:: โครงสร้าง รูปแบบการเมืองการปกครอง ::

รูปแบบการเมืองการปกครองของสังคมโลกนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน

รูปแบบการปกครองในอดีต ในสมัยอดีตการการที่จะวิเคราะห์ว่าบ้านเมืองใดมีการปกครองแบบใด เราสามารถพิจารณาได้จากองค์ประกอบ 2 องค์ประกอบคือ

  1. การปกครองนั้นเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของส่วนรวม
  2. การปกครองนั้นรับใช้ผลประโยชน์ของคนๆ เดียว กลุ่มคนหรือพรรค

ทั้งนี้ อาจแบ่งแยกรูปแบบการปกครองตามลักษณะของผู้รับผลประโยชน์ และจำนวนผู้ที่ปกครองตามที่อริสโตเติ้ลแบ่งเอาไว้ได้ 6 รูปแบบ ดังนี้

ปกครองโดย
เพื่อประโยชน์/ผู้รับประโยชน์
ชื่อรูปแบบ
คนเดียว
ส่วนรวม
ราชาธิปไตย
คนเดียว
ส่วนตน
ทรราช
กลุ่ม/คณะบุคคล
ส่วนรวม
อภิชนาธิปไตย
กลุ่ม/คณะบุคคล
ส่วนตน
คณาธิปไตย
ประชาชน
ส่วนรวม
ระบอบรัฐธรรมนูญ
ประชาชน
พรรค
ประชาธิปไตย

รูปแบบการปกครองในปัจจุบัน มี 2 ระบบใหญ่ ๆ คือ

ระบบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตย หมายถึง ระบบการปกครองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองอย่างแท้จริง ทั้งทางตรงและทางอ้อม

  1. ประชาธิปไตยทางตรง คือ ประชาชนร่วมกันลงประชามติ กำหนดแนวทาง หรือตัดสินใจในทางการเมืองการปกครอง เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์และสิทธิ เสรีภาพของตนได้โดยตรงซึ่งมักใช้ในสังคมที่มีขนาดเล็ก
  2. ประชาธิปไตยทางอ้อม คือ การที่ประชาชนคัดเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่แทนตน โดยการใช้สิทธิออกเสียงในสภาเพื่อพิทักษ์ ผลประโยชน์ สิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยรวม

ประเทศที่ปกครองแบบประชาธิปไตย ประชาชนในประเทศจะมีส่วนร่วมในการปกครองตนเองด้วยการเลือกตั้งผู้แทนราษฏรเข้ามาใช้อำนาจปกครองประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม หน่วยการปกครองประกอบด้วยสภานิติบัญญัติ และคณะรัฐมนตรี ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนของประชาชน ที่ได้รับเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งอย่างในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อครบวาระจะมีการเลือกตั้งใหม่ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาปกครองประเทศตามความต้องการของประชาชน

ระบบการเมืองการปกครองแบบเผด็จการ หมายถึง ระบบการปกครองที่ให้ความสำคัญกับอำนาจและผลประโยชน์ของรัฐ หรือชนชั้นผู้นำการปกครองมากกว่าคำนึงถึงประโยชน์และสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยผู้นำการปกครองอาจเป็นคนเดียวหรือกลุ่มคน
ปกติประเทศที่มีการปกครองแบบเผด็จการ จะมีการจัดตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจปกครองประเทศอย่างเต็มที่และครองอำนาจอย่างยาวนาน การสืบทอดอำนาจหรือตำแหน่ง มักดำเนินการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากพ่อสู่ลูก บุคลลในครอบครัวหรือพวกพ้องใกล้ชิด เป็นต้น
ระบบการเมืองการปกครองทั้ง 2 ระบบนี้ สามารถแบ่งออกเป็นรูปแบบการปกครองแบบย่อยๆ ที่มีลักษณะเฉพาะได้ ดังนี้

รูปแบบการปกครองในระบบประชาธิปไตย

  • การปกครองแบบรัฐสภา การปกครองแบบนี้เริ่มเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษและได้แพร่หลายในทวีปยุโรป เอเซียและแอฟริกา หลักการสำคัญก็คือ ให้รัฐสภา กับคณะรัฐมนตรี มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ โดยกำหนดให้รัฐสภามีฐานะอำนาจและความสำคัญเหนือกว่าคณะรัฐมนตรี คือ คณะรัฐมนตรีจะเข้าดำรงตำแหน่งได้ต่อเมื่อได้รับความไว้วางใจจากรัฐสภาและจะอยู่ในตำแหน่งเท่าที่สภายังให้ความไว้วางใจ ถ้ารัฐสภาไม่ให้ความไว้วางใจ คณะรัฐมนตรีจะต้องลาออกจากตำแหน่ง รัฐสภามีอำนาจควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรีจะต้องนำเอากฏหมายที่รัฐสภาได้บัญญัติขึ้นไว้ไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีอาจจะยุบสภาได้ในบางกรณี กล่าวโดยสรุป การปกครองแบบนี้รัฐสภาอยู่ในฐานะพิเศษ คือ เป็นทั้งฝ่ายที่ให้ความยินยอมในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ด้วย ดังนั้น จึงถือว่าเป็นรูปแบบการปกครองที่ไม่มีการแบ่งแยกอำนาจกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร แต่ทั้งสองฝ่าย ซึ่งรวมเป็นคณะรัฐมนตรีจะมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ประเทศที่เป็นต้นแบบการปกครองแบบรัฐสภา คือ ประเทศอังกฤษ ตัวอย่างของประเทศที่ปกครองแบบนี้ ได้แก่ อังกฤษ นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ อิตาลี อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น
  • การปกครองแบบประธานาธิบดี เป็นการปกครองที่มีการแยกอำนาจบริหารและนิติบัญญัติออกจากกัน โดยให้ประธานาธิบดีได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนและมีอำนาจบริหารให้สภานิติบัญญัติได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนเช่นกันและมีอำนาจนิติบัญญัติ โดยทฤษฏีแล้วทั้งสองฝ่ายสามารถคนอำนาจกันได้

กล่าวคือ การปกครองแบบประธานาธิบดี จะมีการแบ่งแยกอำนาจปกครองออกจากกันอย่างอิสระ คือ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ และอำนาจนิติบัญญัติ มีประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร และประชาชนเป็นผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรง โดยมีรัฐสภา อันประกอบด้วย วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฏร ซึ่งมีอำนาจทางด้านนิติบัญญัติ ทำหน้าที่เกี่ยวกับการออกกฏหมายต่างๆ ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฏร ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนเช่นกัน

สำหรับอำนาจตุลาการ มีศาลซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษา ทำหน้าที่ตีความตามรัฐธรรมนูญของประเทศและกำกับดูแล การใช้อำนาจยุติธรรมตามกฏหมาย ทั้งนี้ ผู้พิพากษามิได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แต่ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี โดยความยินยอมเห็นชอบของวุฒิสภา ประเทศที่มีการปกครองแบบประธานาธิบดี ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

  • การปกครองแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา หลักการปกครองที่สำคัญ คือให้ประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของชาติและเป็นประมุขของฝ่ายบริหาร ขณะเดียวกันก็มีนายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรีร่วมใช้อำนาจบริหารด้วยส่วนหนึ่ง นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภา รัฐสภามีอำนาจในการออกกฏหมายและควบคุมคณะรัฐบาล ถ้าสภาลงมติไม่ไว้วางใจคณะรัฐบาลต้องลาออก แต่ประธานาธิบดีไม่ต้องลาออก ประเทศที่ให้กำเนิดรูปแบบการปกครองแบบนี้ คือ ประเทศฝรั่งเศส ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศที่ใช้ระบอบการปกครองแบบนี้ ได้แก่ ประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบัน และบางประเทศในยุโรป เช่น กรีซ เป็นต้น

รูปแบบการปกครองในระบบเผด็จการ

  1. เผด็จการแบบทหารมีอำนาจปกครอง โดยทหารดำรงตำแหน่งเป็นประมุขของประเทศ ทหารเป็นผู้ใช้อำนาจในการบริหารประเทศทุกด้าน รวมทั้งใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยการออกกฏหมายต่างๆ รวมทั้งแต่งตั้งรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายทหารหรือผู้ใกล้ชิด และอาจมีการตั้งสภาทหารหรือสภาปฏิวัติ ซึ่งมีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ เช่น พม่า อิรัก และปากีสถาน เป็นต้น
  2. เผด็จการแบบประธานาธิบดี ประเทศที่มีการปกครองในรูปแบบเผด็จการแบบมีประธานาธิบดี มีการจัดระบบการปกครองแบบนี้ให้ประธานาธิบดี ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารมีอำนาจสูงสุดและสามารถดำรงตำแหน่งอยู่ได้ตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะสละอำนาจแก่ทายาททางการเมืองที่ตนเป็นผู้เลือก ประเทศที่มีการปกครองแบบนี้ ส่วนใหญ่เป็นประเทศในโลกที่สามหรือประเทศยากจนในแถบแอฟริกา และบางประเทศในเอเซีย
  3. เผด็จการแบบสมบูรณาญาสิทธิราช เป็นการปกครองที่พระมหากษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองแคว้น มีพระราชอำนาจเด็ดขาดในการปกครองประเทศ โดยพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขประเทศ และควบคุมอำนาจทางการบริหารตุลาการและนิติบัญญัติ ตลอดจนเป็นผู้กำหนดนโยบายของประเทศ รวมถึงแบบแผนการดำเนินชีวิตของประชาชน ตัวอย่างประเทศที่มีการปกครองแบบนี้ ได้แก่ ประเทศสวาซีแลนด์ ในแอฟริกา รวมทั้งไทยและลาวในอดีตก็มีการปกครองแบบนี้เช่นกัน
  4. เผด็จการแบบพรรคการเมืองพรรคเดียวมีอำนาจปกครองสูงสุด ประเทศที่มีการปกครองแบบนี้มักมีพรรคการเมืองที่ยึดอุดมการณ์แบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ เป็นหลักในการปกครองประเทศ โดยมีพรรคการเมืองที่มีอำนาจสูงสุด คือ พรรคคอมมิวนิสต์ ตัวอย่างประเทศที่มีการปกครองแบบนี้ ได้แก่ จีน เกาหลีเหนือ ลาว เวียดนาม และสหภาพโซเวียต(ก่อนล่มสลาย) เป็นต้น
About these ads

ใส่ความเห็น

Filed under :: หน้าที่พลเมือง ::

:: ความเห็น ::

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s