:: สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ::

สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี ป.ธ.9) นามเดิมชื่อ เฮง หรือ กิมเฮง แซ่ฉั่ว เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2424 ณ บ้านท่าแร่ ต. สระแกกรัง อ.น้ำซึม จ.อุทัยธานี บิดาเป็นชาวจีน ชื่อ นายตั้วเก๊า มารดาชื่อ นางทับทิม มีพี่น้องร่วมบิดามารดาด้วยกัน 4 คน ท่านเป็นคนที่ 3 มารดาได้เสียชีวิตเมื่อคลอดลูกคนที่ 4 ซึ่งเป็นหญิงและเสียชีวิตพร้อมกัน ยายชื่อ นางแห ได้อุปถัมภ์เลี้ยงดูตลอดมา

เมื่ออายุได้ 8 ปี ป้าชื่อ นางเกศร์ ได้พาไปฝากเรียนหนังสือไทยอยู่ในสำนักอาจารย์ชัง วัดขวิด เมืองอุทัยธานี จนมีความรู้อ่านหนังสือไทยได้ ต่อมาอายุได้ 11 ปี ยายและป้าได้พาไปฝากอยู่ในสำนักของพระปลัดใจ คงฺคสโร (ต่อมาเป็นพระราชาคณะที่พระสุนทรมุนี เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี) เจ้าอาวาสวัดทุ่งแก้ว

เมื่อไปอยู่วัดทุ่งแก้ว ได้ศึกษาภาษาบาลี เริ่มอ่านและเขียนอักษรขอม แล้วหัดอ่านหนังสือพระมาลัยตามประเพณีการศึกษาในสมัยโบราณ แล้วท่องสูตรมูลกัจจายน์และเรียนสนธิ เรียนนามถึงกิต เรียนอุณณาทและการก เรียนพระธรรมบทและมงคลทีปนี กับพระอาจารย์หลายท่าน จากนั้นได้เข้าไปเรียนหนังสือเพิ่มเติมที่กรุงเทพฯ เช่น เรียนลูกคิด เรียนเลข เป็นต้น ครั้นอายุย่างเข้า 12 ปี บรรพชาเป็นสามเณรและได้สึกจากสามเณรถึง 2 ครั้ง เพราะต้องเซ่นไหว้บรรบุรุษ ในเทศกาลตรุษจีนตามธรรมเนียมของจีน

เมื่ออายุย่างเข้า 13 ปี จึงบรรพชาเป็นสามเณรอีก และเรียนภาษาบาลีอยู่ในวัดทุ่งแก้วตลอดมา จนเรียนมูลกัจจายน์ เรียนพระธรรมบทจนจบ และเรียนมงคลทีปนี ไปแล้ว 6-7 ผูก ครั้นอายุย่างเข้า 17 ปี จึงลงมาอยู่วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2440 และอยู่กับพระมหายิ้ม คณะเลข 23 (ซึ่งในเวลานั้นยังไม่มีเลขประจำคณะ แต่เรียกว่า คณะต้นจันทน์ เพราะมีต้นจันทน์อยู่หลังกุฏิ 3 ต้น) สมัยนั้นสมเด็จพระวันรัต (ฑิต) ดำรงสมณศักดิ์ที่พระพิมลธรรม เป็นเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ และมีพระราชาคณะผู้ช่วย 2 องค์ คือ พระราชโมลี (จ่าย) และพระอมรเมธาจารย์ (เข้ม) ท่านได้เข้าเรียนพระปริยัติธรรมและบาลีโดยเข้าสอบพระปริยัติธรรมสนามหลวง ดังนี้

พ.ศ. 2441 สอบได้เปรียญ 3 ประโยค
พ.ศ. 2443 สอบได้เปรียญ 4 ประโยค
พ.ศ. 2444 สอบได้เปรียญ 5 ประโยค
พ.ศ. 2445 อุปสมบท ณ พันธสีมาวัดมหาธาตุฯ เมื่อวันจันทร์ เดือน 7 ขึ้น 11 ค่ำ ปีขาล ตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน โดยมีสมเด็จพระวันรัต (ฑิต) เป็นพระอุปัชฌายะ และพระธรรมวโรดม (จ่าย) วัดเบญจมบพิตรกับพระเทพเมธี (เข้ม) วัดพระเชตุพนฯ เป็นคู่กรรมวาจาจารย์ และในปีนี้ สอบได้เปรียญถึง 2 ประโยคจึงได้เปรียญ 7 ประโยค
พ.ศ. 2446 สอบได้เปรียญ 8 ประโยค และสมเด็จพระวันรัต (ฑิต) ได้ถวายตัวฝากเรียนฎีกาสังคหะ (อภิธมฺมตฺถวิภาวินี)กับพระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงวชิรญาณวโรรสทรงเป็นพระอาจารย์แต่นั้นมา
พ.ศ. 2447 สอบได้เปรียญ 9 ประโยค เมื่ออายุย่างเข้า 24 ปีสมเด็จฯ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ตามลำดับ ดังนี้
พ.ศ. 2452 เป็นพระศรีวิสุทธิวงศ์
พ.ศ. 2455 เป็นพระราชสุธี
พ.ศ. 2459 เป็นพระเทพโมลี
พ.ศ. 2464 เป็นพระธรรมไตรโลกาจารย์
พ.ศ. 2471 เป็นพระพิมลธรรม
พ.ศ. 2482 เป็นสมเด็จพระวันรัต เมื่ออายุ 59 ปี 38 พรรษา

สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เป็นนักการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่ประจำที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงและยืดยาวนานของท่านคือ นายกมหาธาตุวิทยาลัย ซึ่งท่านได้รับช่วงสืบต่อมาจากสมเด็จพระวันรัต (ฑิต) พระอุปัชฌาย์ของท่าน และท่านก็สามารถทำนุบำรุงและจัดการศึกษาของสถานศึกษาฝ่ายพระมหานิกายแห่งนี้ให้เจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง สมดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งปรากฏในประกาศพระราชปรารภในการก่อพระฤกษ์สังฆิกเสนาสนราชวิทยาลัยท้าวความเดิมถึงพระราชปณิธานที่ทรงตั้งมหาธาตุวิทยาลัยไว้ว่า“อีกสถานหนึ่งเป็นที่เล่าเรียนของคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ได้ตั้งไว้ที่วัดมหาธาตุฯ ได้เปิดการเล่าเรียนมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก 108 (พ.ศ. 2432) สืบมา” สมเด็จฯทุ่มเทชีวิตจิตใจและสติปัญญาลงในการจัดการศึกษาของมหาธาตุวิทยาลัยอย่างจริงจัง นอกจากจัดการศึกษาโดยตรงแล้ว เพื่อสนับสนุนการศึกษาให้มั่นคงถาวรยิ่งขึ้น สมเด็จฯได้ขวนขวายจัดตั้งมูลนิธิบำรุงการศึกษาพระปริยัติธรรมของมหาธาตุวิทยาลัยขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2468 เรียกชื่อตามตราสารตั้งมูลนิธิว่า “มูลนิธิโรงเรียนบาลีมหาธาตุวิทยาลัย”มีคณะกรรมการทั้งฝ่ายบรรพชิตและฝ่ายคฤหัสถ์ร่วมจัดการ และมีระเบียบดำเนินการอย่างรัดกุมเป็นอย่างดียิ่งสำนักงานของมูลนิธิตั้งอยู่ที่สำนักงานพระคลังข้างที่ในพระบรมราชวัง การจัดตั้งมูลนิธิของสมเด็จฯ ทำให้มหาธาตุวิทยาลัยสมัยนั้นมีฐานะมั่นคงเข้มแข็งและสามารถขยายการศึกษาได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ในการศึกษาพระปริยัติธรรม แม้เมื่อสมเด็จฯ บำเพ็ญกุศลในคราวมีอายุครบ 5 รอบ หรือ 60 ปีบริบูรณ์ ใน พ.ศ. 2485 ยังได้สร้างหนังสือแปลบาลีแบบสนามหลวง ตั้งแต่ประโยค 3 ถึงประโยค 9 ซึ่งสมเด็จฯ แปลขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวอย่าง แจกจ่ายไปตามสำนักเรียนต่าง ๆ ทั้งในกรุงและหัวเมือง ตลอดถึงนักเรียนผู้ต้องการทั้งในสำนักวัดมหาธาตุฯ และต่างสำนัก

ท่านได้อาพาธด้วยโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังกับขั้วปอดโตขึ้น มีอาการไอกำเริบ และมรณภาพในวันที่ 10 พฤษภาคม 2486 ณ หอเย็นคณะเลข 1 วัดมหาธาตุฯ สิริรวมอายุได้ 63 ปี 42 พรรษา

คุณธรรมที่ถือเป็นแบบอย่าง

สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ได้สร้างความเจริญให้แก่สำนักวัดมหาธาตุฯ เป็นอย่างมากในสมัยนั้น ทางด้านการศึกษามีพระมหาเปรียญมากรูป และได้ส่งไปเป็นครูอาจารย์ยังวัดต่าง ๆ ไปเป็นเจ้าอาวาส เจ้าคณะปกครอง เกียรติยศชื่อเสียงของพระสำนักวัดมหาธาตุฯ ระบือไปทั่วสังฆมณฑล ตลอดจนการก่อสร้างซ่อมแซมในวัดมหาธาตุ การก่อตั้งมูลนิธิ ระเบียบกติกาของวัด ทำให้พระเณรเรียบร้อย มีความขยันหมั่นเพียร เป็นที่ศรัทธาปสาทะของสาธุชนทั้งหลายเป็นอย่างมาก จึงถือว่าเป็นผู้ทำคุณงามความดีต่อพระพุทธศาสนาอย่างมหาศาล

About these ads

1 ความเห็น

Filed under :: พุทธสาวก พุทธสาวิกา ::

One response to “:: สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ::

  1. Pingback: :: หน่วยที่ 4 ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกาและชาวพุทธตัวอย่าง :: | :: สั ง ค ม ศึ ก ษ า ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s