ประวัติและผลงาน
สุชีพ ปุญญานุภาพ ชื่อเดิมว่า บุญรอด สงวนเชื้อ เป็นบุตรชายของนายอ่วม และนางทองคำ สงวนเชื้อ เกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2460 ณ หมู่บ้านตลาดบางไทรป่า ตำบลไทรป่า อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
การศึกษาเบื้องต้น
เมื่อวัยเด็ก สุชีพได้เข้าเรียนหนังสือในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนประชาบาลวัดโพธิ์ ตำบลบางไทรป่า อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เมื่อจบชั้นประถมชั้นปีที่ 1 แล้วได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนประชาบาลวัดสัมปทวน ตำบลวัดแค อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เมื่ออายุ 12 ปี การบรรพชา-อุปสมบท เมื่อจบชั้นประถมศึกษาตามเกณฑ์แล้ว สุชีพได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดสัมทวน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2473 โดยมีพระปฐมนคราจารย์ (วงศ์ โอทาตวณโณ) เจ้าอาวาสวัดสัมปทวน และเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เป็นผู้บวชให้ สามเณรบุญรอดหลังจากบวชแล้วได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดกันยาตุยาราม เขตสัมพันธ์วงศ์ กรุงเทพมหานคร และได้ไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่สำนักวัดเทพศิริทราวาส จนสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค ซึ่งเป็นประโยคสูงสุด สำเร็จใน พ.ศ.2482
ผลงานขณะเป็นพระภิกษุ
หลังจากจบการศึกษาชั้นสูงสุดแล้ว สุชีโว ภิกขุ ได้รับมอบหมายงานและตำแหน่งต่างๆ หลายอย่าง เช่น พ.ศ.2482-2492 ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าหน้าที่จัดทำนิตยสารธรรมจักษุ พ.ศ.2484 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสังฆสภา ตามพระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 พ.ศ.2489 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่พระศรีวิสุทธิญาณ พ.ศ.2486-2487 เสนอโครงการตั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ขึ้น และใน พ.ศ.2488 คณะสงฆ์เห็นชอบได้มีคำสั่งตั้งสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต) ผลงานทางพระพุทธศาสนาที่โดดเด่นของสุชีโว ภิกขุ คือ ผลงานด้านวรรณกรรม ซึ่งมีวรรณกรรรมประเภทร้อยกรอง สุภาษิต ความเรียง ชุมชนบทความสั้น ชุมนุมบันทึกเบ็ดเตล็ด ปาฐกถาทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่สำคัญท่านเป็นคนแรกที่ริเริ่มการแต่งจินตนิยายอิงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยอาศัยหลักฐานจากคัมภีร์พระไตรปิฏกฝ่ายเถรวาทล้วนๆ ทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในรูปแบบจินตนิยายอิงหลักธรรมได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา นอกจากผลงานด้านวรรณกรรมแล้ว ผลงานที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งของสุชีโว ภิกขุคือ
- การร่วมกันก่อตั้งองค์การพุทธศาสนิกชนสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล) ขึ้น ณ ประเทศศรีลังกา เมื่อ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2493
- ท่านยังเป็นพระภิกษุไทยรูปแรกที่สามารถแสดงพระธรรมเทศนาเป็นภาษาอังกฤษแก่ชาวต่างประเทศ
ผลงานขณะเป็นฆราวาส
สุชีโว ภิกขุ หลังจากลาสิกขา (สึก) แล้วใช้ชื่อว่า สุชีพ ปุญญานุภาพ ได้ปฏิบัติงานทั้งในด้านราชการ รัฐวิสาหกิจ และงานด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น
- เป็นเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม (พ.ศ.2495-2501)
- เป็นรองผู้อำนวยการ อ.ส.ท.ฝ่ายการส่งเสริม (พ.ศ.2519-2520)
- เป็นอาจารย์พิเศษวิชาศาสนาเปรียบเทียบ ในระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยรามคำแหง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร
- เป็นอนุกรรมการเอกลักษณ์แห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี
- เป็นที่ปรึกษาองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล. :2523 )
ด้วยผลงานด้านการศึกษาดังกล่าวข้างต้น อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ จึงได้รับการยกย่องเกรียติคุณให้เป็น นักปราชญ์ทางปรัชญาศาสนา และได้รับมอบปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชาต่างๆ จากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น
- สาขาวิชาปรัชญา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2539
- ศาสนศาสตร์ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ.2542 เป็นต้น
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งในและต่างประเทศ คือ
- ตริตาภรณ์มงกุฏไทย (ต.ม.) 5 ธันวาคม พ.ศ.2495
- ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.) 5 ธันวาคม พ.ศ.2496
- ทวิติยาภรณ์มงกุฏไทย (ท.ม.) 5 ธันวาคม พ.ศ.2497
- สิธุ (พม่า) 19 มกราคม พ.ศ2499
- ล้านช้างร่มขาวชั้น 3 (ลาว) 2 พฤษภาคม พ.ศ.2499
อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ได้ปฏิบัติงานต่างๆ ด้วยดีและเป็นผู้มมีสุขภาพสมบรูณ์มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ.2543 ท่านป่วยและเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ และเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2543 ท่านได้ถึงแก่กรรมด้วยอาการสงบ รวมอายุได้ 83 ปี 21 วัน คุณธรรมที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่าง อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ มีคุณธรรมที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตหลายประการ พอสรุปได้ดังนี้
- เป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
- เป็นผู้มีความตั้งใจจริง
- เป็นผู้มีความขยันหมั่นเพียรในการศึกษาเล่าเรียน
- เป็นผู้มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
