Category Archives: :: ข้อสอบหน้าที่พลเมือง ::

:: แนวข้อสอบหน้าที่พลเมือง ::

1.พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติให้ความหมายวัฒนธรรมอย่างไร

  1. วิถีการดำเนินชีวิต
  2. ลักษณะที่เจริญงอกงาม
  3. ความกลมเกลียวของชาติ
  4. ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น

2. ข้อใดคือความสำคัญที่สุดของวัฒนธรรม

  1.  ช่วยให้มนุษย์ปรับตัวกับสิ่งแวดล้อม
  2.  เป็นเครื่องมือจัดระเบียบสังคมมนุษย์
  3.  สร้างความเป็นหนึ่งแก่สมาชิกในสังคม
  4.  ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพของสมาชิกในสังคม

3. วัฒนธรรมแบ่งได้เป็นกี่ประเภท

  1. 2 ประเภท
  2.  3 ประเภท
  3. 4 ประเภท
  4.  5 ประเภท

4. ข้อใดเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ใช่วัตถุ

  1.  เครื่องมือ
  2.  กฎหมาย
  3.  บ้านเรือน
  4. เครื่องแต่งกาย

5. ข้อใดคือลักษณะที่สำคัญที่สุดของวัฒนธรรมไทย

  1. นับถือระบบเครือญาติ
  2. เป็นสังคมเกษตรกรรม
  3.  มีแบบแผนทางพิธีกรรม
  4. ยึดถือในการบุญการกุศล

จากตัวเลือกที่กำหนดให้ ตอบคำถามข้อ 6-9

  1. นิยมความสนุกสนาน
  2.  นับถือระบบเครือญาติ
  3.  ยึดถือในการบุญการกุศล
  4.  เป็นสังคมเกษตรกรรม

6. งานบวชมักจะมีลิเก
7. คนไทยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
8. การละเล่นในฤดูเก็บเกี่ยว
9. ผู้น้อยให้ความเคารพผู้ใหญ่เหมือนเครือญาติ
10. วัฒนธรรมไทยผสมผสานวัฒนธรรมใดมากที่สุด

  1. จีน อินเดีย
  2. จีน เขมร
  3. ตะวันตก เขมร
  4.  อินเดีย ตะวันตก

11. ข้อใดมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไทยในปัจจุบันมากที่สุด

  1. ลักษณะนิสัยดั้งเดิมของคนไทย
  2. คำสอนและพิธีกรรมทางศาสนา
  3. ลักษณะสังคมเกษตรกรรม
  4. อารยธรรมและเทคโนโลยีต่างชาติ

12. แนวทางปฏิบัติที่สำคัญที่สุดในการปลูกฝังวัฒนธรรมประจำชาติคือข้อใด

  1. การใช้กระบวนการศึกษา
  2. การพัฒนาให้คนในชาติเข้าใจแก่นแท้วัฒนธรรม
  3. การพัฒนาให้คนในชาติเรียนรู้วัฒนธรรมโลก
  4. นำวัฒนธรรมอื่นมาปรับให้เหมาะกับวัฒนธรรมเดิม

13. สถาบันใดในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญที่สุดในการปลูกฝังภูมิปัญญา

  1.  สถาบันครอบครัว
  2. สถาบันการศึกษา
  3. สถาบันเศรษฐกิจ
  4. สถาบันการเมืองการปกครอง

14. ความสามารถในการจัดการรักษาสุขภาพของคนในชุมชนเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาสาขาใด

  1. สาขาสวัสดิการ
  2. สาขาการจัดการ
  3. สาขาการแพทย์แผนไทย
  4. สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

15. สิทธิมนุษยชนเป็นคำที่เกิดขึ้นใหม่เมื่อใด

  1.  ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1
  2. หลังสงครามโลกครั้งที่ 1
  3. ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
  4. หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

16. การตระหนักถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าชีวิตเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนข้อใด

  1.  สิทธิในชีวิต
  2. สิทธิในการยอมรับนับถือ
  3. สิทธิในการดำเนินชีวิต
  4. สิทธิในการพัฒนาตนเองตามแนวทาง

จากตัวเลือกที่กำหนดตอบคำถามข้อ 17-20

  1.  หลักเสรีภาพ
  2. หลักความเสมอภาค
  3. หลักภราดรภาพ
  4.  หลักความยุติธรรม

17. การเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง
18. การขึ้นสู่ตำแหน่งหน้าที่ตามคุณวุฒิโดยเท่าเทียม
19. การอยู่ร่วมกันอย่างสันติฉันท์พี่น้อง
20. เป็นมาตรฐานวัดที่บ่งบอกความเป็นสิทธิมนุษยชน
21. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

  1.  ฟ้องคดีต่อผู้เสียหาย
  2. ลงโทษผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน
  3. ส่งเสริมการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชน
  4. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยราชการ

22. ข้อใดไม่ใช่ความผิดต่อแผ่นดิน

  1. ความผิดฐานหมิ่นประมาท
  2. ความผิดฐานฆ่าคนตาย
  3.  ความผิดฐานปล้นทรัพย์
  4.  ถูกทุกข้อ

23. ข้อใดเป็นการกระทำที่เป็นความผิด

  1.  การป้องกันตนเองให้พ้นอันตราย
  2. การป้องกันคนอื่นให้พ้นอันตราย
  3. การป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
  4. การกระทำโดยบันดาลโทสะ

24. เด็กอายุเท่าใดกระทำผิดไม่ต้องรับโทษ

  1. ต่ำกว่า 5
  2. ต่ำกว่า 6
  3.  ต่ำกว่า 7
  4.  ต่ำกว่า 8

25. ข้อใดคือโทษทางอาญาที่สูงที่สุด

  1. จำคุก
  2.  กักขัง
  3. ปรับ
  4. ริบทรัพย์สิน

26. ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนสบคบกันตั้งแต่กี่คนขึ้นไป

  1. 5 คน
  2. 10 คน
  3. 15 คน
  4. 20 คน

27. ความผิดประเภทใดยอมความไม่ได้

  1.  ความผิดต่อแผ่นดิน
  2. ความผิดทำร้ายจนถึงตาย
  3. ความผิดต่อเสรีภาพและชื่อเสียง
  4.  ข้อ ก และ ข ถูก

จากตัวเลือกที่กำหนดตอบคำถามข้อ 28-31

  1.  ความผิดฐานลักทรัพย์
  2. ความผิดฐานปล้นทรัพย์
  3. ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์
  4.  ความผิดฐานยักยอกทรัพย์

28. การขโมยเอากระเป๋าของผู้อื่นไป
29. ใช้มือกระชากกระเป๋าเงินของผู้อื่นไป
30. รับทรัพย์จากผู้อื่นแล้วเบียดบังมาเป็นของตน
31. การชิงทรัพย์ผู้อื่น โดยร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
32. ข้อใดคือสภาพบังคับทางแพ่ง

  1. ปรับ
  2. จำคุก
  3.  ริบทรัพย์
  4. ใช้ค่าสินไหมทดแทน

33. ข้อใดเป็นปัจจัยภายในที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง

  1. ความยึดมั่นในค่านิยมสังคม
  2.  การขาดความยุติธรรมในสังคม
  3. การขาดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
  4. การไม่มีส่วนร่วมทำกิจกรรมร่วมกัน

34. ข้อใดเป็นหลักการจัดการความขัดแย้งเชิงรุก

  1. การอดทนต่อปัญหา
  2. การวางตนเป็นกลาง
  3. การสร้างความเป็นธรรม
  4. การยอมรับในความแตกต่าง

35. ข้อใดควรเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการลดความขัดแย้งในสังคม

  1. การไต่สวน
  2. การมีส่วนร่วม
  3. การเจรจาไกล่เกลี่ยกันเอง
  4.  การใช้มาตรการหรืออำนาจทางกฎหมาย

36. ข้อใดเป็นความขัดแย้งด้านคุณค่าหรือค่านิยม

  1. ด้านศาสนา
  2. ด้านโครงสร้าง
  3. ด้านผลประโยชน์
  4. ด้านข้อเท็จจริงและข้อมูล

37. ระบอบการปกครองในปัจจุบันจำแนกได้เป็นกี่ระบอบ

  1. 2 ระบอบ
  2. 3 ระบอบ
  3. 4 ระบอบ
  4. 5 ระบอบ

38. อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศคืออำนาจใด

  1.  เบ็ดเสร็จ
  2.  อธิปไตย
  3. รัฐธรรมนูญ
  4. สมบูรณาญาสิทธิราช

39. การปกครองระบอบประชาธิปไตยอำนาจสูงสุดเป็นของใคร

  1. สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร
  2. พระมหากษัตริย์
  3. นายกรัฐมนตรี
  4. ประชาชน

40. กฎหมายหลักในการปกครองประเทศคืออะไร

  1. กฤษฏีกา
  2. อธิปไตย
  3. รัฐธรรมนุญ
  4. พระราชบัญญัติ

41. รูปแบบการปกครองแบบประชาธิปไตยมีกี่รูปแบบ

  1. 2 แบบ
  2.  3 แบบ
  3.  4 แบบ
  4. 5 แบบ

42. ประเทศใดที่ไม่ปกครองแบบคอมมิวนิสต์

  1. จีน
  2. คิวบา
  3. อิตาลี
  4. เกาหลีเหนือ

43. ประเทศไทยมีการปกครองประชาธิปไตยแบบใด

  1. รัฐสภา
  2. ประธานาธิบดี
  3. กึ่งรัฐสภากึ่งประธานาธิบดี
  4. ไม่มีข้อถูก

44. ข้อดีของการปกครองแบบประชาธิปไตยคืออะไร

  1. ประชาชนได้มีสิทธิปกครองตนเอง
  2. ประเทศมีความเจริญก้าวหน้ามั่นคง
  3. ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพและเสมอภาค
  4. ถูกทุกข้อ

45. ข้อเสียของการปกครองแบบประชาธิปไตยคืออะไร

  1. ประชาชนขาดสิทธิและเสรีภาพ
  2. เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง
  3. กระบวนการทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว
  4. ก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ประเทศง่าย

46. รัฐสภาทำหน้าที่ใด

  1. บริหาร
  2. ตุลาการ
  3. เบ็ดเสร็จ
  4. นิติบัญญัติ

47. ข้อใดไม่ใช่การบริหารราชการส่วนกลาง

  1. สำนักนายกรัฐมนตรี
  2.  กระทรวง
  3.  ตำบล
  4. กรม

48. หน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคที่มีขนาดเล็กที่สุดคืออะไร

  1. จังหวัด
  2. อำเภอ
  3.  ตำบล
  4. หมู่บ้าน

49. หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในการบริหารส่วนจังหวัดนอกเขตเทศบาลคืออะไร

  1.  อบจ.
  2. อบต.
  3. เทศบาล
  4.  สุขาภิบาล

50. ข้อใดเป็นองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ

  1.  เทศบาล
  2. เมืองพัทยา
  3. กรุงเทพมหานคร
  4. ข้อ ก และ ข ถูก

51. ข้อใดกล่าวถึงการเลือกตั้งได้ถูกต้อง

  1. ก่อให้เกิดบูรณาการทางสังคม
  2. เหมาะสำหรับการปกครองทุกรูปแบบ
  3. เป็นกลไกเชื่อมการเมืองกับประชาชน
  4.  เป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดของประชาธิปไตย

52. การแจ้งเหตุอันสมควรทีไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งควรแจ้งภายในกี่วัน

  1. 1 วัน
  2. 7 วัน
  3.  15 วัน
  4. 30 วัน

53. หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะทำให้เสียสิทธิข้อใด

  1. สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
  2. สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง
  3. สิทธิสมัครรับเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
  4. ถูกทุกข้อ

54. จุดประสงค์สำคัญที่สุดในการกำหนดให้การออกเสียงเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของประชาชน

  1. เพื่อเป็นการให้การศึกษาทางการเมืองแก่ประชาชน
  2. เพื่อให้ประชาชนมีความสนใจในเรื่องการเลือกตั้ง
  3. เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น
  4. เป็นหน้าที่ของประชาชนตามหลักการเลือกตั้ง

55. หน่วยงานใดไม่ใช่องค์การอิสระตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบอำนาจรัฐ

  1. องค์การอัยการ
  2.  ผู้ตรวจการแผ่นดิน
  3. คณะกรรมการเลือกตั้ง
  4. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

56. บุคคลใดต่อไปนี้ไม่ถูกตรวจทรัพย์สิน

  1. นายกรัฐมนตรี
  2. ข้าราชการประจำ
  3. ข้าราชการการเมือง
  4. สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร

57. รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและสมาชิกวุฒิสภาต้องปฏิบัติอย่างไร

  1. ไม่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น
  2.  เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์
  3. ดำรงตำแหน่งหน้าที่ในหน่วยราชการ
  4. รับเงินหรือประโยชน์จากทางราชการ

58. ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนเท่าใดมีสิทธิ์เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนบุคคลตามมาตรา 270 ออกจากตำแหน่งได้

  1. ไม่น้อยกว่า 20,000 คน
  2. ไม่น้อยกว่า 30,000 คน
  3. ไม่น้อยกว่า 40,000 คน
  4. ไม่น้อยกว่า 50,000 คน

59. สมาชิกวุฒิสภาจำนวนเท่าใดสามารถถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาได้

  1.  1 ใน 3
  2. 2 ใน 3
  3.  3 ใน 5
  4.  4 ใน 5

60. ข้อใดเป็นการจำกัดการผูกขาดและการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของรัฐ

  1. นายกรัฐมนตรีอยู่ได้ไม่เกิน 8 ปี
  2. การให้มีหมวดการคลังและงบประมาณ
  3. การให้องค์การอัยการเป็นอิสระจากรัฐบาล
  4. ถูกทุกข้อ

11 ความเห็น

Filed under :: ข้อสอบหน้าที่พลเมือง ::

หน้าที่พลเมือง ชุดที่ 4

1. ชายไทยที่อายุย่างเข้า 21 ปีจะต้องไปติดต่อที่อำเภอหรือภูมิลำเนาของตนเพื่ออะไร

  1. ทำบัตรประชาชน
  2. ขึ้นทะเบียนทหาร
  3. ตรวจคัดเลือกเข้ารับราชการทหาร
  4. รับหมายกำหนดการไปรับราชการทหาร

2. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการหมั้น

  1. ศาลมีสิทธิสั่งให้ทั้งคู่สมรสกันได้
  2. การที่ชายหญิงยินยอมเป็นสามีภรรรยากัน
  3. ชายและหญิงตกลงกันว่าจะแต่งงานกันในอนาคต
  4. สินสอดทองหมั้นต้องตกเป็นของฝ่ายหญิงในทุกกรณี

3. ชายและหญิงที่แต่งงานกันแล้วสินสอดจะตกเป็นของใคร

  1. สินสมรสของทั้งคู่
  2. สินส่วนตัวของฝ่ายชาย
  3. สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง
  4. บิดามารดาของฝ่ายหญิง

4. ข้อใดหมายถึงสินส่วนตัวของคู่สมรส

  1. ของหมั้น
  2. ทรัพย์ได้มาก่อนการสมรส
  3. ทรัพย์ได้มาระหว่างการสมรส
  4. เครื่องแต่งกายหรือเครื่องประดับ

5. ข้อใดไม่ใช่การสิ้นสุดของการสมรส

  1. ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย
  2. การหย่าโดยการยินยอม
  3. การหย่าโดยคำพิพากษาของศาล
  4. คู่สมรสไม่ได้อยู่ด้วยกันเป็นเวลา 4 เดือน

6. ผู้ใดคือทายาทโดยธรรมอันดับแรกตามกฏหมาย

  1. คู่สมรสและบุตร
  2. บิดาและมารดาของผู้ตาย
  3. พี่น้องร่วมบิดามารดาของผู้ตาย
  4. คู่สมรส บุตรและบิดามารดาของผู้ตาย

7. ข้อใดคือการแก้ปัญหาการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามกฏหมายของประชาชน

  1. แก้ไขตัวบทกฏหมายให้รัดกุมและเพิ่มโทษ
  2. กวดขันการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง
  3. พัฒนาการศึกษาและความสำนึกในหน้าที่ต่อส่วนรวมของประชาชน
  4. ถูกทุกข้อ

8. ข้อใดคือความหมายของมรดก

  1. ทรัพย์ทุกชนิดของผู้ตาย
  2. ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย
  3. ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายตลอดถึงสิทธิและหน้าที่ต่างๆ ของผู้ตายด้วย
  4. ไม่มีข้อใดถูก

9. เพราะเหตุใดจึงต้องมีการอบรมความรู้ทางด้านกฏหมาย

  1. ต้องการให้ประชาชนรู้ว่ามีอะไรบ้าง
  2. ต้องการให้ประชาชนอยู่ในความสงบเรียบร้อย
  3. ต้องการให้ประชาชนรู้ว่าการเดินทางไปต่างประเทศปฏิบัติกันอย่างไร
  4. ต้องการให้ประชาชนรู้ว่าสิ่งที่ทำแล้วเป็นความผิดต่อกฏหมายจะได้หลีกเลี่ยง

10. ถ้าประชาชนทั้งประเทศไม่ปฏิบัติตามกฏหมายของบ้านเมืองแล้ว จะเกิดผลกระทบอย่างไร

  1. ประชาชนมีเสรีภาพมากขึ้น
  2. จะต้องมีตำรวจคอยปราบปรามมากขึ้น
  3. ประเทศจะถูกคุกคามจากภายนอกได้ง่าย
  4. จะกระทบกระเทือนความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม

ใส่ความเห็น

Filed under :: ข้อสอบหน้าที่พลเมือง ::

หน้าที่พลเมือง ชุดที่ 3

1 เจ้าของโรงเลื่อยเป็นตัวการโค่นไม้ทำลายป่า การกระทำดังกล่าวเข้าหลักในข้อใด

  1. ละเมิดกฏหมายบ้านเมือง
  2. การใช้สิทธิของตนในการประกอบอาชีพ
  3. การใช้เสรีภาพของตนตามระบอบประชาธิปไตย
  4. การปฏิบัติตามกฏหมายที่บัญญัติในระบอบประชาธิปไตย

2. กฏหมายฉบับใดที่บัญญัติเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย

  1. กฏหมายอาญา
  2. กฏหมายปกครอง
  3. กฏหมายรัฐธรรมนูญ
  4. กฏหมายพรรคการเมือง

3. กฏหมายต้องมาจากรัฐาธิปัตย์ หมายความว่าอย่างไร

  1. รัฐบาลต้องเป็นผู้ออกกฏหมาย
  2. ผู้มีอำนาจในรัฐเป็นผู้ออกกฏหมาย
  3. จะมีกฏหมายได้ต้องเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญ
  4. ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นผู้ออกกฏหมาย

4. ประเทศต้องประกอบขึ้นด้วยอะไรบ้าง

  1. มีดินแดนและอาณาเขต
  2. มีประชาชนและดินแดน
  3. มีประชาชนและอธิปไตยในการปกครองตนเอง
  4. มีดินแดนและอาณาเขต มีประชาชนและอธิปไตยในการปกครองตนเอง

5. เพราะเหตุใดจึงต้องมีกฏหมาย

  1. เพื่อแก้ปัญหาประชากรอพยพ
  2. เพื่อแก้ปัญหาวัฒนธรรมและประเพณี
  3. เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
  4. ไม่มีข้อถูก

6. ข้อใดเป็นกฏหมายมหาชน

  1. กฏหมายแพ่ง
  2. กฏหมายอาญา
  3. กฏหมายแพ่งและพาณิชย์
  4. กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

7. กฏหมายระหว่างประเทศมีลักษณะอย่างไร

  1. บัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  2. เป็นสนธิสัญญาที่ทำกันระหว่างหลายๆ ประเทศ
  3. ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นเพียงธรรมเนียมที่ถือกันมา
  4. ถูกทั้ง ข้อ ข และ ค

8. กฏหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง กล่าวถึงสิ่งใด

  1. การทำนิติกรรมของคนต่างด้าว
  2. ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐในทางอาญา
  3. ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐในทางบุคคลหรือทางแพ่ง
  4. ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับรัฐ ควรมีสิทธิหน้าที่ต่อกันอย่างไร

9. ประเทศใดที่ไม่แยกกฏหมายแพ่งและกฏหมายพาณิชย์ออกจากกัน

  1. ไทย
  2. ญี่ปุ่น
  3. ฝรั่งเศส
  4. เยอรมัน

10. พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชนจัดเป็นกฏหมายประเภทใด

  1. รัฐธรรมนูญ
  2. กฏหมายอาญา
  3. กฏหมายปกครอง
  4. ธรรมนูญศาลยุติธรรม

ใส่ความเห็น

Filed under :: ข้อสอบหน้าที่พลเมือง ::

หน้าที่พลเมือง ชุดที่ 2

1. ตามหลักกฏหมายแพ่งของไทยในปัจจุบัน บุคคลธรรมดา หมายถึง ข้อใด

  1. ประชาชนธรรมดา
  2. บุคคลที่ถือสัญชาติไทย
  3. บุคคลที่มีสิทธิและหน้าที่ตามกฏหมาย
  4. บุคคลผู้บรรลุนิติภาวะทางใดทางหนึ่ง

2. สภาพบุคคลเริ่มขึ้นเมื่อใด

  1. ทารกแรกเกิด
  2. เมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว
  3. เมื่อทำนิติกรรมสัญญา
  4. การได้รับความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่รัฐ

3. การบรรลุนิติภาวะของผู้เยาว์เกิดขึ้นเมื่อใด

  1. เมื่อได้ทำบัตรประชาชน
  2. เมื่ออายุครบ 17 ปีบริบูรณ์
  3. เมื่ออายุครบ 17 ปีบริบูรณ์และจดทะเบียนสมรส
  4. เมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์และเข้ารับราชการทหาร

4. สิทธิหรือการกระทำข้อใดที่บุคคลมีได้ แต่นิติบุคคลไม่อาจมีหรือกระทำได้

  1. การเป็นเจ้าของนิติกรรมสัญญา
  2. การทำนิติกรรมสัญญา
  3. การเป็นทายาทโดยธรรม
  4. การกระทำความผิดทางอาญา

5. นายสมศักดิ์ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนตายโดยที่มิได้ทำพินัยกรรมไว้แต่อย่างใด ดังนั้นบุคคลในข้อใดจะเป็นผู้รับมรดกของนายสมศักดิ์ตามกฏหมาย

  1. บุคคลที่ศาลสั่ง
  2. ทายาทโดยธรรม
  3. ทายาทโดยพินัยกรรม
  4. บิดา มารดาของนายสมศักดิ์

6. ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์สำคัญของการตั้งชื่อ

  1. มีความหมายที่เป็นมงคล
  2. มีการใช้ภาษาที่สละสลวย
  3. มีความยาวไม่เกิน 3 พยางค์
  4. มีพยัญชนะไม่เกิน 10 พยัญชนะ

7. การทำผิดสัญญาหมั้นโดยฝ่ายชายไปแต่งงานกับหญิงอื่นที่มิใช่คู่หมั้นของตน จะเกิดผลข้อใด

  1. ฝ่ายหญิงต้องคืนของหมั้นแก่ฝ่ายชาย
  2. ฝ่ายหญิงได้รับของหมั้นทั้งหมดไป
  3. ฝ่ายหญิงสามารถฟ้องศาลให้การสมรสของฝ่ายชายเป็นโมฆะ
  4. ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายแบ่งของหมั้นคนละครึ่ง

8. คู่สมรสจะสามารถสมรสได้อย่างอิสระเมื่อใดตามข้อกำหนดของกฏหมาย

  1. 18 ปีบริบูรณ์
  2. 17 ปีบริบูรณ์
  3. 16 ปีบริบูรณ์
  4. 15 ปีบริบูรณ์

9. การสมรสตามกฏหมายเกิดขึ้นเมื่อใด

  1. มีการจดทะเบียนสมรส
  2. มีพิธีการสู่ขอพร้อมสินสอด
  3. พ่อแม่ของฝ่ายหญิงและฝ่ายชายรับรู้การสมรส
  4. ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายตกลงอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา

10. เมื่อคู่สมรสไม่ได้จดทะเบียนสมรสร่วมกัน จะมีผลอย่างไร

  1. บุตรที่เกิดมาไม่สามารถใช้นามสกุลของบิดา
  2. บุตรที่เกิดมาสามารถเรียกค่าเลี้ยงดูจากบิดาได้
  3. ฝ่ายหญิงมีฐานะเป็นภรรยาคนหนึ่ง แต่อยู่นอกกฏหมาย
  4. ฝ่ายชายสามารถยื่นคำร้องขอจัดการทรัพย์สินของฝ่ายหญิง

11. คำกล่าวข้อใดผิด

  1. การจดทะเบียนสมรสจะจดที่อำเภอใดก็ได้
  2. ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป
  3. ตราบใดที่บิดามารดายังมีชีวิตอยู่จะแต่งตั้งผู้อื่นเป็นผู้ปกครองบุตรไม่ได้
  4. บุตรนอกสมรสจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฏหมายของบิดาต่อเมื่อบริดาได้จดทะเบียนรับรองบุตร

12. ใครคือทายาทโดยธรรมอันดับแรกตามกฏหมาย

  1. คู่สมรสและบุตร
  2. บิดา มารดาของผู้ตาย
  3. พี่น้องร่วมบิดา มารดาของผู้ตาย
  4. คู่สมรส บุตร และบิดา มารดาของผู้ตาย

13. ตามกฏหมาย สินสอด จะตกเป็นของผู้ใดเมื่อชายหญิงได้สมรสแล้ว

  1. สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง
  2. สินส่วนตัวของฝ่ายชาย
  3. สินสมรสของทั้งสองฝ่าย
  4. บิดา มารดาของฝ่ายหญิง

14. ข้อใดไม่ใช่สินส่วนตัวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

  1. ของหมั้น
  2. ทรัพย์สินที่ได้มาก่อนสมรส
  3. ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส
  4. เครื่องแต่งกายหรือเครื่องประดับ

15. ถ้านักเรียนอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ นักเรียนจะต้องได้รับสิทธิและหน้าที่ทางกฏหมายหลายประการยกเว้นข้อใด

  1. ทำบัตรประชาชน
  2. ทำพินัยกรรมได้
  3. จดทะเบียนสมรสได้
  4. รับมรดกได้

16. โมฆียกรรม หมายถึง การทำนิติกรรมสัญญาที่มีผลอย่างไร

  1. มีผลสมบูรณ์ตามกฏหมาย
  2. มีผลระหว่างคู่กรณี แต่ยังไม่สมบูรณ์ตามกฏหมาย
  3. ไม่มีผลใดๆ ยกเว้นแต่จะจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่
  4. ไม่มีผลระหว่างคู่กรณี แต่มีผลต่อทางราชการ

17. การทำนิติกรรมสัญญาข้อใดมีผลเป็นโมฆียกรรม

  1. การจดทะเบียนสมรสซ้อน
  2. ผู้เยาว์ทำสัญญาซื้อขายบ้านและที่ดิน
  3. การทำสัญญาซื้อขายหญิงมาเป็นโสเภณี
  4. การทำสัญญาซื้อขายกรวด หิน ดิน และทราย

18. “นายต่อ ทำสัญญากู้ยืมเงินนายติ่ง 150,000 บาท เสียดอกเบี้ยร้อยละ 13 ต่อปี แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่ยอมรับชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ทำให้นายต่อ ต้องฟ้องศาล ” ในกรณีนี้ถือว่านายติ่งทำความผิดกฏหมายประเภทใด

  1. กฏหมายแพ่ง
  2. กฏหมายอาญา
  3. กฏหมายปกครอง
  4. กฏหมายมหาชน

19. ข้อใดเป็นหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน

  1. น.ส.3
  2. น.ส.3ก.
  3. ใบจอง
  4. โฉนด

20. การซื้อขายทรัพย์สินต่อไปนี้ ข้อใดต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

  1. วัว ควาย
  2. ปืน
  3. รถยนต์
  4. สุนัขต่างประเทศ

2 ความเห็น

Filed under :: ข้อสอบหน้าที่พลเมือง ::

หน้าที่พลเมือง ชุดที่ 1

1. กฏหมายกับศิลธรรมแตกต่างกันในด้านใด

  1. กฏหมายเป็นข้อห้าม ศีลธรรมเป็นข้อบังคับ
  2. กฏหมายเป็นคำสั่ง ศืลธรรมเป็นข้อห้าม
  3. กฏหมายเป็นข้อบังคับ ศีลธรรมเป็นข้อห้าม
  4. กฏหมายเป็นข้อควรปฏิบัติ ศีลธรรมเป็นข้อบังคับ

2. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของกฏหมาย

  1. ต้องมีสภาพบังคับ ผู้ฝ่าฝืนถูกลงโทษ
  2. ต้องเป็นข้อกำหนดที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
  3. ต้องเป็นลายลักษณ์อักษร
  4. ต้องเป็นคำสั่งที่ใช้ได้เสมอไป

3. กฏหมายมีสภาพบังคับ หมายความว่าอย่างไร

  1. มีผลใช้บังคับได้ตลอดไป
  2. ผู้ใดฝ่าฝืนย่อมได้รับโทษ
  3. ไม่มีผู้ใดฝ่าฝืนกฏหมายได้
  4. ประชาชนทุกคนต้องปฏิบัติตาม

4. ข้อใดจัดอยู่ในประเภทของกฏหมายเอกชน

  1. กฏหมายอาญา
  2. กฏหมายแพ่ง
  3. กฏหมายรัฐธรรมนูญ
  4. กฏหมายปกครอง

5. ข้อความในข้อใดถูกต้องที่สุด

  1. ทุกคนมีหน้าที่ต้องรู้กฏหมาย
  2. กฏหมายที่ดีต้องยืดหยุ่นต่อการปฏิบัติ
  3. คำพิพากษาของศาลเป็นที่มาของกฏหมาย
  4. หัวหน้าคณะปฏิวัติเป็นผู้ใช้อำนาจในการตรากฏหมายและเลิกล้มกฏหมาย

6. การกระทำของบุคคลในข้อใดที่จะก่อให้เกิดความสงบสุขและความมีระเบียบในสังคม

  1. สมศรีปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัด
  2. สมหมายเรียนจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์
  3. สมควรเป็นอาจารย์สอนวิชากฏหมายในมหาวิทยาลัย
  4. สมศักดิ์ประกอบอาชีพทนายความรับพิจารณาว่าความทั่วไป

7. ข้อใดไม่ใช่กฏหมายมหาชน

  1. พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ
  2. กฏหมายรัฐธรรมนูญ กฏหมายอาญา
  3. กฏหมายที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน
  4. กฏหมายกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนต่อเอกชน

8. กฏหมายมีความคล้ายคลึงกับกฏเกณฑ์ทางศีลธรรมอย่างไร

  1. เป็นหลักประกันด้านสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล
  2. สามารถเลือกปฏิบัติได้ตามความเหมาะสม
  3. มีบทลงโทษสำหรับบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตาม
  4. ควบคุมความประพฤติของคนในสังคม

2 ความเห็น

Filed under :: ข้อสอบหน้าที่พลเมือง ::