน
  24. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๔ ก่อให้เกิดผลอย่างไร
    1. การปฏิรุูปที่ดินทั่วประเทศทำให้ชาวนาได้ครอบครองที่ดินเพิ่มขึ้นและมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น
    2. การพัฒนาเศรษฐกิจทั้งในเมืองและชนบททำให้การกระจายรายได้เป็นธรรมมากขึ้น ช่องว่างระหว่างชนชั้นลดลง
    3. การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้กิดการเลื่อนชั้นทางสังคมโดยอาศัยการศึกษาอย่างมาก
    4. การขยายตัวของอุตสาหกรรมทำให้ชนชั้นนายทุนเพิ่มจำนวนและมั่งคั่งขึ้น
  25. ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของกรุงศรีอยุธยา เกิดขึ้นจากเหตุผลข้อใด
    1. ส่งเสริมการเพาะปลูกข้าว
    2. กษัตริย์ส่งเสรมการค้าภายใน
    3. การค้าขายระหว่างไทย กับจีน
    4. กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองท่าที่มีความเหมาะสม
  26. ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การค้าของไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาเจริญรุ่งเรืองมาก คืออะไร
    1. มีสัมพันธภาพอันดีกับประเทศจีน
    2. ระบบ พระคลังสินค้า ที่มีประสิทธิภาพ
    3. ระบบผูกขาดทางการค้าของพระมหากษัตริย์
    4. ได้ชาวจีนที่ชำนาญทางการค้าเป้นเจ้าพนักงานการค้า
  27. วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยสมัยรัชกาลที่ ๗ มีสาเหตุสำคัญที่สุดมาจากอะไร
    1. การปฏิวัติ พ.ศ.๒๔๗๕
    2. ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
    3. ผลผลิตทางเกษตรเสียหายเพราะภัยธรรมชาติ
    4. เพราะความยุ่งยากทางการเมืองจนรัฐบาลไม่มีเวลาพอที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
  28. ระบบผูกขาดโดยพระคลังสินค้าในสมัยอยุธยาก่อให้เกิดผลสำคัญอะไร
    1. การค้ากับต่างประเทศลดปริมาณลง
    2. รัฐเอาใจใส่ควบคุมกำลังคน และจัดเก็บส่วยมากขึ้น
    3. รัฐเผชิญกับปัญหาการจัดเก็บภาษีจากท้องถิ่นต่างๆ
    4. รัฐควบคุมการผลิตเืพื่อการค้าให้เหมาะสม
  29. กิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบใดของรัฐบาลสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ไม่ปรากฏในสมัยอยุธยา
    1. เดินเรือสำเภาค้าขายกับจีน
    2. เปิดประมูลภาษีอากร
    3. ผูกขาดสินค้า
    4. งดเว้นภาษี
  30. รายได้หลักของไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้มาจากอะไร
    1. การผูกขาดโดยพระคลังสินค้า
    2. การเก็บส่วย
    3. การค้ากับต่างประเทศ
    4. การเกณฑ์แรงงานจากไพร่
  31. ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของระบบพระคลังสินค้า
    1. การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาประมูลภาษี
    2. ราษฏรกับพ่อค้าไม่สามารถติดต่อค้าขายกันได้โดยตรง
    3. การผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยรัฐ
    4. การยินยอมให้ไพร่นำผลผลิตส่วนเกินที่รัฐไม่ต้องการออกขายได้
  32. เพราะเหตุใดไทยจึงร่ำรวยจากการค้ากับต่างประเทศจนเป็นรายได้หลักของแผ่นดินนับแต่สมัยอยุธยาจนถึงตอนต้นรัตนโกสินทร์
    1. รัฐบาลมีชาวจีนช่วยในการค้า
    2. รัฐบาลผูกขาดการค้าไว้แต่ผู้เดียว
    3. รัฐบาลให้เสรีภาพในการค้าอย่างเต็มที่
    4. รัฐบาลมีสินค้าต้องห้ามสำหรับขายมาก
  33. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สาเหตุของการกำหนดสินค้าต้องห้ามในการค้ากับต่างประเทศสมัยอยุธยาตอนกลาง
    1. พระคลังสินค้าต้องการกำหนดราคาสินค้าเอง
    2. พระคลังสินค้าต้องการเป็นตัวกลางในการค้าขาย
    3. พระคลังสินค้าต้องการจำกัดการนำเข้าสินค้าประเภทอาวุธ
    4. พระคลังสินค้าต้องการเลิกจัดเรือสำเภาไปค้าขายกับต่างประเทศ
  34. ข้อใดแสดงให้เห็นชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงหลังสนธิสัญญาเบาริงจากระบบเศรษฐกิจแบบยังชีพมาเป็นเศรษฐกิจการค้า
    1. ชาวนาเลิกผลิตข้าวและสิ่งของเครื่องใช้โดยหันมาซื้อแทน
    2. ชาวนาผลิตข้าวมากขึ้นเพื่อขายแต่เพียงอย่างเดียว
    3. ชาวนาหันมาทำนาโดยใช้วิทยาการแบบตะวันตก
    4. ชาวนาเิลิกจ่ายภาษีเป็น หางข้าว แต่จ่ายเป็นเงินแทน
  35. วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของการจัดให้มีระบบเจ้าภาษีนายอากร ในรัชสมัยพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวคือข้อใด
    1. เพื่อให้มีรายได้เิพิ่มมากขึ้น
    2. เพื่อแทนที่ภาษีประเภทจังกอบ
    3. เพื่อเก็บภาษีในรูปเงินตราแทนสิ่งของ
    4. เพื่อเอกชนมาเก็บภาษีแทนเจ้าหน้าที่
  36. เหตุผลข้อใดที่ทำให้นักประวัติศาสตร์พบว่าประเทศไทยเสียเปรียบประเทศอังกฤษมากที่สุดในการทำสนธิสัญญาเบาริง
    1. การเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
    2. การไม่ระบุระยะเวลาของสัญญา
    3. การนำโลหะมีค่าและเงินตราเข้าและออกนอกประเทศได้อย่างเสรี
    4. การให้ชาวต่างชาติทำการค้าได้โดยเสรีแถบเมืองท่าชายทะเล
  37. การเก็บภาษีผ่านด่านโดยเก็บร้อยละสิบ หรือ สิบหยิบหนึ่ง เป็นวิธีการเก็บภาษีแบบใด และเกิดขึ้นในสมัยใด
    1. ส่วย สุโขทัย
    2. จังกอบ อยุธยา
    3. ฤชา ธนบุรี
    4. อากร รัตนโกสินทร์ตอนต้น
  38. ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของระบบเจ้าภาษีนายอากร
    1. การเปิดโอกาสให้เอกชนประมูลจัดเก็บภาษี
    2. การผูกขาดการจัดเก็บภาษีโดยรัฐ
    3. การจัดเก็บภาษีจากการชัดส่วนผลผลิตที่ราษฏรทำได้
    4. การจัดเก็บภาษีเป็นเงินแทนสิ่งของ
  39. ให้พิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
      • ก. การค้าของไทยเป็นรัฐแต่เพียงอย่างเดียว
      • ข. การค้าของไทยมีระบบจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อน
      • ค. การค้าของไทยจ้างชาวจีนให้ดำเนินการเป็นส่วนใหญ่
      • ง. การขยายตัวของระบบการจัดเก็บภาษีอากรแบบผูกขาด
    1. ก และ ข
    2. ก และ ค
    3. ค และ ง
    4. ก ข ค และ ง
  40. นโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร
    1. ส่งเสริมการผลิตในรูปแบบสหกรณ์
    2. สนับสนุนให้คนไทยประกอบธุรกิจมากขึ้น
    3. รัฐเข้าดำเนินการธุรกิจภายในประเทศเอง
    4. เปิดโอกาสให้เอกชนแข่งขันกันลงทุนอย่างเสรี
  41. ผลกระทบจากสนธิสัญญาเบาริงที่ทำให้เกิดการเปลี่ยวแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบันคืออะไร
    1. เกิดการปฏิรูปพระคลังสินค้า
    2. เกิดการขยายตัวของระบบเงินตรา
    3. เกิดระบบเจ้าภาษีนายอากร
    4. เกิดการปฏิรูประบบการประมูลภาษีอากร
  42. ระบบการค้าเสรีซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ เป็นการเปิดศักราชใหม่ในทางการค้าของไทย และยังก่อให้เกิดผลดีต่อไทยในเรื่องใด
    1. การลงทุนทางด้านอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
    2. ทำให้รัฐบาลไทยมีรายได้ประจำเพิ่มขึ้น
    3. อังกฤษขัดขวางฝรั่งเศสมิให้ทำรุนแรงกับไทย
    4. ทำให้เกิดตลาดแรงงานขึ้น
  43. โครงการรังสิตที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ คือโครงการเกี่ยวกับเรื่องอะไร
    1. โครงการขยายที่ดินเพื่อป้องกันน้ำท่วม
    2. โครงการขยายที่ดินเพื่อการเพาะปลูกพืชต่างๆ
    3. โครงการลงทุึนจัดสรรที่ดินของเอกชน
    4. โครงการสร้างระบบคลองชลประทาน
  44. ในสมัยสุโขทัยผลประโยชน์ส่วนใหญ่ที่เกิดจากการผลิตและจำหน่ายผลผลิตจะตกอยู่กับผู้ใด
    1. ประชาชน
    2. ผู้ผลิต
    3. พระมหากษัตริย์
    4. พ่อค้า
  45. ข้อความในข้อใดที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการผลิตในชุมชนไทยสมัยก่อน
    1. ผลิตเพื่อการค้า
    2. ผลิตเพื่อใช้อุปโภคบริโภค
    3. ผลิตเพื่อเสียภาษีและส่วย
    4. ผลิตเพื่อนำไปแลกเปลี่ยนสินค้าอื่น
  46. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของ พระคลังสินค้า
    1. เป็นผู้ส่งเรือไปค้าขายกับต่างประเทศ
    2. เป็นผู้ผูกขาดการค้ากับต่างประเทศ
    3. เป็นผู้ทำหน้าที่ติดต่อกับต่างประเทศ
    4. เป็นผู้กำหนดราคาสินค้าจากต่างประเทศ
  47. เพราะเหตุใดจอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงใช้นโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจ
    1. เพื่อกำจัดคู่แข่งทางการเมืองให้พ้นจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
    2. เพื่อเร่งพัฒนาเศรษฐกิจให้ทัดเทียมตะวันตกโดยจัดตั้งรัฐวิสาหกิจเอง
    3. เพื่อป้องกันไม่ให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสว่นใหญ่ตกอยู่ในมือชาวต่างชาติ
    4. เพื่อต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ซึ่งกำลังแพร่หลายในหมู่ชาวจีนในประเทศไทย
  48. นโยบายใหม่ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว คือเรื่องใด
    1. การอนุญาตให้ส่งข้าวออกไปขายได้
    2. การใช้ระบบเจ้าภาษีนายอากร
    3. การจัดตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์
    4. การใช้วิธีการค้าเสรีเป็นสื่อกลางในการซื้อขายสินค้า
  49. ข้อใดไม่ใช่การเปลียนแปลงทางเศรษฐกิจที่เป็นผลมาจากสนธิสัญญาเบาริง
    1. ชาวต่างชาติเข้ามามีบทบาทด้านการลงทุนมากขึ้น
    2. มีการขุดลอกคลองชลประทานเพือขยายพื้นที่ทำการเพาะปลูก
    3. มีการหลั่งไหลเข้ามาของชาวจีนเพื่อเป็นแรงงานในกิจการค้าสำเภา
    4. ไทยกลายเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดภายนอก
  50. ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไทยมีเศรษฐกิจแบบผูกขาดโดยพระคลังสินค้า ในขณะที่ประเทศชาติตะวันตกมีนโยบายเศรษฐกิจแบบใด
    1. แมเนอร์
    2. พาณิชย์นิยม
    3. เสรีนิยม
    4. สังคมนิยม

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: ประวัติศาสตร์ 2 ::

  1.  ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เหตใดชายฉกรรจ์จำเป็นต้องเป็นไพร่
      • ก. ถูกเกณฑ์แรงงานโดยทางราชการ
      • ข. เข้ารับราชการเพื่อให้มีศักดินาสูงกว่าทาส
      • ค. ต้องการที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฏหมาย
      • ง. มีสิทธิจับจองที่ดินที่ตนได้ลงแรงไว้และยังไม่มีเจ้าของ
    1. ก และ ข
    2. ก และ ค
    3. ข และ ง
    4. ค และ ง
  2. สาเหตุใดบ้างที่ทำให้โครงสร้างสังคมไทยในอดีตเป็นแบบศักดินา
      • ก. เพราะพระมหากษัตริย์อยู่ในฐานะเป็นเทวราชา
      • เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจเป็ฯแบบเกษตรกรรม
      • เพราะพระมหากษัตริย์ต้องเกณฑ์คนเข้ารับราชการในตำแหน่งสูงต่ำไม่เท่ากัน
      • เพราะขุนนางต้องการกำลังคนไว้เสริมอำนาจและรบกับข้าศึกศัตรู
    1. ก และ ข
    2. ก และ ค
    3. ข และ ค
    4. ข และ ง
  3. สถาบันที่เป็นศูนย์กลางของความศรัทธาร่วมกันและเป็ฯสถาบันที่เชื่อมประสานโครงสร้างระหว่างชนชั้นของคนไทยทั้งมวลคือสถาบันใด
    1. สถาบันกษํตริย์
    2. สถาบันสงฆ์
    3. สถาบันการปกครอง
    4. สถาบันทหาร
  4. ข้อใดเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมกำลังคนในระบบไพร่
    1. ไพร่ต้องสังกัดมูลนาย
    2. ไพร่จับจองที่ดินไม่ได้
    3. ไพร่เปลี่ยนแปลงสถานะไม่ได้
    4. ไพร่ต้องมาทำงานให้ราชการ
  5. เหตุใดรัชกาลที่ 5 จึีงทรงเลิกทาส
      • ก. เพื่อสร้างคนเข้ารับราชการ
      • เพื่อตัดทอนอำนาจเจ้าขุนมูลนาย
      • เพื่อสร้างแรงงานอิสระในภาคเกษตรกรรม
      • เพื่อสร้างสังคมที่ก้าวหน้าและทันสมัย
    1. ถูกทั้ง ก และ  ข
    2. ถูกทั้ง ข และ ค
    3. ถูกทั้ง ค และ ง
    4. ถูกทั้ง ง และ ก
  6. ผู้นำใหม่ที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 คือคนกลุ่มใด
    1. กลุ่มกองทัพประจำการติดอาวุธ
    2. กลุ่มผู้ที่ได้รับการศึกษาในระบบใหม่
    3. กลุ่มผู้นำทางด้านเศรษฐกิจ
    4. กลุ่มนักเรียนนายร้อยทหารบก
  7. คำอธิบายเกี่ยวกับมูลนาย – ไพร่ข้อใดผิด
    1. ลูกของมูลนาย แม้มีศักดินาต่ำกว่าเกณฑ์ก็ไม่ถือว่าเป็นไพร่
    2. ไพร่ไม่มีโอกาสเลื่อนฐานะทางสังคมเป็นมูลนายได้
    3. มูลนายไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน ไพร่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน
    4. มูลนายมีศักดินาสูงกว่า 400 ไร่ ส่วนไพร่ต่ำกว่า 400 ไร
  8. นายชมเคยเป็ฯไพร่ เมื่อรัชกาลที่ 5 ยกเลิกระบบไพร่ นายชมได้เรียนหนังสือ จบแล้วได้เข้ารับราชการเป็นขุนนางและมีฐานะดี การที่นายชมเปลี่ยนสถานะไปเช่นนี้ เพราะผลข้อใดเป้นสำคัญ
    1. การปฏิรูปทางสังคม
    2. การปฏิรูปการศึกษา
    3. การปฏฺิรูปการปกครอง
    4. การปฏิรูปเศรษฐกิจ
  9. ลักษณะของสังคมไทยที่ยังมีความสำคัญที่สุดในปัจจุบันคือข้อใด
    1. สตรีมีบทบาทสำคัญในสังคม
    2. ความสัมพันธ์ในระบบอุปถัมภ์
    3. การทำอะไรตามใจคือไทยแท้
    4. การอยู่ร่วมกันแบบครอบครัวใหญ่
  10. หลังจากการทำสนธิสัญญาเบาริงแล้ว เกิดผลกระทบทางสังคมอย่างไรตามมา
    1. การเลิกระบบไพร่และทาส
    2. การเกิดสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
    3. การเลืิกประเพณีหมอบคลานและถอดเสื้อ
    4. การให้เสรีภาพแก่คนไทยในการนับถือศาสนา
  11. ไพร่สมัยก่อนรัชกาลที่5 สามารถเลื่อนฐานะทางสังคมได้หลายประการยกเว้นข้อใด
    1. การบวชเรียน
    2. การเรียนหนังสือ
    3. การไปราชการสงคราม
    4. การฝากตัวกับเจ้านาย
  12. แดงเป็นลูกทาสรุ่นแรกที่ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นไท แดงเกิดปีอะไร
    1. ปีที่รัชกาลที่ 5 ประสูติ
    2. ปีทีรัชกาลที่ 5 ขึ้นครองราชย์
    3. ปีที่รัชกาลที่ 5 บรรลุนิติภาวะ
    4. ปีที่รัชกาลที่ 5 ประกาศใช้พระราชบัญญัติเกษียณอายุลูกทาสลูกไท
  13. การดำเนินการในข้อใดเป็นผลให้ระบบไพร่สิ้นสุดลง
    1. การออกพระราชบัญญัติทหารขึ้นใน พ.ศ.2413
    2. การออกพระราชบัญญัติเรียกเก็บเงินจากไพร่ใน พ.ศ.2439
    3. การประกาศพระราชบัญญัติลักษณะการเกณฑ์ทหารใน พ.ศ.2448
    4. การประกาศจัดตั้งกรมทหารหน้าโดยรับสมัครจากไพร่ พ.ศ.2423
  14. หลัง พ.ศ2500 สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยสาเหตุหลายประการ ยกเว้นข้อใด
    1. การคุกคามของลัทธิจักรวรรดินิยม
    2. การแพร่หลายของวัฒนธรรมตะวันตก
    3. การขยายตัวทางเศรษฐกิจ
    4. การขยายตัวทางการศึกษา
  15. ข้อมูลในข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
    1. มูลนายและขุุนนางมีศักดินาตั้งแต่ 400 ไร่ขึ้นไป
    2. สนธิสัญญาเบอร์นีเป็นสนธิสัญญาที่ไทยเสียเปรียบอังกฤษมาก
    3. ไทยเสียดินแดนให้ฝรั่งเศสครั้งแรกในรัชกาลที่ 4
    4. การลดเวลาเข้ารับราชการของไพร่เหลือปีละ 3 เดือนเริ่มในรัชกาลที่ 2
  16. ข้อใดไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4
    1. อนุญาตให้ราษฏรทำงานกับฝรั่งได้
    2. ให้ราษฏรถวายฏีกาได้เดือนละ 4 ครั้ง
    3. ให้ราษฏรเข้าเฝ้าในเวลาเสด็จพระราชดำเนินได้
    4. การเก็บเงินค่าราชการจากไพร่หลวงคนละ 6 บาทต่อปี
  17. เมื่อนายแดงพ้นจากความเป็นไพร่ในปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาระหลายอย่างสิ้นสุดลง ยกเว้นข้อใด
    1. หมดภาระการเข้าเวร
    2. หมดภาระการเสียส่วย
    3. หมดภาระรับใช้บ้านเมือง
    4. หมดภาระตามระบบอุปถัมภ์
  18. สาเหตุที่มีความสำคัญน้อยที่สุดที่ทำให้สังคมไทยแต่ตั้งเดิมจนถึงการเปลียนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 มีความหลากหลายของคนหลายเชื้อชาติ คิือข้อใด
    1. การถูกกวาดต้อนเข้ามา
    2. การเข้ามาเผยแผ่ศาสนา
    3. การเข้ามาทำการค้าขาย
    4. การเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร
  19. นับแต่ พ.ศ.2500 เป็นต้นมา กลุ่มใดมีบทบาทและความสำคัญเพิ่มขึ้นมาก
    1. กลุ่มเกษตรกรและกรรมกร
    2. กลุ่มข้าราชการ
    3. กลุ่มนายทุน
    4. กลุ่มปัญญาชน
  20. เมื่อเด็กหญิงอายุครบ 15 ปี ต้องใช้คำนำหน้านามว่า นางสาวแดง ข้อกำหนดนี้เริ่มในสมัยใด
    1. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    2. พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
    3. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
    4. จอมพล ป.พิบูลสงคราม
  21. นายเหมือนเป็นไพร่ของขุนชำนาญบริรักษ์ ข้อใดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้ง 2 ไม่ถูกต้อง
    1. ขุนชำนาญบริรักษ์ต้องดูแลไม่ให้ใครทำร้ายนายเหมือน
    2. ถ้าหากนายเหมือนขัดสนเงินไม่สามารถไปขอขุนชำนาญบริรักษ์ได้
    3. นายเหมือนมีหน้าที่ทำนาทั้งในที่นาของตน และที่นานของขุนชำนาญบริรักษ์
    4. เมื่อนายเหมือนมีคดีความ ขุนชำนาญบริรักษ์ต้องไปหศาลกับนายเหมือนด้วย
  22. ข้อใดนับว่าเป็นการผลิตคนเพื่อเข้ารับราชการในสมัยรัชกาลที่ 5
    1. การตั้งกรมศึกษาธิการ
    2. การออกพระราชบัญญัติราชการทหาร
    3. การปรับปรุงระเบียบบริหารงานในกรมพระสุรัสวดี
    4. การตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง
  23. เหตุผลข้อใดที่ทำให้ไพร่ต้องมีสังกัด
    1. ความคุ้มครองในเรื่องทรัพย์สิน
    2. ความคุ้มครองด้านความปลอดภัย
    3. ความรุ้มครองในเรื่องการถือครองที่ดิน
    4. ความคุ้มครองตามกฏหมาย
  24. พระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนและพระไอยการตำแหน่งนาทหารหัวเมืองที่ตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถมีจุดหมายอย่างไร
    1. ให้ทหารและพลเรือนมีหน้าที่ความรับผิดชอบตามศักดินา
    2. ให้ชายหรือหญิงมีหน้าที่ตามกฏหมายอย่างชัดเจน
    3. ให้ทุกคนมีศักดินาลดหลั่นกันไปตามหน้าที่ในสังคม
    4. ให้ทุกคนมีสิทธิในการถือครองที่นาตามศักดินาที่ได้รับ
  25. ขั้นตอนแรกของการเลิกระบบไพร่คือข้อใด
    1. การประกาศลดเงินค่าราชการ
    2. การประกาศใช้พระราชบัญญัติจ่ายเงินค่าจ้าง
    3. การประกาศใช้พระราชบัญญัติการเกณฑ์ทหาร
    4. การประกาศรับสมัครไพร่เข้าเป็นทหารในกรมทหารหน้า
  26. สังคมไทยก่อนสมัยรัชกาลที่ ๕ มีลักษณะอย่างไร
    1. ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงทาสต่างมีศักดินาตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ถึง ๕ ไร่ลดหลั่นกันไป
    2. ไพร่และทาสอยู่ภายใต้การควบคุมของพระมหากษัตริย์ เจ้านายและขุนนาง
    3. ชนชั้นไพร่และทาสเปลี่ยนแปลงฐานะไม่ได้ แต่พระมหากษัตริย์และเจ้านายสามารถเปลียนแปลงฐานะได้
    4. พ่อค้าและผุ้ที่มีความรู้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในสังคม
  27. บทบาทของพระสงฆ์นอกเหนือจากกิจการศาสนาแล้ว ยังได้ช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ หลายด้าน ยกเว้นข้อใด
    1. เป็นศูนย์กลางความสามัคคีและผู้นำของชุมชน
    2. เป้นผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้แก่คนในชุมชน
    3. ช่่วยรักษาโรคภัยและแก้ไขปัญหาให้แก่คนในชุมชน
    4. เป็นเครื่องมือของรัฐในการดูและคนในชุมชน
  28. การยกเลิกระบบไพร่ในรัชกาลที่ ๕ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างไร
    1. เจ้านายและขุนนางถูกลิดรอนอำนาจและผลประโยชน์
    2. ทำให้ไพ่ที่ถูกปลดปล่อยไม่มีงานทำ จนเป้นปัญหาทางเศรษฐกิจ
    3. พระมหากษัตริย์สูญเสียพระราชอำนาจและผลประโยชน์
    4. ไพร่ที่พ้นสังกัดพากันไปจดทะเบียนเป็นคนในบังคับของต่างชาติ
  29. การเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยหลัง พ.ศ ๒๕๐๐ เป็นผลกระทบจากปัจจียต่างๆ ต่างๆ ยกเว้นข้อใด
    1. การที่ประชาชนในเมืองใหญ่เปลี่ยนเป็นพวกวัตถุนิยม
    2. การขยายตัวของชุมขนเมืองอันเนื่องมาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรม
    3. การผุ้กพันทางการทหารกับสหรัฐอมเริกา เพื่อต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์
    4. นโยบายการขยายการศึกษาภาคบังคับและตั้งมหาวิทยาลัยภูมิภาค
  30. ข้อใดคือลักษณะสำคัญของการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาของไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕
    1. มีการจัดระบบการศึกษาที่ชัดเจนแน่นอน
    2. เป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังสามัญชน
    3. มีจุดประสงค์เพื่อผลิตบุคลากรเข้ารับราชการเป็นหลัก
    4. มีการจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบคือกระทรวงธรรมการ
  31. ข้อใดส่งผลกระทบสำคัญที่สุดต่อการยกเลิกระบบไพร่สมัยรัชกาลที่ ๕
    1. การตั้งกรมเกณฑ์หัดทหารอย่างฝรั่ง
    2. การเปิดที่ดินทำกินใหมม่เพื่อปลูกข้าวไว้ขาย
    3. การสูญเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเมื่อ ร.ศ.๑๑๒
    4. การประกาศพระราชบัญญัติตุลาการศาลรับสั่ง พ.ศ.๒๔๑๗
  32. ไพร่จะเริ่มถูกเกณฑ์แรงงานครั้งแรกเมื่อใด
    1. อายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์
    2. อายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์
    3. มีความสูงจากเท้าถึงศีรษะสามศอก
    4. มีความสูงจากเท้าถึงไหล่สองศอกคืบ
  33. สังคมไทยสมัยอยุธยาถึงกลางสมัยรัตนโกสินทร์ ใครที่กฏหมายมิได้กำหนดจำนวนศักดินา
    1. ทาส
    2. พระสงฆ์ สามเณร
    3. เจ้าภาษี นายอากร
    4. พระมหากษัตริย์
  34. ข้อใดเรียงลำดับพัฒนาการด้านวัฒนธรรมไทยได้อย่างถูกต้อง
    1. ตั้งโรงเรียน-ตั้งนามสกุล-ตั้งโรงเรียนวัดมหรรณพาราม
    2. ตั้งโรงพิมพ์-ตั้งโรงเรียนวัดมหรรณพาราม-ตั้งนามสกุล
    3. ตั้งนามสกุล-ตั้งโรงเรียนวัดมหรรณพาราม-ตั้งโรงพิมพ์
    4. ตั้งโรงเรียนวัดมหรรณพาราม-ตั้งโรงพิมพ์-ตั้งนามสกุล
  35. การรับอิทธิพลตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ ๔ – ๕ วัฒนธรรมตะวันตกที่มีผลต่อสังคมไทยอย่างรวดเร็วและมากที่สุดคืออะไร
    1. แนวความคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตย
    2. การบริหารราชการแบบกระทรวง ทบวง กรม
    3. ภาษาอังกฤษและการศึกษาแบบตะวันตก
    4. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  36. ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับมูลนาย ไพร่ไม่ถูกต้อง
    1. ไพร่แม้ทำความดีความชอบมากก็หมดโอกาสเลื่อนฐานะเป็นมูลนาย
    2. ไพร่มีศักดินาแต่กว่า ๑๐-๒๕ ไร่ ส่วนมูลนายตั้งแต่ ๕๐ ไร่ขึ้นไป
    3. ไพร่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน ส่วนมูลนายไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน
    4. มูลนายที่เป็นขุนนางต้องมีศักดินาตั้งแต่ ๔๐๐ ไร่ขึ้นไป
  37. ข้อใดเป็นผลมาจากพระราชกรณียกิจ การปฏิรูปสังคม ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. กรมศิลปากร
    2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยา
    3. พระราชบัญญัติประถมศึกษา
    4. พระราชบัญญัติลักษณะการเกณฑ์ทหาร
  38. ปัจจัยหลักที่ทำให้พระราชกรณียกิจ การแปลงสถานะไพร่ให้เป็นพลเมือง มีความสำคัญยิ่งใหญ่กว่าการเลิกทาส คือข้อใด
    1. จีนอพยพหลังไหลเข้ามาเป็นแรงงานรับจ้าง
    2. ไพร่เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศ
    3. รัฐขาดแคลนแรงงานทหารและรายได้จากภาษีอากร
    4. ทัศนะของตะวันตกถือว่าประเทศที่มีไพร่มากเป็นอนารยประเทศ
  39. การจัดการปฏิรูปการศึกษาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขาดการปลูกฝังในเรื่องใด
    1. มัธยัสถ์
    2. ชาตินิยม
    3. ระเบียบวินัย
    4. ประชาธิปไตย
  40. เมืองที่สามารถเติบโตเป็นอาราจักรได้ ต้องมีลักษณะต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด
    1. อยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำ
    2. มีประชากรจำนวนมาก
    3. มีแนวภูเขาล้อมรอบ
    4. เป็นที่ตั้งของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์
  41. ทุกข้อต่อไปนี้เป็นพระราโชบายในการดำเนินการกับ ผู้พึ่งพระบรมโพธิสมภาร ยกเว้นข้อใด
    1. พยายามแบ่งแยกเขตที่อยู่อาศัยของคนต่างถิ่นออกเป็นย่านๆ
    2. พยายามผูกใจคนต่างแดนด้วยการพระราชทานตำแหน่ง ยศศักดิ์ ให้แก่ผู้ทำประโยชน์ใด้
    3. นโยบายควบคุมอำนาจคนต่างถิ่น เช่น การปราบอั้งยี่ชาวจีน
    4. นโยบายผสมกลมกลืนคนต่างถิ่นให้เป็นทองแผ่นเดียวกับคนไทยด้วยวิธีการทำสงคราม
  42. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดระเบียบทางสังคมสมัยใหม่
    1. เกิดกลุ่มคน ๔ กลุ่ม คือนายทุน ข้าราชการ ปัญญาชน ชาวไร่ชาวนานกรรมกร
    2. กรรมกรกลุ่มแรกในสังคมไทย คือชาวไร่ชาวนา
    3. การเลื่อนฐานะขึ้นลงได้ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาและความมั่งคั่งร่ำรวย
    4. เกิดความสัมพันธ์ในระบบธุรกิจแบบใหม่ แต่ยังคงมีอิทธิพลหลงเหลือของระบบอุปถัมภ์และระบบเครือญาติ
  43. ข้อใดไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมสมัยจอมพล ป.พิบุลสงคราม
    1. เลิกกินหมากพลู
    2. เลิกใช้ตำราภาษาต่างประเทศ
    3. เลิกบ่อนเบี้ย
    4. เลิกใช้คำราชทินนาม
  44. ข้อใดไม่สัมพันธ์กัน
    1. ยกเลิกราษฏรไทยไม่ต้องหมอบคลานเวลาเข้าเฝ้า-รัชกาลที่ ๔
    2. ปลุกฝังแนวคิดชาตินิยมในสังคมไทย - รัชกาลที่ ๖
    3. ให้สตรีไว้ผมยาว แต่งตัวตามแบบตะวันตก- รัชกาลที่ ๖
    4. ให้ข้าราชสวมเสื้อเข้าเฝ้า-รัชกาลที่ ๔
  45. ในขณะที่สมัยอยุธยามีระบบศักดินาเกิดขึ้น อยากทราบว่าในขณะนั้นชาวตะวันตกดำเนินนโยบายทางการเมืองแบบใด
      • ก.ฟัิวตัล
      • ข.แม์นเนอร์
      • ค.พาณิชยนิยม
      • ง. สมบูรณาญาสิทธิราช
      • จ.ประชาธิปไตย
    1. ก ข
    2. ก ข ค
    3. ก ข ค ง จ
  46. กลุ่มคำต่อไปนี้ กลุ่มใดเป็นรายได้ของรัฐมาตั้งแต่โบราณจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์
    1. ส่วย การค้าสำเภา ภาษีผลผลิต ฤชา
    2. จังกอบ อากรค่านา เบี้ยหวัด เครื่องราชบรรณาการ
    3. แรงงานไพร่ เงินค่าราชการ ภาษีปากเรือ เงินปี
    4. ส่วย จังกอบ ฤชา ภาษีเงินได้
  47. เสด็จขึ้นครองราชย์ในเวลาที่สยามยังล้าหลังที่สุด ไม่มีแม้แต่ระบบเศรษฐกิจที่แท้จริง พระองค์สามารถสร้างประเทศให้ทันสมัยโดยมิได้ทำให้ราฏษรเป้นหนี้และเพิ่มภาษีแต่อย่างใดเลย คำกล่าวนี้บอกให้ทราบถึงสภาวะเศรษฐกิจของสมัยใด มีเหตุผลอย่างไร
    1. รัชกาลที่ ๔ เพราะทรงใช้ระบบการค้าเสรีแทนระบบพระคลังสินค้าที่ล้าสมัย
    2. รัชกาลที่ ๔ เพราะทรงอนุญาตให้ส่งข้าวเป้นสินค้าออกได้เป็นครั้งแรกทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
    3. รัชกาลที่ ๕ เพราะทรงจัดระบบการเก็บภาษีอากรวางระเบียบการเงินการพาณิชย์แบบใหม่ได้ผลสำเร็จ
    4. รัชกาลที่ ๕ เพราะทรงเลิกระบบการเกณฑ์แรงงานทำให้ราษฏรมีโอกาสหารายได้เพิ่มมากขึ้น
  48. ในประวัติศาสตร์ไทยไม่เคยเสียเอกราชของชาติแต่เราเสียเอกราชทางการศาล ข้อใดอธิบายความที่ขีดเส้นใต้ได้ถูกต้องที่สุด
    1. ไทยต้องยอมให้สิทธิแก่ศาลกงสุลซึ่งจะเป็นผู้คุ้มครองและชำระความคนไทยตามสนธิสัญญา
    2. ศาลไทยสูญเสียสิทธิในการพิจารณาพิพากษาคดีชาวต่างประเทศที่อยู่นอกราชอาณาจักร
    3. ศาลไทยสูญเสียอำนาจในการพิจารณาพิพากาษาคดีชาวต่างประเทศและคนไทยในบังคับของเขาให้กับศาลกงสุล
    4. ศาลไทยอยู่ใต้อำนาจศาลกงสุล จะพิจารณาคดีใดจะต้องได้รับอนุญาตจากศาสลกงสุลทุกคราวไป
  49. เหตุใดพระคลังสินค้าในสมั้ยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงถูกยกเลิกลงอย่างสิ้นเชิง
    1. เพราะทำการค้าขาดทุนเกินกว่าจะดำเนินการต่อไปได้
    2. เพราะรัฐบาลเห็นว่าควรยกเลิกนโยบายผูกขาดการค้ากับต่างประเทศ
    3. เพราะรัฐบาลต้องการส่งเสริมให้มีการค้าขาอย่างเสรี
    4. เพราะผลของสัญญาเบาริงที่ไทยได้ตกลงกับอังกฤษ
  50. ทำไมร่างเค้าโครงเศรษฐกิจ พ.ศ.๒๔๗๕ จีงไม่มีการประกาศใช้
    1. เพราะถูกหาว่ามีแนวโน้มเป็นสังคมนิยมแบบคอมมิวนิสต์
    2. เพราะมุ่งปฏิวัติการกสิกรรมมกกว่าการอุตสาหกรรม จึงผิดเป้าหมายของคณะเปลี่ยนแปลงการปกครอง
    3. เพราะจะเป็นสาเหตุแห่งการแตกแยก
    4. เพราะแพ้คะแนนเสียงในคณะรัฐมนตรี

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: เอกสารประกอบการเรียน ร.3 ::

รัชกาลที่ 3 มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าทับ”  ได้เสด็จขึ้นเสวยราชย์สมบัติเป็นรัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงกำกับราชการกรมท่า มีความสามารถด้านการค้าขาย ของกรมพระคลังสินค้าซึ่งทำรายได้ ให้กับประเทศอย่างมาก จนมีชื่อเรียกพระองค์ว่า “เจ้าสัว”

การเมืองการปกครองสมัยรัชกาลที่ 3

การจัดการปกครองส่วนกลาง หรือ การปกครองในราชธานี

  • สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ( พระปิตุลา ) ดำรงตำแหน่ง กรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)
  • อัครมหาเสนาบดีได้แก่ สมุหกลาโหมและสมุหนายก
  • โปรดฯ ให้ เจ้าพระยายมราช  ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระนครบาล    เจ้าพระยาธรรมา   ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระธรรมาธิกรณ์   เจ้าพระยาพระคลัง ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลัง และเจ้าพระยาพลเทพ  ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระเกษตราธิการ

การปกครองส่วนภูมิภาค หรือ การปกครองหัวเมือง
แบ่งออกเป็น การปกครองหัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก หัวเมืองประเทศราช เมืองประเทศราช ได้แก่ ล้านนา (เชียงใหม่) ลาว (ล้านช้าง) กัมพูชา (เขมร) และหัวเมืองมลายู

ด้านเศรษฐกิจ
การปรับปรุงภาษีอากร   เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินในราชการแผ่นดินมากเพราะเกิดสงครามระหว่างไทยกับญวนซึ่งรบกัน อย่างยืดเยื้อเป็นเวลานานถึง 14 ปีเศษ นอกจากนี้ยังต้องใช้จ่ายในการปฏิสังขรณ์วัดวาอารามอีกมาก จึงมีการปรับปรุง การเก็บภาษีอากรดังนี้
1 . แก้ไขวิธีการเก็บภาษีอากร เช่น อากรค่านา
2 . ตั้งภาษีอากรขึ้นใหม่อีก 38 ประเภท เช่น บ่อนเบี้ยจีน หวย
3 . กำเนิดระบบเจ้าภาษีนายอากร ใครประมูลได้ จะได้ชื่อว่า “เจ้าภาษี” หรือ “นายอากร” เจ้าภาษีนายอากรส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ระบบเจ้าภาษีนายอากรนี้ยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 5
4 . มีการยกเลิกภาษีบางชนิด เช่น ภาษีฝิ่น อากรค่าน้ำ

การค้าขายกับต่างประเทศ
ส่วนใหญ่ทำการค้ากับจีน และค้าขายกับหัวเมืองมลายู พ่อค้าจีนในกรุงเทพฯ ได้ส่งสำเภาไปค้าขายถึงสิงคโปร์และเกาะหมาก การเปลี่ยนแปลงทางการค้าในสมัยรัชกาลที่ 3 มีดังนี้
1. การค้าโดยการแต่งสำเภาหลวงออกไปค้าขายลดน้อยลง
2. ผ่อนคลายการค้าแบบผูกขาดและยกเลิกประเพณีการค้าขายของทางราชการบางประการ อันเนื่องมาจาก
การทำสนธิสัญญาเบอร์นี่กับอังกฤษ
3. เรือสินค้าเริ่มเปลี่ยนจากเรือสำเภามาเป็นเรือกำปั่นใบ

ด้านศาสนา
1 . การสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม ในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นยุคของการสร้างและปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่าง ๆ อย่างมาก นับว่าเป็นสมัยที่ พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก วัดที่สำคัญได้แก่ วัดราชโอรสาราม ถือว่าเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 3
2. “โลหะปราสาท” ขึ้นแทนพระเจดีย์ เพื่อให้พระสงฆ์ได้มีที่สงบเสงี่ยมสำหรับบำเพ็ญสมาธิ ในวัดนี้
3. โปรด ฯ ให้หล่อพระพุทธรูปยืนสองพระองค์ทรงเครื่องกษัตริย์ไทย ประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

  • องค์ที่ 1 สร้างถวายพระอัยกา ( รัชกาลที่ 1 ) ทรงถวายนามพระพุทธรูปนี้ว่า พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
  • องค์ที่ 2 สร้างถวายพระบรมชนกนาถ ( รัชกาลที่ 2 ) ทรงถวายนามพระพุทธรูปนี้ว่า พระพุทธเลิศหล้านภาลัย

อารยธรรมตะวันตก

วัฒนธรรมตะวันตก ได้เริ่มเผยแผ่เข้ามามีอิทธิพลในอาณาจักรรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 นอกจากชาวยุโรปที่เข้ามาค้าขายและเผยแผ่คริสตศาสนาแล้วยังมีมิชชันนารีชาวอเมิริกันก็เข้ามาเผยแผ่คริสตศาสนาด้วย ซึ่งได้ประโยชน์จากการถ่ายทอดด้านวิชาการ เทคโนโลยี่สมัยใหม่ หลายประการ อาทิ ด้านการพิมพ์ การแพทย์ การศึกษา การต่อเรือ เครื่องจักรกล การทหาร วิชาดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์

ด้านกวีและวรรณกรรม

คุณพุ่ม เป็นกวีหญิงคนแรกของไทย เป็นนักโต้สักวา ชอบโต้สักวาเรื่องอิเหนา โดยคุณพุ่มเป็นฝ่ายบุษบา ด้วยเหตุที่คุณพุ่มมีบ้านอยู่บนแพริมน้ำมีความเชี่ยวชาญ ในการบอกบทสักวา จนได้รับสมญาว่า “บุษบาท่าเรือจ้าง”

ด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

  1. ลาวกับไทย  ตอนปลายสมัยรัชกาลที่ 2 เจ้าอนุวงศ์ แห่งนครเวียงจันทน์ มีอำนาจ  เจ้าอนุวงศ์จึงคิดกบฏต่อไทยโดยยกทัพมากวาดต้อนผู้คนที่เมืองนครราชสีมาและสระบุรี รัชกาลที่ 3 โปรดฯให้พระยาราชสุภาวดี ( เจ้าพระยาบดินทรเดชา ) ยกทัพไปปราบศึกครั้งนี้  เจ้าอนุวงศ์สู้ไม่ได้จึงหนีไปพึ่งญวน ทำให้ไทยกับญวนต้องหมองหมางกัน สงครามระหว่างไทยกับลาว ในครั้งนี้ได้กำเนิดวีรสตรีของไทยขึ้นคือ ท้าวสุรนารี (คุณหญิงโม)
  2. พม่ากับไทย  ในสมัยรัชกาลที่ 3 ชาวเมืองมณีปุระเป็นกบฏ พม่าต้องจัดการปราบ พวกกบฏหนีเข้าไปในแคว้น อัสสัมของอินเดียซึ่งอยุ่ในความดูแลของอังกฤษ จึงเกิดสงครามระหว่างพม่ากับอังกฤษ การรบทางบกอังกฤษสู้พม่าไม่ได้เพราะพม่าชำนาญภูมิประเทศมากกว่า อังกฤษจึงเปลี่ยนมารบทางเรือ เวอร์ อาร์ชิเบลด์ แคมป์เบล แม่ทัพเรือของอังกฤษ ทำการรบทางอ่าวเบงกอลและอ่าวเมาะตะมะ ยึดหัวเมืองชายทะเลได้เป็นจำนวนมาก แต่มีปัญหาเรื่องเสบียงอาหารและพาหนะจึงชวนไทยช่วยรบพม่า โดยให้ร้อยเอกเฮนรี เบอร์นี่ เป็นทูตเข้ามารัชกาลที่ 3 โปรดให้ เจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรีย ) คุมทัพบกไปช่วยรบทางด่านเจดีย์สามองค์ ให้พระยาชุมพร (ซุย) คุมทัพเรือไปช่วยรบทางเมืองมะริดและเมืองทวาย แต่ไทยกับอังกฤษมีเรื่องขัดแย้งกัน ทางเมืองหลวงจึงเรียกทัพกลับหมด  อังกฤษไม่ละความพยายาม เข้ามาชวนไทยรบอีก โดยสัญญาว่าจะแบ่งดินแดนของพม่าทางด้านอ่าวเบงกอลให้ ไทยได้ช่วยอังกฤษอีก เมื่ออังกฤษชนะสงครามไทยได้ขอดินแดนจากอังกฤษแต่อังกฤษบ่ายเบี่ยงบอกว่ายังไม่สิ้นสุดสงคราม ไทยไม่พอใจจึงระงับการช่วยอังกฤษและยกทัพกลับ  ในปี พ.ศ. 2393 การตีเมืองเชียงตุง เนื่องจากพม่าแพ้สงครามต่ออังกฤษ ต้องเสียค่าปรับมากมาย จึงบังคับเอาเงินจากเมืองขึ้นไปช่วย เชียงตุงเป็นเมืองขึ้นของพม่าต้องไปบังคับเอาจากเมืองเชียงรุ้ง ชาวเมืองเชียงรุ้งเดือดร้อนจึงก่อการกบฏมาขอสวามิภักดิ์ต่อไทย รัชกาลที่ 3 ทรงรับไว้แล้วโปรดให้จัดทัพไปตีเมืองเชียงตุง แต่ไม่สำเร็จเพราะเจ้านายเมืองเหนือไม่ปรองดองกันและรัชกาลที่ 3 ก็ประชวรด้วย

ผลดีที่ไทยได้ช่วยเหลืออังกฤษรบกับพม่า

1. ไทยกับอังกฤษได้เป็นไมตรีต่อกัน
2. พม่าไม่มีโอกาสมารบกวนไทยอีก
3. ไทยได้มีโอกาสจัดการรบกับเขมรและญวน
4. ยุติปัญหาเรื่องเมืองไทรบุรี โดยตกลงว่าไทยจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหัวเมืองมลายูของอังกฤษและอังกฤษจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเมืองไทรบุรีของไทย

อังกฤษกับไทย ในสมัยรัชกาลที่ 3 อังกฤษต้องการให้ไทยช่วยรบกับพม่า ลอร์ด แอมเฮอสต์ ผู้สำเร็จราชการประจำอินเดียของอังกฤษ ได้ส่งร้อยเอกเฮนรี เบอร์นี่ Captian Henry Burney ซึ่งคนไทยในสมัยนั้นเรียก “กะปิตัน หันตรี บารนี” เป็นทูตเข้ามาเจรจากับไทย โดยมีความต้องการ 4 ประการคือ

  1. เพื่อพยายามรักษาสัมพันธไมตรี อย่าให้ไทยเป็นอริกับอังกฤษได้
  2. เพื่อขอกำลังจากไทยไปช่วยอังกฤษรบกับพม่า
  3. เพื่อชักชวนให้ไทยยอมทำสัญญาการค้ากับอังกฤษ
  4. เพื่อทำความตกลงกันในปัญหาเมืองไทรบุรีและหัวเมืองมลายู

เมื่อไทยกับอังกฤษตกลงกันได้จึงทำสัญญาต่อกันนับเป็นสัญญาโดยสมบูรณ์ฉบับแรกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีชื่อเรียกว่า “สัญญาเบอร์นี่” มีภาษากำกับถึง 4 ภาษาคือภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาโปรตุเกสและภาษามลายู ลงวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2369 มีสาระสำคัญดังนี้

“ไทยกับอังกฤษจะมีไมตรีต่อกัน จะไม่คิดร้ายต่อกัน จะไม่แย่งชิงเอาบ้านหรือดินแดนซึ่งกันและกัน ถ้ามีคดีเกิดขึ้นภายในอาณาเขตประเทศไทยก็ให้ไทยตัดสินตามใจไทยตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ทั้งสองฝ่ายจะอำนวยความสะดวกในการค้าต่อกันเป็นอันดี จะอนุญาตให้พ่อค้าของอีกฝ่ายหนึ่งเข้าไปตั้งหรือเช่าบ้านเรือนโรงสินค้าและร้านค้าได้ แต่คนของอีกฝ่ายหนึ่งที่เข้าไปอยู่ในอาณาเขตของอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายของอาณาเขตนั้นทุกประการ”

สัญญาที่เกี่ยวกับการค้ามีสาระดังนี้

  1.  เรือของชาวอังกฤษหรือชาวเอเชียในบังคับอังกฤษที่เข้ามาค้าขายในกรุงเทพ ฯ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยทุกประการ จะซื้อข้าวสารหรือข้าวเปลือกออกนอกประเทศไม่ได้
  2. ถ้าเรือนั้นนำอาวุธปืน กระสุนปืนหรือดินดำเข้ามาจะต้องขายให้รัฐบาลเท่านั้นถ้ารัฐบาลไม่ต้องการต้องนำออกไป
  3. นอกจากข้าวและอาวุธยุทธภัณฑ์แล้ว อนุญาตให้พ่อค้าอังกฤษกับพ่อค้าไทยซื้อขายกันได้โดยสะดวกเสรี
  4. เรือที่นำสินค้าเข้ามาขายในเมืองไทยนั้น จะต้องเสียภาษีเบิกร่องหรือค่าปากเรือ ในอัตราวาละ 1,700 บาท ถ้ามิได้บรรทุกสินค้ามาจะเสียในอัตราวาละ 1,500 บาท ทั้งนี้ไม่ต้องเสียภาษีขาเข้าขาออกอีก
  5. พ่อค้าอังกฤษ จะเป็นชาวยุโรปก็ดี หรือชาวเอเชียก็ดีตลอดจนผู้บังคับการเรือ นายเรือ ลูกเรือที่เข้ามาค้าขายในเมืองไทยนั้นจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยทุกประการ ถ้าหากมีการกระทำผิดขึ้น ก็ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตัดสินลงโทษได้ ในกรณีฆาตกรรมโดยเจตนา ผู้กระทำผิดจะต้องถูกประหารชีวิต โทษอย่างอื่นถ้าเป็นความผิดก็ให้ปรับ โบยหรือจำคุกตามกฎหมายไทย

ในตอนปลายรัชกาลที่ 3 อังกฤษได้ส่ง เซอร์ เจมส์ บรุค เข้ามาขอแก้ไขสัญญาการค้าที่เฮนรี เบอร์นี่ได้ทำไว้แต่ไม่เป็นผลสำเร็จพอดีเปลี่ยนรัชกาลเสียก่อน

3.  อเมริกากับไทย  ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาได้มีขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2376 โดยประธานาธิบดี แอนดรูว์ แจ๊คสัน ได้ส่ง เอ็ดมันด์ โรเบอร์ต Edmund Roberts คนไทยเรียก “เอมินราบัด” เป็นทูตเข้ามาทำสัญญาการค้ากับไทย ทำนองเดียวกับอังกฤษที่ เฮนรี เบอร์นี่ ทำไว้ เนื่องจากสัญญาฉบับดังกล่าว ไม่สู้จะเกิดประโยชน์ต่อพ่อค้าชาวอังกฤษและอเมริกันมากนัก ดังนั้นในปี พ.ศ. 2393 อเมริกัน ได้ส่ง โยเซฟ บัลเลสเตียร์ Joseph Balestier เข้ามาขอแก้ไขสนธิสัญญา ที่ทำไว้ เมื่อ ปี พ.ศ. 2375 แต่เนื่องจาก โยเซฟ บัลเลสเตียร์ Joseph Balestier ไม่เข้าใจขนบธรรมเนียมไทย พูดจากร้าวร้าว จึ่งไม่สามารถแก้ไขสนธิสัญญาได้

วัฒนธรรมตะวันตก ด้านการพิมพ์ การแพทย์ การศึกษา การต่อเรือ เครื่องจักรกล การทหาร วิชาดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์

  • ด้านการพิมพ์  เรื่องราวต่าง ๆ ในสมัยก่อน ที่จะมีการพิมพ์ ได้มีการบันทึกไว้บนใบลาน ที่เรียกว่า การจาร โดยใช้เหล็กแหลมเขียน หรือมีการบันทึกไว้ใน สมุดข่อย หรือ สมุดไทย สาเหตุที่เรียกสมุดข่อยเพราะสมุดทำมาจากเปลือกข่อย หรือที่เรียกว่าสมุดไทย เพราะ เลียนแบบสมุดฝรั่ง การจาร ส่วนใหญ่จะจารเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา คัมภีร์พระไตรปิฎก ส่วนสมุดไทย (สมุดข่อย) ใช้เขียนบันทึกเกี่ยวกับ ตำรา จดมายเหตุ กาพย์กลอน แบ่งออกเป็นสองชนิด ฉบับหลวง และ ฉบับราษฎร์หรือฉบับเชลยศักดิ์ ลักษณะของสมุดมีสามขนาด อย่างดีที่สุด กระดาษหนา ขัดเกลี้ยง เรียกว่า สมุดทรง ขนาดกลาง เรียกว่า สมุดรองทรง และขนาดเล็กเรียกว่า สมุดร่าง ลักษณะของสมุดไทยนี้ เป็นกระดาษแผ่นยาวแผ่นเดียวพับกลับไปกลับมาเป็นชั้น ๆ ชั้นหนึ่งชั้นเรียก เผนิก   ผู้ริเริ่มการพิมพ์หนังสือในประเทศไทย เป็นชาวอังกฤษ ชื่อ ร้อยเอกเจมส์โลว์ โดยรัฐบาลอังกฤษ ที่อินเดีย ได้ส่งยอห์น คอรว์เฟิด เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 แต่ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะไม่เข้าใจภาษากัน ผู้สำเร็จราชการอังกฤษที่ประจำอยู่มีอินเดีย ได้ส่ง เจมส์โลว์ ผู้ซึ่งเห็นความสำคัญของภาษาไทย ได้เริ่มศึกษาเรียนรู้ ภาษาไทย และหล่อตัวหนังสือไทยขึ้นที่ เมือง เบงกอล เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2371 แล้วส่งไปใช้ในราชการที่สิงคโปร์ จากนั้นได้ใช้พิมพ์แบบเรียนไวยากรไทย สำหรับให้ข้าราชการอังกฤษได้ศึกษา นับเป็นหนังสือภาษาไทยเล่มแรกในโลก แต่ หลักฐานการพิมพ์ของคณะบัปติสต์ กล่าวว่า แอดดอไนราม จัดสัน Adoniram Judson หรือ หมอจัดสัน เป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเรียนภาษาไทยกับคนไทย ที่ถูกจับไปเป็นเชลยคราวเสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2310 ในประเทศพม่า จากนั้นได้แปลคัมภีร์เป็นภาษาไทย โดยสร้างแท่นพิมพ์ขึ้นแล้วส่งไปหล่อตัวพิมพ์ที่ เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. 2362 แล้วได้พิมพ์คัมภีร์เป็นภาษาไทย ออกแจกจ่ายคนไทยในประเทศพม่า ต่อมาได้ส่งแท่นพิมพ์ให้กับคณะบัปติสต์ ที่ประจำอยู่ ณ สิงคโปร์ ต่อมาหมอบรัดเลย์ ได้ซื้อแท่นพิมพ์จากสิงโปร์ นำมายังกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2378   ฉะนั้นการสร้างแท่นพิมพ์และประดิษฐ์อักษรไทยนั้นจึงสมควรเป็นของหมอจัดสันและร้อยเอกเจมส์โลว์ ร่วมกัน การพิมพ์ส่วนใหญ่เป็นหลักคำสอนทางศาสนามีการพิมพ์หนังสือทางราชการครั้งแรก เมื่อ 27 เมษายน 2382 โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯให้จ้างโรงพิมพ์ของหมอบรัดเลย์ พิมพ์ประกาศห้ามสูบฝิ่น เป็นใบปลิวจำนวน 9,000 ฉบับ   ต่อมาหมอบรัดเลย์ได้พิมพ์ ปฏิทินภาษาไทยขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ 12 มกราคม พ.ศ. 2385 ทำให้คนไทยทราบ วันเดือนปีทางสุริยคติ นอกจากนี้หมอบรัดเลย์ยังพิมพ์หนังสือแถลงข่าวขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทยอีกด้วย โดยใช้ชื่อว่า บางกอกรีคอเดอร์ Bangkok Recorder โดยพิมพ์ออกเป็นรายปักษ์ พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2387
  • ด้านการแพทย์ พวกมิชชันนารี เริ่มกิจการด้านสาธารณสุขและการแพทย์ ณ ที่พักริมน้ำวัดเกาะตอนสำเพ็ง และขยายกิจการออกไปตามหัวเมือง โดยจัดตั้งโอสถศาลาและสุขศาลาหลายแห่ง เพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บและจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ทำให้คนไทยรู้จักยาแผนปัจจุบันเป็นครั้งแรกการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ เริ่มมีครั้งแรกในรัชกาลที่ 3 นี้ โดยหมอบรัดเลย์ Dr. Dan Beach Bradley เป็นผู้นำเข้ามาเผยแพร่ มีการปลูกฝีในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2379 รัชกาลที่ 3 ทราบความดังกล่าวจึงให้หมอหลวง มาฝึกหัดปลูกฝี กับหมอบรัดเลย์ และพระราชทานรางวัลให้กับหมอบรัดเลย์และหมอหลวงทีมาฝึกหัดปลูกฝี ในครั้งนั้น คนละ 400 บาท ถึง 200 บาท ตามลำดับหมอใหญ่และเล็ก การผ่าตัด วิธการผ่าตัดตามวิธีศัลยกรรมของแพทย์แผนปัจจุบัน เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 31 มกราคม พ.ศ. 2380 เหตุเกิดจากไฟพะเนียงระเบิด ในงานฉลองวัดประยูรวงศ์ฯ ถูกผู้คนตายไปหลายคน ในจำนวนนี้มีะพระภิกษุได้รับบาดเจ็บ แขนกระดูกแตก หมอบรัดเลย์ ได้ช่วยชีวิตไว้โดยการตัดแขนข้างที่แตกออก ในที่เกิดเหตุนั้น ทำให้คนไทยได้ความรู้ใหม่ว่า แพทย์สามารถผ่าตัดร่างกายของมนุษย์ที่มีชีวิตได   การผ่าตัดโดยใช้ยาสลบ ช่วยไม่ให้คนรู้สึกเจ็บปวด ริเริ่มโดย หมอเฮาส์ Dr. Samuel R. House เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2390 เหตุเกิดจากหญิงชรา คนหนึ่งอายุ 84 ปี ถูกไม้ไผ่ตำหักคาอยู่ ไม่สามารถดึงออกได้ หมอเฮาส์ใช้อีเทอร์ให้คนไข้สูดดมเป็นยาสลบ เพื่อช่วยในการผ่าตัดในครั้งนี้ ปรากฎว่าได้ผลดี นอกจากนี้พวกมิชชันนารียังได้นำวิธีการฉีดยา มาใช้เป็นครั้งแรก ในประเทศไทย
  • ด้านการศึกษา  มิชชันนารีชาวอเมริกันชื่อ เจสซี คาสแวล Jesse Caswell คนไทยเรียกหมอกัศแวน ได้สอนภาษาอังกฤษให้กับเจ้าฟ้ามงกุฎ ซึ่งขณะนั้นได้ผนวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร จนสามารถมารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างแตกฉานสารถเขียนและพูดได้เป็นอย่างดีนับว่าเป็นคนไทยคนแรกที่เรียนรู้และพูดภาษาอังกฤษได้ นอกจากเจ้าฟ้ามงกุฎที่เรียนภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท หลวงนายสิทธิ์ (ช่วง บุนนาค) ที่เรียนภาษษอังกฤษ แต่ส่วนใหญ่มักสนใจศึกษาวิชาเฉพาะทาง
  • ด้านการต่อเรือ การทหารเรือ เครื่องจักรกล เจ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ทรงสนพระทัยทางด้านดาราศาสตร์การเดินเรือและวิชาช่างกล จนสามารถตั้งโรงเครื่องจักรและต่อเรือกลไฟได้ หลวงนายสิทธิ์ (ช่วงบุนนาค) ได้ศึกษาการต่อเรือกำปั่นใบแบบฝรั่ง สามารถใช้การได้เป็นอย่างดี เรือลำแรกต่อได้สำเร็จในเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2378 เป็นสาเหตุที่ทำให้ เรือสำเภาแบบจีนไม่มีผู้นิยมหันมาใช้เรือกำปั่นใบแทนนายโหมด อมาตยกุล (พระยากระษาปนกิจโกศล) ศึกษาเครื่องจักรกลและวิธีผสมธาตุ จนสามารถผลิตเครื่องมือกลึงเกลียวได้เองและยังฝึกการถ่ายรูปอีกด้วย บุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการถ่ายทอดวิชาเครื่องจักรกล ก็คือ นายยอนฮัตเสต ชันดเลอร์ คนไทยนิยมเรียก หมอจันดเล ซึ่งได้ช่วยเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ต่อเรือกลไฟแล่นในลำน้ำเจ้าพระยาได้เป็นลำแรก
  • วิชาดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ หมอเฮาส์ ได้สอนวิชาดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ให้เจ้าฟ้ามงกุฎ ทำให้พระองค์เข้าใจด้านดาราศาสตร์ได้เป็นอย่างดี คนไทยได้ความรู้ด้าน ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สัณฐานของโลก การหมุนของโลก ความสัมพันธ์ของโลกกับดวงจันทร์ การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง จันทรุปราคา สุริยุปราคา ความกดอากาศ บารอมิเตอร์ แม่เหล็กไฟฟ้า ตลอดจนด้านชีววิทยาและสรีระวิทยา

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ปฏิรูปประเทศ ::

1.              พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงริเริ่มการปรับปรุงประเทศให้ทันสมัยให้มากขึ้น ทั้งนี้เพราะอิทธิพลของสิ่งใด

ก.      อิทธิพลของระบบการศึกษา

ข.      อิทธิพลของสนธิสัญญาเบาริง

ค.      อิทธิพลของระบบการปกครอง

ง.       อิทธิพลของอารยธรรมตะวันตก

2.              เพราะเหตุใดพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงเปิดประตูการค้ากับชาติตะวันตก

ก.      เพื่อประโยชน์ที่ไทยจะได้รับ

ข.      อังกฤษส่งทูตมาขอทำสัญญาการค้า

ค.      เห็นเพื่อนบ้านต่างก็ค้ากับชาติตะวันตก

ง.       ไทยถูกบีบบังคับโดยกองทหารต่างชาติ

3.              ข้อใดคือมาตรการสุดท้ายในการรักษาเอกราชของไทยไว้

ก.      ยอมเสียเอกราชทางการศาล

ข.      ยอมเสียดินแนดบางส่วนไป

ค.      ยอมทำสนธิสัญญาที่เสียเปรียบ

ง.       ยอมให้ต่างชาติยึดดินแดนใว้เป็นประกัน

4.              ไทยเริ่มมีการค้าขายแบบเสรีเมื่อใด

ก.      หลังสงครามโลกครั้งที่ 1

ข.      หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ค.      หลังการทำสนธิสัญญาเบาริง

ง.       หลังจากที่ไทยต้องเสียดินแดนให้แก่อังกฤษและฝรั่งเศส

5.              หลังการทำสนธิสัญญาเบาริงแล้ว สินค้าส่งออกที่มีมูลค่ามากที่สุดคืออะไร

ก.      ข้าว

ข.      ดีบุก

ค.      ไม้สัก

ง.       ยางพารา

6.              ตามสนธิสัญญาเบาริง ข้อใดจัดเป็นการเสียเปรียบอย่างใหญ่หลวงต่อไทย

ก.      การที่ไทยต้องยกเลิกภาษีปากเรือ

ข.      การที่ไทยต้องยกเลิกพระคลังสินค้า

ค.      การที่ไทยต้องเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต

ง.       การที่ชาติตะวันตกเข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ได้

  • 7.              ไทยเริ่มเสียดินแดนให้ชาติตะวันตกในสมัยใด

ก.      รัชกาลที่ 1

ข.      รัชกาลที่ 2

ค.      รัชกาลที่ 3

ง.       รัชกาลที่ 4

8.              การสูญเสียดินแดนในครั้งใดที่กล่าวว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด

ก.      การสูญเสียเขมรส่วนใน

ข.      การสูญเสียแคว้นสิบสองจุไท

ค.      การสูญเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง

ง.       การสูญเสียไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู ปะลิส

9.              ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ไทยต้องยอมเสียดินแดนให้แก่ชาติตะวันตกเป็นจำนวนมากในสมัยรัชกาลที่ 5

ก.      ต้องการเป็นมิตรกับชาติตะวันตก

ข.      ไม่มีกำลังพอจะดูแลดินแดนเหล่านั้น

ค.      ถูกชาติตะวันตกบีบบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อม

ง.       กองทหารชาติตะวันตกใช้กำลังเข้ายึดหัวเมืองต่างๆ หลายครั้งหลายหน

10.       ข้อใดเป็นสาเหตุให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ต้องทรงเร่งปฏิรูปการปกครองภายในประเทศ

ก.      การกระตุ้นของขุนนางไทยในราชสำนัก

ข.      การคุกคามของชาติมหาอำนาจตะวันตก

ค.      การประพาสยุโรปของพระองค์ถึง 2 ครั้ง

ง.       ความยากจนของประชาชนนับวันจะเพิ่มพูนขึ้น

11.       การปฏิรูปการปกครองครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีผลดีต่อประเทศไทยอย่างไร

ก.      ทำให้การเลิกทาสได้เร็วขึ้น

ข.      ทำให้คนไทยสามัคคีกันมากขึ้น

ค.      ทำให้การกบฏตามหัวเมืองลดน้อยลง

ง.       ทำให้ชาติตะวันตกไม่สามารถอ้างได้ว่าไทยล้าหลัง

12.       แนวพระราชดำริของการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 คือข้อใด

ก.      การกระจายอำนาจออกสู่ภูมิภาค

ข.      การรวมอำนาจการปกครองเข้าสู่ส่วนกลาง

ค.      การให้อำนาจแก่เจ้าเมืองต่างๆ ให้มากขึ้น

ง.       การให้เสนาบดีมีอำนาจตัดสินปัญหาต่างๆ แทนพระองค์

  • 13.       ใครเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปการศาลไทยในสมัยรัชกาลที่ 5

ก.      กรมหลงงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

ข.      กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

ค.      กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ง.       กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ

14.       ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการยกเลิกกฏหมายที่ล้าหลังหลายอย่าง การยกเลิกในข้อใดที่ชาวตะวันตกเห็นด้วยมากที่สุด

ก.      การยกเลิกศาลกงสุล

ข.      การยกเลิกจารีตนครบาล

ค.      การยกเลิกกฎหมายตราสามดวง

ง.       การยกเลิกศาลที่กระจายอยู่ตามกรมต่างๆ

15.       ข้อใดคือเหตุผลที่รัชกาลที่ 5 ต้องทำการปฏิรูปการศาลและกฏหมายไทย

ก.      ประชาชนต้องการให้ปฏิรูป

ข.      ปฏิรูปตามประเทศเพื่อนบ้าน

ค.      ต่างชาติตั้งข้อรังเกียจกฎหมายไทย

ง.       กฎหมายไทยมีบทลงโทษที่รุนแรงมาก

16.       พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงกระทำสิ่งใดเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญก้าวหน้า

ก.      ริเริ่มกิจการสหกรณ์

ข.      จัดเก็บภาษีให้รัดกุมขึ้น

ค.      ตั้งคลังออมสินเก็ฐออมทรัพย์จากราษฏร

ง.       แยกเงินส่วนพระองค์จากเงินของแผ่นดิน

17.       หน่วยงานที่เรียกว่าหอรัษฏากรพิพัฒน์ ทำหน้าที่อะไร

ก.      ค้าขายกับต่างประเทศ

ข.      เก็บรักษาพระไตรปิฏก

ค.      เก็บและดูแลผลประโยชน์ของแผ่นดิน

ง.       ดูแลผลประโยชน์ของพระมหากษัตริย์

18.       ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการกระทำอะไรเพื่อให้เงินตราของไทยเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือจากชาวต่างประเทศ

ก.      จัดทำงบประมาณแผ่นดิน

ข.      เลิกใช้เหรียญและให้ใช้ธนบัตรแทน

ค.      กำหนดให้สตางค์เป็นหน่วยย่อยของบาท

19.       นายกรัฐมนตรีท่านใดของไทยที่ได้มีการฟื้นฟูและปรับปรุงวัฒนธรรมไทยอย่างกว้างขวางที่สุด

ก.      นายชวน หลีกภัย

ข.      จอมพลถนอม กิตติขจร

ค.      พอเอกเปรม ติณสูลานนท์

ง.       จอมพลแปลก พิบูลสงคราม

20.       การฟื้นฟูพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราได้เริ่มในสมัยใด

ก.      นายปรีดี พนมยงค์

ข.      จอมพลถนอม กิตติขจร

ค.      จอมพล ป.พิบูลสงคราม

ง.       พลเอกสุจินดา คราประยูร

21.       สิ่งที่เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า รัชกาลที่ 7 ทรงสนับสนุนการศึกษาเป็นอย่างยิ่งคือข้อใด

ก.      ให้ยกเลิกการเก็บเงินศึกษาพลี

ข.      ให้มีการศึกษาถึงขั้นอุดมศึกษาเป็นครั้งแรก

ค.      ให้จัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อการศึกษา

ง.       ตัดรายจ่ายทางการศึกษาเพียงเล็กน้อยผิดกับกรมกองอื่นๆ

22.       มหาวิทยาลัยของรัฐ คือข้อใด

ก.      มหาวิทยาลัยพายัพ

ข.      มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ค.      มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ง.       มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

23.       ข้อใดไม่ใช่ผลอันเกิดจากแผนการศึกษาแห่งชาติปี 2503 ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ก.      ส่งเสริมกาศึกษานอกโรงเรียน

ข.      ให้ยึดการศึกษาภาคบังคับจาก 4 ปีเป็น 7 ปี

ค.      ให้เอกชนจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาได้เป็นครั้งแรก

ง.      ขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาไปยังภูมิภาคเป็นครั้งแรก

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

รัตนโกสินทร์

1.              ข้อใดไม่ใช่เหตุผลในการย้ายราชธานีของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

ก.      ราชธานีใหม่สามารถขยายพระนครไทย

ข.      ราชธานีเดิมถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งพังได้ง่าย

ค.      ราชธานีเดิมเป็นเมืองอกแตกป้องกันข้าศึกได้ยาก

ง.       ราชธานีใหม่มีพระราชวัง และป้อมปราการพร้อมอยู่แล้ว

2.              เหตุผลใดที่ทำให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงไม่ให้กรุงธนบุรีเป็นราชธานีอีกต่อไป

ก.      ตั้งอยู่ใกล้ปากแม่น้ำมากเกินไป

ข.      มีวัดขนาบพระราชวังอยู่ทั้ง 2 ด้าน

ค.      ไม่สามารถขายพระราชวังให้กว้างกว่าเดิมได้

ง.       ถูกเฉพาะข้อ ก และค

3.              ราชธานีใหม่ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดให้สร้างขึ้นตั้งอยู่บริเวณใด

ก.      ทิศใต้ของกรุงธนบุรี

ข.      ทิศเหนือของกรุงธนบุรี

ค.      ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา

ง.       ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

4.              การที่กล่าวว่ากรุงธนบุรีไม่เหมาะสมแก่ยุทธศาสตร์ ข้อใดเป็นเหตุผลสนับสนุนได้ดีที่สุด

ก.      ไม่มีกำแพงเมืองที่แข็งแรง

ข.      ไม่มีป้อมปราการในการป้องกันข้าศึก

ค.      มีแม่น้ำเจ้าพระยาผ่ากลางข้าศึกเข้าโจมตีได้สะดวก

ง.       ข้าศึกรู้ลู่ทางภูมิประเทศของกรุงธนบุรีหมดสิ้นแล้ว

5.              วัดพระศรีรัตนศาสดารามทีสร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง เลียนแบบวัดใดในสมัยอยุธยา

ก.      วัดมหาธาตุ

ข.      วัดใหญ่ชัยมงคล

ค.      วัดพระศรีสรรเพ็ชญ์

ง.       วัดอรุณราชวราราม

6.              พระที่นั่งที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

ก.      พระที่นั่งอนันตสมาคม

ข.      พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ค.      พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

ง.       พระที่นั่งไอสวรรย์ทิพยอาสน์

7.              สถานที่จะสร้าพระราชวังใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 1 เคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนกลุ่มใดมาก่อน

ก.      พ่อค้าชาวจีน

ข.      มิชชันนารีอเมริกัน

ค.      ฝรั่งชาวโปรตุเกส

ง.       ขุนนางไทยสมัยธนบุรี

8.              ส่วนที่เป็นเขตวังหน้าในปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญของชาติคือข้อใด

ก.      หอสมุดแห่งชาติ

ข.      โรงละครแห่งชาติ

ค.      มหาวิทยาลัยศิลปากร

ง.       พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

9.              ตำแหน่งใดทีสร้างชื่อเสียงในด้านการศึกสงครามให้กับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

ก.      พระยายมราช

ข.      เจ้าพระยาจักรี

ค.      เจ้าพระยาสุรสีห์

ง.       พระยาอภัยรณฤทธิ์

  • 10.       วันจักรี เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกอย่างไร

ก.      เป็นวันพระราชสมภพ

ข.      เป็นวันเสด็จสวรรคต

ค.      เป็นวันขึ้นครองราชย์สมบัติ

ง.       เป็นวันสถาปนากรุงเทพมหานคร

11.       ฐานะที่นับว่าสำคัญที่สุดของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกในสมัยธนบุรีคือข้อใด

ก.      ตำแหน่งพระมหาอุปราช

ข.      ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการในสมัยธนบุรี

ค.      ทรงเป็นผู้ดูแลสมุหนายก และสมุหกลาโหม

ง.       ทรงเป็นแม่ทัพคู่บารมีสมเด็จพระเจ้าตาก

12.       การเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกกระทำในลักษณะใด

ก.      ราชาภิเษก

ข.      บรมราชาภิเษก

ค.      ปราบดาภิเษก

ง.       สิบราชสันตติวงศ์

13.       สงครามครั้งสำคัญที่สุดระหว่างไทยกับพม่าในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นคือข้อใด

ก.      สงครามเก้าทัพ

ข.      สงครามเชียงตุง

ค.      สงครามท่าดินแดง

ง.       สงครามเมืองถลาง

14.       สาเหตุที่พม่ายกทัพใหญ่มาโจมตีไทยสมัยรัชกาลที่ 1 เนื่องมาจากเหตุผลข้อใด

ก.      ไทยมีกำลังน้อยกว่าพม่า

ข.      พระมหากษัตริย์ไทยอ่อนแอ

ค.      ไทยกำลังสร้างราชธานีใหม่

ง.       เจ้านายไทยแตกความสามัคคี

15.       วีรสตรีไทยที่สามารถป้องกันเมืองถลางจากการโจมตีของพม่าในสมัยรัชกาลที่ 1 คือท่านผู้ใด

ก.      ท้าวสุรนารี

ข.      ท้าวศรีสุนทร

ค.      ท้าวเทพกษัตริย์

ง.       ข้อ ข และ ค ถูก

16.       ในสมัยรัตนโกสินทร์สงครามระหว่างไทยกับพม่ากระทำกันบ่อยที่สุดในรัชกาลใด

ก.      พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ข.      พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ค.      พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ง.       พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

17.       สาเหตุสำคัญที่ทำให้สงครามระหว่างไทยกับพม่าต้องยุติลงโดยสิ้นเชิงเพราะข้อใด

ก.      พม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

ข.      พม่าเกรงกลัวบารมีของกษัตริย์ไทย

ค.      พม่าปิดประเทศเพื่อแก้ปัญหาชนกลุ่มน้อย

ง.       พม่าเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นสังคมนิยม

18.       ลาวตกอยู่ในฐานะเมืองขึ้นของไทยมาตั้งแต่สมัยใด

ก.      พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

ข.      พระนเรศวรมหาราช

ค.      พระเจ้าตากสินมหาราช

ง.       พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

19.       เจ้าลาวที่ก่อกบฏต่อไทยในสมัยรัชกาลที่ 3 คือ ข้อใด

ก.      เจ้าอินทร์

ข.      เจ้าอนุวงศ์

ค.      เจ้านันนเสน

ง.       เจ้าราชบุตร

20.       อนุสาวรีย์ของท้าวสุรนารีตั้งอยู่จังหวัดใด

ก.      ภูเก็ต

ข.      กาญจนบุรี

ค.      นครราชสีมา

ง.       นครศรีธรรมราช

21.       ข้อใดกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเขมรในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ถูกต้องที่สุด

ก.      เขมรเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของไทย

ข.      เขมรเป็นเมืองขึ้นที่ซื่อสัตย์ของไทย

ค.      เขมรเปรียบเสมือนบ้านพี่เมืองน้อยของไทย

ง.       เขมรมักจะเอาใจออกห่างจากไทย

22.       สาเหตุสำคัญข้อใดที่ทำให้ไทยกับญวนต้องหมางใจกันในสมัยรัชกาลที่ 2 และ 3

ก.      ไทยไม่ยอมช่วยญวนปราบกบฏไกเซิน

ข.      ไทยต้องการรักษาอำนาจในดินแดนเขมร

ค.      ไทยแย่งชิงดินแดนเขมรซึ่งเป็นเมืองขึ้นของญวน

ง.       ไทยและญวนต่างแย่งชิงความเป็นใหญ่ในดินแดนสุวรรณภูมิ

23.       กษัตริย์ญวนที่จัดเครื่องราชบรรณาการมาถวายรัชกาลที่ 1 คือข้อใด

ก.      พระเจ้ายาลอง

ข.      พระเจ้าตือดึก

ค.      พระเจ้ามินมาง

ง.       พระเจ้าอลองพญา

24.       ข้อใดกล่าวถึงดินแดนล้านนาไทยในปัจจุบันได้ถูกต้องที่สุด

ก.      เป็นดินแดนในอารักขาของไทย

ข.      เป็นมณฑลหนึ่งในราชอาณาจักรไทย

ค.      เป็นรัฐอิสระและเพื่อนบ้านที่ดีของไทย

ง.       เป็นจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย

25.       ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกไทยได้ยกทัพไปตีเมืองใด ซึ่งเป็นผลให้หัวเมืองมลายูที่เคยเป็นเมืองขึ้นของไทยยอมอ่อนน้อมและสวามิภักดิ์ดั่งเดิม

ก.      ไทรบุรี

ข.      กลันตัน

ค.      ปัตตานี

ง.       ตรังกานู

26.       ไทยต้องเสียหัวเมืองมลายูที่เคยเป็นของไทยให้กับชาวตะวันตกชาติใด

ก.      อังกฤษ

ข.      ฝรั่งเศส

ค.      ฮอลันดา

ง.       โปรตุเกส

27.       ชาวตะวันตกชาติใดที่เข้ามามีบทบาทต่อไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ก.      อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส

ข.      อังกฤษ ฝรั่งเศส ฮอลันดา

ค.      โปรตุเกส ฮอลันดา ฝรั่งเศส

ง.       โปรตุเกส อังกฤษ สหรัฐอเมริกา

28.       ข้อใดกล่าวถึงสนธิสัญญาเบอร์นี่ ผิดจากความเป็นจริง

ก.      เป็นสนธิสัญญาระหว่างไทยกับอังกฤษ

ข.      เป็นสนธิสัญญาที่ทำขี้นสมัยรัชกาลที่ 1

ค.      เป็นสนธิสัญญาฉบับแรกที่ไทยทำกับตะวันตก

ง.       เป็นสนธิสัญญาที่ไทยต้องเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต

29.       กงสุลตะวันตกคนแรกประจำประเทศไทยคือใคร

ก.      จอห์น ครอว์ฟอร์ด

ข.      เซอร์ เจมส์ บรูค

ค.      เอ็ดมันด์ โรเบิร์ต

ง.       คาร์ลอส มานูแอล ซิลเวียรา

30.       ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นไทยยอมทำสนธิสัญญาทางการค้ากับชาติใดบ้าง

ก.      อังกฤษ ฝรังเศส

ข.      ฮอลันดา ฝรั่งเศส

ค.      โปรตุเกส ฮอลันดา

ง.       อังกฤษ สหรัฐอเมริกา

31.       ความขัดแย้งระหว่างไทยกับชาวตะวันตกที่เกิดขึ้นในช่วงปลายรัชกาลที่ 3 มีสาเหตุมาจากอะไร

ก.      ชาวตะวันตกละเมิดสัญญาที่ทำไว้กับไทย

ข.      ไทยไม่ยอมแก้ไขสนธิสัญญาที่ทำกับตะวันตก

ค.      ไทยไม่พอใจที่ชาวตะวันตกรุกล้ำดินแดนเมืองขึ้นของไทย

ง.       ชาวตะวันตกถูกกีดกันเรื่องการเผยแผ่ศาสนาคริสต์

32.       การบริหารราชการแผ่นดินในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น นำแบบอย่างมาจากสมัยใด

ก.      พ่อขุนรามคำแหง

ข.      พระบรมไตรโลกนาถ

ค.      พระนเรศวรมหาราช

ง.       พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

33.       ข้อใดกล่าวถึงตำแหน่งวังหน้าได้ถูกต้องที่สุด

ก.      เป็นตำแหน่งเทียบเท่าอุปราช

ข.      พระยศของกรมพระราชวังบวรสถานภิมุข

ค.      ตำแหน่งที่มีอำนาจเทียบเท่ากษัตริย์

ง.       ตำแหน่งที่กษัตริย์แต่งตั้งให้เฉพาะพระโอรส

34.       หัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งหมดในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นขึ้นตรงกับตำแหน่งใด

ก.      สมุหนายก

ข.      สมุหกลาโหม

ค.      เสนาบดีกรมวัง

ง.       เสนาบดีกรมคลัง

35.       ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับลักษณะการเมืองการปกครองในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นผิดจากความเป็นจริง

ก.      มีการแต่งตั้งวังหน้า และวังหลัง

ข.      นำแบบอย่างการปกครองจากอยุธยา

ค.      หัวเมืองชายทะเลด้านตะวันออกขึ้นกับตำแหน่งสมุหนายก

ง.       พระมหากษัตริย์มีอำนาจสูงสุดในการปกครอง

36.       หัวเมืองใดเป็นหัวเมืองนอกทางภาคเหนือของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ก.      สุโขทัย

ข.      เชียงราย

ค.      พิษณุโลก

ง.       เชียงใหม่

37.       ข้อใดเป็นมูลเหตุที่ทำให้การตรากฏหมายตราสามดวงเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1

ก.      เพื่อมิให้ฝ่ายหญิงฟ้องร้องฝ่ายชายได้

ข.      เพื่อมิให้ชาวตะวันตกดุหมิ่นกฎหมายไทย

ค.      เพิ่อปรับปรุงบทลงโทษแบบโบราณให้ทันสมัยชึ้น

ง.       เพื่อปรับปรุงกฏหมายเดิมให้ถูกต้องและยุติธรรมขึ้น

38.       ข้อใดไม่ใช่ ตราประทับในกฎหมายตราสามดวง

ก.      คราครุฑ

ข.      ตราราชสีห์

ค.      ตราคชสีห์

ง.       ตราบัวแก้ว

39.       ข้อใดเป็นชื่อกฏหมายแรกที่ตราต่อจากกฏหมายตราสามดวง

ก.      กฎหมายห้ามซื้อขายฝิ่น

ข.      พระราชบัญญัติบ่อนเบี้ย

ค.      พระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร

ง.       กฎหมายห้ามเล่นการพนัน

40.       สถานที่ใดเป็นที่รวบรวมกฎหมายตราสามดวง

ก.      วังหลวง วังหน้า วังหลัง

ข.      กรมเวียง กรมวัง กรมคลัง

ค.      วังหลวง ศาลหลวง หอหลวง

ง.       ห้องเครื่อง หอหลอง ศาลหลวง

41.       การที่กฏหมายตราสามดวงถูกยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากสาเหตุใด

ก.      ถูกชาวตะวันตกบีบบังคับให้ยกเลิก

ข.      มีการปฏิรูปกฎหมายไทยใหม่แบบตะวันตก

ค.      เป็นกฏหมายที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย

ง.       เป็นกฏหมายที่เก่าแก่และใช้มาเป็นเวลานาน

42.       พระคลังสินค้าที่มีความสามารถในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น จนถูกขนานนามว่า เจ้าสัวคือใคร

ก.      กรมหมื่นเทพพิพิธ

ข.      กรมหมื่นเจษฏาบดินทร์

ค.      กรมหลวงสงขลานครินทร์

ง.       กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

43.       การเก็บภาษีลักษณะใด ไม่เกี่ยวข้องกับการค้าต่างประเทศ ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ก.      ภาษีหางข้าว

ข.      ภาษีปากเรือ

ค.      ภาษีสินค้าขาเข้า

ง.       ภาษีสินค้าขาออก

44.       การค้าขายกับต่างประเทศในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีลักษณะอย่างไร

ก.      ไทยจะใช้ระบบการค้าแบบเสรีกับชาวตะวันตก

ข.      ผู้มีอำนาจควบคุมการค้ากับต่างประเทศคือสมุหนายก

ค.      ไทยจะค้าขายกับจีนเป็นส่วนใหญ่ โดยใช้เรือสำเภา

ง.       ภาษีที่เก็บจากเรือสินค้าต่างประเทศเรียกว่าจังกอบ

45.       สนธิสัญญาเบอร์นี่ที่ไทยทำกับอังกฤษ มีผลต่อการค้ากับต่างประเทศอย่างไร

ก.      ห้ามนำฝิ่นเข้ามาขายในประเทศไทย

ข.      ไทยต้องยกเลิกตำแหน่งพระคลังสินค้า

ค.      ไทยต้องยกเลิกการผูกขาดสินค้าโดยสิ้นเชิง

ง.       เรือสินค้าอังกฤษที่เข้ามาค้าขายในไทยไม่ต้องเสียภาษี

46.       สินค้าประเภทใดที่รัฐบาลไทยผูกขาด การซื้อขายจากต่างประเทศแต่เพียงผู้เดียว

ก.      ฝิ่น

ข.      อาวุธปืน

ค.      เครื่องเทศ

ง.       เครื่องสังคโลก

47.       ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการเรียกเก็บเงินค้าชการจากบุคคลกลุ่มใด

ก.      ทาส

ข.      ไพร่

ค.      พ่อค้า

ง.       ขุนนาง

48.       ผู้ทีทำหน้าที่คล้ายกับพ่อค้าคนกลางในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นคือใคร

ก.      วังหน้า

ข.      วังหลัง

ค.      พระคลังสินค้า

ง.       เจ้าภาษีนายอาการ

49.       ข้อใดเป็นรายได้หลักของประเทศในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ก.      ภาษีที่เก็บจากราษฏรไทย

ข.      รายได้จากการค้าขายกับต่างประเทศ

ค.      รายได้จากสินค้าผูกขาดและสินค้าต้องห้าม

ง.       ถูกทุกข้อ

50.       ข้อใดเป็นรายได้เพิ่มเติมที่เรียกเก็บในสมัยรัชกาลที่ 2

ก.      เงินค่าราชการ

ข.      เงินผูกปี้ข้อมือจีน

ค.      ภาษีที่เรียกเก็บจากชาวนาไทย

ง.       ส่วนแทนแรงงานที่เก็บจากไพร่หลวง

51.       เมื่อทางราชการออกโฉนดที่ดินให้กับราษฏรราษฏรจะต้องเสียภาษีประเภทใด

ก.      ฤชา

ข.      อากร

ค.      ส่วย

ง.       จังกอบ

52.       ด่านขนอน หมายถึงสถานที่ใด

ก.      ที่ตั้งเก็บภาษีจังกอบ

ข.      ที่ตั้งเก็บภาษีปากเรือ

ค.      สถานที่เก็บภาษีจากชาวนาในรูปข้าวเปลือก

ง.       บริเวณที่เรือสินค้าต่างประเทศผ่านเข้าออก

53.       ระบบเจ้าภาษีนายอากรที่ตั้งขึ้นสมัยรัชกาลที่ 3 มีผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร

ก.      ราษฏรเสียภาษีน้อยลงกว่าเดิม

ข.      รัฐบาลเก็บภาษีได้แน่นอน และเพิ่มขึ้น

ค.      ป้องกันการรั่วไหลในการเก็บภาษีของรัฐบาล

ง.       ราษฏรเข้าใจระบบการเก็บภาษีของรัฐบาลมากขึ้น

54.       อาชีพใดไม่ต้องเสียภาษีในรูปของอากร

ก.      ทำนา

ข.      ต้มสุรา

ค.      ค้าขาย

ง.       จับสัตว์น้ำ

55.       ข้อใดกล่าวถึง ภาษีเบิกร่องได้ถูกต้องที่สุด

ก.      ภาษีที่เก็บจากพ่อค้าคนไทย

ข.      ภาษีที่เก็บจากสินค้าต้องห้าม

ค.      ภาษีที่เก็บจากเรือสินค้าต่างประเทศ

ง.       ภาษีที่เก็บจากราษฏรเป็นลักษณะค่าธรรมเนียม

56.       ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสภาพสังคมในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ก.      มีการแบ่งชนชั้นทางสังคม

ข.      มีลักษณะคล้ายคลึงกับสังคมอยุธยา

ค.      มีวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนและการศึกษา

ง.       มีการรับอารยธรรมแบบตะวันตกเข้ามาปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย

57.       ชนชั้นทางสังคมในข้อใดที่เป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ก.      ทาส

ข.      ไพร่

ค.      พระบรมวงศานุวงศ์

ง.       ขุนนาง และข้าราชการ

58.       ในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้กำหนดให้เกณฑ์แรงงานของไพร่เพื่อรับใช้แผ่นดินปีละกี่เดือน

ก.      3

ข.      4

ค.      5

ง.       6

59.       สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฏได้จัดตั้งคณะสงฆ์ขึ้นใหม่ในประเทศไทยคือนิกายใด

ก.      หินยาน

ข.      มหายาน

ค.      ธรรมยุติ

ง.       เถรวาท

60.       ใครสร้างวัดถือเป็นคนโปรด เป็นคำกล่าวที่เกิดขึ้นในสมัยใด

ก.      รัชกาลที่ 1

ข.      รัชกาลที่ 2

ค.      รัชกาลที่ 3

ง.       รัชกาลที่ 4

61.       วัดประจำราชวงศ์จักรี คือวัดใด

ก.      วัดสุวรรณดาราม

ข.      วัดสุทัศนเทพวราราม

ค.      วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ง.       วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

62.       พระราชพิธีอาพาธพินาศที่กระทำขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใด

ก.      เกิดความขัดแย้งในหมู่พระสงฆ์

ข.      เกิดอหิวาห์ตกโรคระบาดในพระนคร

ค.      เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในกรุงเทพมหานคร

ง.       เกิดความแตกแยกของพระสงฆ์ฝ่ายมหายาน

63.       ข้อใดไม่ใช่พระราชพิธีที่เกี่ยวข้องกับองค์พระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ก.      พระราชพิธีโสกันต์

ข.      พระราชพิธีฉัตรมงคล

ค.      พระราชพิธีอาพาธพินาศ

ง.       พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก

64.       พิธีใดที่ได้รับการฟื้นฟูในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่ถูกยกเลิกในปัจจุบัน

ก.      พิธีโล้ชิงช้า

ข.      พิธีวางศิลาฤกษ์

ค.      พิธีพืชมงคล

ง.       พิธีฉัตรมงคล

65.       วิธีการใดเป็นการฟื้นฟูขนบธรรมเนียมในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ก.      ยกเลิกประเพณีโบราณที่เก่าแก่ล้าสมัย

ข.      นำอารยธรรมแบบตะวันตกมาเป็นแบบอย่าง

ค.      นำขนบธรรมเนียมสมัยอยุธยากลับมาฟื้นฟูไหม่

ง.       นำขนบธรรมเนียมของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาผสมผสาน

66.       รัชกาลใดที่ชื่อว่าเป็นยุคทองของการฟื้นฟูด้านวรรณกรรม

ก.      สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ข.      สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ค.      สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ง.       สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

67.       ผลงานด้านศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ 3 มักจะมีอิทธิพลของศิลปชาติใดมาผสมผสาน

ก.      จีน

ข.      มอญ

ค.      เขมร

ง.       อินเดีย

68.       ผลงานด้านจิตกรรมในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมักเป็นศิลปกรรมรูปแบบใด

ก.      จิตรกรรมฝาผนัง

ข.      จิตรกรรมผืนผ้า

ค.      จิตรกรรมสามมิติ

ง.       จิตรกรรมบนบานประตู

69.       ข้อใดเป็นผลงานของช่างฝีมือในสมัยรัชกาลที่ 3 ในการสร้างพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดในโลกในพระนคร

ก.      พระพุทธไสยาสน์

ข.      พระพุทธสัมพรรณี

ค.      พระพุทธตรีโลกเชษฐ์

ง.       พระพุทธไตรรัตนายก

70.       ข้อใดกล่าวถึงลักษณะการศึกษาของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผิดจากความเป็นจริง

ก.      ผู้หญิงขาดโอกาสในการศึกษาเล่าเรียน

ข.      ศูนย์กลางทางการศึกษาของไทยอยู่ที่วัดและวัง

ค.      มีการก่อตั้งโรงเรียนแห่งแรกขึ้นในประเทศไทย

ง.       วัดที่เปรียบเสมือนวิทยาลัยแห่งแรกของไทยคือวัดโพธิ์

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ประวัติศาสตร์ไทย ::

  1. ข้อใดเป็นประกาศที่แสดงถึงสิทธิมนุษยชนปรากฏหลักฐานเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย
    1. หลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง พ.ศ.๑๘๓๕
    2. กฎหมายว่าด้วยที่บ้านที่สวนไร่นา พ.ศ.๑๙๐๓ ในสมัยพระเจ้าอู่ทอง
    3. พระราชบัญญัติลักษณะลักพา พ.ศ.๒๔๐๘ ในสมัยรัชกาลที่ ๔
    4. รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.๒๔๗๕ ในสมัยรัชกาลที่ ๗
  2. ชื่อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการต่งตั้งยศ ตำแหน่ง ศักดินา ราชทินนามในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์
    1. เพื่อจำแนกความรับผิดชอบ สิทธิ และผลประโยชน์ต่างๆ ของระบบราชการในสมัยโบราณ
    2. เพื่อจำแนกชนชั้น วรรณะ ฐานะทางสังคมอย่างเด็ดขาดในระบบสังคมโบราณ
    3. เพื่อจำแนกตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ระดับต่างๆ ของระบบราชการสมัยโบราณ
    4. เพื่อเป็นรางวัลพระราชทานแก่ผู้ที่รับใช้พระมหากษัตริย์แทนการให้เงินเดือนประจำ
  3. ข้อใดไม่ใช่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในด้านการจัดการศึกษาของชาติ
    1. ทรงออก พ.ร.บ.ประถมศึกษาเพื่อให้ราษฏรทุกคนมีการศึกษาอย่างน้อยชั้นประถมศึกษา
    2. ทรงริเริ่มจัดการศึกษาสำหรับสตรีทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด
    3. ทรงออก พ.ร.บ.โรงเรียนราษฏรเพื่อควบคุม ร.ร.เอกชนให้ได้มาตรฐานเท่า ร.ร.รัฐบาล
    4. ทรงขยายการศึกษาชั้นอุดมศึกษาสำหรับประชาชนโดยสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นแห่งแรก
  4. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้ยกเลิกขนบธรรมเนียมประเพณีและกฎหมายบางอย่างที่เห็นว่าล้าหลัง อยากทราบว่าการยกเลิกข้อใดที่ชาวตะวันตกเห็นชอบด้วยมากที่สุด
    1. การหมอบคลาน
    2. จารีตนครบาล
    3. การไม่สวมเสื้อเข้าเฝ้า
    4. ระบบไพร่
  5. แต่เดิมการศึกษาของคนไทยไม่มีกฏเกณฑ์ใดๆ ที่แน่นอน และทางการก็มิได้เข้ามาดำเนินการหรือเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ต่อมามีชาวต่างประเทศเข้ามาริเริ่มวางรากฐานเกี่ยวกับการศึกษาแผนใหม่ อยากทราบว่าเป็นบุคคลคณะใด
    1. คณะผู้สอนศาสนานิกายโปรแตสแตนท์
    2. คณะผู้สอนศาสนานิกายโรมันคาทอลิก
    3. คณะผู้สอนศาสนานิกายบัพติสต์
    4. สมาคมศาสนาคณะอเมริกันบอร์ด
  6. ทำไมในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้มุ่งการาสร้างรถไฟมากมาย ทั้งๆ ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงและต้องกู้เงินจากต่างชาติมา
    1. เพราะอังกฤษเสนอเงินให้กู้โดยคิดดอกเบี้ยต่ำมาก
    2. ต้องการแก้ปัญหาเรื่องคนว่างงานเพราะขณะนั้นกำลังอยู่ในระยะปลดปล่อยทาส
    3. เพราะเป็นการพัฒนาการคมนาคมที่สำคัญที่สุดในตอนนั้น
    4. เพราะต้องการใช้ควบคุมหัวเมืองต่างๆ ที่อยู่ไกลออกไป
  7. ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นายดำได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ไม่ต้องสังกัดมูลนายและไม่ต้องเข้าเวรทำงานกับมูลนาย อยากทราบว่าในครั้งนั้น นายดำได้รับการปลดปล่อยจากสภาพอะไร
    1. ได้รับการปลดปล่อยจากความเป็นไพร่
    2. ได้รับปลดปล่อยจากทาสเชลย
    3. ได้รับการปลอดปล่อยจากทาสในเรือนเบี้ย
    4. ได้รับการปลดปล่อยจากทาสสินไถ่
  8. สิ่งที่ไพร่ให้หลวงแทนแรงงานของตนเรียกว่าอะไร
    1. ฤชา
    2. อากร
    3. จังกอบ
    4. ส่วย
  9. การปฏิรูปการศึกษาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีจุดมุ่งหมายแรกเริ่มอย่างไร
    1. ให้การศึกษาแก่ประชาชนทั่วไป
    2. สร้างบุคคลเข้ารับราชการ
    3. ให้การศึกษาแก่พระบรมวงศานุวงศ์
    4. เอาใจชาวต่างประเทศ
  10. เงินศึกษาพลี ที่ชาวไทยต้องเสียให้รัฐตามพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ.๒๔๖๔ หมายถึง
    1. ค่าเล่าเรียนแต่ละภาคการศึกษา
    2. ค่าปรับเพราะปล่อยให้บุตรอายุเลยเกณฑ์
    3. ค่าลงทะเบียนแรกรับเข้าศึกษา
    4. เงินอุดหนุนการศึกษาตามแต่ท้องที่จะกำหนด
  11. อุบาลีวงศ์ หมายถึงอะไร
    1. พระสงฆ์ไทยที่ไดรับการอุปสมบทในประเทศไทย
    2. พระสงฆ์ลังกาที่ได้รับการอุปสมบทจากคณะสงฆ์ไทยในลังกา
    3. พระสงฆ์ไทยที่ได้รับการอุปสมบทในลังกา
    4. พระสงฆ์ไทยที่ได้รับการอุปสมบทในอินเดีย
  12. ทรงมหาดไทย เป็นชื่ออะไร
    1. การแต่งกายของชาวไทยสมัยรัตนโกสินทร์
    2. การไว้ผมจุกของเด็กไทย
    3. พิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์
    4. ทรงผมของชาวไทย
  13. การกำหนดให้ประชาชนมีคำนำหน้าชื่อว่านาย นางสาวและนาง เริ่มมีขึ้นในรัชสมัยใด
    1. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    2. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    3. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
    4. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
  14. ข้อใดต่อไปนี้มีความสัมพันธ์กัน
    1. พุทธศาสนามหายาน – ลัทธลังกาวงศ์
    2. พระบรมไตรโลกนาถ – พระอุบาลีมหาเถระ
    3. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว – อรรถกถา พระไตรปิฏก
    4. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว – มหาธาตุวิทยาลัย
  15. การจัดระบบการศึกษาสมัยใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีอุปสรรคต่างๆ มากมาย ข้อใดที่ผิด
    1. ไม่มีครูสอน
    2. ราษฏรไม่ยอมส่งบุตรหลานเข้าเรียนพราะไม่เห็นประโยชน์
    3. ฝรั่งไม่ให้การสนับสนุน
    4. ราษฏรไม่อยากให้ลูกไปเป็นทหาร
  16. เพื่อให้การศึกษาแพร่หลายสู่ประชาชนมากขึ้น ได้มีการประกาศพระราชบัญญัติวางระเบียบการปกครองโรงเรียนราษฏรทั่วราชอาณาจักรขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยใด
    1. รัชกาลที่ ๕
    2. รัชกาลที่ ๖
    3. รัชกาลที่ ๗
    4. รัชกาลที่ ๘
  17. เหตุผลในการยกเลิกยศถาบรรดาศักดิ์ของข้าราชการคืออะไร
    1. รัชกาลที่ ๕ ทรงประกาศเลิกทาส
    2. เพื่อทำประเทศให้ทันสมัยแบบตะวันตก
    3. ระบบเจ้าขุนมูลนายได้ถูฏยกเลิกไปแล้ว
    4. บุคคลย่อมมีความเสมอภาคทางกฏหมาย
  18. ความเป็นเจ้าในสังคมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นสิ้นสุดลงเมื่อใด
    1. สมรสกับสามัญชน
    2. ตาย
    3. บวช
    4. ทำศึกสงครามพ่ายแพ้
  19. ถ้าท่านเป็นไพร่หลวงในสมัยรัชกาลที่ ๒ พันธะของท่านที่พึงมีต่อรัฐคืออะไร
    1. เมื่ออายุ ๑๘ ปีขึ้นทะเบียนกับมูลนายเป็นไพร่สม ๒ ปีแล้วจึงขึ้นทะเบียนเป็นไพร่หลวง
    2. เข้าเวรทำงานให้หลวง ๑ เดือน และออกเวรมาประกอบกิจการส่วนตัว ๓ เดือน
    3. เสียเงินผูกปี้ให้รัฐบาล ๓ ปีครึ่ง
    4. เข้าเวรทำงานให้หลวง ๑ เดือน และออกเวรมาประกอบกิจการส่วนตัว ๑ เดือน
  20. เอกสารของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาฉบับใดที่ท่านติดว่าเอื้ออำนวยต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยมากที่สุด
    1. ประกาศจัดตั้งกรมศึกษาธิการ พ.ศ.๒๔๓๐
    2. พระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ.๒๔๖๔
    3. แผนการศึกษาชาติ พ.ศ.๒๔๗๕
    4. แผนการศึกษาชาติ พ.ศ.๒๔๗๙
  21. การรวบรวมและสังคายนาพระไตรปิฏก รวมทั้งการปฏิรูปคณะสงฆ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จะก่อให้เกิดผลดีต่อการปกครองอาณาจักรในแง่ใดมากที่สุด
    1. ฝ่ายอาณาจักรสามารถควบคุมศาสนจักรไว้ในอำนาจได้มั่นคง
    2. เป็นการเสริมสร้างพระราชอำนาจขององค์พระมหากษัตริย์ได้
    3. ช่วยจรรโลงไว้ซึ่งศีลธรรมของสังคมโดยส่วนรวม
    4. แสดงให้เห็นหถึงความเป็นธรรมราชาของพระมหากษัตริย์มากขึ้น
  22. การที่พระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฏได้ทรงวางระเบียบปฏิบัติตั้งพระสงฆ์นิกายธรรมยุติขึ้นมานั้น ก่อให้เกิดผลต่อวงการพระพุทธศาสนาของไทยอย่างไร
    1. พระสงฆ์ธรรมยุติได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง
    2. ชายไทยบวชเป็นพระภิกษุในมหานิกายน้อยกว่าเดิม
    3. เกิดการปรับปรุงข้อวัตรปฏิบัติให้รัดกุมยิ่งขึ้นในหมู่สงฆ์มหานิกาย
    4. เกิดการแตกแยกอย่างรุนแรงระหว่างสงฆ์ธรรมยุติกนิกายและมหานิกาย
  23. การปฏิรูปการศึกษาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามพระราชประสงค์ในตอนเริ่มแรกนั้น ก่อให้เกิดค่านิยมของคนไทยในยุคหลังอย่างไร
    1. ทุกสิ่งเป็นของตะวันตกย่อมมีคุณค่าทั้งหมด
    2. เรียนรู้เพื่อประกอบอีพค้าขายได้ดีที่สุด
    3. การรับราชการทหารเป็นอาชีพที่มีโอกาสดีกว่าอาชีพอื่น
    4. การรับราชการเ็ป็นอาชีพที่มีเกียรติสูงสุด
  24. เหตุผลที่สำคัญที่สุดของการตรากฏหมายไอยการตำแกหน่งนาพลเรือนและนาทหารหัวเมืองในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนากคือข้อใด
    1. เป็นการแบ่งบุคคลในสังคมออกเป็น ๒ ชนชั้่นใหญ่ๆ คือชนชั้นปกครองและชนชั้นที่ถูกปกครอง
    2. เป็นการแบ่งสถานภาพของบุคคลตามฐานะกำเนิดและตำแหน่งหน้าที่การงาน
    3. เป็นการควบคุมคนโดยผ่านกรมกอง มีผลทำให้มีไพร่ ๓ ประเภท คือ ไพร่สม ไพร่หลวง และไพร่ส่วย
    4. เป็นการยุบอำนาจของเจ้าเมืองลูกหลวงไม่ให้มีโอกาสทำการปราบดาภิเษก
  25. สังคมไทยสมัยอยุธยาถึง พ.ศ.๒๔๗๕ ใช้เกณฑ์ใดโดยแบ่งขุนนางออกจากไพร่อย่างชัดเจน
    1. บรรดาศักดิ์หรือยศตั้งแต่ขุนนางขึ้นไป
    2. ตำแหน่งตั้งแต่นายหมวดหรือเทียบเท่าขึ้นไป
    3. ศักดินาตั้งแต่ ๔๐๐ ไร่ขึ้นไป
    4. อภิสิทธิ์คือไม่ต้องเสียภาษีที่ดิน
  26. การสร้างระบบมูลนาย ไพร่ ในสังคมไทยสมัยศักดินาในระยะเริ่มแรกมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่ออะไร
    1. ควบคุมมูลนายมิให้มีไพร่มากเพราะถ้ามีมากอาจจะเป็นกบฏต่อกษัตริย์ได้
    2. รัฐบาลจะได้จัดเก็บภาษีและควบคุมแรงงานไพร่อย่างมีระบบ
    3. เกณฑ์คนออกรบในเวลาสงครามและเกณฑ์ไพร่มาใช้ในราชการในเวลาปกติ
    4. ควบคุมการเคลื่อนไหวของไพร่และมูลนายมิให้เ็ป็นกบฏและขณะเดียวกันก็สะดวกรวดเร็วเลาเกณฑ์พวกนี้ออกรบ
  27. ข้อใดไม่ถูกต้อง เมื่อมีการยกเลิกระบบไพร่และทาสในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. เกิดแรงงานอิสระที่สามารถประกอบอาชีพได้ตามความพอใจ
    2. มูลนายไม่ต้องรับภาระในการคุ้มครองไพร่และทาสอีกต่อไป
    3. การประกาศใช้พระราชบัญญัติการเกณฑ์ทหาร พ.ศ.๒๔๔๘
    4. เกิดปัญญาการขาดแคลนแรงงาน
  28. เครื่องวัดหน้าที่ความรับผิดขอบของคนไทยในสังคมเก่าคือ
    1. ยศ
    2. ตำแหน่ง
    3. การถือศักดินา
    4. บรรดาศักดิ์
  29. การยกเลิกระบบไพร่มีผลต่อพระมหากษัตริย์อย่างไร
    1. อำนาจทางการเมืองของพระมหากษัตริย์เพิ่มมากขึ้น
    2. ขุนนางท้าทายอำนาจพระมหากษัตริย์มากขึ้น
    3. พระมหากษัตริย์ขาดแรงงานจากไพร่
    4. อำนาจพระมหากษัตริย์อ่อนแอลง
  30. ข้อใดไม่เกี่ยว้องกับบทบาทของไพร่ในระบบสังคมไทย
    1. เสริมอำนาจการเมืองของชนชั้นปกครอง
    2. เสริมฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ปกครอง
    3. ตอบแทนการให้ความคุ้มครองของชนชั้นปกครองโดยการทำงาน
    4. เป็นผู้ประสานประโยชน์ระหว่างฝ่ายปกครองส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค
  31. งานโยธาในสมัยอยุธยา เช่น ขุดคลอง สร้างถนน สร้างกำแพงเมือง ส่วนใหญ่รัฐบาลได้แรงงานมาอย่างไร
    1. เกณฑ์แรงงานเชลยศึกและทาส
    2. เกณฑ์แรงงานไพร่สมและไพร่ส่วย
    3. เกณฑ์แรงงงานไพร่หลวง
    4. จ้างแรงงานชาวจีน
  32. ข้อใดแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างทางสังคมกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ถูกต้องที่สุด
    1. กษัตริย์ทรงมีฐานะสูงสุดเพราะทรงเป็ฯเจ้าของที่ดินทั้งหมด พระราชวงศ์ขันนางและไพร่ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินต้องเสียค่าเช่าในรูปอากรค่านา
    2. กษัตริย์ทรงมีฐานะสูงสุดเพราะทรงครอบครองแรงงานทั้งหมด พระราชวงศ์ ขันนางและไพร่เป็นข้าราชการทำหน้าที่รับใช้กษัตริย์โดยได้รับเบี้ยหวัด
    3. ชนชั้นสูงคือ กษัตริย์ พระราชวงศ์ ขุนนางครอบครองปัจจัยการผลิตคือที่ดินและแรงงานและได้รับประโยชน์จากภาษีอากรและการค้า ชนชั้นค่ำคือไพร่ทำการผลิตแบบพอยังชีพและเสียภาษีอากร
    4. ชนชั้นสูงคือกษัตริย์ พระราชวงศ์ ขุนนาง มีรายได้หลักจากการค้า ชนชั้นต่ำคือไพร่ซึ่งใช้แรงงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน
  33. เหตุการณ์ใดต่อไปนี้ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งสำคัญที่สุดของไทย
    1. การยกเลิกระบบศักดินา
    2. ผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่  ๒
    3. การปฏิรูปการศึกษาสมัยรัชกาลที่ ๕
    4. การยกเลิกระบบไพร่และทาสสมัยรัชกาลที่ ๕
  34. ระบบศักดินาของไทยเกี่ยวข้องกับเรื่องใดต่อไปนี้
    1. สิทธิในการครอบครองที่ดิน
    2. ความรับผิดชอบของคนในสังคม
    3. กหนดอาชีพของคนในสังคม
    4. กำหนดชนชั้น ฐานะของคนในสังคม
  35. ธรรมเนียมสร้างบ้านแปลงเมืองของชนชั้นผู้ปกครองรัฐบาลไทยในอดีตมีเหตุผลสำคัญอย่างไร
    1. ไ้ด้รับอิทธิพลการปกคอรงจากขอมในด้านการจัดรูปแบบเมือง
    2. เป็นกลไกสำหรับถ่ายเทกำลังคน เพื่อเป็นแรงงานในการผลิต
    3. เป็นกลไกในการขยายอำนาจ และสร้างความสัมพันธ์ในหมู่ผู้ปกครอง
    4. เพื่อกระจายอำนาจรัฐสู่ท้องถิ่นต่างๆ ออกเป็นหัวเมืองในลำดับขั้นต่างๆ
  36. รัฐศักดินาไดทยให้ประชาชนบุกเบิกที่ดินเพื่อทำกินโดยหวังผลตอบแทนในลักษณะใด
    1. เสียภาษีในการรับรองมรดกที่ดิน
    2. ดูแลที่ดินไม่ปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า
    3. ถูกเกณฑ์แรงงานเพื่อรับใช้มูลนาย
    4. ส่งส่วยผลผลิตในที่ดินให้แก่มูลนาย
  37. แท่นพิมพ์ที่หมอบรัดเลย์นำมาในสม้ัยรัชกาลที่ 3 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างไร
    1. มีการประดิษฐ์ตัวอพิมพ์อักษรไทยขึ้นใช้เ็ป็นครั้งแรก
    2. เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดพิมพ์หนังสือพิมพ์
    3. ชนชั้นกลางหันมาสนใจในการแต่งและเขียนหนังสือกันมากขึ้น
    4. ประชาชนมีโอกาสเลือกซื้อหนังสืออ่านได้ในราคาถูก
  38. อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการปฏิรูปสังคมไทยตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา
    1. กลุ่มขุนนางและเจ้านายมีความคิดก้าวหน้า
    2. การยกเลิกระบบไพร่และทาส
    3. การนำระบบการศึกษาแบบตะวันตกมาใช้
    4. การคุกคามและแผ่อิทธิพลของมหาอำนาจตะวันตก
  39. การปฏิรูปการศึกษาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีจุดมุ่งหมายอย่างไร
    1. สร้างคนให้มีศีลธรรมอันดี
    2. ให้คนสามารถปรบตัวได้ในสังคม
    3. ให้คนมีความรู้ความสามารถเพื่อรับใช้รัฐ
    4. ลดปัญหาความแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างชนชั้น
  40. เมื่อเข้าสู่ระบบทุนนิยมสังคมไทยมีลักษณะใดเป็นพิเศษ
    1. ชนชั้นสูงเป็นผู้ร่วมลงทุนและอาศัยตำแหน่งหน้าที่
    2. รัฐแข่งขันกับชนชั้นกลางในการลงทุนภาคเกษตรกรรม
    3. รัฐส่งเสริมด้านการตลาดและสนับสนุนกลุ่มพ่อค้ารายย่อย
    4. เกิดการขาดแคลนแรงงานและจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
  41. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงจัดระเบียบสังคมและการปกครองขึ้นใหม่เพื่อให้เกิดความสะดวกในเรื่องใด
    1. การควบคุมเมืองลูกหลวง
    2. การเรียกเกณฑ์แรงงาน
    3. การจัดเก็ฐภาษี
    4. การปกป้องเขตแดน
  42. ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกในการประกาศเลิกทาสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. ออกกฏหมายให้ผู้ที่จะนำลูกเมียมาขายเป็นทาสต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวก่อน
    2. ออกกฏหมายให้ลูกทาสลูกไทที่เกิดใน พ.ศ.๒๔๑๑ เป็ฯอิสระเมื่ออายุได้ ๒๑ ปี
    3. ออกกฏหมายให้ทาสทุกประเภทเป็นอิสระในปีที่พระองค์บรรลุนิติภาวะ
    4. ออกกฏหมายลดค่าตัวทาสสินไถ่ลงเดือนละ ๔ บาท เพือ่ให้ทาสเป็นอิสระเร็วขึ้น
  43. ข้อใดแสดงให้เห็นเด่นชัดถึงจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่ความเป็นสังคมสมัยใหม่ในสม้ัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. การจัดตั้งกองทหารขึ้น
    2. การเปิดโอกาสให้สามัญชนได้ศึกษาเล่าเรียน
    3. การคุกคามของลัทธิจักรวรรดินิยมของมหาอำนาจตะวันตก
    4. การเปลี่ยนฐานะของไพร่สมและทาสมาเป็นสามัญชน
  44. บทบาทใดถือว่าสำคัญที่สุดของชนชั้นมูลนายในสมัยอยุธยา
    1. การเก็บภาษี
    2. การถือครองที่ดิน
    3. การพิพากษาคดี
    4. การควบคุมกำลังคน
  45. การเปลี่ยนแปลงในด้านใดต่อไปนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. ธรรมยุติกนิกาย
    2. ระบบเจ้าภาษีนายอากร
    3. สงครามระหว่างไทยกับเวียดนาม
    4. ลดเวลาการเกฑณ์แรงานไพร่หลวงเหลือปีละ ๓ เดือน
  46. การดำเนินการใดที่ก่อให้เกิดผลต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศในสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    1. การเลิกทาส
    2. การเลืกไพร่
    3. การเลิกบ่อนเบี้ย
    4. การตั้งโรงเรียน
  47. ข้อใดตรงกับวัตถุประสงค์เบื่้องต้นของการจัดระบบไพร่
    1. ต้องการแรงงาน
    2. ต้องการภาษี
    3. ต้องการเสริมอำนาจบารมี
    4. ต้องการคนมาเข้าเวรรับราชการ
  48. เพราะเหตุใดความแตกต่างทางชนชั้นในสังคมไทยโบราณ จึงไม่เป็นปัญหาขัดแย้งรุนแรง
    1. อิืทธิพลของพุทธศาสนา
    2. อิทธิพลของระบบศักดินา
    3. อิทธิพลของระบบอุปถัมภ์
    4. อิทธิพลของความเมตตา กตัญญูระหว่างผู้ใหญ่ ผู้น้อย
  49. ข้อใดที่จัดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงจากสังคมไทยโบราณเป็นสังคมสมัยใหม่ ในสมัยรัชกาลที่ ๕
    1. ไพร่และทาสส่วนใหญ่เปลี่ยนฐานะมาเป็นชาวไร่ชาวนา
    2. บรรดาเจ้าและขุนนางเปลี่ยนฐานะมาเป็นพ่อค้านายทุน
    3. ชาวไร่ชาวนาละทิ้งที่นาของตนเปลี่ยนฐานะมาเป็นกรรมกร
    4. ชาวนาตกเป็นลูกหนี้เพราะรายได้ไม่สมดุลกับรายจ่าย
  50. สิทธิเกี่ยวกับไพร่ข้อใดไม่ถูกต้อง
    1. ถือครองศักดินาไม่ได้
    2. เลื่อนตำแหน่งเป็นข้าราชการได้
    3. โยกย้ายกรมกองสังกัดไม่ได้
    4. จับจองกรรมสิทธิที่ดินไม่ได้

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::, :: ประวัติศาสตร์เทอม 2 ::

:: ชุดที่ 2 ::

  1. การจัดการปกครองไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเป้นไปตามหัวข้อใด
    1. จันทบุรีอยู่ภายใต้กรมท่า
    2. นครศรีธรรมราชอยู่ภายใต้สมุหนายก
    3. พิษณุโลกอยู่ภายในสมุหกลาโหม
    4. โคราชอยู่ภายใต้สมุหเทศาภิบาล
  2. ข้อใดเป็นรูปแบบการปกครองส่วนภูมิภาค
    1. หัวเมืองชั้นในสมัยสุโขทัย
    2. กรมเมืองในสมัยอยุธยา
    3. ดุสิตธานีสมัยรัตนโกสินทร์
    4. เมืองพัทยาในปัจจุบัน
  3. ผู้รั้ง ทำหน้าที่คล้ายกับตำแหน่งใด
    1. ผู้ว่าราชการจังหวัด
    2. ปลัดจังหวัด
    3. รัฐมนตรี
    4. อธิบดี
  4. การปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นต่างกับอยุธยาอย่างไร
    1. ระบบศักดินา
    2. ฐานะของพระมหากษัตริย์
    3. การจัดระบบการปกครองส่วนกลาง
    4. การจัดการปกครองส่วนภูมิภาค
  5. วังในการปกครองแบบจตุสดมภ์ทำหน้าที่คล้ายกับกระทรวงใด
    1. พาณิชย์
    2. มหาดไทย
    3. กลาโหม
    4. ยุติธรรม
  6. ยุคทองแห่งวรรณคดีในสมัยรัตนโกสิืนทร์ตรงกับรัชกาลใด 
    1. รัชกาลที่ 1
    2. รัชกาลที่ 2
    3. รัชกาลที่ 3
    4. รัชกาลที่ 4
  7. รูปแบบการปกครองตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือแบบใด
    1. การปกครองแบบธรรมราชา
    2. การปกครองแบบพ่อปกครองลูก
    3. การปกครองแบบเทวราชา
    4. การปกคอรงแบบปิตุลาธิปไตย
  8. รูปแบบการค้าของไทยในสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือแบบใด
    1. แบบผูกขาด
    2. แบบกึ่งผูกขาด
    3. แบบค้าเสรี
    4. แบบกึ่งเสรี
  9. การแบ่งชนชั้นของประชาชนในสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ใช้สิ่งใดเป็นเกณฑ์
    1. ใช้ความรู้ความสามารถของบุึคคล
    2. การเกิดในชาติตระกูลที่ดี
    3. การใช้ศักดินาเป็นตัววัด
    4. ระดับการศึกษา
  10. ลักษณะด้านสังคมและวัฒนธรรมในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากประเทศใด
    1. อินเดีย
    2. ชาติตะวันตก
    3. จีน
    4. กลุ่มอาหรับ
  11. วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ตรงกับปีใด
    1. พ.ศ.2525
    2. ค.ศ.1893
    3. d
    4. ฮ.จ.
  12. เหตุการณ์ใดทำให้ไทยตระหนักถึงภัยคุกคามจากประเทศตะวันตกเป็นครั้งแรก
    1. ฝรั่งเศสยึดครองอินโดจีน
    2. อังกฤษยึดครองพม่า
    3. ฮอลันดาเข้ายึดอินโดนีเซีย
    4. โปรตุเกสเข้ายึดครองมะละกา
  13. ปัจจัยข้อใดมีความสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5
    1. ความกระตือรือร้นของประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
    2. กลุ่มขุนนางไทยรุ่นใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย
    3. การคุกคามจากชาติตะวันตก
    4. ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและวิทยาการ
  14. ปัจจัยข้อใดมีความสำคัญมากที่สุดของการปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5
    1. ความกระตือรือร้นของประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
    2. กลุ่มขุนนางไทยรุ่นใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย
    3. การคุกคามจากชาติตะวันตก
    4. ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและวิืทยาการ
  15. หน้าที่ขององคมนตรีสภาในสมัยรัชกาลที่ 5 คือข้อใด
    1. เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    2. เป็นผู้พิจารณาร่างกฏหมาย
    3. เป็นที่ปรึกษาราชการส่วนพระองค์
    4. เป็นผู้บริหารในกระทรวงต่างๆ
  16. สมุหเทศาภิบาลในสมัยรัชกาลที่ 5 เกี่ยวข้องกับข้อใด
    1. การปกครองส่วนกลาง
    2. การปกครองส่วนภูมิภาค
    3. การปกครองส่วนท้องถิ่น
    4. กรุงเทพมหานคร
  17. การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อให้เกิดผลอย่างไร
    1. การกระจายอำนาจการปกครอง
    2. มีเอกภาพในการบังคับบัญชา
    3. เสมอภาคในสังคมไทย
    4. ลดขั้นตอนในการบริหารจัดการ
  18. การปฏิรูปการปกครองส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคในสมัยรัชกาลที่ 5 เกิดผลตามมาอย่างไร
    1. มีการกระจายอำนาจส่วนท้องถิ่น
    2. มีการรวมอำนาจสู่่ส่วนกลาง
    3. มีความเสมอภาคของประชาชน
    4. ขุนนาง เจ้านายมีอำนาจปกครองมาก
  19. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้วางรากฐานแบบประชาธิปไตยแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยวิธีใด
    1. จัดตั้งการปกครองส่วนท้องถิ่น
    2. จัดตั้งที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    3. จัดตั้งคณะที่ปรึกษาส่วนพระองค์
    4. จัดตั้งอภิมนตรีสภาและรัฐมนตรีสภา
  20. ในสมัยรัชกาลที่ 5 อะไรเป็นการปูพื้นฐานประชาธิปไตย
    1. จัดตั้งกระทรวง
    2. จัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล
    3. ตั้งดุสิตธานี
    4. จัดตั้งสุขาภิบาล
  21. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
    1. เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อน
    2. ประชาชนเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย
    3. การได้รับแนวคิดประชาธิปไตยจากตะวันตก
    4. ความขัดแย้งระหว่างข้าราชการและขุนนางเก่า
  22. ข้อใดเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
    1. เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อน
    2. ประชาชนเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย
    3. การได้รับแนวคิดประชาธิปไตยจากตะวันตก
    4. ความขัดแย้งระหว่างข้าราชการและขุนนางเก่า

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ชุดที่ 1 ::

  1. ข้อใดกล่าวถึงประวัติศาสตร์ได้ถูกต้อง
    1. สามารถนำบทเรียนในอดีตมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันได้
    2. ทำให้รู้จักข้อเท็จจริงได้อย่างลึกซึ้งกว้างขวาง
    3. ส่งเสริมยกย่องวีรกรรมของบรรพบุรุษ
    4. ตระหนักในหน้าที่พลเมืองดีของชาติ
  2. ยุคประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อใด
    1. เมื่อมนุษย์เริ่มตั้งถิ่นฐาน
    2. เมื่อมีการใช้ตัวอักษร
    3. เมื่อมนุษย์เริ่มต้นประกอบพิธีกรรม
    4. เมื่อเลิกพึ่งพาธรรมชาติ
  3. ข้อใดเป็นหลักฐานชั้นต้น
    1. คำสัมภาษณ์ของผู้อยู่ในเหตุการณ์ธรณีพิบัติ
    2. บทความวิเคราะห์สาเหตุการเกิดโลกร้อน
    3. ภาพยนตร์เรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2
    4. วิทยานิพนธ์ความขัดแย้งในสังคมไทย
  4. ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์จะได้รับประโยชน์ข้อใด 
    1. ได้เข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต
    2. ปลูกจิตสำนึกของความรักชาติ
    3. มีความเฉลียวฉลาดและคาดการณ์อนาคตได้แม่นยำ
    4. เป็นบทเีรียนในการดำเนินชีวิต
  5. ข้อใดไม่ใช่หลักฐานชั้นต้น 
    1. ฤาษีดัดตนวัดพระเชตุพน
    2. สนธิสัญญา กฏหมาย
    3. หนังสือที่ระลึกงานศพ วิทยานิพนธ์
    4. บันทึกความทรงจำ ภาพถ่าย 
  6. ศักดินา มีความหมายตรงกับข้อใด 
    1. การถือที่ดินทำกินของไพร่แลทาส
    2. การบอกจำนวนไพร่ที่สังกัดมูลนาย
    3. การกำหนดบทบาทและหน้าที่ของทุกคนในสังคม
    4. การแสดงวรรณะและชาติกำเนิดของชนทุกชั้น
  7. ผลประการสำคัญที่ได้จากการปฏิรูป พ.ศ.2435 
    1. การเปลียนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตย
    2. การสร้างเสถียรภาพแก่รัฐบาลส่วนกลาง
    3. การเปิดการค้าเสรีกับตะวันตกครั้งแรก
    4. ความสามารถรอดพ้นจากจักรวรรดินิยม
  8. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการล่มสลายของอาณาจักรอยุธยา
    1. ความเข้มแข็งของพม่า
    2. ขาดการติดต่อการค้ากับต่างประเทศ
    3. ความอ่อนแอด้านการทหาร
    4. การแย่งชิงอำนาจในหมู่ชนชั้นปกครอง
  9. ข้อใดไม่ใช่เหตุผลที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเลือกกรุงธนบุรีเป็นราชธานี
    1. เป็นเมืองขนาดเล็ก
    2. มีแม่น้ำไหลผ่านกลางราชธานี
    3. อยู่ใกล้ปากแม่น้ำค้าขายได้สะดวก
    4. มีป้อมปราการป้องกันกองทัพเรือข้าศึก
  10. รูปแบบการปกครองสมัยกรุงธนบุรีคล้ายสมัยใดมากที่สุด
    1. สุโขทัยตอนต้น
    2. สุโชทัยตอนปลาย
    3. อยุธยาตอนต้น
    4. อยุธยาตอนปลาย
  11. ข้อใดคือการสร้างบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่นของพระเจ้าตากสิน
    1. เจริญไมตรีกับจีน
    2. ปราบกบฏพระเจ้าสรรค์
    3. ปราบปรามชุมนุมคนไทย
    4. สถาปนากรุงธนบุรีเป็นราช
  12. อุปสรรคสำคัญที่สุดที่ทำให้การพัฒนาในด้านต่างๆ ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จคืออะไร
    1. เกิดภาวะฝนแล้ง
    2. เกิดภัยจากน้ำท่วม
    3. การรุกรานจากพม่า
    4. เกิดโรคระบาด
  13. ข้อใดเป็นสาเหตุของการสิ้นสุดอาณาจักรกรุงธนบุรี
    1. ปัญหาการเมืองภายใน
    2. ปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง
    3. ภัยคุกคามจากพม่าและจีน
    4. พระสงฆ์ย่อหย่อนพระวินัย
  14. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่สนับสนุนให้กรุงรัตนโกสินทร์เหมาะสมทีเป็นราชธานี
    1. อยู่ใกล้ปากอ่าวไทย
    2. อยู่่ใกล้แม่น้ำลำคลอง
    3. มีที่ราบกว้างใหญ่
    4. อยู่ห่างไกลจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
  15. ข้อใดเป็นจุดเด่นทางยุทธศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์
    1. เป็นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมขังในฤดูฝน
    2. เป็ฯที่นามีดินและน้ำอุดมสมบูรณ์
    3. มีแม่น้ำลำคลองเป็นคูเมืองล้อมรอบ
    4. เป็นป่าละเมาะยากแก่การตั้งค่ายของของข้าศึก
  16. ฐานะของกษัตริย์รัตนโกสินทร์ตอนต้นต่างกับอยุธยาอย่างไร
    1. เป็นสมมติเทพน้อยลง
    2. เป็นธรรมราชามากขึ้น
    3. ฟังคำแนะนำของขุนนาง
    4. ยึดหลักทศพิธราชธรรม
  17. ความมั่นคงทางการเมืองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ และขุนนางอย่างไร 
    1. ระบบอุปถัมภ์
    2. ยึดมั่นในจารีตประเพณี
    3. ร่วมมือและประนีประนอม
    4. เคารพยำเกรงซึ่งกันและกัน
  18. การจัดการปกครองไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเป้นไปตามหัวข้อใด
    1. จันทบุรีอยู่ภายใต้กรมท่า
    2. นครศรีธรรมราชอยู่ภายใต้สมุหนายก
    3. พิษณุโลกอยู่ภายในสมุหกลาโหม
    4. โคราชอยู่ภายใต้สมุหเทศาภิบาล
  19. ข้อใดเป็นรูปแบบการปกครองส่วนภูมิภาค
    1. หัวเมืองชั้นในสมัยสุโขทัย
    2. กรมเมืองในสมัยอยุธยา
    3. ดุสิตธานีสมัยรัตนโกสินทร์
    4. เมืองพัทยาในปัจจุบัน
  20. ผู้รั้ง ทำหน้าที่คล้ายกับตำแหน่งใด
    1. ผู้ว่าราชการจังหวัด
    2. ปลัดจังหวัด
    3. รัฐมนตรี
    4. อธิบดี
  21. การปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นต่างกับอยุธยาอย่างไร
    1. ระบบศักดินา
    2. ฐานะของพระมหากษัตริย์
    3. การจัดระบบการปกครองส่วนกลาง
    4. การจัดการปกครองส่วนภูมิภาค
  22. วังในการปกครองแบบจตุสดมภ์ทำหน้าที่คล้ายกับกระทรวงใด
    1. พาณิชย์
    2. มหาดไทย
    3. กลาโหม
    4. ยุติธรรม
  23. ยุคทองแห่งวรรณคดีในสมัยรัตนโกสิืนทร์ตรงกับรัชกาลใด 
    1. รัชกาลที่ 1
    2. รัชกาลที่ 2
    3. รัชกาลที่ 3
    4. รัชกาลที่ 4
  24. รูปแบบการปกครองตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือแบบใด
    1. การปกครองแบบธรรมราชา
    2. การปกครองแบบพ่อปกครองลูก
    3. การปกครองแบบเทวราชา
    4. การปกคอรงแบบปิตุลาธิปไตย
  25. รูปแบบการค้าของไทยในสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือแบบใด
    1. แบบผูกขาด
    2. แบบกึ่งผูกขาด
    3. แบบค้าเสรี
    4. แบบกึ่งเสรี
  26. การแบ่งชนชั้นของประชาชนในสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ใช้สิ่งใดเป็นเกณฑ์
    1. ใช้ความรู้ความสามารถของบุึคคล
    2. การเกิดในชาติตระกูลที่ดี
    3. การใช้ศักดินาเป็นตัววัด
    4. ระดับการศึกษา
  27. ลักษณะด้านสังคมและวัฒนธรรมในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากประเทศใด
    1. อินเดีย
    2. ชาติตะวันตก
    3. จีน
    4. กลุ่มอาหรับ
  28. วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ตรงกับปีใด
    1. พ.ศ.2525
    2. ค.ศ.1893
    3. d
    4. ฮ.จ.
  29. เหตุการณ์ใดทำให้ไทยตระหนักถึงภัยคุกคามจากประเทศตะวันตกเป็นครั้งแรก
    1. ฝรั่งเศสยึดครองอินโดจีน
    2. อังกฤษยึดครองพม่า
    3. ฮอลันดาเข้ายึดอินโดนีเซีย
    4. โปรตุเกสเข้ายึดครองมะละกา
  30. ปัจจัยข้อใดมีความสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5
    1. ความกระตือรือร้นของประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
    2. กลุ่มขุนนางไทยรุ่นใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย
    3. การคุกคามจากชาติตะวันตก
    4. ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและวิทยาการ
  31. ปัจจัยข้อใดมีความสำคัญมากที่สุดของการปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5
    1. ความกระตือรือร้นของประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
    2. กลุ่มขุนนางไทยรุ่นใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย
    3. การคุกคามจากชาติตะวันตก
    4. ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและวิืทยาการ
  32. หน้าที่ขององคมนตรีสภาในสมัยรัชกาลที่ 5 คือข้อใด
    1. เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    2. เป็นผู้พิจารณาร่างกฏหมาย
    3. เป็นที่ปรึกษาราชการส่วนพระองค์
    4. เป็นผู้บริหารในกระทรวงต่างๆ
  33. สมุหเทศาภิบาลในสมัยรัชกาลที่ 5 เกี่ยวข้องกับข้อใด
    1. การปกครองส่วนกลาง
    2. การปกครองส่วนภูมิภาค
    3. การปกครองส่วนท้องถิ่น
    4. กรุงเทพมหานคร
  34. การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อให้เกิดผลอย่างไร
    1. การกระจายอำนาจการปกครอง
    2. มีเอกภาพในการบังคับบัญชา
    3. เสมอภาคในสังคมไทย
    4. ลดขั้นตอนในการบริหารจัดการ
  35. การปฏิรูปการปกครองส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคในสมัยรัชกาลที่ 5 เกิดผลตามมาอย่างไร
    1. มีการกระจายอำนาจส่วนท้องถิ่น
    2. มีการรวมอำนาจสู่่ส่วนกลาง
    3. มีความเสมอภาคของประชาชน
    4. ขุนนาง เจ้านายมีอำนาจปกครองมาก
  36. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้วางรากฐานแบบประชาธิปไตยแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยวิธีใด
    1. จัดตั้งการปกครองส่วนท้องถิ่น
    2. จัดตั้งที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
    3. จัดตั้งคณะที่ปรึกษาส่วนพระองค์
    4. จัดตั้งอภิมนตรีสภาและรัฐมนตรีสภา
  37. ในสมัยรัชกาลที่ 5 อะไรเป็นการปูพื้นฐานประชาธิปไตย
    1. จัดตั้งกระทรวง
    2. จัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล
    3. ตั้งดุสิตธานี
    4. จัดตั้งสุขาภิบาล
  38. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
    1. เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อน
    2. ประชาชนเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย
    3. การได้รับแนวคิดประชาธิปไตยจากตะวันตก
    4. ความขัดแย้งระหว่างข้าราชการและขุนนางเก่า
  39. ข้อใดเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
    1. เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อน
    2. ประชาชนเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย
    3. การได้รับแนวคิดประชาธิปไตยจากตะวันตก
    4. ความขัดแย้งระหว่างข้าราชการและขุนนางเก่า

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ภูมิปัญญาไทย ::

1.    ข้อใดคือภูมิปัญญาไทย

ก.    ผลงานของไทยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต

ข.      เอกลักษณ์เฉพาะและพื้นฐานการใช้ชีวิตของคนไทย

ค.      เอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง

ง.       วิธีการและผลงานของคนไทยที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต

 

2.    วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยเกิดขึ้นเพราะมีจุดประสงค์หลายประการ ยกเว้นด้านใด

ก.   ทำให้สังคมสงบสุข

ข.    ทำให้ผู้คนมีความสุข

ค.    ทำให้การประกอบอาชีพคล่องตัว

ง.    ทำให้ความสัมพันธ์กับต่างประเทศดีขึ้น

 

3.    ข้อใด ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานที่มีผลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปัญญา

ก.    สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

ข.    การลอกเลียนแบบธรรมชาติ

ค.    ความพยายามที่จะเอาชนะธรรมชาติ

ง.    ความพยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ

 

4.    ข้อใดเป็นภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ

ก.    การทอผ้า

ข.    การสร้างโบสถ์

  ค.    การใช้คันไถไถนา      

ง.    การปลูกบ้าน

 

5.    การแต่งกายของหญิงชาวอยุธยาที่นุ่งโจงกระเบนและห่มผ้าแถบ จัดเป็นภูมิปัญญาด้านใด

   ก.    การดำรงชีวิต       

ข.    การประกอบอาชีพ

ค.    การจัดระเบียบสังคม

ง.    การแสดงออกทางศิลปะ

 

6.    การจัดระบบไพร่โดยให้มีการเข้าเดือน – ออกเดือน และให้มีศักดินา จัดเป็นภูมิปัญญาด้านใด

ก.    การดำรงชีวิต

ข.    การประกอบอาชีพ

          ค.    การจัดระเบียบสังคม              

ง.    การแสดงออกทางศิลปะ

 

7.    การปลูกฝังให้คนเคารพเทิดทูนในองค์พระมหากษัตริย์ จัดเป็นภูมิปัญญาด้านใด

ก.    การดำรงชีวิต

ข.    การประกอบอาชีพ

   ค.    การจัดระเบียบสังคม     

ง.    การแสดงออกทางศิลปะ

 

8.    ภูมิปัญญาในอดีตที่ไม่มีแล้วในปัจจุบัน คืออะไร

ก.    การสร้างที่อยู่อาศัย

ข.    การประกอบอาชีพ

ค.    การแต่งกายและกินอาหาร

  ง.    การปกครองและระบบไพร่

 

9.    การนับถือพระพุทธศาสนา จัดเป็นภูมิปัญญาหรือไม่

  ก.    เป็น   เพราะเป็นการจัดระเบียบสังคม   

ข.    เป็น   เพราะได้รับอิทธิพลจากภายนอก

ค.    ไม่เป็น  เพราะไม่เกี่ยวกับธรรมชาติ

ง.    ไม่เป็น  เพราะไม่ใช่การประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่

 

 

10.      ข้อใดเป็นการแสดงออกที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อด้านจิตวิญญาณ

ก.    การปลูกบ้านอยู่ริมน้ำ

ข.    การทำบุญในวันออกพรรษา

ค.    การสร้างเจดีย์เพื่อบูชาผู้ล่วงลับ

ง.    การประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา

 

11.      ในอดีตของไทยที่มีการปลูกฝังความเชื่อด้านจิตวิญญาณ ทั้งนี้เพื่อจุดประสงค์ใด

ก.    การดำรงชีวิต

ข.    การประกอบอาชีพ

           ค.    การจัดระเบียบสังคม        

ง.    การแสดงออกทางศิลปะ

 

12.      ข้อใดเป็นภูมิปัญญาในสมัยสุโขทัยเพื่อเอาชนะธรรมชาติ

ก.    การสร้างเตาทุเรียง

ข.    การสร้างถนนพระร่วง

ค.    การสร้างตระพังเงิน ตระพังทอง      

ง.    การนิมนต์พระจากนครศรีธรรมราช

 

13.      การตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีโดยตั้งอยู่ในบริเวณที่มีแม่น้ำเจ้าพระยา ป่าสัก ลพบุรี

ไหลผ่าน จัดเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์ในด้านใด

ก.    เอาชนะธรรมชาติ

ข.    แก้ปัญหาในชีวิต

ค.    เพื่อการจัดระเบียบสังคม

ง.    ปรับตัวให้สอดคล้องกับธรรมชาติ

 

14.     หากจะศึกษาการใช้ยาตามแพทย์แผนโบราณ นักเรียนควรไปศึกษาที่วัดใด

ก.    วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพฯ 

ข.    เจดีย์พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม

ค.    วัดถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี

ง.    วัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

15.     นักเรียนควรอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยอย่างไร

ก.    รวบรวมเขียนไว้เป็นตำรา

           ข.    สิ่งใดดี ก็ควรปฏิบัติต่อไป

ค.    เชิญชวนให้ช่วยกันอนุรักษ์ไว้

ง.            ออกกฎหมายลงโทษผู้ไม่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทย

1 ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ผลงานบุคคลสำคัญ ::

1.            ข้อใดคือบทบาททางการปกครองที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

ก.    การทำสงครามกับพม่า

ข.    การสร้างป้อมรักษาพระนคร

        ค.    การใช้กฎหมายตราสามดวง

ง.    การให้ขุนนางมีตราประจำตำแหน่ง

2.            การที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงลดเวลาการรับราชการของไพร่ มีผลอย่างไร

ก.    ทำให้ไพร่มีความเป็นอยู่ดีขึ้น

ข.    ทำให้ไพร่มีเวลาสร้างงานศิลปะ

ค.    ทำให้ต้องจ้างชาวจีนทำงานแทนไพร่

ง.    ทำให้ชาวต่างชาติเข้ารับราชการเพิ่มขึ้น

3.            ข้อใดคือพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยด้านนาฏกรรม

ก.    การตั้งกรมโขนและละคร

ข.    การส่งเสริมให้คนไทยเล่นโขน

ค.    การใช้ซอในวงมโหรีของไทย

ง.    การปรับปรุงท่ารำโขนและละคร 

4.            จารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม มีความสำคัญต่อสังคมไทยอย่างไร

ก.    เป็นแหล่งเผยแพร่ภูมิปัญญาไทย

ข.    เป็นแหล่งรายได้จากการท่องเที่ยว

ค.    เป็นสถานที่รักษาโรคด้วยการนวดแผนโบราณ

ง.    เป็นมรดกโลกตามประกาศขององค์การยูเนสโก

5.            ข้อใดคือผลงานด้านการแพทย์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท

ก.    ทรงนิพนธ์ตำรายาสมุนไพรไทย

ข.    ทรงนำเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่มาใช้ในไทย

ค.    ทรงนำวิชาการแพทย์ตะวันตกมาเผยแพร่ในไทย

ง.    ทรงสนับสนุนให้มิชชันนารีเข้ามารักษาโรคให้คนไทย

6.            เพราะเหตุใดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงได้รับการยกย่องเป็นบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย

ก.    สนับสนุนการศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ไทย

ข.    เป็นผู้ริเริ่มให้มีการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ในประเทศไทย

ค.    มีผลงานด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจำนวนมาก เช่น ไทยรบพม่า นิราศนครวัด

ง.    รวบรวมของเก่าๆ เพื่อเก็บไว้เป็นสมบัติของชาติจำนวนมากและเป็นผู้จัดตั้งโบราณคดีสโมสร 

7.            ข้อใดคือบทบาทสำคัญของหม่อมราโชทัย

ก.    เป็นผู้ดูแลมิชชันนารีในไทย

  ข.    เป็นล่ามให้แก่คณะราชทูตของไทย

ค.    เป็นเอกอัครราชทูตไทยที่กรุงลอนดอน

ง.    เป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้แก่ขุนนางไทย

8.            ข้อใดคือบทบาทสำคัญที่สุดของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์

        ก.    การเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

ข.    การเจรจาทำสนธิสัญญาเบาว์ริง

ค.    การเจรจาแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112

ง.    การสนับสนุนรัชกาลที่ 5 เป็นพระมหากษัตริย์

9.           เหตุใดสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์จึงสนับสนุนให้รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต่างประเทศ

ก.    เพื่อลดความขัดแย้งภายในประเทศ

ข.    เพื่อให้ศึกษาการพัฒนาประเทศแบบตะวันตก

ค.    เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศโดยเฉพาะมหาอำนาจตะวันตก

ง.    เพื่อให้ชาติตะวันตกรู้จักรัชกาลที่ 5 และเกรงกลัวอำนาจของไทยมากขึ้น

10.  ข้อใดคือบทบาทสำคัญของบาทหลวงปาลเลอกัวซ์  ด้านอักษรศาสตร์

ก.    การตั้งโรงพิมพ์ในไทย

ข.    การแปลวรรณกรรมไทย

ค.    การจัดทำพจนานุกรมภาษาไทย

ง.    การเป็นครูสอนภาษาต่างประเทศให้กับรัชกาลที่ 5

11.  ผลงานของบาทหลวงปาลเลอกัวซ์ที่มีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ไทย คือข้อใด

ก.    การพิมพ์หนังสือสวดมนต์

ข.    การแต่งหนังสือเล่าเรื่องเมืองสยาม

ค.    การเสนอวิธีการเขียนพงศาวดาร

ง.    การวาดภาพเหมือนบุคคลสำคัญของไทย

12.  บาทหลวงปาลเลอกัวซ์ได้นำวิทยาการด้านใดเข้ามาเผยแพร่ในไทย

ก.    การพิมพ์

ข.    การทำแผนที่

  ค.    การถ่ายรูป

ง.    การใช้กล้องดูดาว

13.  บางกอกรีคอร์เดอร์มีความสำคัญต่อสังคมไทยอย่างไร

ก.    แจ้งข้อมูลข่าวสาร

ข.    ส่งเสริมประชาธิปไตย

ค.    สอนภาษาต่างประเทศ

ง.    เผยแพร่ความรู้และวัฒนธรรมตะวันตก 

14.  ข้อใดคือบทบาทที่สำคัญของพระยากัลยาณไมตรี

ก.    เป็นผู้แทนของไทยในการทำสนธิสัญญาแวร์ซาย

ข.    เป็นผู้แทนของไทยในการแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เสมอภาค

ค.    เป็นราชทูตของสหรัฐอเมริกาที่มาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย

ง.    เป็นที่ปรึกษาในการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร

15.  ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้วางรากฐานการเรียนศิลปะแบบใหม่ในไทยด้วยวิธีใด

ก.    การเปิดโรงเรียนสอนศิลปะสมัยใหม่ในไทย

   ข.    การวางหลักสูตรวิชาจิตรกรรมและประติมากรรม

ค.    การสร้างงานศิลปะเป็นแบบอย่างให้ชนรุ่นหลังทำตาม

ง.    การเป็นครูสอนศิลปะและประวัติศาสตร์ศิลปะในมหาวิทยาลัยศิลปากร

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: ประวัติศาสตร์ไทย ::

1.            ทฤษฎีที่ว่าคนไทยมาจากตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของจีนใช้หลักฐานอะไรสนับสนุน

ก.    โครงกระดูกมนุษย์สมัยโบราณ

ข.    เอกสารทางประวัติศาสตร์

ค.    ฮีโมโกบิน อี ในเลือด

ง.    หนังสือหลักไทย

2.            เหตุใดทฤษฎีที่ว่าชนชาติไทยอยู่ในประเทศไทยมาตั้งแต่อดีตจึงยังไม่เป็นที่ยอมรับทั้งที่มีการพบโครงกระดูกและเครื่องใช้ของมนุษย์โบราณในไทย

ก.    บริเวณที่พบอยู่ห่างไกลจากแหล่งที่ตั้งชุมชนในปัจจุบัน

ข.    เครื่องใช้ที่พบไม่เหมือนกับเครื่องใช้ของคนไทยในปัจจุบัน

ค.    โครงกระดูกที่พบไม่มีลักษณะที่เหมือนกับคนไทยในปัจจุบัน

ง.    ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าโครงกระดูกและเครื่องใช้ที่พบเป็นของชนชาติไทย

3.    อาณาจักรโบราณในดินแดนประเทศไทยมีอิทธิพลต่อสังคมไทยในเรื่องใดมากที่สุด

ก.    ศาสนา

ข.    ศิลปกรรม

ค.    เศรษฐกิจ

ง.    การปกครอง

4.    ปัจจัยทางการเมืองในการสถาปนากรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์เหมือนกันอย่างไร

ก.    สร้างเมืองหลวงที่มีแม่น้ำผ่ากลาง

ข.    การทำสงครามกอบกู้อิสรภาพจากพม่า

ค.    มีไพร่พลจำนวนมากทำให้สร้างเมืองได้รวดเร็ว

ง.    เกิดปัญหาทางการเมืองภายในและความวุ่นวายขึ้นในอาณาจักรก่อน

5.    ข้อใดคือจุดประสงค์สำคัญในการปฏิรูปประเทศ

ก.    เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากชาติตะวันตก

ข.    เพื่อสร้างความมั่นคงและพัฒนาทางเศรษฐกิจ

ค.    เพื่อสร้างความมั่นคงและจัดระเบียบการบริหาร

ง.    เพื่อพัฒนาทางเศรษฐกิจและความสะดวกสบาย

6.    การปฏิรูปการปกครอง มีจุดประสงค์สำคัญในเรื่องใด

ก.    ลดค่าใช้จ่ายของรัฐ

     ข.    การรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง

ค.    กระจายอำนาจการปกครอง

ง.    ป้องกันการรุกรานของต่างชาติ

7.    ข้อใดคือวิธีการเลิกทาสของไทย

ก.    ให้ทาสมารับราชการทหารแทน

ข.    ให้ทาสทำงานใช้หนี้ไปจนหมดค่าตัว

ค.    ประกาศเลิกทาสพร้อมกันทั่วราชอาณาจักร

ง.    ให้ลูกทาสมีค่าตัวลดลงไปเรื่อยๆ ตามพระราชบัญญัติพิกัดอายุลูกทาสลูกไท พ.ศ. 2417

8.    สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การยกเลิกระบบไพร่ คือข้อใด

ก.    ขัดขวางการปฏิรูปประเทศ

ข.    เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม

ค.    ไพร่ไม่มีงานทำเพราะสังกัดมูลนาย

ง.    ไพร่หลบหนีไปเป็นคนในบังคับต่างชาติ

9.    ข้อใดคือพระราชกรณียกิจสำคัญในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกของรัชกาลที่ 5

ก.    การแสวงหาพันธมิตรจากชาติในยุโรป

ข.    การศึกษาความเจริญของชาติในยุโรป

ค.    การเจรจาแก้ไขความขัดแย้งกับชาติในยุโรป

ง.    การแสดงฐานะของไทยให้ชาติในยุโรปได้รู้จัก

10.  ข้อใดคือประโยชน์สำคัญที่สุดที่ได้รับจากการเสด็จประพาสต้น

ก.    ประหยัดรายจ่าย

     ข.    ทราบความเป็นอยู่ของราษฎร

ค.    ได้พูดคุยอย่างใกล้ชิดกับราษฎร

ง.    ทราบการทำงานของข้าราชการท้องถิ่น

11.  ปัจจัยใดที่ช่วยสนับสนุนการก่อการของคณะราษฎร

   ก.    ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ

ข.    การคุกคามของต่างชาติ

ค.    พระมหากษัตริย์อ่อนแอ

ง.    ได้รับความช่วยเหลือจากต่างชาติ

12.  ข้อใดคือผลจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน

ก.    ทหารมีบทบาทสำคัญต่อการปกครองของไทย

ข.    พระมหากษัตริย์ไม่มีพระราชอำนาจในการปกครอง

ค.    ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ

ง.    ผู้ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศมีบทบาทสำคัญต่อการปกครอง

13.  ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระมหากษัตริย์มีความสำคัญต่อประเทศอย่างไร

ก.    เป็นผู้ให้คำปรึกษาและแนะนำการทำงานให้แก่รัฐบาล

ข.    เป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ค.    เป็นตัวแทนของชาติในการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างชาติ

ง.    เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติและเป็นสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์ควรแก่การเคารพ

14.  ข้อใดคือบทบาทสำคัญของท้าวเทพกษัตรี ท้าวศรีสุนทร และท้าวสุรนารี

ก.    ทำสงครามปกป้องบ้านเมือง

ข.    แต่งตำราการเรือนสำหรับสตรีไทย

ค.    นำคนไทยหลบหนีข้าศึกกลับไทย

ง.    แต่งตำราสอนขนบธรรมเนียมของสตรีไทย

15.  การแต่งตั้งพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 เป็นผู้สำเร็จราชการ สะท้อนถึงเรื่องใด

ก.    ผู้ชายควรไว้วางใจภรรยาของตน

ข.    พระมหากษัตริย์ไม่ไว้วางใจบุคคลอื่น

ค.    ผู้หญิงควรช่วยเหลืองานของสามีให้มาก

        ง.    สตรีมีความสามารถในการปกครองบ้านเมือง

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

1.            ข้อใดไม่อยู่ในวิธีการทางประวัติศาสตร์

ก.    การตั้งประเด็นคำถาม

      ข.    การปรับแต่งข้อมูล

ค.    การรวบรวมหลักฐาน

ง.    การตีความหลักฐาน

2.            บุคคลในข้อใดใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในขั้นตอนการวิเคราะห์หลักฐาน

ก.    เอก นำเสนอเรื่องที่ศึกษาอย่างมีเหตุผล

ข.    โท ตอบคำถามที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

ค.    ตรี  สืบค้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์                                       

     ง.    จัตวา ประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐาน 

3.            เพราะเหตุใด จึงกล่าวว่าการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลในวิธีการทางประวัติศาสตร์ เป็นสิ่ง ที่สำคัญที่สุด

ก.    เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหลักฐานที่หามาได้

ข.    เป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์หรือไม่

ค.    เป็นการนำข้อมูลทั้งหมดมาแยกแยะ เรียบเรียงอย่างเป็นระบบ ตรงประเด็น

ง.    เป็นหลักฐานหรือข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ

4.            ข้อใดเป็นการตั้งประเด็นที่ไม่เหมาะสมในการศึกษาประวัติศาสตร์

ก.    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวกับการสร้างชาติไทย

ข.    การเลิกทาสในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

  ค.    ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา

ง.    วีรกรรมของท้าวสุรนารีในประวัติศาสตร์ไทย

5.            ข้อใดจัดเป็นหลักฐานทางโบราณคดีทั้งหมด

     ก.    โครงกระดูก เครื่องมือ-เครื่องใช้   

ข.    ศิลาจารึก  ซุ้มใบเสมา

ค.    พงศาวดารอยุธยา  ตำนานท้าวแสนปม

ง.    วีดิทัศน์เรื่องจดหมายเหตุกรุงศรี  รอยไทย

6.            เพราะเหตุใดจึงต้องใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์

ก.    เข้าใจขั้นตอนในการศึกษาประวัติศาสตร์                              

ข.    หาความจริงจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

ค.    จัดหมวดหมู่ข้อมูลจากหลักฐานประวัติศาสตร์

ง.    หาจุดประสงค์ของผู้สร้างหลักฐานประวัติศาสตร์

7.            หลักฐานลายลักษณ์อักษรมีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์อย่างไร

ก.    เป็นหลักฐานที่ให้ข้อมูลประวัติศาสตร์ดีที่สุด

ข.    เป็นหลักฐานที่ให้ข้อมูลง่ายกว่าหลักฐานอื่น

ค.    เป็นหลักฐานที่มีจำนวนมาก หาง่าย                                      

ง.    เป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด 

8.            การกำหนดประเด็นมีประโยชน์อย่างไรต่อวิธีการทางประวัติศาสตร์

ก.    บอกความสนใจของผู้ศึกษาค้นคว้า

ช.    ป้องกันการศึกษาซ้ำกับผู้อื่น

    ค.    กำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษา    

ง.    ทำให้ทราบแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์

9.            การกำหนดหัวข้อหรือประเด็นที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

  ก.    กำหนดช่วงเวลาและพื้นที่ที่จะศึกษาให้ชัดเจน   

ข.    กำหนดหัวเรื่องกว้างๆ เพื่อศึกษาได้หลายประเด็น

ค.    นำประเด็นที่มีผู้ศึกษามาก่อนและมีการยอมรับแล้ว

ง.    กำหนดหัวเรื่องให้แคบจะได้ไม่เสียเวลาศึกษา

10.  วิธีการใดจะเกิดประโยชน์ในการประเมินคุณค่าของข้อมูล

ก.    นำข้อมูลที่ได้ไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ                             

ข.    นำข้อมูลที่กล่าวถึงเรื่องเดียวกันมาเทียบเคียงกัน

ค.    ดูระยะเวลาในการสร้างหลักฐานยิ่งเก่ายิ่งน่าเชื่อถือ

ง.    อ้างอิงจากหลักฐานชั้นรองจำนวนมากก็น่าเชื่อถือ

11.  เพราะเหตุใดจึงต้องศึกษาจากผลงานของผู้เชี่ยวชาญก่อนไปศึกษาในสถานที่จริง

ก.    หาความน่าเชื่อถือของผู้เชี่ยวชาญ

  ข.    ทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อน

ค.    หากเข้าใจเรื่องแล้วไม่ต้องไปสถานที่จริง

ง.    เปรียบเทียบผลงานจากผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน

12.  หลักฐานประวัติศาสตร์มีความสำคัญต่อวิธีการทางประวัติศาสตร์อย่างไร

    ก.    ให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์        

ข.    กำหนดวิธีการทางประวัติศาสตร์

ค.    กำหนดหัวข้อหรือประเด็นทางประวัติศาสตร์

ง.    ทำให้เกิดวิธีการทางประวัติศาสตร์

13.  เพื่อประโยชน์ในการตีความข้อมูลควรปฏิบัติอย่างไร

   ก.    รู้จักวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของข้อมูล         

ข.    มีความอดทนในการอ่านเอกสารจำนวนมาก

ค.    รู้จักนำแนวคิดในปัจจุบันมาพิจารณาอดีต

ง.    มีจินตนาการเกี่ยวกับอดีต

14.  หลักฐานชั้นต้นมีความน่าเชื่อถือกว่าหลักฐานชั้นรอง เพราะเหตุใด

ก.    หลักฐานชั้นรองใช้ข้อมูลจากหลักฐานชั้นต้น                     

ข.    หลักฐานชั้นต้นสร้างขึ้นปราศจากอคติ

ค.    หลักฐานชั้นต้นไม่สอดแทรกความคิดเห็นของผู้สร้าง

ง.    ผู้สร้างหลักฐานชั้นต้นทราบข้อมูลดีกว่า

15.  การกำหนดหัวเรื่องให้น่าสนใจจะเกิดประโยชน์อย่างไร

   ก.    สะดวกในการศึกษาค้นคว้า         

ข.    ศึกษาเรื่องที่แตกต่างจากผู้อื่น

ค.    เกิดการสร้างองค์ความรู้ใหม่

ง.    มีแรงกระตุ้นในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

::หน่วย 1::

1.            การนับเวลาในประวัติศาสตร์ไทยมีความสำคัญอย่างไร

ก.    ทำให้จัดลำดับความคิดได้ถูกต้อง

ข.    มองเห็นความสัมพันธ์ของอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ค.    สามารถบอกเหตุการณ์ได้ว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อน-หลัง

ง.    ถูกทุกข้อ

2.            ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับเวลา

ก.    คิมหันต์ วสันต์

ข.    ดอกโสนบานเช้า ดอกสะเดาบานเย็น

ค.    เที่ยงตรง เที่ยงธรรม

ง.    ผึ้งบินหาน้ำหวาน นกบินกลับรัง

3.            ข้อใดกล่าวถึงศักราช ไม่ถูกต้อง

ก.    พ.ศ.ของไทยเร็วกว่าศรีลังกา 1 ปี

ข.    ร.ศ. เป็นศักราชในรัชกาลที่ 5

ค.    ค.ศ. ใช้กับการเกิดของพระเยซู

ง.    จ.ศ. เป็นศักราชของไทยในพงศาวดาร

4.            เรียงลำดับการใช้ศักราชในการบันทึกประวัติศาสตร์ไทยให้ถูกต้อง

ก.    ร.ศ. พ.ศ. ค.ศ. จ.ศ. ม.ศ.

ข.    จ.ศ. ม.ศ. พ.ศ. ร.ศ. ค.ศ.

ค.    ม.ศ. จ.ศ. พ.ศ. ร.ศ. ค.ศ.

ง.    ม.ศ. จ.ศ. ค.ศ. พ.ศ. ร.ศ.

5.            การเกิดศักราชเกี่ยวเนื่องข้อใด

ก.    เศรษฐกิจ                                                       ข.    การเมือง

ค.    ศาสนา                                                           ง.    เหตุการณ์สำคัญ

6.            ข้อใดถือว่าเป็นศักราชสากล

ก.    ฮิจเราะห์ศักราช                                           ข.    คริสต์ศักราช

ค.    พุทธศักราช                                          ง.       รัตนโกสินทร์ศักราช

7.            ข้อใดไม่ถูกต้อง

ก.    พ.ศ. – การปรินิพพานของพระพุทธเจ้า

ข.    ค.ศ. – การตรึงไม้กางเขนของพระเยซู

ค.    ฮ.ศ. – การอพยพของนบีและสาวก

ง.    ร.ศ. – การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์

8.            การนับศักราชในข้อใดถูกต้อง

ก.    พุทธศักราช –จันทรคติ

ข.    คริสต์ศักราช- จันทรคติ

ค.    ฮิจเราะห์ศักราช – จันทรคติ

ง.    รัตนโกสินทร์ศก-จันทรคติ

9.            การเทียบศักราชในข้อใดไม่ถูกต้อง

ก.    ฮิจเราะห์ศักราชช้ากว่าคริสต์ศักราช

ข.    คริสต์ศักราชเร็วกว่ารัตนโกสินทร์ศก

ค.    พุทธศักราชเร็วกว่าคริสต์ศักราช

ง.    มหาศักราชช้ากว่าจุลศักราช

10.  ข้อมูลใดไม่ถูกต้อง

ก.    กรุงเทพฯ สถาปนาเมื่อ พ.ศ. 2325 ตรงกับรัตนโกสินทร์ศก 1

ข.    ปัจจุบันกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงมา 229 ปี

ค.    ศาสนาพุทธเกิดมา 2552 ปี ขณะที่ศาสนาคริสต์เกิดมานาน 2009 ปี

ง.    ไทยเสียกรุงครั้งที่ 1 พ.ศ.2112 ตรงกับ ค.ศ.1969

11.  ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์ในการแบ่งยุคประวัติศาสตร์เป็น 2 ยุคใหญ่

ก.    วัสดุทำเครื่องมือเครื่องใช้

ข.    การตั้งชุมชน

ค.    คำบอกเลาสืบต่อกันมา

ง.    การบันทึกเรื่องราว

12.  หลักฐานประวัติศาสตร์ข้อใดไม่เข้าพวก

ก.    ตำนานอุสา-บารส                                                       ข.   จารึกอักษรสยาม

ค.    พงศาวดารเหนือ                                                          ง.   ขวานหินขัด

13.  ยุคสมัยในข้อใดที่มนุษย์ ยังใช้ชีวิตเร่ร่อนด้วยการเก็บของป่า ล่าสัตว์

ก.    ยุคหินกลาง                                                                   ข.   ยุคหินใหม่

ค.    ยุคสำริด                                                                         ง.   ยุคเหล็ก

14.  ในการศึกษาเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทยจะไม่พบหลักฐานในข้อใด

ก.    กำไลสำริด                                                                    ข.   เครื่องปั้นดินเผา

ค.    โครงกระดูกมนุษย์                                                      ง.   แผ่นจารึกอักษรโบราณ

15.  เพราะเหตุใด วัสดุที่ทำเครื่องมือเครื่องใช้นิยมใช้เหล็กมากกว่าสำริด

ก.    หาได้ง่าย                                                                       ข.   ผลิตได้ง่าย

ค.    มีความทนทานกว่า                                                     ง.   นำมาใช้ได้ง่ายกว่า

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

::บทบาทสตรี ::

1. ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร เป็นผู้นำสตรีไทยในประวัติศาสตร์ที่มีบทบาทด้านใด
ก. การกอบกู้เอกราช
ข. การป้องกันประเทศ
ค. การบริหารบ้านเมือง
ง. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
2. สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5 ทรงมีบทบาทด้านการเมืองการปกครองข้อใด
ก. เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
ข. ร่วมเสด็จประพาสยุโรปกับรัชกาลที่ 5
ค. ระงับข้อพิพาทระหว่างวังหลวงและวังหน้า
ง. ริเริ่มประเพณีเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ 5
3. ผู้นำสตรีในประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาข้อใด มีบทบาทด้านการบริหารราชการแผ่นดินแทนพระมหากษัตริย์
ที่ยังทรงพระเยาว์
ก. เจ้าแม่วัดดุสิต
ข. ท้าวสุรนารี
ค. ท้าวศรีสุดาจันทร์
ง. สมเด็จพระศรีสุริโยทัย
4. วีรกรรมของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย เป็นผลดีต่อการเมืองการปกครองสมัยอยุธยาข้อใด
ก. รักษาเอกราชของชาติ
ข. กอบกู้เอกราชจากพม่า
ค. รักษาหัวเมืองประเทศราช
ง. พม่าไม่มารุกรานไทยอีกนับร้อยปี
5. รัชกาลที่ 3 ท้าวสุรนารีเป็นแบบอย่างของวีรสตรีไทยในการรักษาบ้านเมืองอย่างไร
ก. นำกำลังชาวบ้านขับไล่พม่า
ข. ปราบหัวเมืองอีสานที่ก่อกบฏ
ค. ขับไล่กบฏนักองค์เองเจ้านายเขมร
ง. พม่าไม่มารุกรานไทยอีกนับร้อยปี
6. หญิงไทยที่มีฐานะดีในสมัยรัชกาลที่ 3มีบทบาทข้อใด ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ
ก. เป็นแม่ค้าคนกลาง
ข. เป็นเจ้าภาษีนายอากร
ค. เป็นต้นหนเรือสำเภาหลวง
ง. เป็นเจ้าหน้าที่ในพระคลังสินค้า
7. ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หญิงไทยส่วนใหญ่ต้องทำงานหนักมากกว่าผู้ชาย เพราะเหตุใด
ก. ผู้ชายถูกเกณฑ์แรงงาน
ข. ผู้ชายมี่ค่านิยมรักความสบาย
ค. ผู้หญิงมีจำนวนมากกว่าผู้ชาย
ง. ผุ้หญิงมีฐานะเป็นไพร่และทาส
8. สตรีชนชั้นสูงในสมัยรัชกาลที่ 4 มีโอกาสเจริญก้าวหน้าเหนือกว่าหญิงสามัญชนข้อใด
ก. มีบ่าวไพร่ไว้ใช้สอย
ข. เข้ารีตเป็นคริสเตียน
ค. เรียนรู้ภาษาอังกฤษ
ง. เข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยหญิง
9. สมเด็จเจ้าฟ้าวไลอลงกรณ์ พระธิดาในรัชกาลที่ 5 ทรงสนับสนุนให้โรงเรียนสตรีจัดการเรียนการสอนวิชาใด
เป็นพิเศษ
ก. เย็บปักถักร้อย
ข. ศิลปะดนตรีและละคร
ค. ตำราแพทย์แผนโบราณ
ง. วิทยาศาสตร์และวิทยากรสมัยใหม่
10. ภรรยาประเภทใด ตามกฎหมายสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่มีสิทธิรับมรดกใดๆ จากสามีที่ถึงแก่ความตาย
ก. ภรรยากลางเมือง
ข. ภรรยากลางนอก
ค. ภรรยาพระราชทาน
ง. ภรรยากลางทาสี
11. กฎหมายสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น กำหนดให้ทาสหญิงมีความสัมพันธ์กับนายเงินเจ้าของทาสอย่างไร จึงจะเป็นไทแก่ตัว
ก. เป็นเจ้าหนี้
ข. เป็นลูกหนี้
ค. เป็นภรรยา
ง. เป็นบุตรบุญธรรม
12. รัชกาลที่ 4 โปรดฯ ให้ยกเลิกธรรมเนียมปฏิบัติของทางราชการข้อใด เพื่อเคารพในสิทธิมนุษยชนของ หญิงไทย
ก. บังคับให้บวชชี
ข. บังคับให้ฝึกหัดละคร
ค. บังคับให้เป็นนางกำนัล
ง. จับมาเป็นไพร่โรงครัวหลวง
13. การปฏิรูปสังคมสมัยรัชกาลที่ 5 ข้อใด เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศและทำให้สตรีมีสิทธิความเป็น พลเมืองโดยสมบูรณ์
ก. เลิกระบบไพร่และทาส
ข. จัดตั้งสภาวัฒนธรรมหญิง
ค. ตรากฎหมายลักษณะผัวเมีย
ง. จัดทำประมวลกฎหมายอาญา
14. สมัยใดที่รัฐประกาศนโยบายให้ความสำคัญต่อสตรี ให้ผู้ชายยกย่องให้เกียรติผู้หญิงและส่งเสริมให้มี บทบาทและสถานภาพเท่าเทียมกับชาย
ก. หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
ข. หลังรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงครามหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ค. ช่วงเวลาที่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1
ง. สมัยประชาธิปไตยเบ่งบาน หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
15. ระยะแรกที่ประเทศไทยเริ่มพัฒนาอุตสาหกรรม ฐานะและสิทธิของแรงงานสตรีด้อยกว่าชายข้อใด
ก. ได้ค่าจ้างแรงงานต่ำกว่า
ข. มีอัตราการว่างงานต่ำกว่า
ค. มีวันลาป่วยลากิจน้อยกว่า
ง. มีชั่วโมงการทำงานต่อวันมากกว่า

 

 

 

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

:: พระมหากษัตริย์ ::

  • พระมหากษัตริย์ไทยทรงมีสถานภาพแตกต่างจากพระมหากษัตริย์ในยุโรปอย่างไร
  1. ทรงเป็นสมมติเทพ
  2. ทรงเป็นประมุขของรัฐ
  3. ทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก
  4. ทรงสืบสันตติวงศ์ตามโบราณราชประเพณี
  •  พระมหากษัตริย์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทย เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติด้านใด
  1. ราษฏรอยู่ดีกินดี
  2. เศรษฐกิจขยายตัว
  3. ประชาธิปไตยเข้มแข็ง
  4. ความสามัคคีของคนในชาติ
  • คำเรียกพระนามของพระมหากษัตริย์องค์ใด หมายถึงทรงเป็นจอมทัพหรือนักรบผู้ยิ่งใหญ่
  1. ธรรมราชา
  2. พระเจ้าแผ่นดิน
  3. พระเจ้าอยู่หัว
  4. พระมหากษัตริย์
  • ฐานะของสถาบันพระมหากษัตริย์สมัยอยุธยาเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยสุโขทัยเพราะเหตุใด
  1. การทำสงครามกับพม่า
  2. การติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก
  3. รับวัฒนธรรมการปกครองจากเขมร
  4. ความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา
  • ข้อใดเป็นรัชกาลแรกที่พระมหากษัตริย์ไทยเริ่มเปลี่ยนฐานะเป็นกษัตริย์สมัยใหม่มิได้ทรงเป็นผู้นำกองทัพหรือบัญชาการรบกับประเทศเพื่อนบ้านเหมือนในอดีต
  1. รัชกาลที่ 3
  2. รัชกาลที่ 4
  3. รัชกาลที่ 5
  4. รัชกาลที่ 6
  • สมเด็จพระนารายณ์มหาราชและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำเนินนโยบายการทูตและการเมืองระหว่างประเทศลักษณะใด เพื่อรักษาเอกราชของชาติ
  1. รวบอำนาจ
  2. แบ่งอำนาจ
  3. ถ่วงดุลอำนาจ
  4. กระจายอำนาจ
  • พระมหากษัตริย์ไทยทรงทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง เกิดประโยชน์ต่อประเทศข้อใด
  1. ราษฏรอยู่ดีกินดี
  2. สังคมร่มเย็นเป็นสุข
  3. รักษาอธิปไตยของชาติ
  4. เป็นเอกลักษณ์ของชนชาติไทย
  • ข้อใดไม่ใช่การทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์ที่ถ่ายทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสู่คนไทยในปัจจุบัน
  1. ตั้งธรรมยุติกนิกาย
  2. สร้างและปฏิสังขรณ์วัด
  3. ฟื้นฟูประเพณีวันวิสาขบูชา
  4. จัดให้มีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
  • ข้อใดไม่ใช่การปฏิรูปบ้านเมืองสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ
  1. ยกเลิกระบบไพร่
  2. จัดตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์
  3. ขุดคลองที่ราบเจ้าพระยา
  4. จัดทำประมวลกฎหมายใหม่
  • ศิลปวัฒนธรรมแขนงใด พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงส่งเสริมให้เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก จนได้รับการยกย่องว่าเป็นยุคทองของสมัยรัตนโกสินทร์
  1. วรรณคดี
  2. ประติมากรรม
  3. จิตรกรรม
  4. นาฏศิลป์ ดนตรีไทย

1 ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

เพราะเหตุใดไทยจึงประกาศสงครามต่อฝ่ายพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2

้ข้อใดเป็นผลประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการไม่เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายสัมพันธมิตร

วิเทโศบายต่างประเทศของไทยเพื่อความอยู่รอดของขาติมิให้ตกเป็นอาณานิคมได้แก่ข้อใด

คดีพระยอดเมืองขวางเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใด

ข้อใดไม่ใช่นโยบายต่างประเทศของไทยปัจจุบัน

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

  1. งานโยธาในสมัยอยุธยา ส่วนใหญ่รัฐบาลได้แรงงานจากแหล่งใด
    1. เกณฑ์แรงงานเชลยศึกและทาส
    2. เกณฑ์แรงงานไพร่สมและไพร่่ส่วย
    3. เกณฑ์แรงงานไพร่หลวง
    4. จ้างแรงงานชาวจีน
  2. เศรษฐกิจสุโขทัยและอยุธยาต่างกันอย่างไร
    1. สุโขทัยมีการค้าเสรี อยุธยาการค้าแบบผูกขาด
    2. สุโขทัยมีการผลิตแบบยังชีพ อยุธยาผลิตเพื่อส่งออก
    3. สุโขทัยไม่มีการเก็บภาษี แต่อยุธยาเก็บภาษีหลายประเภท
  3. ข้อใดไม่ใช่ความเปลีย่นแปลงอันเป็นผลสืบเนื่องจากสนธิสัญญาเบาริง
  4. ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การค้าของไทยสมัยอยุธยาเจริญรุ่งเรืองคือ
  5. วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจสมัยรัชกาลที่ 7 มีสาเหตุจากข้อใด
  6. ระบบผูกขาดโดยพระคลังสินค้าในสมัยอยุธยาก่อให้เกิดผลสำคัญอย่างไร
  7. แผรพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไร
  8. รายได้หลักของไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้มาจากอะไร
  9. ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของระบบพระคลังสินค้า
  10. ข้อใดเป็นผลเปลี่ยนแปลงจากสนธิสัญญาเบาริงจากยังชีพมาเป็นการค้า
  11. เพราะเหตุใดไทยจึงร่ำรวยจากการค้ากับต่างประเทศจนเป็นรายได้หลักของแผ่นดิน
  12. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการกำหนดสินค้าต้องห้ามในการค้ากับต่างประเทศในสมัยอยุธยา
  13. สิบหยิบหนึ่ง เป็นการเก็บภาษีแบบใด
  14. นโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจของจอมพล ป.พิบูลสงครามก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร
  15. ระบบการค้าเสรีสมัยรัชกาลที่ 4 ก่อให้เกิดผลดีต่อไทยเรื่องใด

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::

::แนวข้อสอบ::

ปัจจัยที่ส่งผลทำให้สุโขทัยเป็นแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญคือสิ่งใด

  1. ฝนตกชุกตลอดปี
  2. แม่น้ำไหลผ่านหลายสาย
  3. ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ
  4. การใช้ีระบบชลประทานเข้าช่วยในหน้าแล้ง

สกุลเงินที่มีค่าน้อยที่สุดในสมัยสุโขทัยคือหน่วยงานใด

  1. สลึง
  2. พดด้วง
  3. บาท
  4. เบี้ยหอย

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งเสริมเศรษฐกิจของอาณาจักรสุโขทัยให้เจริญก้าวหน้า

  1. ลักษณะทางภูมิศาสตร์
  2. ทรัพยากรธรรมชาติ
  3. ความสามารถของผู้นำ
  4. การสนับสนุนจากจีน

หน่วยงานที่ทำหน้าที่ผูกขาดการค้าในสมัยอยุธยาคือหน่วยงานใด

  1. พระคลังข้างที่
  2. พระคลังสินค้า
  3. พระคลังมหาสมบัติ
  4. พระคลังวังหน้า

ประเทศตะวันตกที่เข้ามามีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจในสมัยอยุธยามากที่สุดคือ

  1. สเปน
  2. โปรตุเกส
  3. ฮอลันดา
  4. อังกฤษ

ยุคทองของการค้าของไทยในสมัยอยุธยาตรงกับรัชสมัยของพระมหากษัตริย์พระองค์ใด

  1. พระนเรศวรมหาราช
  2. พระเจ้าท้ายสระ
  3. พระนารายณ์มหาราช
  4. พระมหาจักรพรรดิ

การค้าขายของอาณาจักรอยุธยากับประเทศจีนดำเนินไปในรูปแบบใด

  1. รัฐบรรณาการ
  2. แบบเสรี
  3. แบบผูกขาด
  4. กึ่งผูกขาดกึ่งเสรี

สินค้าส่งออกของอยุธยาที่เป็นที่ต้องการของชาติตะวันตกมากที่สุดคือสินค้าประเภทใด

  1. สินค้าหัตถกรรม
  2. ผลผลิตทางเกษตรกรรม
  3. ของป่า
  4. สินค้าประติมากรรม

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ยกเลิกรูปแบบการค้าแบบผูกขาดเมื่อไทยทำสัญญาการค้ากับชาติใด

  1. ฝรั่งเศส
  2. จีน
  3. อังกฤษ
  4. สหรัฐอเมริกา

สินค้าส่งออกที่สำคัญที่สุดของสุโขทัยคือประเภทใด

  1. ของป่า
  2. ผ้าไหม
  3. เครื่องสังคโลก
  4. ข้าว

สิ่งที่แสดงถึงความเจริญทางด้านชลประทานในสมัยสุโขทัยมากที่สุดคือสิ่งใด

  1. ตระพังเงิน
  2. สรีดภงส์
  3. ตระพังทอง
  4. การขุดคลองเชื่อมต่อกับแม่น้ำ

ในสมัยสุโขทัยมีรูปแบบการค้าในลักษณะใด

  1. รูปแบบการค้าแบบเสรี
  2. การค้าแบบผูกขาด
  3. การค้าแบบยืดหยุ่น
  4. การค้าแบบพื้นบ้าน

ปสาน ในสมัยอยุธยาและสุโขทัย มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจอย่างใด

  1. เป็นรูปแบบการค้า
  2. สินค้าพื้นเมืองที่สำคัญ
  3. ตลาดซื้อขายสินค้า
  4. เมืองท่าขนส่งสินค้าที่สำคัญ

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้มีความเจริญทางด้านการค้าสูงสุดตรงกับรัชกาลใด

  1. รัชกาลที่ 1
  2. รัชกาลที่ 2
  3. รัชกาลที่ 3
  4. รัชกาลที่ 4

เตาทุเรียง มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของสุโขทัยอย่างไร

  1. เตาสำหรับเผาถ่าน
  2. เตาหุงข้าว
  3. เตาเผาเครื่องสังคโลก
  4. เตาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญในสมัยสุโขทัยและอยุธยาตอนต้น คือชาติใด

  1. อินเดีย
  2. จีน
  3. อาหรับ
  4. ญี่ปุ่น

หลังการทำสนธิสัญญาเบาริง ส่งผลให้สินค้าใดกลายเป็นสินค้าออกที่สำคัญที่สุด

  1. งานฝีมือ
  2. ข้าว
  3. ของป่า
  4. เครื่องสังคโลก

 

ใส่ความเห็น

Filed under :: ประวัติศาสตร์ ม.6 ::